<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26293</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 12:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 12:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;เรืองไกร&#039;จะยื่นกกต.สอย&#039;บิ๊กตู่&#039;เล่นเฟซบุ๊กเข้าข่ายขัดรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เปิดเผยว่า หลังจากติดตามข้อเท็จจริงที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกฯ เปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ของตนเองเพื่อสื่อสารข้อมูลต่างๆ กับพี่น้องประชาชนแล้ว พบว่ากรณีดังกล่าวอาจมีปัญหาข้อกฎหมายตามมา และอาจเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงได้ เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 มีบทบัญญัติห้ามนายกฯ เป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ถ้าเป็น ก็มีบทบัญญัติให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกรณีที่นายกฯ เปิดเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;อินสตาแกรม ทวิตเตอร์และเว็บไซต์ จึงอาจเข้าข่ายเป็นเจ้าของสื่อมวลชนใดๆ ตามมาได้ ทั้งนี้ คำว่า &amp;ldquo;สื่อมวลชน&amp;rdquo; มีความหมายเช่นใดนั้น นายกฯ ก็ต้องทราบดีมาก่อนแล้ว เห็นได้จากมติ ครม.เมื่อวันที่ 1 ก.ย.58 ซึ่งมีการพิจารณาเรื่องร่าง พ.ร.บ.การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ. ...ที่มีความในมาตรา 3 ระบุว่า &amp;ldquo;สื่อมวลชน&amp;rdquo; หมายความว่าสื่อกลางที่นำข่าวสาร สาร และเนื้อหาสาระทุกประเภทไปสู่มวลชนเพื่อประโยชน์สาธารณะ &amp;nbsp;ไม่ว่าจะอยู่ในรูปสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ สื่อดิจิทัล หรือในรูปอื่นใด ที่สามารถสื่อความหมายให้ประชาชนทราบได้เป็นการทั่วไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า นายกฯ ยังทราบถึงข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญแล้วด้วย ทั้งนี้ ตามความในหนังสือที่ นร 1503/ว(ร)157 ลงวันที่ 5 เม.ย.60 ข้อ 3.2.3 ลักษณะต้องห้ามของรัฐมนตรี คือเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ ดังนั้นเมื่อนายกฯ รู้กฎหมายอยู่แล้ว แต่ยังเปิดเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์และเว็บไซต์ของตนเองเพื่อสื่อสารข้อมูลต่างๆ กับพี่น้องประชาชน ย่อมถือว่าการฝ่าฝืนข้อห้ามตามรัฐธรรมนูญสำเร็จแล้ว และเข้าข่ายที่จะทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ดังนั้นในวันที่ 14 ม.ค.นี้ เวลา 11.00 น. ตนจะไปยื่นเรื่องให้ กกต.ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ และพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีของนายกฯ สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26293</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี, นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180205/image_big_5a77ccc75ef38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 11:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 11:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชี้ช่องรมต.เซ่นปมถือครองหุ้น โชว์สปิริตลาออกจากตำแหน่งได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.62 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเห็นว่าการถือครองหุ้นของทั้ง 4 รัฐมนตรี ประกอบด้วย ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการกระทรวงยุติธรรม อดีตรมช.ศึกษาธิการ นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ ถือครองหุ้นสัมปทานของรัฐ เข้าข่ายกระทำการขัดกันแห่งผลประโยชน์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 186 ประกอบมาตรา 184 วรรคหนึ่ง(2) มาตรา 170 วรรคหนึ่ง(5) และเห็นควรส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 ว่า ตนยังไม่รู้รายละเอียดและไม่ได้ตามเรื่องนี้มาก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 4 รมต.จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่เลยหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า จะเป็นกรณีเดียวกับ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ซึ่งท้ายสุดแล้วศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้สั่งให้พักงาน นายดอนก็ยังปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ สำหรับกรณีนี้เช่นเดียวกัน เมื่อกกต.ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ก็อยู่ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ถ้าสั่งให้พักงานก็ต้องพัก ทุกอย่างขึ้นอยู่กับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้ในรัฐธรรมนูญระบุว่า แล้วแต่ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้นทั้ง &amp;nbsp;4 คน สามารถลาออกจากการถือหุ้นได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า แล้วแต่รมต.จะตัดสินใจ อย่างไรก็ตามกรณีนี้จะมีหลักอยู่ 3 อย่างคือ ศาลอาจจะพิจารณาให้ 4 รมต.หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ หรือรมต.หยุดพักการปฏิบัติหน้าที่เอง หรือ 4 รมต.จะขอลาออกเลยก็ได้ โดยในส่วนของคดี 4 รมต.ก็ไปต่อสู้กันในศาล ซึ่งหากเทียบกับกรณีของนายดอน ก็จะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ทั้งนี้ 4 รมต.ก็ทราบอยู่แล้วว่า ตัวเองมีคดีตรงนี้ เพราะมีคนมาร้องและมีการเรียกไปสอบก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งทั้ง 4 รมต.ไม่เคยมาปรึกษาตนเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถามอีกว่า เรื่องนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะสามารถตามดำเนินคดีกับ 4 รมต.ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่จำเป็น แต่ทราบว่าเรื่องนี้มีการไปร้องที่ป.ป.ช.ด้วย ซึ่งกรณีไปร้องที่ป.ป.ช.เป็นเรื่องคุณสมบัติ แต่กรณีไปร้องที่กกต. เป็นเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ เมื่อถามว่า หากศาลพิจารณาให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ รัฐบาลต้องมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบอยู่ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี .&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26287</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี, นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร, รัฐมนตรีถือหุ้น, วิษณุ เครืองาม, สิ้นสภาพความเป็นรัฐมนตตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181124/image_big_5bf95ef7aba5f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 12:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 12:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จบข่าว!นายกฯประยุทธ์ยืนยันไม่ &#039;ปรับครม.&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มิ.ย.61 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตอบคำถามผู้สื่อข่าวกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเกี่ยวกับการถือครองหุ้นของภรรยานายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เข้าลักษณะต้องห้าม ซึ่งจะมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี เรื่องดังกล่าวจะส่งผลให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) หรือไม่โดยนายกฯตอบอย่างมีอารมณ์ฉุนเฉียวว่า &amp;ldquo;ไม่มี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ยืนยันว่าไม่มีการปรับครม.ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า &amp;ldquo;ปรับไปทำไม คุณก็ปรับเองแล้วกัน ผมไม่ปรับ อยู่ได้ก็อยู่ ถ้าอยู่ไม่ได้ท่านก็ต้องออก&amp;rdquo; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า สรุปว่าไม่มีการปรับครม.ใช่หรือไม่ นายกฯ หันไปตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่า &amp;ldquo;พูดไปไม่เข้าใจเหรอ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซักว่า นอกจากนายดอนแล้ว จะมีการปรับครม.ในส่วนอื่นหรือไม่ในช่วงเวลา 6 เดือนที่เหลือของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีแผน ไม่ได้คิดว่าจะต้องปรับใคร เมื่อถามต่อว่า ในกรณีดังกล่าวจะมีขั้นตอนในการชี้แจงอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนกฎหมาย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอถามว่า สุดท้ายแล้วหากนายดอนจะต้องพ้นสภาพความเป็นรัฐมนตรีจะต้องปรับครม.หรือไม่ นายกฯ ได้เดินออกจากวงสัมภาษณ์พร้อมกับกล่าวว่า ไม่มีปรับครม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี, ดอน ปรมัตถ์วินัย, นายกฯ, บิ๊กตู่, ปรับครม., พล.อ.ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b14d2aae505b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2018 13:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2018 13:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;แซะจริยธรรม&#039;หมอธี&#039;ถือหุ้นSCCสัมปทานรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 ก.พ.61-นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขอชื่นชม นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการ ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม แต่เรื่องนี้ทำให้ตนต้องไปตรวจบัญชีทรัพย์สินของ นพ.ธีระเกียรติว่า มีกรณีใดที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญหรือไม่ พบว่า นพ.ธีรเกียรติได้รายงานต่อ ป.ป.ช. ว่า ยังคงถือหุ้น SCC อยู่จำนวน 5,000 หุ้น หลังจากที่รัฐธรรมนูญ 2560 มีผลใช้บังคับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยหุ้น SCC น่าจะเป็นตัวย่อของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ว่า เป็นหุ้นสัมปทาน เมื่อเป็นหุ้นสัมปทาน ก็จะมีปัญหาตามมาว่ารัฐมนตรีที่ถือหุ้นอยู่น่าจะต้องขาดคุณสมบัติ หากมีการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เมื่อนพ.ธีระเกียรติ พูดถึงเรื่องจริยธรรมและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ต่อกรณีนาฬิกาหรู 25 เรือนนั้น ถ้าเทียบเคียงกับการถือหุ้นสัมปทาน คงไม่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงได้ส่งจดหมาย EMS ไปยังรมว.ศึกษาฯ ว่า เรื่องหุ้น SCC ที่ถืออยู่นั้น เป็นหุ้นสัมปทาน หรือไม่ ถ้าใช่ ท่านจะพิจารณาลาออกเองเพื่อเป็นตัวอย่างได้หรือไม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3004</URL_LINK>
                <HASHTAG>SCC, ขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี, ถือหุ้นสัมปทาน, น.พ.ธีระเกียรติ  เจริญเศรษฐศิลป์, หมอธี, เรืองไกร ลีกิจวัฒน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180213/image_big_5a8281ae3dbdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
