<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112082</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PTT ยื่นก.ล.ต.ขอเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 47,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค. 2564 รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อ ก.ล.ต. เพื่อออกและเสนอขายหุ้นกู้ของบริษัท ครั้งที่ 1/2564 มูลค่ารวมไม่เกิน 47,000 ล้านบาท จำนวน 5 ชุด โดยจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2564 ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ คือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้จัดอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ที่ระดับ &amp;quot;AAA(tha)&amp;quot; เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 โดยบริษัทมีวัตถุประสงค์จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ไปใช้ในการลงทุน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไป และ/หรือ เพื่อทดแทนหนี้ที่ครบกำหนดชำระ และจะนำเงินมาใช้ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับหุ้นกู้ คือ ชุดที่ 1 หุ้นกู้ไม่มีประกันประเภทอัตราดอกเบี้ยลอยตัวอ้างอิงอัตราดอกเบี้ย THOR ของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ครั้งที่1/2564 เสนอขายไม่เกิน 4,000 ล้านบาท อายุ 1 ปี 6 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2566 อัตราดอกเบี้ยลอยตัว โดยใช้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง Compounded THOR + ที่ 0.18% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยครั้งเดียว ณ วันครบกำหนดไถ่ถอนหุ้นกู้, ชุดที่ 2 หุ้นกู้ไม่มีประกัน เสนอขายไม่เกิน 15,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2567 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.96% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ ชุดที่ 3 หุ้นกู้ไม่มีประกัน เสนอขายไม่เกิน 15,000 ล้านบาท อายุ 5 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.31% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้, ชุดที่ 4 หุ้นกู้ไม่มีประกัน เสนอขายไม่เกิน 5,000 ล้านบาท อายุ 7 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2571 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.79% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ และชุดที่ 5 หุ้นกู้ไม่มีประกัน เสนอขายไม่เกิน 8,000 ล้านบาท อายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี 2574 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.37% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือนตลอดอายุหุ้นกู&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112082</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้นกู้, บมจ.ปตท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210409/image_big_60701915062b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103986</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 14:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>IRPC ปลื้มปิดขายหุ้นกู้ 5 รุ่น รวม 12,000 ล้านบาทสำเร็จ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 2564 - นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยว่า หุ้นกู้ของ IRPC ที่ได้เสนอขายระหว่างวันที่ 17 &amp;ndash; 19 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนอย่างล้นหลาม จนทำให้ IRPC สามารถออกหุ้นกู้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สะท้อนถึงความมั่นใจในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจากทั้งผู้ลงทุนสถาบัน ผู้ลงทุนสหกรณ์ และผู้ลงทุนทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ IRPC ได้เสนอขายหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้จำนวน 5 รุ่น มูลค่าเสนอขายรวมทั้งสิ้น 12,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้อายุ 5 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.00% ต่อปี มูลค่า 4,000 ล้านบาท เสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไปและหุ้นกู้อายุ 3 ปี 7 ปี 10 ปี และ 15 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.77% 2.91% 3.38% และ 4.10% ต่อปี ตามลำดับ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยหุ้นกู้ IRPC ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนที่ให้การสนับสนุนการระดมทุนของ IRPC เป็นอย่างมาก
&amp;emsp;&amp;emsp;&amp;nbsp;
&amp;ldquo;IRPC ขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกท่านที่ไว้วางใจและให้ความสนใจซื้อหุ้นกู้ IRPC อย่างดียิ่ง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้ลงทุน มีต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ โดยหุ้นกู้ IRPC ได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ A-(tha) จาก บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด สะท้อนถึงความได้เปรียบในการแข่งขันในฐานะบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจปิโตรเคมีแบบครบวงจร และขอขอบคุณสถาบันการเงินผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในครั้งนี้ ประกอบด้วย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร&amp;rdquo; นายชวลิต กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103986</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้นกู้, บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC, หุ้นกู้ของ IRPC</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_608979d744a2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99958</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/04/2021 14:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 14:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>NPS ลุยขายหุ้นกู้ครั้งใหม่ 5,500 ล้านบาทชูเรทติ้งระดับ BBB</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 เมษายน 2564บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน) หรือ&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่&amp;nbsp;1/2564&amp;nbsp;ให้ประชาชนทั่วไป ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ เป็นหุ้นกู้ระยะยาวชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ โดยให้สิทธิผู้ออกหุ้นกู้ในการไถ่ถอนได้ก่อนกำหนด มูลค่าไม่เกิน&amp;nbsp;5,500&amp;nbsp;ล้านบาท เสนอขายไม่เกิน 5.5 ล้านหน่วย แบ่งหุ้นกู้ออกเป็น 3 ชุด วงเงินรวม 5,000 ล้านบาท และหุ้นกู้สำรองอีก 500 ล้านบาท

&amp;nbsp;หุ้นกู้ดังกล่าวแบ่งออกเป็น&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;1,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;4.5%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่ 2&amp;nbsp;มูลค่า 2,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ 5&amp;nbsp;ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;5%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 และ&amp;nbsp;หุ้นกู้ชุดที่ 3&amp;nbsp;มูลค่า&amp;nbsp;2,000&amp;nbsp;ล้านบาท อายุ 5&amp;nbsp;ปี 10 เดือน อัตราดอกเบี้ยคงที่&amp;nbsp;5.35%&amp;nbsp;ต่อปี กำหนดชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2570 โดยหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดมีหุ้นกู้สำรองเพื่อการเสนอขายรวมกันไม่เกิน 500 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาจองซื้อหุ้นกู้ระหว่างวันที่&amp;nbsp;5-7&amp;nbsp;พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;และ&amp;nbsp;10-11พฤษภาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;

&amp;nbsp;สำหรับวัตถุประสงค์ของการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้&amp;nbsp;นายโยธิน ดำเนินชาญวนิชย์&amp;nbsp;กรรมการผู้จัดการใหญ่&amp;nbsp;บริษัท เนชั่นแนล เพาเวอร์ ซัพพลาย จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp;เปิดเผยว่า เพื่อนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่กำลังจะครบกำหนด และ/หรือ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท โดยก่อนหน้านี้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;ได้แถลงผลการดำเนินงานในปี 2563 ว่า มีผลการดำเนินงานเติบโตโดดเด่นในทุกด้าน โดยเฉพาะกำไรสุทธิ และ&amp;nbsp;EBITDA&amp;nbsp;สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ตั้งแต่เริ่มประกอบธุรกิจ โดย&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;มีรายได้รวมอยู่ที่&amp;nbsp;15,745&amp;nbsp;ล้านบาท มี&amp;nbsp;EBITDA&amp;nbsp;อยู่ที่&amp;nbsp;4,621&amp;nbsp;ล้านบาท และกำไรสุทธิที่&amp;nbsp;2,177&amp;nbsp;ล้านบาท เพิ่มขึ้น&amp;nbsp;33% โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่&amp;nbsp;13.83%

&amp;quot;การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;สวนกระแสเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ที่ขณะนี้เกิดการระบาดเป็นระลอก&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แล้วนั้น เกิดจากความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มลูกค้าในสวนอุตสาหกรรม&amp;nbsp;304&amp;nbsp;ซึ่งมีทั้งความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มของลูกค้ารายเก่าและการลงทุนเพิ่มขึ้นของลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงการปรับโครงสร้างธุรกิจตลอด&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปีที่ผ่านมา อาทิ การนำ&amp;nbsp;Digital Technology&amp;nbsp;หลากหลายรูปแบบเข้ามาช่วยในการทำงาน การยกระดับระบบบัญชีและการเงินให้ทันสมัย โปร่งใส ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน&amp;rdquo;

&amp;nbsp;หุ้นกู้&amp;nbsp;NPS&amp;nbsp;ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2564 เพิ่มจากระดับ&amp;nbsp;BBB- เป็น&amp;nbsp;BBB&amp;nbsp;และแนวโน้มอันดับเครดิต &amp;ldquo;Stable&amp;rdquo;&amp;nbsp;อันสะท้อนถึงกระแสเงินสดที่สม่ำเสมอ ซึ่งบริษัทได้รับจากการทำสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ผลการดำเนินงานของบริษัทที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสัดส่วนหนี้สินที่ลดลง นอกจากนั้นยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจ ในฐานะผู้ให้บริการพลังงานและสาธารณูปโภคแก่ลูกค้าอุตสาหกรรมแบบครบวงจร และเป็นโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย

ผู้ที่สนใจสามารถแสดงความจำนงซื้อหุ้นกู้ดังกล่าวได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ 13 ราย ได้แก่ 1.บล.โกลเบล็ก จำกัด 2.บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด 3.บมจ.หลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน 4.บมจ.หลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย)&amp;nbsp;5.บมจ.หลักทรัพย์ เคทีบีเอสที 6.บล.เอเชียพลัส จำกัด 7.บล.กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด&amp;nbsp;8.บมจ.หลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์&amp;nbsp;9.บมจ.หลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส&amp;nbsp;10.บมจ.หลักทรัพย์ อาร์เอชบี&amp;nbsp; (ประเทศไทย)&amp;nbsp;11.บล.ทรีนิตี้ จำกัด 12.บริษัทหลักทรัพย์&amp;nbsp;ไอร่า&amp;nbsp;จำกัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;(มหาชน)&amp;nbsp; 13.บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล&amp;nbsp;จำกัด
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99958</URL_LINK>
                <HASHTAG>NPS, ขายหุ้นกู้</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d2a0e762a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85470</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/11/2020 10:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/11/2020 10:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>CKPower ออกหุ้นกู้ 4,000 ล้าน ปลื้มยอดจองเกือบ 4 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ย. 2563 นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower) ชื่อย่อหลักทรัพย์ &amp;ldquo;CKP&amp;rdquo; เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ CKPower ได้ออกและเสนอขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 4,000 ล้านบาท ชนิดไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้แก่นักลงทุนสถาบันและนักลงทุนรายใหญ่ จำนวน 3 ชุด แบ่งเป็นหุ้นกู้อายุ 2 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.31% ต่อปี จำนวน 1,000 ล้านบาท หุ้นกู้อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.62% ต่อปี จำนวน 1,500 ล้านบาท และหุ้นกู้อายุ 7 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.76% จำนวน 1,500 ล้านบาท ซึ่งหุ้นกู้ทั้ง 3 ชุดได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือในอันดับ &amp;ldquo;A- แนวโน้มคงที่&amp;rdquo; จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด

&amp;ldquo;หุ้นกู้ของบริษัทฯ ได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นจำนวนมาก โดยมียอดจองเกินจำนวนที่เสนอขายถึง 3.9 เท่า ทาง CKPower ขอขอบคุณนักลงทุนที่ให้ความสนใจ สนับสนุน รวมถึงเชื่อมั่นในหุ้นกู้ของบริษัทฯ เป็นอย่างยิ่ง&amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าว

ทั้งนี้ ณ วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 CKPower มียอดหุ้นกู้ที่ออกและเสนอขาย ทั้งสิ้น 10,500 ล้านบาท โดย CKPower และยังมีวงเงินที่ได้รับการอนุมัติให้สามารถออกและเสนอขายหุ้นกู้คงเหลืออีก 9,500 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต แต่ขณะนี้บริษัทฯ ยังไม่มีแผนที่จะออกและเสนอขายหุ้นกู้ส่วนที่เหลือดังกล่าวในระยะอันใกล้ และเมื่อรวมการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้แล้ว CKPower จะมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ประมาณ 0.74 เท่า ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของสถานะทางการเงินของบริษัทฯ

นายธนวัฒน์ กล่าวว่า การออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อนำเงินที่ระดมได้มาใช้ไถ่ถอนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 เพื่อช่วยลดต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของกลุ่ม CKPower และช่วยให้ CKPower มีเงินทุนพร้อมที่จะใช้ลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำใหม่ๆ ใน สปป.ลาว ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังน้ำ สอดคล้องกับนโยบายลงทุนและเป้าหมายการเติบโตของบริษัทฯ

&amp;ldquo;นอกจากนี้ ในปี 2563 เป็นอีกปีที่เป็นความภาคภูมิใจ เพราะ CKPower ได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รายชื่อหุ้นยั่งยืน (THSI) ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีในระดับ &amp;ldquo;ดีเลิศ&amp;rdquo; ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ในขณะที่ ทางทริส เรตติ้ง ยังคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ &amp;ldquo;A&amp;rdquo; แนวโน้มคงที่ แสดงให้เห็นว่าบริษัทฯ มีการบริหารเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความโปร่งใสจริงใจกับผู้ลงทุนผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ให้ความสำคัญต่อความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม จนได้รับความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนอีกด้วย &amp;rdquo; นายธนวัฒน์ กล่าวในที่สุด
ข้อมูลเกี่ยวกับ CKPower: บริษัทฯ ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าจากพลังงานประเภทต่าง ๆ 3 ประเภท จำนวน 13 แห่ง รวมขนาดกำลังการผลิตติดตั้งที่ 2,167 เมกะวัตต์ ประกอบด้วย&amp;nbsp; โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท ไฟฟ้าน้ำงึม 2 จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 46% (ถือผ่าน บริษัท เซาท์อีสท์ เอเชีย เอนเนอร์จี จำกัด) ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 615 เมกะวัตต์ และบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 37.5% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 1,285 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม จำนวน 2 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางปะอิน โคเจนเนอเรชั่น จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้นอยู่ 65% ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 238 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ 9 แห่ง ภายใต้ บริษัท บางเขนชัย จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 100% จำนวน 7 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 15 เมกะวัตต์ ภายใต้ บริษัท เชียงรายโซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 8 เมกะวัตต์ และภายใต้บริษัท นครราชสีมา โซล่าร์ จำกัด ซึ่งบริษัทฯ ถือหุ้น 30% จำนวน 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 6 เมกะวัตต์


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85470</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้นกู้, บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) (CKPower)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200414/image_big_5e9531073a455.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79846</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2020 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2020 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>SENA ปิดดีล!ขายหุ้นกู้ทะลุเป้ากวาด 1,110 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
8 ต.ค. 2563 นางเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดจากการเสนอขายหุ้นกู้ชุดใหม่ ระหว่างวันที่ 1 -2 และ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจองซื้อเกินกว่าเป้า 800 ล้านบาท และหุ้นสำรอง 400 ล้านบาท สะท้อนถึงความมั่นใจในฐานะการเงินและโอกาสเติบโตของบริษัทฯจากทั้งผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ &amp;nbsp;โดยมี 5 สถาบันการเงิน ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด และบริษัทหลักทรัพย์ เกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;เป็นผู้จัดการจำหน่ายหุ้นกู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางบริษัทประสบความสำเร็จมียอดขายหุ้นกู้ชุดใหม่ 2/2563 รวมทั้งสิ้น 1,110.04 ล้านบาท มีอายุ 3 ปี 4 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอน ปี 2567 &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยคงที่ &amp;nbsp;4.5% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุก 3 เดือน โดยเงินที่ได้จากการขายหุ้นกู้ดังกล่าว &amp;nbsp;จะนำไปชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนมีนาคม 2564 และ/หรือเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและบริษัทย่อยภายใน 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด19 &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นักลงทุน ยังมีความต้องการเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นกู้ ด้วยผลตอบแทนที่ดีกว่าเงินฝากจากสถาบันการเงิน ซึ่งการออกหุ้นกู้ของเสนาได้รับการตอบรับอย่างดีมาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในการดำเนินงานของบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตมีผลการดำเนินงานที่ดี รวมถึงการวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนองค์กรและการลงทุนที่ชัดเจน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79846</URL_LINK>
                <HASHTAG>SENA, ขายหุ้นกู้, เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201008/image_big_5f7e9f71068aa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>79475</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2020 21:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2020 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดั๊บเบิ้ล เอ เสนอขายหุ้นกู้ 3,000 ล้านบาท TRIS ปรับเพิ่มเครดิตสู่ BBB (Stable)</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ยื่นแบบต่อ ก.ล.ต. เสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2563 มูลค่าเสนอขาย 3,000 ล้านบาท สำรอง 2,000 ล้านบาท โดยเปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2563  ขณะที่ TRIS พิจารณาปรับเพิ่มเครดิตหุ้นกู้ของ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จาก BBB- (Stable) สู่ BBB (Stable) สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวหลังโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) ผู้ผลิตกระดาษจากคันนาที่ส่งออกไปแล้วกว่า 130 ประเทศทั่วโลก เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ครั้งที่ 2/2563 ให้กับผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนทั่วไป มูลค่าการเสนอขายที่ 3,000 ล้านบาท และสำรอง 2,000 ล้านบาท โดยเสนอขายระหว่างวันที่ 5-8 ตุลาคม 2563 หุ้นกู้ที่เสนอขายแบ่งออกเป็น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หุ้นกู้ชุดที่่&amp;nbsp;1 อายุ 4 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 4.7 ต่อปี&amp;nbsp; จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567และหุ้นกู้ชุดที่ 2 อายุ 5 ปี 3 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2569 อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 5.1 ต่อปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 3 เดือน&amp;nbsp; ตลอดอายุหุ้นกู้&amp;nbsp; จองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท และทวีคูณครั้งละ 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ก่อนหน้านี้ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด (TRIS) สถาบันจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของไทย ได้ประกาศปรับเพิ่มอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือของ บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จากเดิมในระดับ BBB- (Stable) เป็น BBB (Stable) โดยประกาศ ณ วันที่ 28 สิงหาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การปรับอันดับความน่าเชื่อถือในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจของทริสเรทติ้ง ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่ปรับตัวดีขึ้นตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำของบริษัทฯ ในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษสำนักงาน ความแข็งแกร่งของตราสัญลักษณ์ &amp;ldquo;ดั๊บเบิ้ล เอ&amp;rdquo; (Double A) รวมถึงการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ไปสู่อุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่เริ่มดำเนินงานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขณะเดียวกัน บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) &amp;nbsp;ยังมีผลการดำเนินการที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผลกำไรของบริษัทที่ปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานเพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัจจุบัน บมจ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) เป็นผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษสำนักงานของไทยที่มีการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งธุรกิจผลิตกระดาษ และธุรกิจผลิตเยื่อกระดาษ และยังขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์ ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ใหม่ที่มีแนวโน้มเติบโตสูงอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ผู้ลงทุนสถาบัน นักลงทุน และประชาชนที่สนใจ สามารถติดต่อผ่านผู้จัดการการจัดจำหน่ายหุ้นกู้ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด โทร 02-687-7549, บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-009-8351-6, บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด โทร. 02-695-5000, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) โทร.02-658-9500 บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร. 02-658-8945, บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร.02-648-1111, บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โทร.02-659-8000, บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) โทร.02-638-5500, บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด(มหาชน) โทร.02-080-2888 และบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด โทร.02-034-3419&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79475</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายหุ้นกู้, ดั๊บเบิ้ล เอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201004/image_big_5f79db27cdee3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78111</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>GULF ปลื้มนักลงทุนแห่จองซื้อหุ้นเพิ่มทุนล้น 1.26 เท่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย. 2563 บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เปิดเผยว่า หลังจากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นมีมติอนุมัติให้บริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการถือหุ้น (Rights Offering) ในอัตรา 10 ต่อ 1 โดยเสนอขายหุ้นสามัญที่ออกใหม่จำนวน 1,066.65 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท รวม 1,066.65 ล้านบาท ในราคาเสนอขายหุ้นละ 30 บาท และได้เปิดจองซื้อเมื่อวันที่ 14-18 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา เมื่อครบระยะเวลาในการใช้สิทธิจองซื้อหุ้น พบว่า ผู้ถือหุ้นให้ความสนใจในการใช้สิทธิจองหุ้นเพิ่มทุนของ GULF เป็นจำนวนมาก โดยมีความต้องการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนสูงกว่าที่จำนวนหุ้นที่จัดสรรถึง 1.26 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้ถือหุ้นในปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ ว่ามีศักยภาพการเติบโตสูง รวมถึงแผนธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีกลยุทธ์ชัดเจน ทั้งนี้ ภายหลังจากการเพิ่มทุนดังกล่าว จะทำให้ทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นจาก 10,666.5 ล้านบาท เป็น 11,733.15 ล้านบาท

นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF* กล่าวว่า บริษัทฯ ได้รับเงินจากการเสนอขายหุ้นสามัญตามแผนการเพิ่มทุนแล้วจำนวนประมาณ 32,000 ล้านบาท เพื่อไปลงทุนในโครงการที่อยู่ในแผนงานทั้งในปัจจุบันและอนาคต เช่น โครงการพลังงานหมุนเวียนในประเทศเวียดนาม โครงการพลังงานลมในประเทศเยอรมนี โครงการโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมถึงแผนการขยายธุรกิจในอนาคต ซึ่งบริษัทฯ มองโอกาสในการขยายธุรกิจไปในเอเชีย ยุโรป อเมริกา และภูมิภาคอื่น ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78111</URL_LINK>
                <HASHTAG>กัลฟ์, ขายหุ้นกู้, ยอดจองทะลุเป้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200514/image_big_5ebd63189d4b6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
