<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/07/2019 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2019 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ติง&#039;วิษณุ&#039;อย่าชี้นำศาลกรณีคุณสมบัติ&#039;บิ๊กตู่&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ค.62 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมปรึกษาพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2562 กรณีประธานสภาผู้แทนราษฎาส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (5) และมาตรา 44 (15) เพราะเหตุเป็น &amp;ldquo;เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ&amp;rdquo; หรือไม่ โดยศาลได้สั่งรับคําร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และแจ้งให้ผู้ร้องทราบ พร้อมส่งสําเนาคําร้องให้ผู้ถูกร้องเพื่อยื่นคําชี้แจง แก้ข้อกล่าวหาต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับสําเนาคําร้องแล้วนั้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ได้ใช้โอกาสในรัฐสภาเมื่อคืนวันที่ 25 ก.ค. 2562 เพื่ออธิบายแทนพล.อ.ประยุทธ์ โดยที่นายกรัฐมนตรียังไม่ได้สั่งให้ช่วยอธิบาย หลังจากที่นายวัน อยู่บำรุง อภิปรายยกประเด็นเรื่องคุณสมบัติของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นมาว่าอาจไม่มีคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ในตำแหน่งหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยนายวิษณุได้อ้างคำพิพากษาของศาลฎีกาในคดีระหว่าง คสช. กับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ ว่าในคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับดังกล่าว ไม่มีส่วนไหนที่เขียนว่าหัวหน้า คสช. เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในคำพิพากษาดังกล่าวเพียงแต่ระบุว่าตำแหน่งหัวหน้า คสช. เป็น &amp;quot;เจ้าพนักงาน&amp;quot;&amp;nbsp; ดังนั้นแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ ในตำแหน่งหัวหน้า คสช. จึงไม่ขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกฯ เนื่องจากตอนที่เป็นแคนดิเดตนายกฯ &amp;quot;ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การชี้แจงของนายวิษณุ อาจถือได้ว่าเป็นการจัดการงานนอกสั่ง และก้าวล่วงการวินิจฉัยหรือชี้นำการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญโดยไม่สุจริต ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 38 วรรคสาม ประกอบ ม.39(3) ซึ่งมีโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรื่องคุณสมบัติของนายกรัฐมนตรีในกรณีนี้ เป็นคำร้องที่อยู่ในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว คุณวิษณุเป็นนักกฎหมาย ควรที่จะรู้จักกาลเทศะ และวางตัว วางคำพูดให้เหมาะสม เพราะถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเรื่องนี้ไปตามคำชี้แจงของคุณวิษณุก็จะเกิดการครหากับศาลขึ้นมาได้ ถ้าคุณวิษณุอยากจะวินิจฉัยเรื่องนี้เสียเอง ควรลาออกจากตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีไปเสีย แล้วมาสมัครเข้ารับการสรรหาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และเชื่อมั่นว่าจะผ่านการสรรหาและการลงมติเลือกของ ส.ว.ได้อย่างแน่นอน อย่ามัวแต่ทำตัวเป็นเนติบริกร จนทำให้หลักกฎหมายสั่นคลอน กลายเป็นที่ครหาของคนทั้งบ้านทั้งเมืองอยู่เลย&amp;quot; นายศรีสุวรรณ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42063</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, คุณสมบัติบิ๊กตู่, วิษณุ เครืองาม, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190718/image_big_5d2fbf3da713f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26504</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/01/2019 12:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/01/2019 12:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039; ยื่นกกต.ฟัน &#039;ตู่ดิจิทัล&#039; ยกกรณี &#039;หมัก&#039; เทียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ม.ค. 62 - ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) &amp;nbsp;นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ยื่นคำร้องต่อกกต.ผ่านนายสมเกียรติ คงดี ผู้อำนวยการสำนักกิจการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอให้ตรวจสอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี ที่เปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซด์ส่วนตัวสื่อสารกับสาธารณะว่าเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98(3) ทำให้ขาดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 160(6) ประกอบมาตรา 170(4) หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวว่า หลังจากนายพุทธิพงษ์ ปุณณะกันต์ เข้ามาทำหน้าที่โฆษกรัฐบาลแทนพล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเหนิด นายกรัฐมนตรีก็มีความคิดที่จะเปิดเฟซบุ๊ค อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซด์ส่วนตัว โดยมียอดผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งตามรัฐธรรมนูญมาตรา160 กำหนดลักษณะต้องผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรีว่า ต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) คือต้องไม่เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใด ๆ ขณะที่ร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชนมาตรา 3 และร่างพ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพส่งเสริมส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน ที่สภาวิชาชีพสื่อมวลชนเป็นผู้เสนอรัฐบาลและคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบได้กำหนดความหมายของ &amp;quot; สื่อมวลชน&amp;quot;ครอบคลุมถึงสื่อดิจิทัล สื่อออนไลน์ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจะต้องทราบว่า ที่ท่านเปิดเฟซบุ๊ก เว็บไซด์ มันเข้าความหมายของสื่อมวลชนตามกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าวและต้องห้ามในการดำรงตำแหน่งรมต.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร ยังกล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญ 60 ไม่เพียงห้ามเฉพาะรมต.เป็นเจ้าของสื่อเท่านั้น แต่ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ หรือแม้แต่ผู้ที่จะลงสมัครเป็นส.ส.บัญญัติห้ามไว้ ขนาดตนจะลงสมัครส.ส.ในเร็วๆ นี้อ่านกฎหมายเข้าใจยังต้องปิดเฟซบุ๊กส่วนตัวไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การที่ท่านเปิดเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ทวิตเตอร์ เว็บไซด์ ทำให้ตัวท่านขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีเฉพาะตัว เพราะมันอยู่ในความหมายสื่อมวลชนที่ท่านก็ทราบดีมาตลอด ไม่รู้ว่าจะเปิดทำไม ผมไม่ได้คิดเองเมื่อเจอกรณีนี้ก็ได้ย้อนกลับไปเทียบกับคดีนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายรัฐมนตรี ที่กฎหมายก็เขียนห้ามไม่ให้เป็นลูกจ้างบุคคลใด ๆ กรณีนี้กฎหมายก็เขียนว่าไม่ให้เป็นเจ้าของสื่อมวลชนใด ๆ มันค่อนข้างเชื่อได้ว่าวันนี้นายกฯเข้าข่ายผิดแล้ว และมีน้ำหนักยิ่งกว่า 4 รมต.ที่โดยไปแล้วด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีจพิจารณาตัวเองอย่างไรเป็นสิทธิของท่าน แต่ผมต้องการเต้อนท่านว่า ถ้าท่านไปรับการเป็นผู้เสนอชื่อของพรรคการเมืองใด ท่านก็จะติดคุณสมบัติข้อนี้ด้วย ดังนั้นจึงอยากให้กกต.เร่งพิจารณให้แล้วเสร็จโดยเร็ว หรือถ้าส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วศาลวินิจฉัยว่าขนาดคุณสมบัติก็ไม่ใช่มีผลเฉพาะความเป็นรมต.สิ้นสุดลงเฉพาะตัวเท่านั้นแต่ยังจะทำให้ครม.พ้นทั้งคณะไปด้วย &amp;quot;นายเรืองไกร กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26504</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ตู่ดิจิทัล, ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha, เฟซบุ๊กพล.อ.ประยุทธ์, เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190114/image_big_5c3c1ffe5edf9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 11:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 11:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; แจงแล้วปม &#039;กกต.&#039; ลงมติชี้ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.61 - นายดอน ปรมัตถ์วินัย &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ &amp;nbsp;ชี้แจงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงมติให้ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี ว่าเพิ่งเห็นรายงานจากข่าว แต่ไม่เคยได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากกกต. &amp;nbsp;อย่าไงรก็ตามในกรณีหุ้นที่ข่าวอ้าวถึงนั้น ตนได้รายงานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)อย่างน้อย 4 ครั้งในอดีตที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หุ้นเหล่านี้เป็นหุ้นที่เมียได้รับมาจากพ่อ ที่เป็นมดรดตกทอดมาเมื่อ 37 ปีก่อน และเป็นหุ้นที่ถือครองกันในภายใครอบครัว จึงไม่ได้เป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ผู้ถือหุ้นรวมกัน6-7คนเป็ญาติภรรยา ซึ่งก็อยู่ในสภาพเช่นนั้นไม่มีการเคลื่อนย้ายถ่ายเทอะไร นับตั้งแต่ได้รับแจ้งกกต.ก็เตรียมจะอธิบายตามขั้นตอนต่อไป&amp;quot;นายดอน กล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10629</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, รมว.ต่างประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180601/image_big_5b113ef2e4356.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10536</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ตือ&#039;แนะ&#039;ดอน&#039;ปฏิบัติตามบรรทัดฐาน ไขก๊อกพ้นรมต.ต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติเห็นว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี นั้น จะเห็นว่าในอดีตที่ผ่านมามีแบบอย่างที่เป็นบรรทัดฐานอยู่แล้ว และยิ่งรัฐบาลมาในลักษณะไม่ปกติ รัฐมนตรีในรัฐบาลก็ต้องยิ่งทำตัวให้สังคมเห็นว่า มีความผิดแผกไปจากนักการเมืองทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ดังนั้น เมื่อมีมติออกมาเช่นนี้ เรื่องการหยุดปฏิบัติหน้าที่จะรอทำไม ควรให้เกียรติและให้โอกาสนายกรัฐมนตรี ในการที่จะปรับปรุงเพื่อให้ประเทศเดินต่อไปได้ดีกว่า&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว...&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10536</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180602/image_big_5b12447353188.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 12:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 12:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางรัฐธรรมนูญอุ้ม &#039;ดอน&#039; ผิด-ถูกอยู่ที่คำวินิจฉัยศาลรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 -นายเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการเมือง สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กล่าวถึงการถือหุ้นของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เสนอความเห็นเบื้องต้นว่าภรรยาของนายดอน ถือหุ้นมีจำนวนขัดต่อรัฐธรรมนูญและจะทำให้พ้นจากตำแหน่งหรือไม่นั้น มีนักการเมืองบางคนบอกว่านายดอนจะออกจากตำแหน่งหรือไม่อยู่ที่สปิริตตนขอแนะนำว่าหากเป็นเรื่องจริง เรื่องนี้อาศัยสปิริตอย่างเดียวไม่ได้ &amp;nbsp;เพราะการออกโดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้ไม่กระทบต่อกิจการที่ได้กระทำไปก่อนพ้นจากตำแหน่ง ตามรธน. มาตรา 170 วรรคสาม มาตรา 187 ประกอบมาตรา 82 วรรคสอง อย่างไรก็ตาม หาก รมต.ถูก กกต.เห็นว่าถือหุ้นขัด รธน.จริง ก็ต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ถึงที่สุด และก็ยังไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสรี กล่าวอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญอาจวินิจฉัยไม่ผิดก็ได้ เพราะ รธน.มาตรา 263 วรรค 4 ยกเว้นไว้ว่า &amp;ldquo;บทบัญญัติแห่งกฎหมายใดที่ห้ามมิให้บุคคลดํารงตําแหน่งทางการเมือง มิให้นํามาใช้บังคับแก่ การดํารงตําแหน่งรัฐมนตรีตามมาตรา 264&amp;rdquo; ซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่ควรให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้เป็นยุติ ตาม รธน.มาตรา 82 วรรคสอง ประกอบมาตรา 170 วรรคสาม ซึ่งหากแสดงสปิริตลาออกจากรัฐมนตรีก่อน ก็จะเป็นปัญหาต่อไปว่าการที่ได้กระทำไปแล้วจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ จะกลายเป็นปัญหาหนักเข้าไปอีก หาก กกต.เห็นว่าผิดก็ควรต้องรอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยจะเป็นการดีที่สุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10532</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ถือหุ้น, เสรี สุวรรณภานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a5833e0e7b68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10525</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2018 11:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2018 11:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;จี้&#039;ดอน&#039;แสดงสปิริตไขก๊อกพ้นรมต.ต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.61 - นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์เรื่อง ขอเรียกร้องให้ รมว.ต่างประเทศแสดงสปิริตลาออกกรณีไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ระบุว่า &amp;quot;ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีมติมีมติเสียงข้างมาก เห็นว่าการถือครองหุ้นของภรรยานายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 ที่บัญญัติไม่ให้รัฐมนตรีถือครองหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือในกรณีประสงค์จะได้รับประโยชน์จากหุ้นที่ถือครอง ให้แจ้งประธานกรรมการ ป.ป.ช.ทราบภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งและให้โอนหุ้น จนอาจเป็นเหตุให้ต้องพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 แต่ทว่าคู่สมรสนายดอนถือครองหุ้นในธุรกิจอยู่เกินกว่าร้อยละ 5 และไม่มีการแจ้งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด ความดังทราบแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีดังกล่าว เคยเกิดขึ้นกับรัฐมนตรีและนักการเมืองในอดีตมากมายและสังคมเรียกร้องให้มีการลาออกจากตำแหน่งและหรือมีกฎเกณฑ์เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนในทางธุรกิจ เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของการเมืองไทย จนนำมาสู่การเรียกร้องการปฏิรูปในยุค คสช. ในยุคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่การที่เนติบริกร และหรือนักกฎหมายกำมะลอที่ชอบเชลียร์ผู้มีอำนาจเป็นนิจศีลหลายคนออกมาแก้ต่างให้ รมว.ดอน ว่ายังไม่ต้องลาออก หรือยังไม่ถือว่าผิดจนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยนั้น พฤติการณ์และความคิดดังกล่าว เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อการปฎิรูปการเมืองและการปฏิรูปประเทศในขณะนี้และในอนาคต เพราะการปฏิรูปการเมือง คือ การแสดงสปิริตหรือการกระทำที่ไม่ไปซ้ำรอยกับนักการเมืองเดิม ๆ ในอดีตที่ทำลายภาพลักษณ์ทางการเมืองจนทำให้เป็นช่องว่างเปิดโอกาสให้มีการนำไปสู่การปฏิวัติหรือรัฐประหารในที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏโดย กกต. ได้มีคำวินิจฉัยออกมาเช่นนี้ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเป็นการเข้าลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 264 ประกอบมาตรา 187 แล้วนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ จึงไม่ควรรั้งรอให้ กกต.ส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย แต่ควรแสดงสปิริต หรือความเป็นสุภาพบุรุษของคนกระทรวงการต่างประเทศที่ยึดถือกันมาด้วยดีทุกยุคทุกสมัย โดยการลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศนั้นเสีย ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการแซ่สร้องสรรเสริญจากคนทั้งประเทศและทั้งโลก ว่าเป็นผู้มีสปิริตสูงส่งกว่านักการเมืองบางคนในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ที่มีปัญหาถูกร้องเรียน แต่ก็ยังหน้าทนอยู่ต่อ และจะเป็นแบบอย่างที่ดีต่อเยาวชนคนรุ่นหลังในอนาคตต่อไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10525</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, รมว.ต่างประเทศ, ศรีสุวรรณ จรรยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180111/5a57158e30f13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10463</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 12:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 12:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดอน&#039; ไม่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ &#039;วิษณุ&#039; แจงยิบกกต.แค่ต้องการบรรทัดฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 มิ.ย.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นว่านายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกรทะรวงการต่างประเทศ ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีว่า ได้รายงานให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทราบแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการจาก กกต.ว่าใครผิดหรือไม่ผิด เพิ่งทราบข่าวจากสื่อมวลชนเท่านั้น และไม่ทราบว่านายดอนจะทราบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม กระแสข่าวนี้ที่ระบุว่า กกต.มีมติ 3 : 2 &amp;nbsp;คงไม่ใช่ปัญหา แต่หากนายดอนมีความผิดจริง กกต.ต้องยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ขาดต่อไป เพราะคู่สมรสของนายดอนมีหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้แจ้งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ทราบเท่านั้นเอง โดยที่ประชุม กกต.ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าไม่มีความผิด เพราะนายดอน ดำรงตำแหน่งก่อนที่รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกฝ่ายเห็นว่าผิด เพราะต้องการให้เป็นบรรทัดฐาน จึงอยากให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด ดังนั้น ประธาน กกต.จึงออกเสียงชี้ขาดว่านายดอนผิด เพื่อที่จะได้ส่งให้ศาลชี้ขาด จะได้เป็นบรรทัดฐาน และคำวินิจฉัยชี้ขาดนี้ จะนำไปใช้กับนักการเมืองต่อไปในอนาคต เพื่อป้องกันปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า นายดอนจำเป็นต้องพักการปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น และเคยมีตัวอย่างมาแล้วในอดีต &amp;nbsp;ยังทำงานต่อไปได้ตามปกติ &amp;nbsp;ส่วนจะแสดงสปีริตลาออกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องของนายดอน ส่วนตัวตอบไม่ถูก ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีข้อกังวลใดๆ ขณะนี้ก็กำลังเตรียมการไปปฏิบัติภารกิจในต่างประเทศ ซึ่งนายดอน ก็ได้ดูแลเตรียมการให้นายกฯเดินทางอยู่ นายดอนยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งทาง กกต.ก็เห็นว่าไม่มีปัญหาเช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ในอนาคตจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ถ้าศาลตัดสินว่านายดอนผิด ก็จะต้องปรับ ส่วนจะปรับอย่างไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ตาม กระทรวงการต่างประเทศ ยังมีรัฐมนตรีช่วยฯอยู่ จึงไม่ถือเป็นภาระอะไร และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็เป็นคนกำกับอยู่แล้วกระทรวงนี้ จึงไม่เกิดปัญหาเหมือนกระทรวงอื่น ที่ไม่มีรัฐมนตรีช่วยฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาเคยมีกรณีอย่างนี้มาแล้ว ในรัฐบาลอื่น รัฐมนตรีคนอื่นๆ แต่กรณีรัฐมนตรีดอน ไม่เหมือนกับคนอื่น เพราะนายดอนเป็นรัฐมนตรีมาก่อน แล้วในขณะที่เป็น กฎหมายยังไม่ได้ระบุเรื่องถือหุ้นเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วพออยู่มามีรัฐธรรมนูญประกาศออกมาใช้ เรื่อง 5เปอร์เซ็นต์ออกมา คุณดอนก็ไม่ได้ทำอะไร เพราะคงถือว่าไม่ได้ทำอะไรมาตั้งแต่ต้น จึงทำให้เกิดปัญหา ว่าอย่างนี้ผิดหรือไม่ผิด แต่ทั้งหมดนี้ไม่ใช่หุ้นของคุณดอน แต่เป็นของภรรยา ซึ่งก็น่าเห็นใจ เพราะกฎหมายบอกว่า ถ้าถือหุ้นเกิน 5เปอร์เซ็นต์ จะต้องทำ 2 อย่างคือ 1.แจ้งประธาน ป.ป.ช. 2.โอนหุ้นนั้นให้คนอื่นจัดการ เพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ว่าจะเป็นหุ้นอะไรก็ตาม แต่มีข้อแม้ว่า ไม่ใช่หุ้นสัมปทาน เพราะถ้าเป็นสัมปทานต้องหลุดไปเลย&amp;quot; นายวิษณุ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่าแต่บังเอิญว่าภรรยาของคุณดอนมีมรดก จึงได้นำมาตั้งบริษัทกับพี่น้องภายในครอบครัว และถือหุ้นกันเองภายในพี่น้อง 7 คน โดยไม่มีคนอื่น ซึ่งก็แน่นอนว่า ต้องเกิน 5 เปอร์เซ็นต์ แล้วหุ้นนี้ของบริษัทนี้ไปดำเนินการทำคอนโดมิเนียมดูแลเก็บค่าเช่าเองเป็นบริษัทครอบครัว ไม่ได้ค้าขาย ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นพูดถึงความสุจริต เราก็พอจะมองเห็น และด้วยเหตุนี้กกต. ถึงได้ออกเสียง 2 ต่อ 2 ดังนั้น เมื่อประธาน กกต. เห็นอย่างนั้น จึงชี้ไปในทางว่า ให้ผิดเพื่อส่งเรื่องไปยังศาล เพราะถ้าบอกว่าไม่ผิดก็จะกำกวมต่อไปอย่างนี้ ดังนั้นให้ศาลตัดสินเพื่อเป็นบรรทัดฐานว่าหุ้นที่เป็นบริษัทภายในกันเองเช่นนี้ จะทำได้หรือไม่ ซึ่งเชื่อว่าภรรยาคุณดอนคงคิดว่าเป็นเรื่องมรดกภายในจึงไม่ได้แจ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ตอนร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มองในจุดที่อาจจะเป็นปัญหาลักลั่นอย่างนี้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่ามันมีอะไรเยอะที่เขาเขียนไม่ชัด แล้วก็ทิ้งไว้ให้. ป.ป.ช. กับ กกต.ไปชี้เอาเอง ซึ่งเป็นธรรมดาที่เขาจะเขียนไม่หมด เพื่อให้ไปชี้ไปตัดสิน เหมือนกับที่บอกว่ารัฐมนตรีต้องไปถือประโยชน์ รับค่าตอบแทนจากหน่วยงานของรัฐเป็นข้อห้ามตามเจตนา ว่าไม่ให้ไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐวิสาหกิจ เพราะปัญหาเคยเกิดขึ้นในสมัยนายกฯทักษิณ ว่ารัฐมนตรีที่ใช้บริการการบินไทยบ่อยๆได้สะสมไมล์รอยัลออร์คิด แล้วนำมาแลกตั๋วบิน ถือเป็นการรับประโยชน์หรือไม่ ซึ่งฝ่ายหนึ่งบอกว่าใช่ อีกฝ่ายหนึ่งบอกว่าไม่ใช่ ซึ่งก็ให้ ป.ป.ช.ตัดสิน ที่สุด ป.ป.ช.ก็ชี้ว่าไม่เป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีหนักใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า นายกฯไม่ได้หนักใจอะไร.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10463</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, ถือหุ้นเกิน5เปอร์เซ็นต์, รมว.ต่างประเทศ, วิษณุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180517/image_big_5afd86da482ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
