<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>12308</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2018 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2018 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดแผนธุรกิจใหม่สหพัฒน์ จ่อเปิดโรงเรียนนานาชาติ-ขายของแบรนด์เนมมือสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เปิดเอ็มโอยูเครือสหพัฒน์ปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาอีกครั้งสำหรับมหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคราคาดีประจำปี 2561 ในงาน &amp;ldquo;สหกรุ๊ปแฟร์&amp;rdquo; ครั้งที่ 22 โดยในปีนี้เปลี่ยนสถานที่จัดงานเป็นไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 28 มิ.ย.-1 ก.ค. 2561 นี้ โดยมีการนำสินค้าคุณภาพดีกว่า 1,000 คูหา มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ตอบรับสังคมไร้เงินสดด้วยระบบอีเพย์เม้นต์ พร้อมส่งสินค้าฟรี และยังจัดแสดงนวัตกรรม กิจกรรมไฮไลต์ ทั้งคอนเสิร์ตจาก BNK48 แฟชั่นโชว์ ประกวด สัมมนา รับสมัครงาน กิจกรรมจากโครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์ และการสนับสนุนร้านค้าธงฟ้าประชารรัฐด้วยการเชิญเจ้าของร้านทั่วประเทศมาศึกษาดูงานร้านค้าตัวอย่าง อบรมความรู้การบริหารจัดการร้านแบบมืออาชีพ และมอบส่วนลดเมื่อซื้อสินค้าในงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากการนำสินค้ามาจำหน่ายในราคาพิเศษแล้ว การบันทึกลงนามความร่วมมือประจำปีของเครือสหพัฒน์ที่เกิดขึ้นภายในงานดังกล่าว ก็นับเป็นการสะท้อนทิศทางการดำเนินธุรกิจทางหนึ่ง มาดูกันหน่อยว่าปีนี้ เสี่ยใหญ่อย่าง &amp;ldquo;บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา&amp;rdquo; ประธานเครือสหพัฒน์ มีความสนใจจะลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ด้านไหนกันบ้าง
ขยายพอร์ตธุรกิจเพื่อการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นเงียบๆ แต่ทว่าไปเซ็นสัญญากับโรงเรียนชื่อดัง ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ของประเทศไทยไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากนี้จะจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ในไทย คาดว่าจะสามารถเริ่มลงทุนได้ภายใน 1-3 ปีนี้ ส่วนทางด้านเม็ดเงินก็น่าจะประมาณหลักพันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ว่าเสี่ยใหญ่ของสหพัฒน์ยังไม่ระบุแบรนด์ของโรงเรียนนานาชาติดังกล่าวอย่างชัดเจน แต่ก็กระซิบบอกมาว่าเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงติดอันดับท็อป 1-3 จากประเทศอังกฤษ หากเอ่ยชื่อก็เชื่อว่าชาวไทยจะรู้จักเป็นอย่างดี โดยทำเลจะตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และมีการคมนาคมที่สะดวกสบาย น่าจะต้องใช้พื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เชื่อว่าตลาดโรงเรียนนานาชาติยังมีศักยภาพ เป็นทางเลือกแก่ผู้ปกครองให้บุตรของตัวเองได้รับการศึกษาที่ดี โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปเรียนต่อยังต่างประเทศอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือสหพัฒน์มีความสนใจลงทุนเกี่ยวกับธุรกิจภาคการศึกษามาตลอด โดยมีความร่วมมือกับทางเครือเนชั่น เพื่อยกระดับทางการเรียนการสอน รวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพ ป้อนสู่สังคมด้วยการตั้งสถาบันยุทธศาสตร์ธุรกิจเชิงบวก (iSAB) เปิดรับผู้บริหารองค์กรภาครัฐ-เอกชน เจ้าของธุรกิจ หรือทายาทผู้ประกอบการ เข้าศึกษาในหลักสูตรประกาศนียบัตรนักบริหารยุทธศาสตร์เชิงบวก (The Master) มาแล้ว และกำลังเปิดรับสมัครรุ่น 4 เร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พาร์ทเนอร์กับญี่ปุ่นยกระดับการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีทางกลุ่ม Hakuhodo เอเจนซี่โฆษณาชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น และกลุ่ม The Ashahi Shimbun สื่อยักษ์ใหญ่ 1 ใน 3 ของประเทศญี่ปุ่น หลังจากนี้จะจับมือเพื่อเดินหน้าด้วยกัน 2 โครงการ ได้แก่ 1. &amp;ldquo;มิกเกะ&amp;rdquo; (Mikke) วารสารที่นำเรื่องราวด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมที่เคยตีพิมพ์แบบรายวันในหนังสือพิมพ์ The Asahi Shimbun และวารสารวิทยาศาสตร์ Kagakuru มาคัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจ จัดทำเป็น &amp;ldquo;นิตยสารแจกฟรี&amp;rdquo; รายสองเดือน ฉบับภาษาไทยชื่อว่ามิกเกะ หรือในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า &amp;ldquo;เจอแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อยากให้เด็กไทยที่กำลังเติบโตได้มาอ่านนิตยสารเล่มนี้ เหมือนกับการพบเจอสิ่งใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ เนื้อหาที่สอดคล้องกับ STEM Education กิจกรรมหลากหลายสนุกๆ ในแบบที่เด็กจะต้องร้องอย่างตื่นเต้นเมื่อได้ค้นพบความรู้ใหม่ๆ ว่า &amp;ldquo;เจอแล้ว&amp;rdquo; นั่นเอง และยังมีการสร้างคาแรคเตอร์การ์ตูน 6 ตัวที่มีบุคลิกและนิสัยไม่เหมือนกัน ให้มานำเสนอเรื่องราวที่หลากหลายสำหรับเด็กๆ ปัจจุบัน&amp;ldquo;มิกเกะ&amp;rdquo; (Mikke) ถูกแจกฉบับละ 150,000 ชุด ปีละ 6 ครั้ง สู่ โรงเรียน 350 แห่งในประเทศไท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการที่ 2. Bellmark เป็นองค์กรที่จะช่วยเหลือโรงเรียนในการหาอุปกรณ์การเรียนการสอน &amp;ldquo;Bellmark&amp;rdquo; โดยหนังสือพิมพ์ The Asahi Shimbun ร่วมมือกับบริษัทญี่ปุ่นต่างๆ จะเป็นสัญลักษณ์ที่ติดอยู่กับสินค้าและบริการ ต่างๆ จะมีคะแนนที่จะคำนวนเป็นเงินบริจาคให้แก่โรงเรียน และผู้ประสพภัยหรือ ผู้ด้อยโอกาสในสถานที่ห่างไกลความเจริญ บุคคลทั่วไปสามารถเก็บแต้ม Bellmark ที่ติดอยู่บนแพ็คเก็จต่างๆเพื่อบริจาคให้แก่ โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งเครือสหพัฒน์จะเป็นผู้ร่วมดำเนินโครงการกับกลุ่ม Hakuhodo และกลุ่ม The Asahi Shimbun ในการสนับสนุนให้เกิดการใช้งานสัญลักษณ์ &amp;ldquo;Bellmark&amp;rdquo; แก่ธุรกิจสินค้าและบริการในประเทศไทย เพื่อช่วยซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอนให้แก่โรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุยตลาดแบรนด์เนมมือสอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าการซื้อขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองผ่านช่องทางออนไลน์เกิดขึ้นจำนวนมาก แต่หลายครั้งจะพบว่าผู้บริโภคต้องเจอกับการซื้อขายที่ไม่เป็นไปอย่างที่ใจคิด เพราะการขายออนไลน์ใครๆ ก็ทำได้ ระบบการคัดกรองก็ไม่ได้มีมาก ทำให้ไม่ยั่งยืนเท่าที่ควร เนื่องจากเข้ามาในตลาดเพียงชั่วครู่เพื่อกอบโกยแล้วก็หายไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นของคนไทยยังมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสร้างเม็ดเงินจากการช้อปปิ้งให้กับแหล่งท่องเที่ยวในญี่ปุ่นมหาศาล โดยนอกเหนือจากสินค้าจำพวกเครื่องสำอาง และขนมที่ได้รับความนิยมแล้ว บางรายอาจเคยเป็นลูกค้าของร้านสินค้าแบรนด์เนมมือสองนามว่า &amp;ldquo;KOMEHYO&amp;rdquo; ก็เป็นได้ เพราะแต่ละปียอดขายที่มาจากคนไทยมากถึง 500-600 ล้านเยนต่อปีกันเลยทีเดียว นับว่าเป็นลำดับรองๆ จากจีน ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของ KOMEHYO&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากย้อนกลับไปสักประมาณช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ในประเทศญี่ปุ่นมีผู้เล่นในตลาดร้านแบรนด์เนมมือสองเกิดขึ้นจำนวนมาก หากคิดเป็นอัตราการเติบโตจะอยู่ที่ 7% ต่อปี ส่งผลให้ภาพรวมตลาดมีมูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านล้านเยน โดยผลประกอบการของปี 2560 KOMEHYO มียอดขายประมาณ 4 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;KOMEHYO เป็นบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ Tokyo ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2490 ทำธุรกิจร้านขายสินค้าแบรนด์เนมมือสองที่มีส่วนแบ่งการตลาดใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีจำนวนสาขาที่ครอบคลุมภูมิภาคใหญ่ ๆ อย่างคันโต คันไซ จูบุ และในเมืองใหญ่ๆเช่น โตเกียว โอซาก้า รวมกว่า 30 สาขา โดยมีสาขาใหญ่อยู่ที่ นาโกย่า และขยายไปยัง ฮ่องกง ,เซียงไฮ้ ,ปักกิ่ง โดยเป็นการจำหน่ายทั้งสินค้ามือหนึ่งและสินค้ามือสอง เช่น เครื่องประดับ นาฬิกา กระเป๋า และเสื้อผ้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หัวใจของธุรกิจอย่าง KOMEHYO นั้นไม่ได้อยู่ที่การขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังอยู่ที่การรับซื้อสินค้าที่ดี เข้ามาด้วย และประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในแหล่งที่มีผู้ใช้งานสินค้าแบรนด์เนมจำนวนมหาศาลอีกทั้งคนไทยที่เดินทางไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นก็เป็นลูกค้าของ KOMEHYO อยู่เป็นจำนวนมากจึงทำให้ KOMEHYO มั่นใจได้ว่าประเทศไทยก็เป็นตลาดหนึ่งที่น่าลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากเครือสหพัฒน์ลงนามในครั้งนี้แล้ว จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้อยู่ระหว่งการหาทำเลศักยภาพในกรุงเทพฯ โดยสาขาแรกจะเป็นรูปแบบแฟล็กชิพสโตร์ และเกิดขึ้นเร็วสุดภายในปี 2562 แม้ว่าขนาดของพื้นที่ยังไม่สามารถระบุได้อย่างชัดเจน แต่ให้มองในสาขาที่นาโกย่า 6,000 ตารางเมตร ชิบูย่า 2,400 ตารางเมตร และโอซาก้า 1,200 ตาราเมตร ก็อาจจะเป็นรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ปรับให้เหมาะสมกับเมืองไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การดำเนินธุรกิจของ KOMEHYO จะส่งผ่านสินค้าตามแนวคิด &amp;quot;Relay Use&amp;quot; &amp;ldquo;สิ่งของนั้นถูกส่งทอดจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง (Relay) เพื่อนำไปใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ (Use) ซึ่งเป็นการบรรลุประโยชน์สูงสุดของสิ่งของนั้นๆ&amp;rdquo; การส่งต่อสิ่งของที่ไม่ใช้แล้วไปให้กับบุคคลอื่นที่ยังต้องการ เมื่อของนั้นถูกส่งต่อ ทำให้มีการใช้งานต่อเนื่องไป ซึ่งนั่นก็หมายความว่า สิ่งของนั้นได้ถูกใช้งานให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12308</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายของมือสอง, สหกรุ๊ปแฟร์, สหพัฒน์, โรงเรียนนานาชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180628/image_big_5b34e3aa0e0a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
