<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59188</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตุ๋นป้ายห้อยคอ อ้างกันไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตำรวจ ปคบ.ร่วมกับ อย.บุกจับป้ายห้อยคอป้องกันไวรัสโควิด-19 พบของกลางกว่า 100 ชิ้น ขายทางออนไลน์ชิ้นละ 400 บาท อ้างปล่อยสารยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ไม่ต้องใช้หน้ากากอนามัย อีกราย สาวหลอกขายหน้ากากอนามัยทั้งที่ไม่มีของอยู่จริง&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) สั่งการ พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรีและศาลอาญาเข้าตรวจอาคารพาณิชย์ หมู่บ้านพฤกษาวิลล์ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี และบ้านพัก ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ หลังสืบทราบว่าบ้านทั้งสองหลังมีการกักตุนสินค้าที่อวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชนันนัทธ์เปิดเผยเมื่อวันอาทิตย์ว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่ามีการขายแผ่นป้ายหรืออุปกรณ์ห้อยคอในรูปแบบต่างๆ ในสื่อออนไลน์ ราคา 300-500 บาทต่อชิ้น โดยมีการอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถปล่อยสารบางอย่างออกมาช่วยกรองอากาศ สามารถป้องกันและยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศ และสามารถใช้แทนหน้ากากอนามัยได้ จึงได้ทำการสืบสวนสอบสวน จนทราบว่าอาคารบ้านพักทั้งสองหลังเป็นแหล่งกักตุนสินค้า จึงนำหมายค้นเข้าตรวจสอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการตรวจค้นทั้งอาคารบ้านพักทั้งสองหลัง สามารถตรวจยึดผลิตภัณฑ์ Virus Shut Out ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าเมื่อห้อยคอสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้จำนวนกว่า 100 แผ่น จึงได้ตรวจยึดเพื่อตรวจสอบ ในเบื้องต้นได้สอบถามนายโน้ต และนายเอ็ม ให้การว่าเป็นผู้ดูแลสินค้า รับแผ่นดังกล่าวมาจำหน่ายในราคาชิ้นละ 400 บาท ซึ่งขั้นตอนจากนี้ได้ส่งแผ่นดังกล่าวไปตรวจ หากพบว่ามีสารคลอรีนไดออกไซด์ตามที่กล่าวอ้าง จะถูกดำเนินคดีในข้อหาครอบครองวัตถุอันตรายโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่หากไม่พบสารคลอรีนไดออกไซด์ ก็จะดำเนินการแจ้งข้อหาฉ้อโกงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.ชนันนัทธ์กล่าวว่า อุปกรณ์ห้อยคอในรูปแบบต่างๆ ในสื่อออนไลน์ เช่น ปากกา พัดลม ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถปล่อยสารบางอย่างออกมาช่วยกรองอากาศ สามารถป้องกันและยับยั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรียในอากาศ สามารถใช้แทนหน้ากากอนามัยได้นั้น ขอแจ้งว่า ผลิตภัณฑ์ที่สามารถฆ่าเชื้อในอากาศจัดเป็นวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน หรือทางสาธารณสุข ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องขอขึ้นทะเบียนและขออนุญาตนำเข้ากับ อย. และผ่านการประเมินประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนจึงจะสามารถขายได้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีผลิตภัณฑ์ในลักษณะนี้ขึ้นทะเบียนกับ อย. จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะจะทำให้ขาดความระมัดระวัง ละเลยการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง เช่น คิดว่าคล้องแผ่นป้ายนี้แล้วไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ไม่ต้องล้างมือ ไม่ต้องกินร้อน ช้อนกลาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอย้ำว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่สามารถป้องกันไวรัสได้ และขอเตือนไปยังผู้ลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถยับยั้งเชื้อไวรัสดังกล่าวให้หยุดขายสินค้นดังกล่าวทันที ผู้ที่ฝ่าฝืนนำเข้าโดยไม่ขึ้นทะเบียนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากไม่ขออนุญาตนำเข้าจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หากพบเห็นการโฆษณาขายสินค้าดังกล่าวสามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ.1135 หรือทางเพจ รู้ทันภัยเครื่องสำอาง อาหารและยา&amp;rdquo; พ.ต.อ.ชนันนัทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญยา ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. นำกำลังจับกุม น.ส.ชนัญชิดา หรือนุ่น นาคประสูตร อายุ 25 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ จ.84/2563 ลงวันที่ 5 มี.ค.2563 ข้อหา &amp;ldquo;ฉ้อโกงประชาชน, นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ&amp;rdquo; จับกุมได้ที่บริเวณหมู่ 8 ต.บัวปากท่า อ.บางเลน จ.นครปฐม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ กองปราบปรามได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีผู้หลอกขายหน้ากากอนามัยป้องกันไวรัสโควิด-19 ผ่านทางเฟซบุ๊ก ใช้ชื่อ &amp;ldquo;Khun nune หน้ากากอนามัยราคาส่ง&amp;rdquo; ทำให้มีผู้หลงเชื่อสั่งซื้อนับสิบราย บางรายก็จะสั่งซื้อหน้ากากอนามัยเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปบริจาคให้กับเพื่อนที่อยู่ประเทศจีน หรือบริจาคให้กับหน่วยงานต่างๆ ที่กำลังขาดแคลน หรือเอาไว้ใช้ส่วนตัว ต่อมาเมื่อผู้เสียหายโอนเงินไปให้แล้ว ผู้ต้องหาก็จะทำทีว่าจะส่งสินค้าให้ทันที หรือส่งไปกับบริษัทส่งสินค้าเอกชน แต่หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีก เกิดความเสียหายรวมกันแล้วหลายแสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สืบทราบว่า ผู้ต้องหาเคยมีประวัติก่อคดีหลอกลวงขายสินค้ามาแล้วหลายประเภท ทั้งโทรศัพท์มือถือ, เสื้อผ้า, รองเท้า ซึ่งเมื่อปี พ.ศ.2558 ผู้ต้องหาเคยถูกจับคดีหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ ภายหลังได้ประกันตัวก็ยังไปก่อเหตุขึ้นอีก ขณะนี้กำลังหลบหนีคดีอยู่ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ กระทั่งตามจับกุมตัวได้พร้อมของกลางสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเอทีเอ็มที่ใช้หลอกลวงผู้เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน น.ส.ชนัญชิดาให้การรับสารภาพว่าได้หลอกลวงผู้เสียหายจริง ส่วนเงินที่ได้ก็จะนำไปซื้อทอง, แหวน และไปใช้เที่ยวเตร่ จึงแจ้งข้อหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59188</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทางออนไลน์, ปล่อยสารยับยั้งเชื้อไวรัส, ป้ายห้อยคอกันไวรัสโควิด, หลอกลวง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200308/image_big_5e64f7c542de3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
