<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>31189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 21:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039; แย้ม อาจขายทิ้งหรือเลิกกิจการ &#039;มาเลเซียแอร์ไลน์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นายกฯ มหาเธร์ โมฮัมหมัด ประกาศเมื่อวันอังคารว่า มาเลเซียแอร์ไลน์ สายการบินแห่งชาติที่ประสบปัญหารุมเร้าของมาเลเซีย อาจต้องถูกขายทิ้งหรือเลิกกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เที่ยวบินเอ็มเอช 370 สูญหายขณะบินจากกัวลาลัมเปอร์ไปกรุงปักกิ่งเมื่อเดือนมีนาคม 2557 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 12 มีนาคมว่า สายการบินแห่งชาติที่มีอายุเก่าแก่ 71 ปีแห่งนี้อยู่ในภาวะหมิ่นเหม่จะล้มละลายมานับแต่ปี 2557 ที่เที่ยวบินเอ็มเอช 370 หายสาบสูญอย่างปริศนาพร้อมผู้โดยสารและลูกเรือรวม 239 คนเมื่อเดือนมีนาคม การค้นหาครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การบินของโลกยังคงคว้าน้ำเหลว แล้วไม่กี่เดือนหลังจากนั้น เที่ยวบินเอ็มเอช 17 ก็โดนมิสไซล์ที่ผลิตโดยรัสเซีย ยิงตกภายในเขตสู้รบทางภาคตะวันออกของยูเครน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงที่สายการบินนี้จวนเจียนจะล้มละลายเมื่อหลายปีก่อน กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ คาซานาห์ ของมาเลเซียได้เข้ามาควบคุมกิจการและดำเนินการปฏิรูปเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ซึ่งรวมถึงการลดจำนวนพนักงานหลายพันตำแหน่ง แต่มาเลเซียแอร์ไลน์ยังคงมีผลการดำเนินการที่ย่ำแย่ และยังส่งผลไปถึงสถานะทางการเงินที่แย่ลงของคาซานาห์ที่เปิดเผยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีมาเลเซียตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่สภาเกี่ยวกับอนาคตของมาเลเซียแอร์ไลน์ว่า การจะปิดสายการบินแห่งชาตินั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก &amp;quot;กระนั้น เราจะศึกษาและตรวจสอบว่าเราควรปิดสายการบินนี้หรือไม่ หรือเราจะขายมันทิ้ง หรือจะรีไฟแนนซ์&amp;quot; มหาเธร์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวเบอร์นามารายงานว่า สัปดาห์ที่แล้ว คาซานาห์ประกาศผลประกอบการปี 2561 ก่อนหักภาษี ขาดทุน 6,300 ล้านริงกิต (1,540 ล้านดอลลาร์) เปรียบเทียบกับปีก่อนหน้านั้นซึ่งมีผลกำไรก่อนหักภาษี 2,900 ล้านริงกิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านมาเลเซียแอร์ไลน์เผยผ่านแถลงการณ์ว่า สายการบินได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคาซานาห์มาตั้งแต่เดือนกันยายนปีที่แล้วเพื่อจัดทำแผนฟื้นฟู.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ, ขายทิ้ง, คาซานาห์, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, มาเลเซียแอร์ไลน์, สายการบินแห่งชาติ, เลิกกิจการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190312/image_big_5c87bc9b66936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2018 09:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2018 09:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เอาแล้ว &#039;แหล่งมอนทารา&#039; ปตท.สผ.เทขายทิ้ง 100%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปตท.สผ.เทกระจาดขายแหล่งมอนทารา 100% เป็นมูลค่า 195 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดซื้อขายเสร็จภายในสิ้นปี 61 ชี้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการบริหารจัดการการลงทุน สร้างการเติบโตระยะยาว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย (แอชมอร์ คาร์เทียร์) พีทีวาย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ได้ลงนามในสัญญาขายแหล่งมอนทารา ในสัดส่วน 100% ให้กับบริษัท เจดสโตน เอนเนอร์ยี่ (อีเกิ้ล) พีทีวาย จำกัด (Jadestone Energy (Eagle) Pty Ltd) &amp;nbsp;โดยมีมูลค่าการขาย 195 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าการซื้อขายจะเสร็จสิ้นภายในปี 2561 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าว อาจจะมีการปรับมูลค่าการซื้อขาย เนื่องจากเงินทุนหมุนเวียนที่เปลี่ยนแปลงไปจากการดำเนินธุรกิจก่อนที่สัญญาจะมีผลสมบูรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท.สผ. อาจมีการรับรู้มูลค่าการขายเพิ่มเติมในวงเงินไม่เกิน 160 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาน้ำมันดิบ ความสามารถในการผลิต และการพัฒนาแหล่งในอนาคต โดยการซื้อขายดังกล่าวจะมีผลสมบูรณ์เมื่อบรรลุเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ในสัญญาขายแหล่ง มอนทารา รวมถึงต้องได้รับการอนุมัติจาก National Offshore Petroleum Titles Administrator (NOPTA) และ National Offshore Petroleum Safety and Environmental Management Authority (NOPSEMA) ซึ่งเป็นองค์กรบริหารความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมด้านปิโตรเลียมทางทะเล ของประเทศออสเตรเลีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การขายสัดส่วนการลงทุนในแหล่งมอนทาราเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการลงทุนของ ปตท.สผ. ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ในด้าน Refocus โดยจะเน้นการลงทุนในพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่เรามีความเชี่ยวชาญ มีศักยภาพปิโตรเลียมสูง มีต้นทุนและความเสี่ยงต่ำ เช่น ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตะวันออกกลาง เพื่อเพิ่มปริมาณสำรองและสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในอนาคต โดยแหล่งมอนทารา ตั้งอยู่นอกชายฝั่งประเทศออสเตรเลีย มีปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในช่วงครึ่งแรกของปี 2561 ในอัตรา 7,694 บาร์เรลต่อวัน&amp;rdquo;นายสมพร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13549</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทิ้ง, ปตท.สผ., พีทีทีอีพี ออสตราเลเชีย, สำรวจปิโตรเลียม, เจดสโตน เอนเนอร์ยี่, แหล่งมอนทารา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180704/image_big_5b3c8d5332a63.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
