<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ณวัฒน์&#039;เละ!&#039;สิระ&#039;ซัดใจดำจี้เสียสละเตียงให้คนที่รอความตาย อย่าเอาสถานการณ์โจมตีทางการเมือง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
23 ก.ค.64 -ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีนายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรชื่อดัง ที่อยู่ระหว่างการรักษาพยาบาลจากโรคโควิด-19 ในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ได้ไลฟ์เฟซบุ๊ก โดยมีช่วงหนึ่งระบุว่ามีแพทย์โทรมาบอกให้ย้ายออกจากโรงพยาบาลให้ไปรักษาตัวที่บ้าน ทั้งที่ยังไม่หาย และได้ยาไม่ครบโดส ซึ่งภายหลังมีการแชร์คลิปเสียงการสนทนาระหว่างนายณวัฒน์กับ นพ.วิชัย ทวีปวรเดช รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง โดยเป็นการขอให้นายณวัฒน์ออกจากโรงพยาบาล เนื่องจากแพทย์ลงความเห็นว่าอาการดีขึ้นแล้วนั้น ว่า หากเทปที่พูดคุยเป็นเรื่องจริง ตนถือว่านายณวัฒน์ใจดำ เพราะคนที่รอการรักษาจะรอดตายหรือไม่รอดตายแล้วไปปิดโอกาสคนป่วยเช่นนั้น ถือว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีที่มีการใช้โรงพยาบาลมาตอบโต้เรื่องการเมือง นายสิระ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ตรงไหนก็ตอบโต้ได้ เวทีนางงามผู้เข้าประกวดก็ยังเอาการเมืองเข้าไปแสดงความคิดเห็น ตนเกิดมาก็เพิ่งเคยเห็นเวทีนางงามมีแต่เรื่องการเมือง และคนที่ให้ความเห็นทำให้รัฐบาลเสียหายได้ตำแหน่งนางงามทุกเวที เป็นอะไรที่แปลกและไม่ปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายณวัฒน์อย่าหาทำ ตอนนี้ต้องเสียสละให้คนที่รอความตาย รอการรักษา และขาดโอกาส หากได้เตียงของนายณวัฒน์ให้คนมีโอกาสรักษาก็อาจจะรอดตาย อย่าใจดำ หากแพทย์มีความเห็นว่าสามารถกลับบ้านได้และมีคนรอโอกาสที่จะเข้าไปรักษาก็ต้องให้โอกาสคนอื่น อย่าเอาความสุขส่วนตัว อย่าเอาสถานการณ์มาโจมตีทางการเมือง&amp;quot; นายสิระ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110833</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, ณวัฒน์ อิสรไกรศีล, นายสิระ เจนจาคะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60fa5e1a6633e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109451</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2021 14:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2021 14:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศบค. แจงขอสงวนเตียงให้ผู้ป่วยอาการหนักเข้ารพ. ส่วนสีเขียวแยกกักที่บ้าน-ศูนย์พักคอย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงตอนหนึ่งว่า&amp;nbsp;รองอธิบดีกรมการแพทย์รายงงานสถานการณ์เตียงใน กทม. พบว่า ปัจจุบัน กทม.ยังมีความต้องการเตียงสูงมาก บุคลากรต้องรับผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาล ตัวเลขผู้ป่วยยังเป็นพัน&amp;nbsp;1-2&amp;nbsp;สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการหารือเรื่องให้ผู้ป่วยแยกกักตัวที่บ้าน และแยกกักตัวในชุมชน โดยรองอธิบดีกรมการแพทย์ให้ข้อมูลว่า ยังพบมีการนำส่งผู้ป่วยระดับสีเขียว จากนี้ต้องทำความเข้าใจประชาชนว่า จากอัตราผู้ติดเชื้อจำนวนมาก มีผู้ป่วยระดับสีเหลือง สีแดง ที่มีต้องการเตียงอย่างเร่งด่วนจำนวนมาก เราขอสงวนเตียงสีเหลือง สีแดงเหล่านี้ รองรับผู้ที่มีความรุนแรงเข้าโรงพยาบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในระดับชุมชนจะมีการจัดทีมเคลื่อนเร็วแบบเบ็ดเสร็จ ที่มีหลายหน่วยงาน ทั้งบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เขต ฝ่ายความมั่นคง และผู้อำนวยการ&amp;nbsp;50&amp;nbsp;เขต จำนวน&amp;nbsp;200&amp;nbsp;ทีม เพื่อเข้าไปค้นหาผู้ติดเชื้อในชุมชน เมื่อพบการติดเชื้อจะดูแลรักษาเบื้องต้น หากผู้ป่วยอยู่ระดับสีเขียว จะให้แยกกักที่บ้าน หากเป็นกลุ่มก้อนจะให้พักคอยอยู่ในชุมชน หรือโรงพยาบาลสนามชุมชน ทีมนี้จะมีความติดตามอาการผู้ป่วย หากมีอาการรุนแรง หรือเป็นผู้ป่วยที่เป็นผู้สูงอายุ อยู่ใน&amp;nbsp;7&amp;nbsp;กลุ่มโรค จะส่งเข้าระบบรักษา เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างปลอดภัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109451</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, ศูนย์พักคอย, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210712/image_big_60ebf455004da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2021 16:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/07/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ. เผยมาตรการดูแลผู้ป่วยโควิดที่บ้าน แก้วิกฤติขาดเตียง รับไม่ไหวแล้วกทม.ติดเชื้อ 2 พัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ค.64 -&amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองอธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม และนพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ร่วมแถลงประเด็นสำคัญด้านการแพทย์และสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ กล่าวถึงเรื่องเตียงและสถานที่รองรับผู้ป่วยว่า จำนวนเตียงเฉลี่ยทั้งประเทศยังพอรับได้ แต่ในส่วนของ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ที่มีการขยายเตียงโอเวอร์ไปประมาณ 200-300% รวมกับทางภาคใต้ที่มีการระบาดใน 3 จังหวัดบวกกับจ.สงขลา ซึ่งเป็นส่วนที่พยายามเตรียมเตียงเพิ่ม ซึ่งต้องเรียนว่าหากไม่จำเป็นก็ไม่อยากใช้มาตรการ Home Isolation อย่างไรก็ตามเรามีเตียง มีอุปกรณ์พร้อมหมด ขาดเพียงแค่บุคลากรทางการแพทย์ จึงต้องการหมอที่เพิ่งเรียนจบ แพทย์เฉพาะทางอย่าเพิ่งกลับไปใช้ทุนต่างประเทศ ให้มาช่วยกันตรงนี้ รวมทั้งระดมพยาบาลไอซียูจากต่างจังหวัดมาช่วยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กทม.เองก็ไปขยายเตียงสีเหลืองและสีแดงเพิ่ม สีเขียวเอกชนมาร่วม ซึ่งได้ข่าวมาว่าเอกชนหลายแห่งมาขยายสีเขียวเพิ่มอีก 4,000 เตียง นี่เป็นการที่พยายามดึงคนไข้มาไว้ที่โรงพยาบาลก่อน แต่จากการทำงานของคอลเซนเตอร์ทั้ง 1330 และ 1668 1669 ก็พบว่ายังมีคนที่ค้างรอเตียงที่บ้านเป็นจำนวนมาก จึงมีการคิดว่าทำอย่างไรที่คนรอเตียงอยู่จะสามารถไปดูแลที่บ้านได้ จึงมีการคิดมาตรการ Home Isolation ที่โรงพยาบาลสามารถไปดูแลคนไข้ที่บ้านได้ เช่น การวัดปรอทที่บ้าน วัดไข้ วัดออกซิเจนในกระแสเลือด ซึ่งหากค่าออกซิเจนเกิน 3% ก็จะให้มาที่โรงพยาบาล ส่งอาหารให้ทาน 3 มื้อ รวมถึงวิดีโอคอลวันละ 2 ครั้งเพื่อติดตาม เพราะการทำ Home Isolation มีปัญหาแน่นอนในเรื่องของการกลัวว่าสุขภาพของผู้ป่วยจะแย่ลง หากมีการติดตามก็คาดว่าจะไม่มีปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า การทำ Home Isolation สามารถทำได้แค่กับคนที่มีห้องส่วนตัวที่อยู่คนเดียว เราจึงมีมาตรการการทำ Community Isolation คือการนำผู้ติดเชื้อมาแยกกักตัวที่บางแห่งอาจจะใช้ เป็นศาลาวัด หอประชุมโรงเรียน แม้กระทั่งในโรงงานเอง หากเราสามารถแยกคนไข้ออกมาได้ก็ต้องมีที่ให้เขาอยู่ ทั้งนี้ได้มีภาคสังคมเข้ามาร่วม มีกทม.เจ้าของพื้นที่มาช่วยทำ ขอเรียนว่าสถานการณ์ค่อนข้างตึง ได้รับแจ้งจากผอ.โรงพยาบาลราชวิถี ว่าได้มีการทำห้องฉุกเฉินเพิ่มออกมาจากห้อง ER และเนื่องจากมีหญิงท้องติดโควิดเป็นจำนวนมากแต่โรงพยาบาลต่างๆ ไม่ค่อยรับ ต้องขอความร่วมมือให้โรงพยาบาลต่างๆ ช่วยกันรับ เพราะเมื่อเด็กคลอดและต้องแยกไปที่โรงพยาบาลเด็กเกิดปัญหาเตียงไม่พอ หากทุกภาคส่วนช่วยกันตนคิดว่าจะเป็นเรื่องที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า 5 เรื่องที่สำคัญในการแก้ไขสถานการณ์ คือนโยบายต้องชัดเจน ประชาชนต้องให้ความร่วมมือ ระบบการควบคุมโรคดี ระบบรักษาพยาบาลเข้มแข็ง และการฉีดวัคซีนครอบคลุม หาก 5 เรื่องนี้ไปด้วยกันดี หากลดจำนวนผู้ป่วยลงการหาเตียงไม่ใช่เรื่องยาก แต่บุคลากรที่อยู่หน้างานขณะนี้ตึงจริงๆ บางคนไม่ได้กลับบ้านมา 2 เดือนแล้ว ส่วนกรณีที่มีการตรวจแต่ไม่รับผู้ป่วยเนื่องจากเตียงไม่พอนั้น จริงๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่ได้บอกว่าหากตรวจแล้วต้องรับ บอกแค่ที่ไหนช่วยตรวจแล้วให้ช่วยประสาน ซึ่งในขณะนี้มีมาตรการเรื่อง Home Isolation และ Community Isolation ออกมา คิดว่าส่วนนี้จะผ่อนคลายไปได้ แค่ตรวจแล้วต้องนำเข้าระบบโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า การขยายเตียงแล้วจะสามารถรับผู้ป่วยได้มากน้อยแค่ไหนและจะมีแผนรองรับต่อจากนี้อย่างไรบ้าง นพ.สมศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องการขยายเตียงอาจตอบคำถามได้ไม่ชัดเนื่องจากต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ตนคาดการณ์ว่าหากผู้ป่วยในประเทศอยู่ที่ 5,000-6,000 คน ยังพอไปได้หากไม่ขึ้นมากกว่านี้ แต่ภาคพื้นที่ตนเข้าใจว่าในขณะนี้หนักที่ภาคใต้และปริมณฑลบางส่วน ในพื้นที่ภาคใต้ก็มีการพยายามขยายเตียงเพิ่มมากขึ้น เพื่อเตรียมการรองรับและหากมาตรการทั้ง 5 นั้นเป็นไปอย่างเคร่งครัด ตนคิดว่าภาคใต้ก็ยังพอไปได้ ในส่วนของกทม. ที่มียอดคนติดเชื้ออยู่ที่ประมาณ 2,000 คน ตนเคยคาดการณ์เอาไว้ว่าหากตัวเลขอยู่ที่ 1,000 คนปลายเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ขยายเตียงไอซียูก็ยังพอไหวแล้ว แต่เมื่อมาแตะ 2,000 คนการขยายเตียงไอซียูก็อาจจะมีปัญหา จึงควรลดจำนวนผู้ป่วยลงก่อนจึงจะสามารถจัดการกับสถานการณ์ในส่วนนี้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108500</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการแพทย์, ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์, วัคซีนโควิด, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e02a80dbf50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108389</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/07/2021 14:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/07/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กทม.ยอดติดเชื้อมากกว่าหายป่วย นายกฯสั่งเพิ่มศักยภาพเตียงหลังต่อคิวเข้ารพ.เพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 ก.ค.64 -&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,087 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,869 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,905 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,964 ราย มาจากเรือนจำ 207 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 270,921 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,638 ราย หายป่วยสะสม 214,340 ราย อยู่ระหว่างรักษา 54,440 ราย อาการหนัก 2,002 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 579 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp; 61 ราย เป็นชาย 29 ราย หญิง 32 ราย อยู่ใน กทม. 28 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปราการ 8 ราย ปัตตานี 5 ราย ปทุมธานี นราธิวาส จังหวัดละ 3 ราย เชียงราย สงขลา นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยเป็นผู้สูงอายุ 3 ราย และแรงงานเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,141 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. มีการฉีดไป 299,485 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 10,227,183 โดส โดยยังไม่ได้รวมข้อมูลของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 183,414,645 ราย เสียชีวิตสะสม 3,971,442 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 2 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,267 ราย สมุทรปราการ 522 ราย นนทบุรี 327 ราย สมุทรสาคร 289 ราย ปทุมธานี 284 ราย ชลบุรี 222 ราย ยะลา 201 ราย ปัตตานี 169 ราย สงขลา 167 ราย นราธิวาส 124 ราย ขณะที่วันเดียวกันมีเพียง 3 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่คือ พังงา ลำพูน แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ พบคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย จ.นนทบุรี ที่ตลาดเทศบาล อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย ที่ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 75 ราย จ.สมุทรสาคร ที่บริษัทผลิตภัณฑ์พลาสติก อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 12 ราย ที่โรงงานลูกชิ้น อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.สุราษฎร์ธานี ที่แคมป์คนงาน อ.พุนพิน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.ขอนแก่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อ.สีชมพู พบผู้ติดเชื้อ 45 ราย ขณะที่พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 113 แห่ง โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่แคมป์คนงาน ถนนสุขุมวิท 50 พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย และที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตหนองแขม พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม. ที่มีสัดส่วนมากกว่าผู้หายป่วยกลับบ้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลารอเตียง จึงสั่งการให้ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และกทม.ไปหารือเรื่องการจัดการเตียงอย่างเร่งด่วน เพื่อศักยภาพการจัดการเตียง จะเร่งรัดออกมาตรการแยกกักตัวในชุมชนหลังทราบผลและระหว่างรอจัดสรรเตียง โดยบ่ายวันที่ 2 ก.ค.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงแนวทางการเพิ่มเตียงทุกระดับสี ซึ่งโรงพยาบาลบุษราคัมสามารถดำเนินการได้ทันที และขณะนี้ได้มีการปฐมนิเทศแพทย์ที่ผ่านการอบรมผู้เชี่ยวชาญ 144 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรแพทย์ ระบบทางเดินหายใจบำบัดวิกฤติ ภายใน 1-2 วันนี้จะรกระจายไปประจำโรงพยาบาลต่างๆ ในกทม. อย่างไรก็ตาม ที่เห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปัจจุบันมาจากการติดเชื้อเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนกรณีที่เราปูพรมฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย. อาจจะต้องรอผลอีก 1-2 เดือนจึงจะเห็นว่าหลังฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะหลังฉีด 2 สัปดาห์มีแนวโน้มทำให้ภาพรวมของประเทศ อัตราการป่วยหนัก หรืออัตราการเสียชีวิตลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ค.64 - เมื่อเวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงสถานการณ์ประจำวัน ว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6,087 ราย เป็นการติดเชื้อในประเทศ 5,869 ราย มาจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 3,905 ราย มาจากการค้นหาเชิงรุก 1,964 ราย มาจากเรือนจำ 207 ราย เป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศ 11 ราย ทำให้มียอดผู้ติดเชื้อสะสม 270,921 ราย หายป่วยเพิ่มเติม 3,638 ราย หายป่วยสะสม 214,340 ราย อยู่ระหว่างรักษา 54,440 ราย อาการหนัก 2,002 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 579 ราย เสียชีวิตเพิ่มเติม&amp;nbsp; 61 ราย เป็นชาย 29 ราย หญิง 32 ราย อยู่ใน กทม. 28 ราย นนทบุรี 9 ราย สมุทรปราการ 8 ราย ปัตตานี 5 ราย ปทุมธานี นราธิวาส จังหวัดละ 3 ราย เชียงราย สงขลา นครปฐม นครนายก พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 1 ราย ในจำนวนนี้มี 5 ราย ที่เสียชีวิตที่บ้าน โดยเป็นผู้สูงอายุ 3 ราย และแรงงานเมียนมา 2 ราย ทำให้มียอดผู้เสียชีวิตสะสม 2,141 ราย ส่วนความคืบหน้าการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 1 ก.ค. มีการฉีดไป 299,485 โดส ข้อมูลผู้ได้รับวัคซีนตั้งแต่ 28 ก.พ. 10,227,183 โดส โดยยังไม่ได้รวมข้อมูลของผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนฟาร์ม ขณะที่สถานการณ์โลก มีผู้ติดเชื้อสะสม 183,414,645 ราย เสียชีวิตสะสม 3,971,442 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า 10 จังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุดในวันที่ 2 ก.ค. ได้แก่ กทม. 2,267 ราย สมุทรปราการ 522 ราย นนทบุรี 327 ราย สมุทรสาคร 289 ราย ปทุมธานี 284 ราย ชลบุรี 222 ราย ยะลา 201 ราย ปัตตานี 169 ราย สงขลา 167 ราย นราธิวาส 124 ราย ขณะที่วันเดียวกันมีเพียง 3 จังหวัดที่ไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่คือ พังงา ลำพูน แม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ พบคลัสเตอร์ในต่างจังหวัดหลายแห่ง ประกอบด้วย จ.สมุทรปราการ ที่โรงงานเฟอร์นิเจอร์ อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 21 ราย จ.นนทบุรี ที่ตลาดเทศบาล อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย ที่ตลาดพิชัย อ.ปากเกร็ด พบผู้ติดเชื้อ 75 ราย จ.สมุทรสาคร ที่บริษัทผลิตภัณฑ์พลาสติก อ.เมือง พบผู้ติดเชื้อ 12 ราย ที่โรงงานลูกชิ้น อ.กระทุ่มแบน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.สุราษฎร์ธานี ที่แคมป์คนงาน อ.พุนพิน พบผู้ติดเชื้อ 11 ราย จ.ขอนแก่น ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก อ.สีชมพู พบผู้ติดเชื้อ 45 ราย ขณะที่พื้นที่ กทม. มีคลัสเตอร์เฝ้าระวัง 113 แห่ง โดยพบคลัสเตอร์ใหม่ 2 แห่ง ที่แคมป์คนงาน ถนนสุขุมวิท 50 พบผู้ติดเชื้อ 43 ราย และที่โรงงานแห่งหนึ่งในเขตหนองแขม พบผู้ติดเชื้อ 70 ราย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พญ.อภิสมัย กล่าวว่า ในที่ประชุม ศบค.ชุดเล็กมีความเป็นห่วงเรื่องตัวเลขผู้ติดเชื้อใน กทม. ที่มีสัดส่วนมากกว่าผู้หายป่วยกลับบ้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วงเรื่องผู้ป่วยที่ต้องใช้เวลารอเตียง จึงสั่งการให้ ศบค. กระทรวงสาธารณสุข และกทม.ไปหารือเรื่องการจัดการเตียงอย่างเร่งด่วน เพื่อศักยภาพการจัดการเตียง จะเร่งรัดออกมาตรการแยกกักตัวในชุมชนหลังทราบผลและระหว่างรอจัดสรรเตียง โดยบ่ายวันที่ 2 ก.ค.ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือถึงแนวทางการดำเนินการดังกล่าว นอกจากนี้ ในที่ประชุมอีโอซี กระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงแนวทางการเพิ่มเตียงทุกระดับสี ซึ่งโรงพยาบาลบุษราคัมสามารถดำเนินการได้ทันที และขณะนี้ได้มีการปฐมนิเทศแพทย์ที่ผ่านการอบรมผู้เชี่ยวชาญ 144 คน ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรแพทย์ ระบบทางเดินหายใจบำบัดวิกฤติ ภายใน 1-2 วันนี้จะรกระจายไปประจำโรงพยาบาลต่างๆ ในกทม. อย่างไรก็ตาม ที่เห็นตัวเลขผู้เสียชีวิตจำนวนมากในปัจจุบันมาจากการติดเชื้อเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน ส่วนกรณีที่เราปูพรมฉีดวัคซีนวันที่ 7 มิ.ย. อาจจะต้องรอผลอีก 1-2 เดือนจึงจะเห็นว่าหลังฉีดวัคซีนจะมีภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะหลังฉีด 2 สัปดาห์มีแนวโน้มทำให้ภาพรวมของประเทศ อัตราการป่วยหนัก หรืออัตราการเสียชีวิตลดลง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108389</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, คลัสเตอร์กทม., ผู้ติดเชื้อรายใหม่, พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210702/image_big_60deb997a6245.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107941</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2021 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เผย สธ. ถกแก้เตียงไม่พอ จ่อให้ผู้ป่วยสีเขียวรักษาตัวที่บ้าน เร่งเปิดไอซียูสนาม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โรงพยาบาลสนามพลังแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. กล่าวถึงกรณีที่ ศบค. ประกาศข้อกำหนดฉบับที่ 25 เพื่อคุมเข้มโครงการก่อสร้างใน กทม.จะรวมถึง การตกแต่งภายในห้างสรรพสินค้าหรืออาคารบ้านเรือนด้วยหรือไม่ แล้วกลุ่มเหล่านี้จะต้องหยุดการก่อสร้างด้วยหรือไม่ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้รวมอยู่ในแคมป์ก่อสร้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายคงไม่สามารถแจกแจงได้ว่าคนกลุ่มไหนเป็นกลุ่มไหน เพราะถ้าเป็นแรงงานก็ล้วนแต่มีความเสี่ยง อาจจะทำงานที่หนึ่งแล้วพักอีกที่หนึ่ง และถ้ายังมีการทำงานอยู่จะมีการเคลื่อนย้ายกันอยู่เรื่อยๆ อาจจะเป็นแหล่งแพร่กระจายโรค ทางคณะกรรมการที่ปรึกษา ศบค. ยังคงเน้นว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมด มีการไปมาหาสู่กัน ดังนั้น จึงสื่อความหมายว่าเป็นทุกส่วนที่เป็นแรงงาน ไม่ว่าจะมีสัญชาติไทยหรือต่างด้าวขอให้หยุดพักกันเป็นเวลา 30 วันตามข้อกำหนดที่ประกาศไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า 2-3 วัน ที่ผ่านมาตัวเลขการฉีดวัคซีนมีจำนวนน้อย ขอความชัดเจนว่าการฉีดวัคซีนเป็นไปตามเป้าหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า วัคซีนจะทยอยได้มาไม่ได้มาทีเดียวล็อตใหญ่ มีการกระจายการฉีดออกไปตามจำนวน ซึ่งล็อต ล่าสุดที่เพิ่งมาเมื่อวันที่ 25-26 มิ.ย.ที่ผ่านมา เชื่อว่าภายในต้นสัปดาห์นี้คนที่มีนัดฉีดอยู่ก็จะได้รับการนัดหมายให้ไปฉีดวัคซีนตามนัด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ขณะนี้มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูง ศบค. จะมีมาตรการรองรับอย่างไร เตียงพอหรือไม่แล้วจะมีแนวคิดเรื่องการรักษาตัวที่บ้านหรือไม่ นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ที่ประชุมอีโอซี ของกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุขได้พูดถึงประเด็นดังกล่าวร่วมกับอธิบดีกรมการแพทย์ โดยมีรายงานเรื่องการรักษาตัวอยู่ในบ้านนั้น ได้มีการเตรียมการอยู่แล้วเหลือเพียงการลงในรายละเอียด และกำหนดให้ชัดเจน เพราะถ้าการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 10 วันแล้วอีก 4 วันให้ไปดูแลอยู่ที่บ้าน ก็จะช่วยได้ 1 ใน 3 ที่จะทำให้เตียงว่างขึ้นมาในทันที ซึ่งกำลังทำอยู่ในผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว และเชื่อว่าในเร็วๆนี้จะมีมาตรการออกมา แต่สิ่งที่สำคัญคือจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเราจะสามารถติดตามกลุ่มคนที่ออกมาดูแลตัวเองอยู่ที่บ้าน 4 วันนั้น เราจะมีระบบการติดตามตัวได้อย่างใกล้ชิดอย่างไร ส่วนกลุ่มผู้ป่วยสีเหลืองและสีแดง ทางรมว.สาธารณสุขได้ร่วมมือกับทาง กทม.เปิดพื้นที่โรงพยาบาลไอซียูสนามเพื่อใช้เทคโนโลยีในการเปิดไอซีอยู่นอกสถานที่โดยเร็ว ซึ่งกำลังทำกันอย่างเต็มที่ ขอเรียนว่าทุกคนกำลังหาหนทางทุกหนทางเพื่อช่วยทุกคนอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107941</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดเตียงผู้ป่วยโควิด, นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน, ผู้ป่วยโควิด, ศบค.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210605/image_big_60bb8b6ac2020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
