<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57660</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2020 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2020 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บลูมเบิร์ก&#039;พร้อมขายบริษัทหากชนะ&#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะหาเสียงของไมเคิล บลูมเบิร์ก มหาเศรษฐีเจ้าของสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ย้ำว่าเขาพร้อมขายบริษัทที่สร้างผลกำไรเป็นกอบเป็นกำหากเอาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายนนี้ ขณะโพลชี้คะแนนนิยมของเขาพุ่งพรวดแซงหน้าอดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก 3 สมัยเพิ่งกระโดดลงสังเวียนชิงชัยของพรรคเดโมแครตเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ล้าหลังสมาชิกร่วมพรรคคนอื่นๆ เกือบ 1 ปี แต่เขาได้รับคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่วนหนึ่งมาจากอานิสงส์ของการทุ่มทุนส่วนตัวมากกว่า 200 ล้านดอลลาร์ในการโฆษณาหาเสียง และในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ เขาจะขึ้นเวทีโต้อภิปรายเป็นครั้งแรกที่ลาสเวกัส ภายหลังคณะกรรมการแห่งชาติพรรคเดโมแครตยอมรับว่าเขามีคุณสมบัติในการท้าชิงตำแหน่งตัวแทนพรรค แม้เขาจะไม่ได้เข้าร่วมการหยั่งเสียงของพรรคใน 4 มลรัฐแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ อ้างคำกล่าวของโฆษกคณะหาเสียงของบลูมเบิร์กเมื่อวันอังคารว่า บลูมเบิร์กจะขายกิจการบริษัท บลูมเบิร์ก แอลพี ของเขาอย่างแน่นอน หากเขาชนะโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บลูมเบิร์ก แอลพี ซึ่งเขาก่อตั้งเมื่อปี 2524 เป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินแก่บริษัทในตลาดหุ้นวอลล์สตรีท เพิ่มเติมจากการขายข่าว โดยอดีตนายกเทศมนตรีนิวยอร์กรายนี้ถือหุ้นส่วนใหญ่ นักวิเคราะห์จากบริษัทให้คำปรึกษาระหว่างเบอร์ตัน-เทย์เลอร์ประเมินว่า บลูมเบิร์ก แอลพี สร้างรายได้มากกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะหาเสียงของเขากล่าวว่า กระบวนการขายบริษัทจะเริ่มต้นด้วยการนำบริษัทเข้าบลายด์ทรัสต์ก่อน แล้วจากนั้นค่อยขายกิจการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลสำรวจความคิดเห็นหลายสำนักชี้ว่าบลูมเบิร์กมีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โพลของเอ็นพีอาร์/พีบีเอสนิวส์อาวร์/มาริสต์ให้เขามีคะแนนอันดับ 2 ของพรรค ที่ 19% ตามหลัง ส.ว.ฝ่ายซ้าย เบอร์นีย์ แซนเดอร์ส ที่ได้ 31% ส่วนไบเดนได้อันดับ 3 ที่ 15%, ส.ว.หัวก้าวหน้า เอลิซาเบธ วอร์เรน ได้ 12% และ ส.ว.นักปฏิบัตินิยม เอมี โคลบูชาร์ ได้ 9%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คะแนนที่เพิ่มขึ้นอย่างพรวดพราดของมหาเศรษฐีสายกลางวัย 78 ปีรายนี้เริ่มทำให้เขาตกเป็นเป้าโจมตีของคู่แข่งร่วมพรรค และรวมถึงประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57660</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายบริษัท, บลูมเบิร์ก แอลพี, เดโมแครต, เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์, ไมเคิล บลูมเบิร์ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200219/image_big_5e4d40c798c7c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
