<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>111784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/08/2021 07:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/08/2021 07:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บินไทย&#039;เทหมดหน้าตักประกาศขายที่ดินทำเลทอง ย่านหลานหลวง สีลม ดอนเมืองและต่างจังหวัด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1 ส.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศขายที่อสังหาริมทรัพย์ ของบริษัทฯ ในทำเลทองต่างๆ ได้แก่ย่านหลานหลวง สีลม ดอนเมือง ภูเก็ต เช่น ขอนแก่น อุดรธานี พิษณุโลก เชียงใหม่ เชียงราย โดยกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ สีลมอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น ที่ดิน 8 แปลง เนื้อที่ 106.5 ตารางวาบริเวณหลานหลวง อาคารสำนักงานสูง 8 ชั้น และอาคารที่จอดรถสูง 6 ชั้น เนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 26 ตารางวา ดอนเมืองอาคารรักคุณเท่าฟ้า อาคารสำนักงานสูง 2 ชั้น และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ เนื้อที่ 8 ไร่ 3 งาน 24 ตารางวา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ยังมีในส่วนของต่างจังหวัด ได้แก่ภูเก็ต อาคารสำนักงานงาน และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆเนื้อที่ 2 ไร่ 2 งาน 72 ตารางวา อยู่ในย่านตลาดเหนือ ติดถนนระนอง ตำบลตลาดเหนือ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ตจังหวัดเชียงใหม่ ที่ดินเปล่า เนื้อที่ 15 ไร่ 2 งาน 49.5 ตารางวา อยู่ในย่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ ตั้งอยู่ ซอย 12 เม็งรายถนนเชียงใหม่ หางดง ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่จังหวัดเชียงใหม่และอาคารสำนักงาน 4 ชั้น เนื้อที่ 3 งาน 76 ตารางวา ตั้งอยู่อาคารเลขที่ 204 ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดเชียงราย อาคารสำนักงาน 2 ชั้น มีดาดฟ้า เนื้อที่ 3งาน 69.1 ตารางวา เลขที่ 807 ถนนพหลโยธิน ตำบลเวียงอำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย จังหวัดพิษณุโลก อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พร้อมชั้นลอย จำนวน3 คูทา เนื้อที่ 36.6 ตารางวา อยู่ในย่านพาณิชยกรรมเทศบาลนครพิษณุโลก อาคารเลขที่ 209/26-28 ถนนบรมไตรโลกนารถ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จังหวัดอุดรธานี ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 4 แปลงเนื้อที่ 2 งาน 21.4 ตารางวา อยู่ในย่านตำบลหมากแข้งอาคารเลขที่ 183/6 และ 183/9 ถนนหมากแข้ง ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดขอนแก่น อาคารพาณิชย์ 3.5 ชั้น 2 คูหา เนื้อที่ 64.2ตารางวา อยู่ย่านในเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้การบินไทยได้ยื่นศาลล้มละลายเพื่อขอขายทรัพย์สิน เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ส่งผลให้ทุกสายการบิน รวมถึงการบินไทยไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติอีกทั้งธุรกิจการบินทั่วโลกเผชิญอยู่กับวิกฤตการหดตัวอย่างรุนแรง จากข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศ ส่งผลให้กระแสเงินสดของบริษัทฯ ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนไม่เพียงพอที่บริษัทฯ จะกลับมาเริ่มทำการบินได้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111784</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินไทย, ขายที่ดิน, ขายอสังหาริมทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210801/image_big_6105e7a54b48b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>87505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/12/2020 08:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/12/2020 08:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กนอ.โชว์ผลงานขาย/เช่าที่ดินนิคมกว่า2พันไร่มีการลงทุน 2 แสนล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ธ.ค. 2563 นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยผลประกอบการ กนอ.ปีงบประมาณ 2563 (ต.ค. 2562-ก.ย. 2563) ว่ามียอดขาย/เช่าที่ดิน ในปี 2563 ประมาณ 2,150.45 ไร่ ซึ่งลดลงจากปีก่อนเพียงเล็กน้อย 1.52 % ที่ขายได้ 2,183 ไร่ โดยแบ่งเป็นพื้นที่ในอีอีซี จำนวน 1,840.58 ไร่ และนอกอีอีซี จำนวน 309.87 ไร่ มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 239,038.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ที่มีจำนวน 30,527.54 ล้านบาท คิดเป็น 683.02 % ซึ่งจะเห็นได้ว่ามูลค่าการลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด เนื่องมาจากการลงทุนเพิ่มของฐานลูกค้าเดิมที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ และอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่ง ก่อให้เกิดการจ้างงาน 32,753 คน เพิ่มขึ้น 494.21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งมีการจ้างงาน 5,512 คน

ทั้งนี้ ในภาพรวมแม้ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงชะลอตัวและอาจส่งผลกระทบบ้าง เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทำให้การเดินทางจากต่างประเทศเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม กนอ.ได้รับอานิสงค์จากฐานลูกค้าเดิมในนิคมอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนในช่วงนี้เป็นผลให้ผลประกอบการของ กนอ.ในปีงบประมาณ 2563 สำหรับกลุ่มอุตสาหกรรม 5 อันดับแรก ที่นักลงทุนให้ความสนใจลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมปีงบประมาณ 2563 ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมยานยนต์ และการขนส่ง 2.เหล็ก และผลิตภัณฑ์โลหะ 3.ยาง พลาสติก และหนังเทียม 4.เครื่องยนต์ เครื่องจักร และอะไหล่ 5.เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ โดยประเทศที่ลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย และฮ่องกง ตามลำดับ ปัจจุบันนิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ภายใต้การกำกับของกนอ.มีศักยภาพพร้อมรองรับการลงทุนอย่างเต็มที่ทั้งในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคต่างๆอย่างครบถ้วน

&amp;ldquo;กนอ.คาดว่าหลังสถานการณ์โควิด-19 จะเป็นโอกาสลงทุน โดย กนอ.จะใช้โอกาสนี้เสริมสร้างศักยภาพของการให้บริการระบบสาธารณูปโภค ด้วยการยกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ &amp;nbsp;Facility 4.0 ควบคู่กัน เช่น การติดตั้งมิเตอร์วัดน้ำอัจฉริยะ แทนมิเตอร์น้ำในรูปแบบเดิม และยกระดับการให้บริการอนุมัติอนุญาต ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนในการให้บริการระบบสาธารณูปโภคและการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรมด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมตามมาตรฐานสากล และยังเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในนิคมฯซึ่งเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของโลกได้อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าในปี 2564 กนอ.จะมียอดขาย/เช่าพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมประมาณ 2,500 ไร่ และสามารถจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมใหม่ได้ประมาณ 2-3 แห่ง&amp;rdquo;นางสาวสมจิณณ์ กล่าว

รายงานข่าวจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า หลังจากเปิดรับสมัครผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่แทนน.ส.สมจิณณ์ &amp;nbsp;พิลึก ผู้ว่ากนอ. ซึ่งจะหมดวาระวันที่ 20 เม.ย. 64 &amp;nbsp;โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;9 พ.ย. และปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. มีผู้ลงสมัครทั้งสิ้น &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายใน &amp;nbsp;2 ราย คือ นายอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา &amp;nbsp;รองผู้ว่าการสายงานยุทธศาสตร์และพัฒนา &amp;nbsp;และนายพรเทพ ภูริพัฒน์ &amp;nbsp;รองผู้ว่าการ สายงานปฏิบัติการ &amp;nbsp;ส่วนอีก 2 ราย &amp;nbsp;เป็นบุคคลภายนอก คือ นายทรงวุฒิ อภิรักษ์ขิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทย-อะมาดิอุส เซาท์อีสต์ เอเชีย จำกัด และนายวีริศ อัมระปาล ที่ปรึกษานายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม &amp;nbsp;ในด้านวิชาการ

ทั้งนี้ภายในวันที่ 25 ธ.ค. คณะกรรมการสรรหาผู้ว่าการการนิคมฯ คนใหม่ ซึ่งมีนายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว เป็นประธาน &amp;nbsp;จะเปิดให้ผู้สมัครทั้ง &amp;nbsp;4 &amp;nbsp;ราย แสดงวิสัยทัศน์ต่อคณะกรรมการสรรหา จากนั้นจะคัดเลือกเสนอชื่อเข้าคณะกรรมการ (บอร์ด) กนอ. เพื่อพิจารณา คาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน จะประกาศชื่อผู้ได้รับตำแหน่งผู้ว่าการกนอ.คนใหม่ &amp;nbsp;มีหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ มีแนวโน้มจะเป็นคนนอกมากกว่าคนใน &amp;nbsp; &amp;nbsp;

สำหรับงานที่ผู้ว่ากนอ.คนใหม่ต้องมาสานต่อ เช่น การพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด ระยะที่ 3 , โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม สมาร์ท พาร์ค เพื่อรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย &amp;nbsp;เช่น อุตฯการบินและโลจิสติกส์ , อุตฯการแพทย์ , อุตฯหุ่นยนต์ , อุตดิจิทัล รวมทั้งโครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ หรือเอสอีแซด ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมตั้งอยู่ในพื้นที่จ.สระแก้ว และสงขลา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กนอ., การนิคมอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ขายที่ดิน, น.ส.สมจิณณ์ พิลึก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201209/image_big_5fd09df68c5d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42749</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขีดเส้นหลัง28ส.ค.ยึดที่ดินบ้านแพรวาขายทอดตลาดเยียวยาญาติเหยื่อ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ส.ค.62 -&amp;nbsp;นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ระบุความคืบหน้าการจ่ายเงินเยียวยาค่าเสียหายให้กับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวน 9 ราย ตามคำพิพากษาในคดีแพรวา&amp;nbsp;9 ศพ ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม ได้แต่งตั้งตนเป็นผู้ประสานงานระหว่างศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งได้รับมอบอำนาจให้เป็นทนายความของผู้เสียหายทั้งหมดกับกลุ่มจำเลยทั้ง 4 ราย ซึ่งตามขั้นตอนต้องรอจนถึงวันที่ 28 ส.ค. หากฝ่ายจำเลยไม่สามารถขายที่ดินจำนวน 21 แปลงได้ ทางศูนย์นิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ จะนำรายการทรัพย์สินที่ตรวจสอบพบไปยื่นคำขอให้กรมบังคับคดียึดอายัดทรัพย์เพื่อนำออกขายทอดตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธวัชชัย กล่าวต่อว่า โดยตั้งเป้าจะเปิดประมูลขายและนำเงินมาเฉลี่ยให้กับผู้เสียหายตามคำพิพากษาให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน หรือ 180 วัน อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ยังไม่มีฝ่ายใดติดต่อเข้ามายังกระทรวงยุติธรรม จึงถือว่าหน้าที่ของกระทรวงจะเริ่มตันนับหนึ่ง หลังวันที่ 28 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42749</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายที่ดิน, ค่าเสียหาย, ธวัชชัย ไทยเขียว, แพรวา9ศพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180811/image_big_5b6e7e2719f8a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2018 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2018 17:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ละอายเรื่องอื้อฉาว รมว.คลังญี่ปุ่นคืนเงินเดือน 1 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น ประกาศเมื่อวันจันทร์ว่า เขากำลังส่งคืนเงินเดือนในตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นเวลา 1 ปี ภายหลังกระทรวงของเขาเกิดเรื่องอื้อฉาวเจ้าหน้าที่ทำลายเอกสารที่เกี่ยวโยงกับคำกล่าวหานายกฯ ชินโซ อาเบะ เอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทาโร อาโสะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น แถลงข่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2561 / JIJI PRESS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 4 มิถุนายน 2561 ว่าอาโสะยืนกรานปฏิเสธที่จะลาออกจากตำแหน่ง เพราะเรื่องอื้อฉาวนี้ แต่เขาบอกต่อผู้สื่อข่าวว่า เขาสมัครใจจะส่งคืนเงินเดือน 12 เดือนของตำแหน่งรัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลอาเบะ เนื่องจากเรื่องอื้อฉาวเหล่านี้ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อกระทรวงการคลังและรัฐบาลโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาโสะเป็นรัฐมนตรีที่ร่ำรวยที่สุดในรัฐบาลอาเบะ ครอบครัวของเขามีทรัพย์สินมหาศาลจากธุรกิจเหมืองแร่ เขาได้เงินเดือนในตำแหน่งรัฐมนตรีปีละประมาณ 30 ล้านเยน (ราว 8.75 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องอื้อฉาวนี้เกี่ยวข้องกับการขายที่ดินของรัฐในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดเมื่อปี 2559 โดยผู้ซื้อเป็นผู้ดำเนินกิจการโรงเรียนเอกชนที่มีแนวคิดชาตินิยม และอ้างว่ารู้จักกับอาเบะและนางอากิเอะ ภริยาของอาเบะ เจ้าหน้าที่หลายคนในกระทรวงนี้ถูกเปิดโปงว่าลบข้อมูลที่พาดพิงถึงอาเบะ, ภริยาของเขา และอาโสะ ที่ปรากฏอยู่ในเอกสารเกี่ยวข้องกับการขายที่ดินผืนนี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายที่ดิน, คืนเงินเดือน, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, ทาโร อาโสะ, รัฐมนตรีคลัง, เรื่องอื้อฉาว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180604/image_big_5b1516ff74d6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
