<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>16117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2018 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2018 09:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธพว. อ้อนบอร์ดเคาะขายทอดตลาดสินทรัพย์ลูกหนี้รายใหญ่หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธพว. เตรียมอ้อนบอร์ดพิจารณาขายทอดตลาดสินทรัพย์ลูกหนี้รายใหญ่ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมลุยฟ้องล้มละลายต่อ หวังอุ้มสถานะหนี้ลดลงต่ำกว่า 10% พร้อมประกาศคงอัตราดอกเบี้ยยาวถึงสิ้นปี เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินเอสเอ็มอี เล็งปี 2562 ออกบอนด์อีก 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ เปิดเผยว่า จะมีการเสนอให้คณะกรรมการธนาคาร (บอร์ด) พิจารณาเรื่องการนำสินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันของลูกหนี้ วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น ลูกหนี้รายใหญ่ 160 ราย วงเงิน 6 พันล้านบาท และที่เหลือเป็นลูกหนี้ขนาดเล็กออกขายทอดตลอด เนื่องจากลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวไม่ได้มีการประกอบธุรกิจ หรือบางรายไม่ให้ความร่วมมือในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการขายสินทรัพย์ดังกล่าวได้ภายในสิ้นปี 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สินทรัพย์ที่เป็นหลักประกันที่เตรียมเอาออกขายทอดตลาดส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนปี 2558 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้รายใหญ่ ซึ่งเชื่อว่าหากขายตามราคาตลาด ธนาคารก็มีโอกาสที่จะได้กำไรกลับมาด้วย ส่วนหนี้ที่เกิดหลังช่วงเวลาดังกล่าวเป็นลูกหนี้รายย่อย ซึ่งธนาคารยังให้โอกาสในการปรับโครงสร้างหนี้อยู่ โดยหลังจากการขายทอดตลาดเรียบร้อยแล้ว จะมีลูกหนี้บางส่วนที่ต้องดำเนินการฟ้องล้มละลายด้วย&amp;rdquo; นายมงคล กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมงคล กล่าวอีกว่า เบื้องต้นประเมินว่าหลังจากขายสินทรัพย์ดังกล่าวแล้ว จะทำให้ตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารลดลงมาอยู่ที่ระดับ 9.99% จากปัจจุบันอยู่ที่ 16% และจะทำให้อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคารดีขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ธนาคารมีความสามารถในการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 2 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ธพว. ยืนยันว่าจนถึงสิ้นปี 2561 จะไม่มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อย่างแน่นอน รวมถึงในปีหน้าธนาคารจะพยายามตรึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ออกไปให้นานที่สุด เพื่อเป็นการดูแลภาระต้นทุนของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและสามารถแข่งขันได้ และธนาคารไม่ได้แสดวงหาผลกำไรจากการดำเนินการในส่วนดังกล่าวด้วย โดยในปี 2562 ธนาคารมีแผนจะออกพันธบัตรเพิ่มเติม วงเงิน 2 หมื่นล้านบาท ระยะเวลา 7 ปี ซึ่งจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่ช่วยไม่ให้เกิดภาระต้นทุนกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี และเป็นแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการเข้ามาจดทะเบียนในระบบ เพื่อเข้าถึงสินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำได้มากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประเมินว่าหากสามารถระดมทุนได้ 1 หมื่นล้านบาท ธพว. ก็จะสามารถคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมได้อย่างน้อย 1 ไตรมาส ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพื่อเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอีให้เข้าถึงสินเชื่อที่มีต้นทุนต่ำ เพื่อต่อยอดการดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจากแผนการดำเนินงานทั้งหมดทำให้เชื่อว่าในปีนี้ ธนาคารจะมีกำไรไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ที่ระดับ 2 พันล้านบาท&amp;rdquo; นายมงคล กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายสินทรัพย์, ธพว., มงคล ลีลาธรรม, ลูกหนี้รายใหญ่, อัตราเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง, เอ็นพีแอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180310/image_big_5aa32ea3ed2cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
