<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>105197</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชัยนาทแล้งหนัก! ข้าว5พันไร่สาหัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชาวนาชัยนาท 5 ตำบล เดือดร้อนสาหัส&amp;nbsp;นาข้าว 5,000 ไร่ กำลังขาดน้ำเสี่ยงแห้งตาย หลังฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน ซ้ำแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำกว่าระดับเก็บกักกว่า 4 เมตรส่วนคลองชลประทานแห้งขอด จนท.พร้อมชาวบ้านเร่งวางกระสอบทราย ติดตั้งเครื่องสูบน้ำช่วยเหลือ ประทังชีวิตข้าว ผลัดเวรใช้น้ำ รอฝน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 3 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบางหลวง อ.สรรพยา จังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชลประทาน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศูนย์ ปภ.เขต16&amp;nbsp;และชาวนา จำนวนกว่า 50 คน&amp;nbsp;ช่วยกันนำกระสอบทรายและเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ไปติดตั้งบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp;เพื่อสูบน้ำเข้าคลอง 1 ซ้ายบรมธาตุ&amp;nbsp;ไปช่วยเหลือนาข้าวในพื้นที่ 5 ตำบล จำนวนกว่า 5,000 ไร่ ที่กำลังขาดน้ำใกล้ตาย เนื่องจากฝนทิ้งช่วงนานนับเดือน และแม่น้ำเจ้าพระยาลดต่ำลง ส่งผลน้ำในคลองชลประทานแห้งขอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิระศักดิ์ เจริญศิลป์&amp;nbsp;นายกเทศมนตรีตำบลบางหลวง เปิดเผยว่า หลังจากช่วงปลายเดือนเมษายน 2564 ได้มีฝนตกลงมาในพื้นที่จังหวัดชัยนาทอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวนาในพื้นที่ ต.บางหลวง ต.สรรพยา ต.เจ้าพระยา อ.สรรพยา และ ต.ห้วยกรด ต.ห้วยกรดพัฒนา อ.สรรคบุรี&amp;nbsp;ต่างลงมือปลูกข้าวนาปี รวมจำนวนกว่า 5,000 ไร่&amp;nbsp;แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤษภาคม กลับไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่เลย&amp;nbsp;อีกทั้งระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาก็ลดต่ำลงมากเหลือเพียง 12.17 เมตร&amp;nbsp;ซึ่งต่ำกว่าระดับเก็บกักน้ำกว่า 4 เมตร และต่ำกว่าปากคลองส่งน้ำ 1 ซ้ายบรมธาตุ กว่า 2 เมตร&amp;nbsp;จึงไม่มีน้ำไหลเข้าคลอง ส่งผลให้ชาวนา 5 ตำบล ได้รับความเดือดร้อน ไม่มีน้ำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังใกล้ตาย&amp;nbsp;ทำให้ชาวนาบางราย ต้องยอมทิ้งข้าวให้ตาย เพราะไม่มีน้ำ&amp;nbsp;ดังนั้น เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ชาวนา ทางเทศบาล จึงประสานขอความช่วยเหลือไปยัง สำนักงานชลประทานที่ 12 และศูนย์ ปภ.เขต 16 ชัยนาท&amp;nbsp;นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ จำนวน 3 เครื่อง ไปติดตั้งบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสูบน้ำเข้าคลอง 1 ซ้าย&amp;nbsp;ให้ชาวนาผลัดเวรกันใช้น้ำตำบลละ 4 วัน&amp;nbsp;ในการนำไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว ประทังไม่ให้ข้าวแห้งตาย ระหว่างที่รอให้มีฝนตกลงมาในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นายทวี สุนิมิต อายุ 68 ปี ชาวนา ต.บางหลวง บอกว่า ตนเองทำนา 40 ไร่ ตอนนี้ข้าวอายุได้ 60 วัน&amp;nbsp;แต่ขาดน้ำหล่อเลี้ยงมานาน 1 เดือนแล้ว ซึ่งสาเหตุที่ตนลงมือปลูกข้าวเร็ว เนื่องจากในที่นามีบ่อน้ำบาดาล และในช่วงสงกรานต์มีฝนตกต่อเนื่อง ประกอบกับฟังข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่รายงานว่าปีนี้ฝนจะดีกว่าปีก่อน&amp;nbsp;คิดว่าปีนี้คงไม่ขาดน้ำทำนาแน่นอน จึงได้ลงมือปลูกข้าวเร็ว&amp;nbsp;แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคมเป็นต้นมา ไม่มีฝนตกลงมาในพื้นที่&amp;nbsp;ซ้ำแม่น้ำเจ้าพระยาก็ลดต่ำลงมาก ทำให้น้ำในคลองชลประทานแห้งขอด&amp;nbsp;ส่วนน้ำบาดาลที่มี ก็ไม่เพียงพอที่จะนำไปใช้หล่อเลี้ยงต้นข้าวได้หมดทั้งแปลง
&amp;ldquo;ตอนนี้ต้นข้าวกำลังขาดน้ำอย่างหนัก จึงหวังให้ส่วนราชการช่วยสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าไปในคลอง&amp;nbsp;เพื่อตนและชาวนาในพื้นที่จะได้สูบน้ำต่อไปเลี้ยงต้นข้าวได้อย่างน้อย 15 วัน เพื่อข้าวจะได้รอดตาย ตนจะได้ไม่ต้องสูญเงินที่ลงทุนทำนาไปแล้วกว่า 30,000 บาท&amp;quot; นายทวี ชาวนาบางหลวง วอนรัฐช่วยบรรเทาความเดือดร้อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105197</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดน้ำ, ชาวนาชัยนาท, ฝนทิ้งช่วงนาน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เดือดร้อนสาหัส, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210603/image_big_60b8f26c7e77e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>41004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2019 11:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2019 11:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.ปลอด&#039;ตรวจภัยแล้ง!ชาวนาฝากบอก&#039;บิ๊กตู่&#039;ไม่มีเงินซื้อหนังสือที่ท่านแนะนำ เพราะตอนนี้ต้องซื้อข้าวกินแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ก.ค.62 - ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้

เมื่อแล้งก็บอกความจริงและหาทางช่วยเขาเถิดครับ
.
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ก.ค. คุณหญิงสุดารัตน์ได้ขอให้ร่วมเดินทางไปเยี่ยมราษฎรที่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น เพราะราษฎรร้องเรียนว่าขาดฝนแห้งเเล้งเหลือเกิน ทนไม่ไหวแล้ว (คือจนจะตายอยู่แล้ว)&amp;nbsp;
.
เมื่อไปถึงราษฎรก็บอกว่าปลูกข้าวไป 3 เที่ยวแล้ว ตายหมดเพราะขาดน้ำ ขนาดบางรายปลูกมันสำปะหลัง พืชทนแล้งแท้ๆยังตายเลย ยกเว้นอ้อยปลูกได้ แต่ราคามีแต่ขาดทุน
.
จากนั้นไปที่เขื่อนอุบลรัตน์ ซึ่งผมคุ้นเคยมาก เพราะเคยมาทำงานเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ตั้งแต่เพิ่งเสร็จใหม่ๆ นักวิชาการบรรยายว่า น้ำเหลืออยู่ 23% โดยมีน้ำเหลือใช้อยู่แค่ 100 ล้านลูกบากศ์เมตร จากนั้นก็บรรยายว่า เดือนหน้าฝนจะตกหนักกำลังทำแผนรองรับน้ำท่วม ผมจึงเตือนไปว่า อยากรู้เรื่องน้ำแล้งมากกว่า เพราะราษฎรกำลังเดือดร้อนหนัก ไม่กลัวน้ำมากหรอก แอบรู้มาว่าคำบรรยายแบบนี้มีความจำเป็น เพราะรัฐบาลชอบฟัง ขืนไปบรรยายความเดือดร้อนแบบหมดทางแก้ ผู้พูดอาจมีโทษได้
.
ด้วยความรู้และประสบการณ์ ผมมั่นใจว่าปีนี้ประเทศไทย จะเผชิญกับภาวะเอลนีโญ (El Ni&amp;ntilde;o) ที่รุนแรงอีกครั้ง อุณหภูมิจะสูงมากกว่าปกติ (ตอนนี้ก็ร้อนมากแล้ว) และจะแห้งแล้งด้วยขาดฝนอย่างสุดๆ นักวิชาการส่วนใหญ่ก็คิดเหมือนกับผม แต่เขาไม่กล้าพูด เพราะถูกย้ายถูกลงโทษ การพูดให้กำลังใจไปวันๆมีแต่ทำร้ายราษฎร ที่เขาขาดองค์ความรู้ อยู่ด้วยความหวังจากลมปาก (ดีแต่พูด)&amp;nbsp;
.
ผมอยากแนะนำว่าควรทำฝนเทียมนะตอนนี้ อย่าไปเน้นการเพิ่มน้ำในเขื่อนเลย เพราะเพิ่มได้เพียงเล็กน้อยแต่ระบายออกไม่ได้ ทำฝนกระจายไปตามบริเวณที่ราษฎรเพิ่งปลูกพืชดีกว่า ได้นิดได้หน่อยก็ถือเป็นการยืดชีวิต ไปได้อีกเป็นอาทิตย์เป็นวัน พื้นที่ไหนไม่ไหวก็บอกเขาไปตรงๆ อย่าให้เขาเสี่ยงแบบตายแน่ๆเลย ส่วนในภายภาคหน้านั้น สำหรับอีสานต้องหาทางเพิ่มน้ำต้นทุนให้ได้ เช่น จากการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำหรือจากต่างประเทศ ต้องสงวนน้ำอย่างถึงที่สุด อย่าปล่อยลงน้ำโขงไปดื้อๆ เช่น กรณีเขื่อนปากมูล ต้องใจแข็งไม่ใช่เปิดอ้าซ่าทิ้งน้ำเสียเฉยๆ
.
สำหรับน้ำใต้ดินต้องน้ำมาใช้อย่างเป็นระบบ โดยพยายามทำเป็นระบบกลางจะได้ควบคุมได้ ไม่ใช่ทุกคนมีของตนเองแบบเดี๋ยวนี้ ส่วนฝายที่กั้นน้ำชีอยู่นั้นต้องติดตั้งระบบสูบกลับทุกเขื่อน การใช้น้ำจึงจะมีประสิทธิภาพ
.
ที่แนะนำมานี้เพราะเห็นกับราษฎร เพราะดูเหมือนท่านประธานกรรมการน้ำแห่งชาติอาจจะคิดไม่เป็น อย่าดื้อ อย่าอวดดีเลยครับท่าน คนเราจะรู้ทุกเรื่องไม่ได้ ไอ้ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้ นักวิชาการและผู้ปฏิบัติการเขารู้เหมือนๆผมทั้งนั้น ไอ้ที่ไม่รู้หรือแกล้งโง่น่ะ ดูเหมือนจะเป็นนักทำ IO เหล่านี้ละครับ
.
ขอแถมนิดครับ ราษฎรเขาฝากมาบอกพวกท่านว่า ไปเสียเวลาพูดเรื่องแต่งตั้งทำไม มาหารือหาทางแก้ไขปัญหาราษฎรไม่ดีกว่าหรือ ส่วนหนังสือที่ท่านแนะนำให้อ่านเขาไม่มีเงินซื้อ เพราะตอนนี้ชาวนาต้องซื้อข้าวกินแล้ว (ซวยจริงๆประเทศไทยของผมนี่)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/41004</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดน้ำ, ชาวนา, ปลอดประสพ สุรัสวดี, ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190715/image_big_5d2bfb14145f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
