<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>17120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2018 08:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2018 08:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชน 68% ไม่เชื่อมั่น อาชีพอื่นขายยาแทนเภสัช </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนเกิน 51% ไม่เห็นด้วยเปิดให้อาชีพอื่นขายยา &amp;nbsp;แจง 68%ไม่เชื่อมั่น ชี้รัฐควรแก้ปัญหาการสั่งซื้อยาออนไลน์ และการตั้งร้านขายยาเถื่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง &amp;ldquo;พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่ ประชาชนได้ประโยชน์ ?&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 3 &amp;ndash; 4 กันยายน 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการแก้ พ.ร.บ. ยา (ฉบับใหม่ กรกฎาคม 2561) โดยแก้ไขจาก พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 มาตรา 21 ผู้รับอนุญาตขายส่งยาแผนปัจจุบันต้องมีเภสัชกรชั้นหนึ่งประจำอยู่ ณ สถานที่ขายยา ประจำอยู่ตลอดเวลาที่เปิดทำการ (เภสัชกรชั้นหนึ่ง หมายความว่า ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งในสาขาเภสัชกรรม) เป็น พ.ร.บ. ยา (ฉบับใหม่ กรกฎาคม 2561) ให้ตัดข้อความ &amp;ldquo;เภสัชกร&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;ผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ&amp;rdquo; ถ้าไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ สามารถจัดหา ผู้มีหน้าที่ปฎิบัติการ มาทำงานแทนได้ และให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ สามารถจ่ายยาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงผลดีหรือผลเสียต่อประชาชนกับการที่ &amp;ldquo;พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่&amp;rdquo; เอื้อประโยชน์ให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ สามารถเปิดร้านขายยาได้เหมือนกับเภสัชกร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 51.20 ระบุว่า ส่งผลเสีย เพราะ วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพไม่มีความชำนาญ ความเชี่ยวชาญ เท่ากับเภสัชกรที่จบมาเฉพาะด้าน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ส่งผลทำให้มีร้านขายยาเพิ่มมากขึ้น รองลงมา ร้อยละ 46.48 ระบุว่า ส่งผลดี เพราะ จะได้มีทางเลือกเพิ่มมากขึ้น วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพก็มีความรู้ความสามารถ ไม่น้อยกว่าเภสัชกร และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อยามากขึ้น เนื่องจากในบางครั้งเภสัชกรก็ไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้ถูกต้องอย่างแพทย์ และร้อยละ 2.32 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับปัญหาเกี่ยวกับยาที่ควรปรับปรุงแก้ไขมากที่สุด พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 32.08 ระบุว่า การขายยาทางออนไลน์ รองลงมา ร้อยละ 15.92 ระบุว่า การให้วิชาชีพอื่นสามารถเปิดร้านขายยาได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ร้อยละ 13.12 ระบุว่า การโฆษณายาอันตราย ร้อยละ 12.80 ระบุว่า การผสมยาถือเป็นการผลิตยาใหม่ต้องมีการควบคุมเข้มงวด ร้อยละ 12.16 ระบุว่า การขายยาชุด ยาแบ่งขาย ร้อยละ 10.80 ระบุว่า การจัดประเภทของยาตามหลักสากล คือ จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ จ่ายยาโดยเภสัชกร ยาสามัญที่ประชาชนซื้อได้เอง ร้อยละ 0.88 ระบุว่า การนำเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามาให้บริการด้านยาแก่ประชาชน และร้อยละ 2.24 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความเชื่อมั่นของประชาชนต่อบุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพว่าจะสามารถจ่ายยา/ขายยาได้เทียบเท่ากับเภสัชกร พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 68.00 ระบุว่า ไม่เชื่อมั่น เพราะ เภสัชกรมีความรู้ ความชำนาญมากกว่าบุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพ เนื่องจากเรียนตรงตามหลักสูตรและตรงกับสายงาน ขณะที่บางส่วนระบุว่า ต้องการผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะทางในการแนะนำหรือจ่ายยา รองลงมา ร้อยละ 29.44 ระบุว่า เชื่อมั่น เพราะ บุคลากรวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพมีความรู้ความสามารถเทียบเท่ากับเภสัชกร และร้อยละ 2.56 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการยอมรับให้วิชาชีพอื่นในสายสุขภาพสามารถจ่ายยา/ขายยาโดยไม่มีเภสัชกรควบคุม พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 77.04 ระบุว่า ยอมรับไม่ได้ เพราะ ผู้ที่จะจ่ายยาได้นั้นต้องเป็นเภสัชกร หรือมีเภสัชกรคอยควบคุมการจ่ายยา ขณะที่บางส่วนระบุว่า ไม่มีความมั่นใจหากเป็นวิชาชีพอื่นที่ไม่ได้จบเฉพาะทาง ไม่มีความเชี่ยวชาญเทียบเท่าเภสัชกร อาจจะจ่ายยาไม่ตรงกับโรคที่เป็นหรือจ่ายยาผิด รองลงมา ร้อยละ 21.12 ระบุว่า ยอมรับได้ เพราะ เป็นการเปิดกว้างในด้านอาชีพมากขึ้น เนื่องจากวิชาชีพอื่นในสายสุขภาพก็มีความรู้ ความสามารถเทียบเท่ากับเภสัชกร และร้อยละ 1.84 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17120</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายยาออนไลน์, นิด้าโพล, พ.ร.บ. ยา ฉบับใหม่, ร้านขายยา, ให้อาชีพอื่นขายยาได้, ไม่เห็นด้วย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180909/image_big_5b9478229304e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16261</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2018 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2018 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.ฮึ่ม ห้ามขายยาปลุกเซ็กส์ออนไลน์ หลังเพจ “Drama-addict” แจ้งเบาะแส </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีแฟนเพจ &amp;ldquo;Drama-addict&amp;rdquo; แจ้งเบาะแสกรณีมีการขายยาปลุกอารมณ์ทางเพศทางออนไลน์ที่มีการแอบอ้างว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผ่านการรับรองจาก อย.และมีการแชร์โฆษณาออกไปเป็นจำนวนมาก โดยผู้ขายผลิตภัณฑ์ได้นำใบเสียภาษีนำเข้าสินค้าที่ออกโดยกรมศุลกากรมาแสดง ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการผ่านการตรวจมาตรฐานจาก อย.ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใดนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอขอบคุณเพจ&amp;ldquo;Drama-addict&amp;rdquo; ที่แจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันดำเนินการกับผู้กระทำผิดซึ่งอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค โดย อย. ได้ตรวจสอบข้อมูล ยาปลุกอารมณ์ทางเพศหรือ ยาปลุกเซ็กส์ Girly Sex ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ระบุสรรพคุณว่า &amp;quot; มีอารมณ์อยากมีเพศสัมพันธ์... ซึ่ง อย.ไม่เคยมีการขึ้นทะเบียนตำรับยาให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่อวดอ้างสรรพคุณในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ การโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณของผลิตภัณฑ์นี้ เข้าข่ายเป็น &amp;quot;ยา&amp;quot; ตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ. 2510 ตามมาตรา 4 (4) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับให้เกิดผล แก่สุขภาพ โครงสร้าง หรือการกระทำหน้าที่ใด ๆ ของร่างกายของมนุษย์หรือสัตว์ แต่ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขทะเบียนตำรับยา ดังนั้น ผู้นำเข้า/ ขาย มีความผิด ฐานนำเข้า/ ขายซึ่งยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และโฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และโฆษณาขายยาที่ทำให้เข้าใจว่าเป็นยาบำรุงกาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท นอกจากนี้การกระทำผิดดังกล่าวยังเข้าข่ายผิดกฎหมายตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 อีกด้วย ซึ่ง อย. ได้ประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อขอความร่วมมือในการระงับ ซึ่งการเผยแพร่ข้อมูลในเว็บไซต์และ Social Media ดังกล่าวด้วยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ยาถือเป็นสินค้าที่ไม่ใช่สินค้าทั่วไป ไม่อนุญาตให้ขายในเว็บไซต์ หรือนอกสถานที่ขายยาได้ โดยผู้ที่จะขายยาต้องมีใบอนุญาต ต้องจำหน่ายโดยเภสัชกรเท่านั้น และหากต้องการโฆษณาขายยาต้องได้รับอนุญาตก่อน ซึ่งกฎหมายยังกำหนดประเภทของยาไว้ชัดเจน เช่น ห้ามโฆษณาขายยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษ การขายยาควบคุมพิเศษต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์ ยกเว้นเฉพาะ การขายยาสามัญประจำบ้านเท่านั้น ที่ไม่ต้องมีใบอนุญาตขายยา ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการขายยาในสถานประกอบการที่ได้รับการอนุญาต เพื่อให้ประชาชนได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย จึงต้องมีเภสัชกรประจำร้าน ในการซักถามประวัติการแพ้ยา เป็นต้น จึงขอเตือนประชาชนว่า ยามีทั้งคุณและโทษ ไม่ควรซื้อยาตามอินเทอร์เน็ต หรือทางเว็บไซต์ &amp;nbsp;ต่าง ๆ เพราะเสี่ยงทั้งได้รับยาปลอม ยาไม่มีคุณภาพ หรือได้รับผลข้างเคียงจากยา จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16261</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายยาออนไลน์, ยาปลุกเซ็กส์, อย., เพจDRAMA ADDICT</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180827/image_big_5b83c2bc9b761.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
