<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพลตอกย้ำอีก ‘วิกฤติโคโรนา’ รัฐต้องชัดเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; โพลระบุคนไม่รับสิ่งที่นายกฯ พูดเพราะขาดข้อมูลที่ดี ไม่ตอบโจทย์ แนะควรลดบทบาทของทีมงานโฆษกรัฐบาลลงในช่วงวิกฤติศรัทธา เพราะไม่ใช่กลุ่มคนที่ประชาชนเชื่อถือ จุก! ชาวบ้านค่อนประเทศหาหน้ากากไม่เจอ เชื่อเพราะมีการกักตุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง ทำไมคนไม่รับสิ่งที่นายกฯ พูด กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ โดยดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) จำนวน 1,306 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 9-13 มีนาคม พ.ศ.2563 ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสอบถามถึงสาเหตุว่าทำไมคนไม่รับสิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูด พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 79.9 ระบุขาดข้อมูลที่ดี ไม่ตอบโจทย์ประชาชน รองลงมาคือร้อยละ 50.6 ระบุไม่ถามประชาชนก่อน, &amp;nbsp;ร้อยละ 34.7 ระบุทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาลขัดแย้งกันภายใน และร้อยละ 5.2 อื่นๆ เช่น พูดเยอะ หลายเรื่องสับสน ฟังไม่ชัด พูดเร็วรัวไป และเป็นเพราะสื่อมวลชน เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าเป็นห่วงคือ ผลกระทบจากทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาลต่อภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 60.5 ระบุกระทบภาพลักษณ์ของนายกรัฐมนตรีค่อนข้างมากถึง มากที่สุด ในขณะที่ร้อยละ 39.5 ระบุกระทบค่อนข้างน้อยถึงไม่กระทบเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 76.8 ระบุควรเปลี่ยนทีมงานข้อมูล ทีมโฆษกรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 23.2 ระบุควรทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงความรู้สึกและความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี พบว่า เกือบ 1 ใน 3 หรือร้อยละ 31.8 สงสารนายกรัฐมนตรี เห็นว่าเหนื่อยแต่ควรทำงานต่อไป ในขณะที่ร้อยละ 55.3 เห็นว่าควรปรับคณะรัฐมนตรี และร้อยละ 12.9 ระบุอื่นๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผอ.ซูเปอร์โพลกล่าวว่า จากการเกาะติดกับความเห็นของประชาชนมาตลอด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สับสนกับข้อมูลที่ซ้ำเติมความตื่นตระหนกในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดังนั้น เพื่อดึงความเชื่อมั่นและวางใจต่อนายกรัฐมนตรี รัฐบาลควรลดบทบาทของทีมงานโฆษกรัฐบาลลงในช่วงวิกฤติศรัทธาเวลานี้ เพราะทีมงานโฆษกรัฐบาลไม่ใช่กลุ่มคนที่ประชาชนเชื่อถือ แต่ควรนำคณะบุคคลที่น่าเชื่อถือของประชาชนออกมาพูดในแต่ละเรื่องที่เชี่ยวชาญ พูดแล้วประชาชนวางใจ ทั้งในเรื่องโควิด-19 ปัญหาภัยแล้ง และปัญหาปากท้องของประชาชน ไม่ควรเยอะ แต่ทำเฉพาะเรื่องสำคัญๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพโพลล์ โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง &amp;ldquo;วิกฤตการณ์ ตามหาหน้ากากอนามัย&amp;rdquo; โดยเก็บข้อมูลกับประชาชนจากทุกภูมิภาคทั่วประเทศจำนวน 1,199 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประชาชนร้อยละ 42.7 ระบุว่าปัจจุบันหาซื้อหน้ากากอนามัยไม่ได้เลย รองลงมาร้อยละ 23.2 ระบุว่าหาซื้อได้ยากถึงยากที่สุด ต้องตระเวนหาหลายร้าน หลายจุด และร้อยละ 14.8 ระบุว่าพอหาซื้อได้บ้าง ต้องซื้อ ณ จุด/ร้าน ที่รัฐประกาศขาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเห็นต่อการจัดการปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลน โดยภาครัฐนั้น ประชาชนร้อยละ 58.0 เห็นว่าอาจเกิดการกักตุนหน้ากากอนามัย เพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนเก็งกำไร รองลงมาร้อยละ 53.8 เห็นว่าขาดการกระจายสินค้าไปยังร้านค้าปลีก ร้านค้าส่งต่างๆ ทั่วประเทศ และร้อยละ 32.3 เห็นว่าระบบการจัดการ อาจกระทบต่อการสาธารณสุข/การรักษาทางการแพทย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อให้วัดระดับความกังวลถึงผลกระทบต่างๆ หากขาดแคลนหน้ากากอนามัย จากเต็ม 5 พบว่าประชาชนกังวลว่าจะกระทบต่อการแพทย์ สาธารณสุข การรักษาพยาบาล สูงที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.87 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; รองลงมากังวลว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด-19 มากขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.83 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo; และจะส่งผลกระทบให้หน้ากากอนามัยมีราคาสูง/หาซื้อไม่ได้/ผู้มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 3.80 ซึ่งอยู่ในระดับ &amp;ldquo;มาก&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสิ่งที่รัฐบาลควรแสดงบทบาทต่อแผนการจัดการหน้ากากอนามัย พบว่าประชาชนร้อยละ 56.4 ระบุว่ารัฐบาลควรปรับเปลี่ยนให้ผู้มีความรู้ความสามารถมาบริหารจัดการแทน รองลงมาร้อยละ 52.6 ระบุว่าให้ลงโทษผู้กักตุนหน้ากากอนามัยด้วยโทษสถานหนัก และร้อยละ 45.4 ระบุว่านายกรัฐมนตรีควรลงมาดูและแก้ปัญหาอย่างจริงจัง ไม่ควรเชื่อเพียงการรายงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวว่า หลังจากตนได้เปิดเว็บไซต์ h ttp://onntipanan.com/mask เป็นสื่อกลางรับบริจาคหน้ากากอนามัยแบบผ้าจากผู้มีจิตศรัทธา เพื่อส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชน โดยล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนขอรับบริจาคหน้ากากอนามัยทั้งสิ้น 8,042 คน จากเขตพื้นที่จอมทอง 80%, ธนบุรี 20% โดยตอนแรกตั้งใจที่จะส่งแบบลงทะเบียนผ่านทางไปรษณีย์ไทยเพื่อไม่ให้มีการตกหล่น แต่ทางไปรษณีย์ไทยคิดค่าส่ง 16 บาท/ชิ้น ในราคาปกติ เนื่องจากไปรษณีย์ไทยยังไม่มีระเบียบมาตรการในการช่วยเหลือในสถานการณ์เช่นนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ในสถานการณ์วิกฤติเราต้องการความรวดเร็ว เพราะความทุกข์ของประชาชน และการช่วยเหลือให้ประชาชนป้องกันตนเองรอไม่ได้ ตนจึงได้ประสานร่วมมือกับ &amp;quot;เคลมดิ&amp;quot; เพื่อกระจายหน้ากากอนามัยแบบผ้าส่งไปยังประชาชนที่ลงทะเบียนได้อย่างรวดเร็ว โดย &amp;quot;เคลมดิ&amp;quot; ไม่คิดค่าบริการในการจัดส่งแต่อย่างใด ถือเป็นการให้บริการแบบจิตอาสา เพราะมีพนักงานที่วิ่งบริการในเขตอยู่แล้ว จึงเห็นความสำคัญและเร่งด่วนในการจัดส่งหน้ากากอนามัย ซึ่งได้ร่วมกับทีมงาน &amp;ldquo;ให้อ้นดูแล&amp;rdquo; และจะส่งถึงหน้าบ้านให้ครบภายใน 2 วันนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐกล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันมีคนดังเปิดเผยผลตรวจร่างกายของตนเองว่าติดเชื้อโควิด-19 นี้ ถือเป็นเรื่องที่ดี ที่มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม เป็นการใช้ช่องทางโซเชียลฯ เพื่อแจ้งข่าวไปยังผู้ที่เคยสัมผัสกับผู้ที่ติดเชื้อ ซึ่งไม่ได้หมายความว่าผู้ที่เคยสัมผัสใกล้ชิดจะติดเชื้อทุกคน แต่ก็ต้องเฝ้าสังเกตอาการอยู่ในที่พักอาศัยของตนเอง ไม่ออกไปในที่ชุมชน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่ระบาด จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และอยากให้เรียกร้องให้ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมเช่นนี้ อย่าปกปิดข้อมูล ไม่เช่นนั้นก็จะเป็นต้นตอของการแพร่กระจายเชื้อ หรือซูเปอร์สเปรดเดอร์ ที่สำคัญคือการดูแลตนเอง กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ ก็จะช่วยให้ปลอดภัยจากชื้อไวรัสได้ รวมทั้งรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางราชการ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1442 เพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือในการสร้างความวุ่นวายให้กับสังคมและมิจฉาชีพ ที่แฝงตัวเข้ามาฉวยโอกาสในสถานการณ์วิกฤติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ชื่นชมทุกฝ่ายที่ช่วยกันแก้ไขปัญหา ตามกำลังของตนเอง ทั้งกำลังกาย กำลังใจและกำลังทรัพย์ ไม่ใช่มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ ดีแต่พูดฉวยโอกาสสถานการณ์กล่าวโทษกันไปมา ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเคลื่อนไหวเรียกร้องทางการเมืองหรือกล่าวโทษใคร สุขภาพของประชาชนต้องมาก่อน&amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนิสา พุ่มแจ่ม ผู้ลงทะเบียนรับหน้ากากฟรีบนเว็บ กล่าวว่า ขอบคุณที่จัดกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ เป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนหน้ากากอนามัยในการดูแลตนเอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการป้องกันเชื้อไวรัส และอยากฝากถึงทุกฝ่ายให้หันมาช่วยกันแก้ปัญหา ให้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 จบลงโดยเร็ว ไม่ใช่ไปเรียกร้องให้มีการแก้ไขกฎหมาย แก้ไขรัฐธรรมนูญอะไรตอนนี้ ที่ต้องช่วยกันคือแก้ไขปัญหาสุขภาพให้กับประชาชนอย่างเร่งด่วน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59770</URL_LINK>
                <HASHTAG>SUPER POLL, ขาดข้อมูลที่ดี, งานโฆษกรัฐบาล, ซูเปอร์โพล, วิกฤติศรัทธา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หน้ากากอนามัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200314/image_big_5e6cdd3eafdad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
