<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>61814</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 13:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 13:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อนุทิน&#039; รับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์จากเอกชน ปัดตอบปัญหาขาดแคลนเวชภัณฑ์ในหลายพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 -&amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข&amp;nbsp;รับมอบผลิตภัณฑ์จากกลุ่ม บริษัท ยูนิลีเวอร์ จำกัด จำนวนมากกว่าหนึ่งล้านชิ้น ประกอบด้วย เจลแอลกอฮอล์ล้างมือวาสลีน จำนวน 100,00 ชิ้น ผลิตภัณฑ์ซักผ้าคอมฟอร์ทและเซเว่นท์เจนเนอเรชั่น จำนวน 200,000 ชิ้น และ คนอร์คัพโจ๊กและพาสต้าอีก 70,000 ชิ้น รวมมูลค่า 40 ล้านบาท ทั้งนี้ ยูนิลีเวอร์ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือบุคลากรทางกรแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศไทย ที่ทำหน้าที่รับมือและต่อสู้กับไวรัส โควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากบริษัท CHINA THAITOUR ประกอบด้วย หน้ากากอนามัย(Surgical Mask) 20,000 ชิ้น, ถุงมือทางการแพทย์ 30,000 ชิ้น และ ชุดตรวจอุณหภูมิแบบดิจิตอล 20 เครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน เปิดเผยว่า สิ่งของที่ได้รับมา เป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีประโยชน์ในการใช้ต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 ในประเทศไทย ตนเองขอขอบคุณแทนคนไทยทุกคน และหลังจากนี้จะมีการนำสิ่งของที่ได้รับ ไปแจกจ่ายให้กับบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน ระบุการจัดการอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับจากการบริจาคมาว่า การบริหารจัดการหน้ากากอนามัย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ได้รับบริจาคจะแยกส่วนกับส่วนที่กระทรวงฯจัดหามา ซึ่งหน้ากากอนามัยที่ได้รับบริจาค จะมีการทำบันทึกสต๊อก&amp;nbsp;โดยนพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับนำไปแจกจ่ายให้โรงพยาบาล เบื้องต้นส่วนกลางก็ได้มีการประชุมร่วมกันกับผู้ตรวจราชการเขตสุขภาพทั้ง 12 เขต เพื่อหาแนวทางสรุป การจัดสรรอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยืนยันว่า การจัดสรรเป็นธรรมและเป็นไปตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ได้ปฏิเสธที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน เกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า บุคลากรทางการแพทย์หลายพื้นที่ประสบปัญหา อุปกรณ์ และเวชภัณฑ์ขาดแคลน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61814</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนหน้ากากอนามัย, ยูนิลีเวอร์, อนุทิน ชาญวีรกูล, อุปกรณ์ทางการแพทย์, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e8584ad8282c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2020 10:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2020 09:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โดนด่าเยอะ!&#039;อนุทิน&#039;แจงสธ.ซื้อหน้ากากเหมือนกันสั่งองค์การเภสัชฯตั้งโรงงานผลิตเองแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13มี.ค.63-นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ได้ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว ชื่อ &amp;ldquo;Anutin_C&amp;rdquo; ถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยระบุว่า &amp;ldquo;กราบเรียนทุกท่าน เพื่อเป็นข้อมูล วันนี้ผมมาเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวจีน แทบไม่เห็นแล้วเหลือแต่ฝรั่ง คนไทยใส่หน้ากากกว่า 90% แต่ฝรั่งไม่ใส่สักคนเดียว นี่คือสาเหตุที่ทำให้ประเทศเขาติดเชื้ออย่างมากมาย
เราควรต้องเฝ้าระวังคนตะวันตกมากขึ้นกว่าคนเอเซีย
กราบเรียนมาเพื่อช่วยกันคิดครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดยังทวิตข้อความเรื่องหน้ากากอนามัย นี่โดนด่าเยอะมาก รู้หรือไม่ สาสุข ก็เป็นผู้ซื้อเหมือนทุกคน ไม่ใช่ผู้ผลิต แต่ก่อนนี้เขาขายให้วันละ 1.7 แสน เดี๋ยวนี้ เขาขายให้วันละ 4 แสนชิ้นที่จะหนักคือ ถ้าเข้าเฟสระบาดในประเทศ รพ.ต้องใช้ วันละ 7 แสน สั่งองค์การเภสัชฯ ไปหาทางตั้งโรงงานผลิตเอง แล้วครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้นายอนุทิน ได้เคยตำหนิคนต่างประเทศเรื่องไม่ใส่หน้ากากอนามัย และยังปิดเฟสบุ๊กส่วนตัวไป แต่ล่าสุดได้มีการเปิดแอคเคาท์ทวิตเตอร์ เพื่อสื่อสารกับประชาชนอีกครั้ง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59638</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนหน้ากากอนามัย, นายอนุทิน  ชาญวีรกูล, องค์การเภสัชกรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200310/image_big_5e66f48b384c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56208</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อไวรัสอู่ฮั่นแซงซาร์ส อัดสหรัฐไม่ช่วยยังทำป่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ยอดป่วยตาย-ติดเชื้อพุ่งไม่หยุด เหยื่อไวรัสอู่ฮั่นในจีนดับมากสุดวันเดียว 57 ศพ รวมเป็น 361 &amp;nbsp;ศพ แซงหน้าเหยื่อซาร์สในจีนแล้ว ติดเชื้อเกิน 17,000 ราย เปิดตลาดหุ้นดิ่งเหว แดนมังกรขาดแคลนหน้ากากอนามัยและอุปกรณ์การแพทย์ โฆษกจีนจวกสหรัฐฯ ไม่ช่วยแล้วยังสร้างความแตกตื่นสั่งจำกัดการเดินทางเป็นประเทศแรก รัสเซียขู่เนรเทศต่างชาติที่ติดเชื้อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติจีนแถลงข้อมูลอย่างเป็นทางการ ถึงจำนวนผู้เสียชีวิตและติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ภายในจีน รวบรวมข้อมูลถึงวันอาทิตย์ &amp;nbsp;โดยพบว่ามีผู้เสียชีวิตในจีนเพิ่มอีก 57 รายจากวันก่อนหน้านั้น เป็นการเพิ่มจำนวนมากที่สุดในวันเดียวนับแต่ตรวจพบไวรัสชนิดนี้ระบาดที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ปลายปีที่แล้ว โดยเชื่อว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ข้ามจากสัตว์ป่าที่ลักลอบขายในตลาดสดอู่ฮั่นมาติดมนุษย์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้เสียชีวิตเมื่อวันอาทิตย์เกือบทุกรายยกเว้น 1 รายอยู่ที่เมืองอู่ฮั่นและพื้นที่อื่นๆ ของมณฑลหูเป่ย์ &amp;nbsp;ซึ่งถูกปิดตายเกือบทั้งมณฑลมานานร่วม 2 สัปดาห์แล้ว จำนวนผู้เสียชีวิตในจีนซึ่งรวมทั้งหมดเพิ่มเป็น &amp;nbsp;361 คน ยังมากกว่าจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) ที่ระบาดระหว่างปี 2545-2546 คร่าชีวิตชาวจีน 349 คน ส่วนผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นถึง 2,829 ราย รวม 17,205 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ประเทศและดินแดนภายนอกจีนมากกว่า 24 แห่ง ยังมีผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่า 171 ราย มีนักท่องเที่ยวชาวจีนในฟิลิปปินส์เสียชีวิตนอกประเทศจีนเป็นรายแรกเมื่อวันอาทิตย์ และมีรายงานยืนยันผู้ติดเชื้อเพิ่มอีกที่สหรัฐฯ, เวียดนาม และเยอรมนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า สิ่งที่จีนต้องการอย่างเร่งด่วน ณ ขณะนี้คือหน้ากากกันเชื้อโรค และอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น ชุดป้องกันเชื้อโรคและแว่นตานิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลหลายมณฑลของจีนที่มีประชากรมากกว่า 300 ล้านคน รวมถึงมณฑลกวางตุ้งที่มีประชากรมากที่สุดในจีน มีกฎบังคับให้ประชาชนต้องสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ แต่จีนกำลังประสบปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เทียน อู่หลง โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า โรงงานผลิตหน้ากากได้ราววันละ 20 ล้านชิ้นและผลิตได้เพียง 60-70% ของกำลังการผลิต รัฐบาลจีนกำลังนำเข้าหน้ากากจากยุโรป, ญี่ปุ่น และสหรัฐ ฯ ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศเผยด้วยว่าหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, คาซัคสถาน และฮังการีได้บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์มาให้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สื่อของทางการจีนรายงานว่า โรงพยาบาลพิเศษหัวเซินซาน ขนาด 1,000 เตียง ที่เร่งก่อสร้างเพื่อรองรับผู้ป่วยไวรัสปอดอักเสบอู่ฮั่นมาตั้งแต่วันที่ 25 มกราคม โดยใช้คนงานมากกว่า 7,500 คน สร้างเสร็จสมบูรณ์เมื่อวันอาทิตย์และพร้อมรับคนไข้ในวันจันทร์ แพทย์ทหารราว 1,400 คนจะทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ส่วนโรงพยาบาลพิเศษแห่งที่ 2 มีขนาด 1,600 เตียง มีกำหนดพร้อมใช้งานวันที่ 5 กุมภาพันธ์ ข่าวซินหัวกล่าวด้วยว่าทีมแพทย์ 68 ทีมประกอบด้วยบุคลากรทางการแพทย์ 8,300 &amp;nbsp;คนถูกส่งมาสมทบที่หูเป่ย์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; วันจันทร์ยังเป็นวันเปิดตลาดหุ้นวันแรกของจีน หลังหยุดช่วงตรุษจีนมาตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม &amp;nbsp;ซึ่งตอนนั้นไวรัสโคโรนาเพิ่งคร่าชีวิตชาวอู่ฮั่นเพียง 17 ราย ความวิตกต่อผลกระทบของสถานการณ์แพร่ระบาดส่งให้ตลาดหุ้นดิ่งลงทันที ดัชนีของเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตดิ่งลงถึง 8% ต่ำสุดในรอบ 1 ปี คิดเป็นมูลค่าเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เพิ่งประกาศให้สถานการณ์ไวรัสโคโรนาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ แต่ไม่แนะนำให้ใช้มาตรการจำกัดการค้าและการเดินทางระหว่างประเทศ และเมื่อวันจันทร์ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า องค์การกำลังทำงานแข่งกับเวลาร่วมกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตและโซเชียลมีเดียรายใหญ่ เช่นกูเกิล เพื่อต่อสู้กับการเผยแพร่ข่าวลือและข้อมูลผิดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ในการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนตำหนิรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นการเฉพาะด้วย โดยกล่าวว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศแรกที่เริ่มอพยพนักการทูตของตนออกจากอู่ฮั่น และเป็นประเทศแรกที่ออกคำสั่งห้ามนักเดินทางชาวจีนเข้าประเทศ การกระทำเช่นนี้สร้างความแตกตื่นไปทั่ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สิ่งที่สหรัฐฯ ทำไปนั้นรังแต่สร้างและแพร่กระจายความกลัว ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี&amp;quot; หัว ชุนอิง กล่าว โดยเขาตัดพ้อด้วยว่าสหรัฐฯ ไม่ได้ให้ความช่วยเหลือที่สลักสำคัญใดๆ เลย จีนหวังว่าประเทศอื่นจะใช้ดุลยพินิจและตอบสนองสถานการณ์อย่างมีเหตุผล สงบ และอิงจากหลักการทางวิทยาศาสตร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทางการรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ เพิ่งยืนยันเมื่อวันอาทิตย์ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 11 รายแล้ว &amp;nbsp;โดยพบที่ซานตาคลาราเคาน์ตี 1 ราย และที่ซานเบนิโตเคาน์ตีอีก 2 ราย ขณะเดียวกัน ไมค์ ปอมเปโอ &amp;nbsp;รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลมีแผนจะส่งเที่ยวบินไปอพยพพลเมืองออกจากจีนเพิ่มอีก &amp;nbsp;หลังจากนำกลับมาแล้วหลายร้อยคนในสัปดาห์ก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; สหรัฐอเมริกาและชาติพันธมิตร ทั้งออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และอิสราเอลสั่งห้ามชาวต่างชาติที่เคยเดินทางเยือนจีนช่วงไม่นานที่ผ่านมาเดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน และยังเตือนพลเมืองของตนไม่ให้เดินทางไปจีน ส่วนประเทศที่มีพรมแดนติดกับจีน ทั้งมองโกเลีย, รัสเซีย และเนปาลก็สั่งปิดพรมแดนทางบก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; และในวันจันทร์ ฮ่องกงที่เป็นเขตปกครองพิเศษของจีนได้สั่งปิดจุดผ่านแดนทั้งหมด ยกเว้นเพียง &amp;nbsp;2 จุดคือสะพานเชื่อมเซินเจิ้น และสะพานเชื่อมจูไห่และมาเก๊า แต่รัฐบาลของแคร์รี แลม กำลังโดนบุคลากรทางการแพทย์สไตรก์เพื่อกดดันให้ปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดไม่ให้ชาวจีนเข้าฮ่องกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายกฯ มิคาอิล มิชุสติน ของรัสเซีย ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า รัสเซียมีแผนจะเนรเทศชาวต่างชาติที่ตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หลังจากรัฐบาลจัดให้โรคนี้เป็นโรคอันตรายพิเศษ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56208</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขาดแคลนหน้ากากอนามัย, ตลาดหุ้นดิ่งเหว, ปักกิ่ง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โคโรนาไวรัส, ไวรัสอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200203/image_big_5e382c985dcfd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
