<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16150</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขั้วใหญ่ รอตั้งรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;ขั้วใหญ่ตั้งรัฐบาล หลังเลือกตั้ง&amp;nbsp;รปช.ตัวเลือกดีสุดของบิ๊กตู่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ย้ำโรดแมปการเลือกตั้งอีกรอบเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยครั้งนี้ระบุวันเวลาไว้ชัดเจนว่าจะให้มีการเลือกตั้งภายในช่วงวันที่ 24 ก.พ. 62 เว้นแต่มีเหตุไม่คาดคิดต้องเลื่อนออกไปอีกก็ค่อยมาว่ากันอีกที ซึ่งช่วงดังกล่าวตรงกับที่เจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กกต.ได้กางปฏิทินการเลือกตั้งไว้ก่อนหน้านี้ &amp;nbsp; ส่งผลให้การเมืองและการเตรียมการเลือกตั้งของแต่ละพรรคการเมืองต่อจากนี้ต้องขยับหนักขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) แกนนำพรรค พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์ กรรมการบริหารพรรค รปช.-อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ ที่ถูกเรียกขานกันว่า ขุนศึกการข่าว วิเคราะห์กระดานการเมืองการเลือกตั้งที่จะมีขึ้น รวมถึงความพร้อมของพรรค รปช.ที่มีสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นคีย์แมนพรรค โดยประเมินว่าการเมืองหลังการเลือกตั้งน่าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลร่วมกันของพรรคการเมืองประมาณ 4-5 พรรค ที่ตอนนี้ก็พอมองเห็นแล้วว่าจะประกอบด้วยพรรคการเมืองใดบ้าง โดยคาดว่าจะมีทั้งพรรคที่ได้ ส.ส.ประมาณ 100 คน, 60 คน, 50 คน พรรคการเมืองเหล่านี้จะมารวมกันแล้วส่งคนไปเป็นรัฐมนตรี หากนายกฯ เป็นพลเอกประยุทธ์ก็ต้องมาทำงานภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่วางไว้ รัฐบาลที่เข้ามาใหม่แล้วหวังว่าจะได้กำไรมันลำบาก เพราะการที่คิดว่าเข้ามาแล้วจะมาทำโครงการอะไรใหญ่ๆ เพื่อหาเงินมันไม่มีแล้ว เพราะถูกกำหนดให้ทำไปแล้วในรัฐบาลนี้ ก็เหลือแค่จะทำอย่างไรให้โครงการเกิดผลประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลโทนันทเดช ระบุว่า ขั้วพรรคการเมืองที่มีโอกาสจะได้จัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งจะไม่หนีไปจากพรรคการเมืองเหล่านี้จับมือกันคือ พรรคประชาธิปัตย์, พรรค รปช., พรรคภูมิใจไทย, พรรคพลังประชารัฐ พรรคเหล่านี้มีแน่นอน รวมถึงพรรคอื่นๆ เช่น พรรคพลังชล มองแล้วขั้วนี้ก็น่าจะได้ ส.ส.รวมกันเกิน&amp;nbsp; 250 เสียงขึ้นไป ที่เพียงพอสำหรับการดำเนินงานทางการเมืองทั้งในและนอกรัฐสภา อย่างไรก็ตามยอมรับว่าก็มีโอกาสที่พรรคการเมืองอีกขั้วหนึ่งคือ ฝ่ายพรรคเพื่อไทย-พรรคอนาคตใหม่ ฝั่งนี้ก็มีโอกาสจะตั้งรัฐบาลได้ หากสถานการณ์การเมืองอีก 4-5 เดือนข้างหน้าต่อจากนี้ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ไม่ค่อยดี&amp;nbsp; เพราะการบริหารงานของรัฐบาลในปัจจุบันจะเป็นตัวตัดสินว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาอย่างไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...หากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์บริหารประเทศได้ในระดับแบบนี้ โอกาสของพรรคเพื่อไทยก็หมด แต่หากรัฐบาลเกิดข้อผิดพลาดในช่วงใกล้การเลือกตั้ง พรรคพวกนั้นก็มีโอกาสจะได้ ส.ส.มาก พรรค รปช.ก็อาจได้ ส.ส.น้อย มันก็เกี่ยวกับผลงานรัฐบาลที่จะออกมาภายใน 4-5 เดือนต่อจากนี้ หากมีการเลือกตั้งแล้วจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ การประท้วงเล็กๆ น้อยๆ ก็อาจมี แต่จะไม่มีผลให้เกิดการประท้วงใหญ่ ซึ่งหากทักษิณแพ้ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มองว่าก็คงไม่คิดทำอะไรอีกแล้ว ทักษิณคงเลิกรา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลโทนันทเดช เชื่อว่า การเลือกตั้งคงจะเกิดขึ้นภายในช่วงวันที่ 24 ก.พ.62 ตามที่นายกฯ ประกาศไว้ แต่หากเลื่อนออกไปก็อาจเกิดจากปัจจัยกฎหมายแต่ก็คงทำได้เล็กน้อย เพราะเมื่อทางฝ่าย กกต.ออกมาบอกในเรื่องวันเลือกตั้งแบบนี้แล้ว กกต.ก็คงมั่นใจพอสมควร เพราะรอบนี้ กกต.ออกมาบอกก่อนรัฐบาล แสดงว่าความมั่นใจของ กกต.มีพื้นฐานมาจากหลายเรื่อง เช่นเคยผ่านการปรึกษาจากรัฐบาลมาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับเส้นทางการเมืองของพลเอกประยุทธ์ ที่เคยบอกก่อนหน้านี้ว่าจะตัดสินใจทางการเมืองภายในเดือนกันยายนนี้ พลโทนันทเดช วิเคราะห์ว่า หากพลเอกประยุทธ์ไปลงในบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี 1 ใน 3 ของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งก็จะสวยงาม ส่วนจะมาด้วยการเป็นนายกฯ คนนอกก็ยังเป็นไปได้ แต่มันจะไม่สง่างาม การมาด้วยการเป็นนายกฯ คนนอกจะมีเสียงต้านมาก แต่ก็มองว่าพลเอกประยุทธ์ยังไม่น่าจะตัดสินใจทางการเมืองเลยในระยะนี้ เพียงแต่อาจจะตัดสินใจว่าจะลงเล่นการเมืองแน่นอน แต่จะไม่บอกว่าจะลงเล่นพรรคการเมืองพรรคใด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ผมสนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์เล่นการเมืองต่อไป เพียงแต่พรรคการเมืองที่พลเอกประยุทธ์ไปอยู่ด้วยต้องมีทหารน้อยลง เหตุที่เห็นว่าพลเอกประยุทธ์ควรเล่นการเมืองเพราะคะแนนนิยมของพลเอกประยุทธ์ยังดีอยู่ อีกทั้งสิ่งต่างๆ ที่พลเอกประยุทธ์ทำไว้ เช่นเรื่องของยุทธศาสตร์ต่างๆ มองว่าเป็นเรื่องที่ใช้ได้ ก็ควรเข้ามารักษาแนวคิดนี้เอาไว้ ส่วนเรื่องไม่ดีหลายเรื่อง เมื่อหลังการเลือกตั้งแล้วมีการตั้งรัฐบาลใหม่ มันก็ต้องเป็นการตัดสินใจร่วมกันของพรรคร่วมรัฐบาล จะตัดสินใจแบบเดิมอีกไม่ได้ อีกทั้งมาตรา 44 ก็ไม่มี การตัดสินใจต่างๆ ก็ต้องพึ่งคะแนนเสียงของพรรค การทำงานต่างๆ ของพลเอกประยุทธ์ก็จะต้องรอบคอบมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;รปช.เชื่อได้ ส.ส.เฉียดร้อย!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช วิเคราะห์ขยายความที่แสดงความเชื่อมั่นว่าขั้วการเมืองฝ่าย ปชป.-รปช.-พลังประชารัฐ จะจับมือกันตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งว่า สำหรับฝ่ายพรรค รปช.ถึงตอนนี้คนในพรรคประเมินว่า พรรคน่าจะได้ ส.ส.จำนวนไม่น้อย โดยอาจจะได้ไม่ต่ำกว่าร้อยเสียง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ความเชื่อดังกล่าว พลโทนันทเดช-กรรมการบริหารพรรค รปช.&amp;nbsp; อ้างว่า เกิดจากที่คนในพรรควิเคราะห์กันว่าเป็นเพราะ 1.เรามองเห็นว่าพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคกำลังหลักที่อาจจะได้ ส.ส.จำนวนมาก แต่การเลือกตั้งที่จะมีขึ้นมองดูแล้วพรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.จำนวนลดน้อยลง 2.ในการเลือกตั้ง พรรคจะส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขตเลือกตั้ง และเมื่อดูกติกาตามรัฐธรรมนูญค่อนข้างจะเอื้อต่อพรรคการเมืองขนาดเล็ก 3.พรรค รปช.ไม่เหมือนพรรคการเมืองใหม่อื่นๆ เพราะมีฐานเสียงของประชาชน มีพื้นฐานของพี่น้อง กปปส.จำนวนมาก โดยที่พวกเขาจำนวนมากก็ยังไม่รู้ บางทีตอนนี้ไปเจอคนที่เคยร่วมกับ กปปส.เขาก็บอกว่าเพิ่งรู้ว่ามีการมาจัดตั้งพรรค รปช. จึงเชื่อว่าหากต่อไปเขารู้กันมากก็จะมาช่วยสนับสนุนพรรค รปช. หากเขารู้ว่าเรายังคงรักษาอุดมการณ์อยู่ พรรคต้องใช้เวลาอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ในการหาเสียง ที่เราก็มั่นใจว่าจะมีฐานเสียงดังกล่าวมาสนับสนุนพวกเรา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อีกทั้งเมื่อพิจารณาจากปัจจุบัน ตอนนี้พรรค รปช.มีความพร้อมในการตั้งสาขาพรรคแต่ละจังหวัดในภาคใต้ได้หมดครบทุกจังหวัดแล้ว เช่นเดียวกับในภาคอีสานก็ทราบว่าสามารถตั้งสาขาพรรคได้เกือบครบหมด ยังขาดอีกแค่สองจังหวัด โดยมีสมาชิกในพื้นที่ครบ และเมื่อมองไปอีก 4-5 เดือนข้างหน้าต่อจากนี้เราจะพร้อมมากกว่านี้ ผมจึงคาดว่าพรรค รปช.จะได้ ส.ส.ไม่ต่ำกว่าร้อยคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ที่บอกว่าไม่ต่ำกว่าร้อยคน ไม่ใช่เป้าหมายที่สูงเกินไป เป็นเป้าตามปกติ และไม่ใช่การประเมินส่วนตัว แต่คนในพรรคประเมินกันไว้ อย่างภาคใต้ก็มองว่าเราอาจได้ ส.ส.เขตประมาณ 4 คน โดยที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตของพรรค รปช.ในภาคใต้ ที่เชื่อว่าคนของพรรคเราจะมาอันดับสองหมด ส่วนภาคอีสานก็มองว่าอาจจะได้ ส.ส.ประมาณ 3-4 คน โดยผู้สมัคร ส.ส.อีสานของพรรครปช.น่าจะได้อันดับ 2 หรืออันดับ 3 เมื่อรวมกันสองภาคก็ทำให้เชื่อว่าคะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของพรรคน่าจะได้ประมาณ 30-40 คนอย่างต่ำ อันนี้คิดเฉพาะในภาคใต้กับอีสาน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ส่วนในกรุงเทพมหานครตอนนี้พรรคยังไม่ได้เริ่มต้นอะไรมากนัก แต่ก็มีผู้มาสนใจติดต่อขอสมัครเยอะ แต่ก็มองว่าผู้สมัครของพรรคถ้าไม่ได้อันดับหนึ่งก็อาจได้อันดับสอง เพราะเชื่อว่าฐานเสียงส่วนใหญ่ของพรรคอยู่ใน กทม.อยู่แล้ว จึงไม่น่าวิตก ส่วนภาคอื่นๆ เช่นภาคกลาง ภาคเหนือ พรรคยังไม่ได้ประเมินว่าจะได้คะแนนเสียงเท่าใดเพราะการดำเนินงานยังไม่ได้เริ่มต้น แต่ก็มีความคืบหน้าเช่นภาคเหนือ ภาคตะวันออก ก็มีคนมาแจ้งความจำนงขอจัดตั้งสาขาพรรคประมาณ 4-5 แล้ว ก็เลยทำให้คนของพรรคประเมินสถานการณ์ถึงตอนนี้ว่าเฉพาะในภาคอีสานกับภาคใต้ พรรคน่าจะได้ ส.ส.เขตและคะแนนที่นำไปคิดจำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ออกมาได้อย่างน้อย 40-50 คน เพราะพื้นฐานของเราหนาแน่นมาก อีกทั้งอีก 4-5 เดือนข้างหน้าประชาชนจะรู้จักเรามากขึ้น เพื่อนเก่าๆ จะกลับมาหาเรา ผนวกกับกติกาตามกฎหมายที่ทำให้การซื้อเสียงทำได้ยาก ก็ทำให้เรายิ่งมีโอกาสมากขึ้นไปใหญ่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ปชป.-รปช.ไม่ใช่พรรคพันธมิตร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;กระนั้น พลโทนันทเดช ยอมรับว่า การหาเสียง การเจาะฐานเสียงของพรรค รปช.มีความเป็นไปได้ที่จะไปทับซ้อนกับพรรคประชาธิปัตย์ โดยอาจจะเกิดขึ้นในพื้นที่เลือกตั้งบางส่วน แต่สำหรับพรรคประชาธิปัตย์เราถือว่าเป็นคนดี การหาเสียงจึงเป็นเรื่องเด็ดขาดที่พรรค รปช.จะไม่มีการโจมตีระหว่างกัน สิ่งที่แข่งขันก็คือประชาชนจะตัดสินใจว่าจะเอาใคร สนับสนุนนโยบายพรรคไหน หากเราแพ้แล้วประชาธิปัตย์ชนะก็ถือว่าโอเค ได้คนดีเข้าสภาก็ไม่เป็นไร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-ถือว่าพรรค รปช.เป็นพันธมิตรกับ ปชป.?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ไม่ถือว่าเป็นพันธมิตรอะไรกัน เพราะพรรค ปชป.มีแนวทางคือ เขาจะไปแก้ไขรัฐธรรมนูญและบอกว่าไม่เอาด้วยกับยุทธศาสตร์ชาติ ก็ถือว่าแนวทางยังขัดกันอยู่กับพรรค รปช. ส่วนที่คนไปบอกกันว่าพรรค รปช.สนับสนุนบิ๊กตู่-พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็คงเพราะว่าพรรคเรามีนโยบายกับความเห็นสอดคล้องกัน อย่างเรื่องการปฏิรูปประเทศของรัฐบาลที่ปฏิรูปโครงสร้างต่างๆ เพียงแต่ไม่ได้ลงมาดูปัญหาเล็กๆ น้อยๆ แต่ผลการปฏิรูปประเทศตอนนี้ของรัฐบาล มองว่าในอีกสิบปีข้างหน้าประเทศจะดี&amp;nbsp; เราก็เห็นว่าควรต้องรักษาเรื่องการปฏิรูปประเทศที่รัฐบาลทำไว้ แล้วก็เข้าไปเสริมในบางเรื่องเช่นการปฏิรูปตำรวจ เราก็อยากเห็นการแยกหน่วยงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ งานด้านนิติเวชออกมาเป็นหน่วยงานพิเศษที่ออกมาจากตำรวจ เพื่อพัฒนาบุคลากร เพราะฉะนั้นแนวคิดของเรากับพลเอกประยุทธ์ตรงกันหลายเรื่อง หากอนาคตพลเอกประยุทธ์ไปเป็นหัวให้กับพรรคการเมืองใด แล้วพรรคการเมืองนั้นมีนโยบายตรงกับพรรค รปช. เราก็สนับสนุนพลเอกประยุทธ์ แต่หากพรรคดังกล่าวไม่มีนโยบายที่ตรงกับพรรค รปช. เราก็ไม่สนับสนุน พรรค รปช.เราเป็นพรรคทำงานให้ประชาชน เราพร้อมจะเป็นรัฐบาลหรือไม่เป็นรัฐบาลก็ได้ไม่มีปัญหา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามว่าเหตุใดแกนนำพรรคอย่างสุเทพจึงมั่นใจว่าพรรค รปช.ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลแน่นอน คนในพรรค รปช. พลโทนันทเดช ไขข้อสงสัยนี้ว่า เพราะนโยบายของพรรค รปช.เหมือนกับนโยบายรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ทุกประการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;พลเอกประยุทธ์ไปอยู่พรรคไหน ผมก็เชื่อว่าต้องดึงนโยบายไปด้วย เพราะฉะนั้นเราจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับพลเอกประยุทธ์ เพราะเรามีนโยบายเหมือนพลเอกประยุทธ์ และที่สำคัญเราเป็นพรรคของคนดี&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-หากพลเอกประยุทธ์ลงในบัญชีหนึ่งในสาม แล้วมีการตั้งรัฐบาล ในตอนรวมเสียงตั้งรัฐบาล พรรครปช.พร้อมไปร่วมจัดตั้งรัฐบาลเพื่อสนับสนุนพลเอกประยุทธ์หรือไม่? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เราไปแน่นอน ร้อยเปอร์เซ็นต์ หากนโยบายตรงกัน เราลงไปเลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;-แต่หากพลเอกประยุทธ์ไม่ลงหรือลงในบัญชีรายชื่อนายกฯ แต่พรรคของพลเอกประยุทธ์ได้ ส.ส.น้อยกว่าของประชาธิปัตย์ หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พรรค รปช.ก็พร้อมไป? &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พร้อมครับพร้อม เราก็พร้อม หากเราตกลงกันในเรื่องนโยบายกันได้ เช่นหาก ปชป.จะให้เราไปร่วมด้วย ก็จะต้องรักษาเรื่องยุทธศาสตร์ชาติเอาไว้ ต้องไม่แก้ รธน.ในสี่ปีแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เชื่อทักษิณ-พท.ทรงกับทรุด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลโทนันทเดช ใช้มุมวิเคราะห์การเมืองในฐานะอดีตนักการข่าวจาก ศรภ.-สำนักข่าวกรองแห่งชาติ มองกรณีทักษิณ ชินวัตร ผู้นำพรรคเพื่อไทยตัวจริง แสดงความเชื่อมั่นว่าเพื่อไทยจะชนะการเลือกตั้งแบบหิมะถล่มว่า ทักษิณคาดว่าการเมืองจะเป็นแบบเก่า คิดว่าประชาชนจะเป็นแบบเก่าๆ คิดว่าการซื้อเสียงจะทำง่ายเหมือนเดิม ทั้งที่ปัจจุบันนี้การสื่อสารผ่านสังคมโซเชียลมีเดียมันแรงและเข้าถึงคนทุกกลุ่ม คุณจะไปโกหกใครต่อไปอีกแบบเดิม ตอนนี้มันลำบากแล้ว ประชาชนส่วนใหญ่จะตื่นขึ้นมาแล้วรับรู้เอง เรื่องเหล่านี้ทักษิณคาดไม่ถึง คนไม่อยู่ในประเทศไทยมาสิบกว่าปีจะมาคาดคะเนการเมืองในประเทศไทยได้อย่างไร คนที่ไปบอกหรือไปเล่าอะไรให้ทักษิณฟังก็เล่าแต่เรื่องดีๆ ใครจะกล้าไปเล่าไปบอกว่า &amp;quot;หัวหน้ามันไม่ไหวแล้วคราวนี้&amp;quot; ใครจะกล้าไปพูดแบบนี้ ก็ทำให้ทักษิณประมวลเหตุการณ์จากข้อมูลรอบตัวและข่าวสารที่ได้รับที่ไม่เป็นความจริง อีกทั้งลูกหลานที่อยู่ในกรุงเทพมหานครที่เป็นลูกคนรวย ไม่เคยมีความลำบากในการทำธุรกิจ ไม่เคยผ่านความยากลำบาก ไม่เคยไปสัมผัสคนชั้นล่าง&amp;nbsp; เลยทำให้ทักษิณประเมินจากข้อมูลที่ผิดพลาด ประเมินจากข้อมูลแบบเดิมที่ไม่ใช่ข้อมูลในปัจจุบัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ...ผมว่าเพื่อไทยให้ชนะเลือกตั้ง ต่อให้แลนด์สไลด์อย่างไรก็ไม่เกิน 150 คน ผมมั่นใจ เพราะข้อมูลข่าวสารตอนนี้เกิดขึ้นมากมาย แล้วอีก 4-5 เดือนข้างหน้าต่อจากนี้ เมื่อทักษิณประกาศแบบที่บอก ต่อไปข้อมูลเรื่องไม่ดีของทักษิณจะเข้าถึงประชาชนได้ชัดเจน เช่น ประชาชน พวกชาวนาเกือบแสนคนที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ยอมจ่ายเงินค่าข้าวให้ แล้วทำให้รัฐบาล คสช.เมื่อเข้ามาก็ไปจ่ายแทนให้&amp;nbsp; ชาวนาเหล่านี้ย่อมรู้เรื่องดีว่าคืออะไร หรือทหารเกณฑ์กว่าแสนคนที่เข้าไปประจำการในช่วงการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงช่วงปี 2552 และ 2553 พวกนี้เมื่อหมดหน้าที่แล้วกลับไปบ้าน ทางฝ่ายทักษิณจะไปซื้อพวกเขาได้อย่างไร อย่างมากก็ซื้อได้แค่ 10-20เปอร์เซ็นต์ พวกเขาเคยผ่านเหตุการณ์เขารู้ว่าเหตุการณ์ตอนชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงเป็นอย่างไร พวกนี้คือคนใหม่ๆ ตัวละครใหม่ๆ ที่ทักษิณไม่เคยนึกถึงไว้เลย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับกระแสข่าวจะนำคนในครอบครัวสายชินวัตร-วงศ์สวัสดิ์ขึ้นมานำทัพพรรคเพื่อไทย ก็มองว่า มันก็จะเหมือนเดิม ไม่ได้มีความแตกต่างจากเดิมอะไร ทักษิณไม่กล้าตัดสินใจเอาคนนอกครอบครัวมานำพรรคเพื่อไทยเพราะจะทำให้สั่งได้ลำบาก เห็นได้จากตัวอย่างที่ทักษิณตัดสินใจผิด ตอนนำคุณสมัคร สุนทรเวช ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน แล้วจากนั้นมาก็ไม่มีปรากฏการณ์แบบนี้อีกเลย ดูแล้ว เขาก็คงนำคนในครอบครัวขึ้นมาเพราะคอนโทรลง่าย ทักษิณไปประเมินว่าตัวเขาเองยังเป็นที่รักของประชาชนมากมาย โดยเฉพาะประชาชนในภาคอีสาน อันนี้เป็นเรื่องที่ทักษิณคิดผิด.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;--------------------------------------------&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากขุนศึกการข่าว&amp;nbsp;สู่คีย์แมนพรรค รปช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลโทนันทเดช-อดีตหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.ภาคใต้) และอดีตรองผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานข่าวกรองแห่งชาติ ที่เคยมีผลงานเด่นๆ อาทิ เป็นอดีตหัวหน้าชุดเฉพาะกิจติดตามแกะรอยจนทางการไทยสามารถจับกุมตัว &amp;quot;ฮัมบาลี&amp;quot; แกนนำขบวนการ Jemaah Islamayah (เจไอ) ผู้ต้องสงสัยก่อการร้ายคนสำคัญที่สหรัฐต้องการตัว ที่ถูกทางการไทยจับตัวได้เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 2546 ซึ่งในวันนี้พลโทนันทเดชลงมาเล่นการเมืองเต็มตัว กับพรรครวมพลังประชาชาติไทย หลังก่อนหน้านี้คอยวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองต่อเนื่องมาหลายปี โดยเฉพาะการวิพากษ์เรื่องของระบอบทักษิณ-การเคลื่อนไหวของเสื้อแดง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช พูดถึงการเข้าสู่สนามการเมืองว่า เป็นเพราะในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการชุมนุมต่อต้านรัฐบาลจากฝ่ายตรงข้ามของทักษิณ 3 ครั้ง พันธมิตร 2 ครั้ง กปปส. 1 ครั้ง และมีการต่อต้านรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่มีลักษณะรุนแรง จะไม่พูดว่าใครถูกใครผิด แต่เห็นชัดว่าการชุมนุมมีคนมาร่วมมากขึ้นและมีความรุนแรงมากขึ้นตามลำดับ อย่างการชุมนุมของ กปปส. 200 กว่าวันมีอยู่ 4-5 วันที่มีคนออกมาร่วมชุมนุมเป็นล้านคน หากเราคุมคนจำนวนนี้ไม่ได้ ความเสียหายย่อมเกิดกับประเทศชาติโดยส่วนรวม ผมก็คิดว่าหากผมลงไปลงการเมือง ที่มีกติกาที่ดีตามรัฐธรรมนูญและมีคนใหม่ๆ เข้ามา จนเข้าไปเป็น ส.ส.แทนพวกอดีต ส.ส.รุ่นเก่าได้จำนวนมากจะเป็นเรื่องดี จึงลงมาเล่นการเมือง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...สำหรับที่เข้าร่วมงานการเมืองกับพรรค รปช. เป็นเพราะเห็นว่ามีพรรคการเมือง 3-4 พรรคที่ยึดมั่นเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ อย่างพรรค ปชป.ก็ไม่มีพื้นที่ให้ผมเข้าไปทำการเมือง เพราะ ปชป.เป็นพรรคเก่า ที่มีระบบอาวุโส แต่ รปช.เป็นพรรคจัดตั้งใหม่ และไม่มีนักการเมืองเกี่ยวข้อง เพราะนักการเมืองในพรรคมีคนเดียวคือ สุเทพ เทือกสุบรรณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...ก็ใช้เวลาตัดสินใจนานเหมือนกันในการจะเข้ามา จนกระทั่งมีการจัดตั้งพรรคการเมืองของกลุ่มนิสิตนักศึกษาในอดีตบางกลุ่มที่เคยคัดค้านต่อต้านสถาบันมาก่อน ผมจึงตัดสินใจเข้ามา เพราะผมเคยเป็นประธานคณะอนุกรรมการการบังคับใช้กฎหมายเพื่อพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ผมเป็นประธานอนุกรรมการชุดนี้ตั้งแต่สมัยก่อนรัฐประหารที่เป็นวุฒิสภา อยู่มา 2 สมัย จนมาถึงยุค สนช.ตอนนี้ก็รู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นในสังคมไทยในเรื่องความแตกแยกระหว่างคนรุ่นใหม่กับคนรุ่นเก่า ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้ตัดสินใจลงมาเล่นการเมือง ตอนนี้ก็เพิ่งลาออกมาเพื่อเล่นการเมือง อีกทั้งในพรรค รปช.ส่วนใหญ่ก็รู้จักกันอยู่แล้ว เคยร่วมเคลื่อนไหวกันมา และยิ่งที่พรรค รปช.ประกาศว่าจะพิทักษ์รักษาสถาบันพระมหากษัตริย์และมีอุดมการณ์ที่จะทำพรรคของประชาชนและนำระบบเศรษฐกิจพอเพียง จึงตัดสินใจมาร่วมงานกับพรรค รปช. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช กล่าวว่า หลังมีการเลือกหัวหน้าพรรคคือ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.และอดีตปลัดกระทรวงการคลังเป็นรักษาการหัวหน้าพรรคและเลือกกรรมการบริหารพรรคไปเมื่อ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ตอนนี้ก็อยู่ในช่วงการหาสมาชิกพรรคเพื่อเปิดประชุมใหญ่สมัชชาพรรค พรรคอื่นเขาหาสมาชิกพรรคกัน 1,000-2,000 คน ก็เปิดประชุมได้ แต่ของ รปช.เรากำหนดไว้ว่าจะต้องหาสมาชิกพรรคให้ได้ 50,000 คน เราถึงจะเปิดประชุมสมัชชาพรรค เพราะในฐานะที่เราเป็นพรรคของประชาชน ซึ่งคนภายนอกอาจมองว่ายาก แต่เราต้องการให้ลูกพรรคมีความกระตือรือร้นและรู้ว่าการทำพรรคการเมืองมันยาก ไม่ใช่ว่าหาคนมา 100-200 คน แล้วมาจัดตั้งพรรคการเมือง แต่เราต้องการหาให้ได้ 50,000 คน ที่แม้คนจะทักท้วงว่าหากหาได้แล้วจะไปจัดประชุมกันที่ไหนได้ ที่รองรับคนได้ 50,000 คน แต่เรื่องนี้เป็นปัญหาภายหน้า เรามีผู้ก่อตั้งพรรคที่เสียเงิน 50,000 บาท รวม 600 คน ที่ยื่นไปให้ กกต. ตอนนี้ก็มีเงินทุนประมาณ 35 ล้านบาท เราก็คิดว่าสมาชิกผู้ก่อตั้งพรรค 600 คน หากไปหาสมาชิกพรรคให้ได้สักคนละ 100 คน ก็เท่ากับ 60,000 คน ซึ่งก็ยากเหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับศักยภาพของแต่ละคน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;จากนั้นเราก็จะให้สมาชิกพรรค ผู้ก่อตั้งพรรคทั้งหมดที่ตั้งไว้ 50,000 คน ที่เริ่มดำเนินการหาแล้ว และคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน หากได้ครบตามจำนวนก็จะให้แต่ละคนลงพื้นที่ไปพูดคุยกับประชาชนว่า พรรค รปช.มีแนวทางพรรคอย่างไร โดยหม่อมเต่าก็จะลงพื้นที่หาเสียงกับพวกเราด้วย โดยสมัชชาพรรคหากได้ตามจำนวนที่ตั้งเป้าหมายไว้ก็สามารถจัดประชุมได้โดยไม่ต้องรอให้ คสช.ปลดล็อก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับเรื่องการทำไพรมารีโหวต พรรค รปช.พร้อมทำไพรมารีโหวตร้อยเปอร์เซ็นต์ เช่น ที่ภาคอีสาน ภาคใต้ ตอนนี้พรรค รปช.พร้อมแล้ว เพราะมีการเตรียมจัดตั้งและเปิดสาขาพรรคไว้แล้ว รวมถึงได้รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขตใน 2 ภาคนี้ไว้แล้วบางส่วน ส่วนภาคอื่นๆ ก็จะมีการดำเนินการต่อไปทั้งภาคเหนือ กลาง ถึงตอนนี้ยืนยันว่า พรรค รปช.พร้อมร้อยเปอร์เซ็นต์ หากมีการเลือกตั้งในเดือน ก.พ.ปีหน้า แม้ในช่วงนี้ประชาชนยังไม่คุ้นเคยกับพรรค รปช.มากนัก ยังจำชื่อพรรคไม่ค่อยได้ แต่ตอนนี้พยายามให้คนจำชื่อพรรค รปช.ให้ได้ก่อน ต่อจากนี้จะมีการเผยแพร่อุดมการณ์ของพรรค เช่น การพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการเป็นพรรคการเมืองของประชาชนที่ยึดถือประชาชนเป็นใหญ่ การดำเนินงานทุกอย่างของพรรคต้องมาจากประชาชน แม้แต่การคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พรรค รปช.มีจุดแข็งคือ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทุกขั้นตอน จากเดิมที่ประชาชนมีสิทธิ์แค่ไปเลือกตั้ง ส.ส.ตอนเลือกตั้งพอลงคะแนนเสียงเสร็จสิทธิ์ดังกล่าวก็หมดไป แต่สำหรับพรรค รปช. หลังเลือกตั้งเสร็จ ประชาชนที่เป็นสมาชิกพรรคก็มีสิทธิ์เท่าเดิม เช่น หลังเลือกตั้ง หากคนของพรรคเข้าไปทำงานการเมืองหรือมีตำแหน่งทางการเมือง ประชาชนก็ยังมีสิทธิ์ในการตรวจสอบบุคลากรของพรรคผ่านโครงสร้างของพรรค คือคณะกรรมการบริหารพรรคประจำจังหวัด รวมถึงโครงสร้างใหญ่คือคณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรค ที่มีการออกมาเพื่อควบคุมบุคลากรทางการเมืองของพรรค รปช.อย่างเข้มแข็ง ใครทำไม่ดีก็ให้ออกจากตำแหน่งจากพรรคไปเลย รวมถึงการให้สมาชิกพรรคเข้ามาสื่อสารโดยตรงกับบุคลากรของพรรค ผ่านการสื่อสารช่องทางพิเศษ เช่นไลน์ที่จะมีการทำพิเศษขึ้นมา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช กล่าวถึงนโยบายของพรรค รปช.อีกว่า จะมุ่งสร้างความเท่าเทียมของคนในสังคม เช่น เรื่องการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาหรือการปฏิรูปการศึกษา เราเห็นว่าทุกสถาบันการศึกษาที่รับนักเรียนเข้าศึกษาต่อ ต้องใช้ตำราที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด และต้องออกข้อสอบเข้าภายในตำราเท่านั้น ปัจจุบันมีการออกข้อสอบเกินเลยไปมาก จนทำให้นักเรียนในต่างจังหวัดไม่สามารถแข่งกับนักเรียนในกรุงเทพฯ ได้ แม้แต่นักเรียนในกรุงเทพฯ เอง นักเรียนที่ครอบครัวมีฐานะกับไม่มีฐานะก็มีความแตกต่างกัน แต่หากใช้ตำราเล่มเดียวกันหมด ออกข้อสอบตามตำรา ทุกคนก็อ่านจากตำราเล่มเดียวกัน ก็จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน จากนั้นก็อยู่ที่ความขยันของนักเรียนแต่ละคน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะที่เรื่องการปฏิรูปประเทศ พรรค รปช.เห็นว่ารัฐบาล คสช.เริ่มต้นมาดีแล้วส่วนหนึ่ง โดยเฉพาะการกำหนดโครงสร้างยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ตอนนี้ก็เหลือแต่การทำให้โครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของรัฐบาลดำเนินการไปได้ พรรคจึงสนับสนุนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติของรัฐบาล แต่บางโครงการเช่นการสร้างรถไฟฟ้า เราก็เห็นว่าที่ทำโครงการกันไว้มีความเพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องสร้างอีก แต่ต้องเน้นการสร้างสถานีจอดพักรถเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการใช้บริการ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เอาแน่ชูเลือกตั้งผู้ว่าฯ โดยตรง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช ย้ำว่า พรรคให้ความสำคัญกับเรื่องการปฏิรูปตำรวจอย่างมาก อย่างเมื่อไม่นานมานี้ พรรคก็มีการจัดสัมมนาเรื่องนี้ ซึ่งหากหลังเลือกตั้งพรรคเข้าไปเป็นรัฐบาลก็จะเข้าไปผลักดันให้มีการปฏิรูปตำรวจต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำให้เกิด &amp;quot;ตำรวจจังหวัด&amp;quot; ให้ได้ เพื่อทำให้ประชาชนกับตำรวจคุ้นเคยกัน และให้มีสภาประชาชน ที่มีการคัดเลือกกันเข้ามา โดยมีการเปลี่ยนกันทุก 6 ดือน เพื่อมาควบคุมตำรวจจังหวัด จะทำให้การทำงานของตำรวจที่จะไปทำนอกลู่นอกทางลำบากมากขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เช่นเดียวกับเรื่อง กระจายอำนาจ พรรคจะพยายามผลักดันให้มีการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัดโดยตรง แต่ระยะแรก เพื่อไม่ให้เจ้าพ่อประจำจังหวัดเข้ามาเป็น ผวจ. ก็เห็นว่าระยะแรก คือ 4 ปีแรก จะใช้วิธีการเลือกทางอ้อม โดยให้ประชาชนในจังหวัดมาออกเสียงเลือกคนมาเป็น ผวจ. โดยไม่จำเป็นต้องเป็นคนในจังหวัดก็ได้ มาประมาณไม่เกิน 4 คน แล้วส่งชื่อมาที่ส่วนกลาง จากนั้นรัฐบาลจะเลือกคนใดคนหนึ่งในชื่อที่ส่งมาให้ไปเป็น ผวจ. หากเห็นว่าชื่อที่ส่งมาไม่มีตำหนิ มีความรู้ความสามารถที่จะบริหารงานได้ แต่หากรัฐบาลเห็นว่าทั้ง 4 คน ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ รัฐบาลไม่สามารถตั้งให้เป็น ผวจ.ได้เลย จะส่งชื่อที่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสมไปให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ พิจารณา หรืออาจใช้วิธีรัฐบาลก็เสนอชื่อคนของส่วนกลางไปให้ประชาชนพิจารณาด้วยตอนที่ประชาชนมาเลือกคนเป็น ผวจ.ทางอ้อมตั้งแต่ขั้นตอนแรก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;โมเดลนี้พรรคยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะใช้แนวทางไหน แต่สิ่งที่เราจะทำแน่นอนก็คือ จากนั้นอีก 4 ปีถัดไป จะให้มีการเลือกตั้ง ผวจ.โดยตรง เพียงแต่ 4 ปีแรก จะต้องมีการปูพื้นฐานให้ประชาชนเข้าใจ จะไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงแบบกะทันหัน แต่ค่อยๆ เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประชาชนเข้าใจบทบาท แต่หลักสำคัญคือ ผู้ว่าราชการจังหวัดต่อไปจะให้ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรีโดยตรง ไม่ใช่ขึ้นตรงกับกระทรวงมหาดไทย โดยจะให้ ผวจ.ต้องประชุมกับนายกฯ ทุกเดือน และให้สื่อมวลชนเข้าฟังการประชุมตลอด เพื่อเป็นการควบคุมการทำงานของ ผวจ.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทุ่งกุลาร้องไห้ เขต ศก.พิเศษ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;พลโทนันทเดช กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เรื่องนโยบายด้านเศรษฐกิจก็มี อย่างเช่นเรื่องของ ทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งที่ผ่านมาคนของพรรคมีการลงพื้นที่ไปฟังความเห็นประชาชน ก็พบว่าทุ่งกุลาร้องไห้มีการพัฒนามา 20 กว่าปีแล้ว พรรคเห็นว่าต่อไปควรกำหนดให้ทุ่งกุลาร้องไห้เป็นเขตกสิกรรมเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่จะทำให้งบประมาณของกระทรวงต่างๆ ที่ลงไปที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ต่อไปไม่ต้องผ่านกระทรวงต่างๆ แต่ให้มาที่คณะกรรมการบริหารทุ่งกุลาร้องไห้ ที่จะมีประชาชนมาร่วมเป็นกรรมการด้วยครึ่งหนึ่ง โดยวางโมเดลไว้ว่า ทุ่งกุลาร้องไห้ตรงไหนควรทำพื้นที่กสิกรรม พื้นที่จุดไหนให้เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ จุดใดควรทำเขื่อนขนาดเล็ก และให้มีการตั้งโรงเรียนกสิกรรมเพื่อให้มีการมาเข้าเรียนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการเขียนนโยบายพรรคหลังจากการไปฟังความเห็นประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ส่วนที่คนมองกันว่าพรรค รปช.เป็นพรรคเฉพาะกิจ ทำเพื่อเลือกตั้งรอบเดียว โดยเฉพาะหากสุเทพเลิกเล่นการเมือง คสช.สลายไป พรรค รปช.ก็คงยุติบทบาท เรื่องนี้ พลโทนันทเดช ยืนยันว่า รปช.เป็นพรรคของประชาชนพรรคแรกที่จะอยู่ยาวคงทนถาวรตลอดไป แต่สำหรับตัวสุเทพ เทือกสุบรรณ ต้องยอมรับว่ามีคุณสุเทพคนเดียวที่เป็นอดีตนักการเมืองที่อยู่ในพรรค เราก็โชคดีที่ได้เขาเข้ามาดูแล มาให้คำปรึกษา เป็นกุนซือทางการเมืองของพรรค สุเทพจึงเป็นเสาหลักของพรรค รปช. แต่ในอนาคตเมื่อพวกเราเข้าไปเป็นนักการเมือง สุเทพก็จะค่อยๆ ถอยออกไป แล้วไปทำงานที่ตั้งใจ เช่น การทำโรงเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณที่เกาะสมุย ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำไว้มาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...รปช.ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ เพราะคนที่เข้ามาทำงานในพรรคส่วนใหญ่เป็นคนรุ่นใหม่มากกว่าคนรุ่นเก่าอย่างพวกผม และพวกเขาไฟแรง มุ่งมั่นที่จะทำงาน โดยหลายคนก็ยังไม่ได้เปิดเผยตัวมากเท่าไหร่ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ถามถึงการที่คนภายนอกก็ยังมองว่า พรรค รปช.จะถูกชี้นำหรือต้องอยู่ภายใต้เงาของนายสุเทพ พลโทนันทเดช แจกแจงว่า ขอยกตัวอย่างการเลือกคนไปลงสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคจะใช้ระบบคือ ให้ผู้สมัครผู้ชายสลับกับผู้สมัครผู้หญิงสลับกันไปเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ แล้วเราก็ส่งชื่อไปให้ประชาชนพิจารณาตอนประชุมสมัชชาพรรค เราไม่ได้จัดทำกันเอง เช่นเดียวกับรายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขต ที่ก็จะมาจากการทำไพรมารีโหวต ทุกอย่างมาจากประชาชนเป็นส่วนใหญ่ สุเทพคนภายนอกอาจมองไปว่ามีอำนาจในพรรคมาก จะมาชี้นำอะไรไม่ได้มีบทบาทอะไรมากอย่างที่คนภายนอกคิด แต่ความจริงแล้วสุเทพเป็นคนกำหนดกลไกต่างๆ เหล่านี้เองเพื่อป้องกันไม่ให้พรรค รปช.เกิดความเสียหายในวันข้างหน้า ซึ่งคนในพรรคก็เห็นด้วยว่าเป็นกลไกที่ดี การดำเนินงานของพรรคจึงมีความเชื่อมโยงกับประชาชนมาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;สำหรับกรณีที่ ป.ป.ช.มีการแจ้งข้อกล่าวหานายสุเทพในเรื่องคดีโรงพักตำรวจ ผมก็มองว่าไม่ได้มีผลอะไรกับพรรค รปช. เพราะสุเทพก็ไม่ได้มาเกี่ยวข้อง ไม่ได้มาลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรค รปช. จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไรกับพรรค และที่สุเทพต่อสู้เรื่องโรงพัก เขาก็ได้เปรียบ เพราะข้อมูลที่สุเทพนำมาแสดงก็ยืนยันได้ว่าเขาไม่ได้ทำผิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม พลโทนันทเดช ยอมรับว่า พรรค รปช.ที่เป็นพรรคตั้งใหม่ หากสุดท้าย คสช.ปลดล็อกพรรคการเมืองช้า พรรค รปช.ก็เสียเปรียบพรรคเก่า เพราะพรรคเตรียมเดินสายในต่างจังหวัด เพื่อปลุกสมาชิกว่าพวกเรายังอยู่ต้องออกมาช่วยกัน แต่เราก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหากว่ายังไม่ปลดล็อก ก็ใช้วิธีการประชาสัมพันธ์เผยแพร่เท่าที่ทำได้ โดยหลัง คสช.ปลดล็อกแล้ว พรรคก็จะมีการจัดงานเลี้ยงเพื่อระดมทุน ขณะที่ เรื่องพลังดูดอดีต ส.ส.เข้าพรรคการเมืองบางพรรค มองว่ามันเป็นเรื่องปกติ เรื่องเก่าๆ ในเมื่อตอนนี้พรรคเพื่อไทยไม่มีความเข้มแข็ง เพราะผู้ใหญ่ในพรรคต้องออกไปอยู่นอกประเทศ ขณะที่ภายในก็มีการแตกแยกกันออกเป็นกลุ่มๆ เพราะพื้นฐานของพรรคเพื่อไทยก็มาจากการรวมกลุ่มการเมืองของกลุ่มต่างๆ พื้นฐานของพรรคไม่ได้เหมือนกับพรรคการเมืองอื่นๆ การที่กลุ่มต่างๆ แยกตัวออกมาจากเพื่อไทย เลยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่การดูดอะไร และประชาชนจะตัดสินใจเองว่าพรรคที่มีการมองว่ามีการดูดอะไรกัน ประชาชนจะเลือกหรือไม่เลือก. &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย วรพล กิตติรัตวรางกูร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...................................&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16150</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขั้วพรรคการเมืองที่มีโอกาสจะได้จัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง, ขั้วใหญ่รอตั้งรัฐบาล, พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์, แทบลอยด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180825/image_big_5b8164eda8a2f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
