<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116997</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 09:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 09:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สนใจออมเงิน ห้ามพลาด หุ้นกู้ &#039;CPFTH&#039;  นำร่องขายออนไลน์ ชูดอกเบี้ยสูงสุด 3.7% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ก.ย. 2564 บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CPFTH บริษัทย่อยของบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF &amp;nbsp;เตรียมเสนอขายหุ้นกู้ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกันและมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ ให้กับผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ จำนวน 3 รุ่น มูลค่ารวมไม่เกิน 15,000 ล้านบาท ได้แก่ หุ้นกู้อายุ 6 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.50% ต่อปี อายุ 8 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.18% ต่อปี และอายุ 12 ปี อัตราดอกเบี้ย 3.70% ต่อปี ทั้งนี้หุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ A+ จาก ทริสเรทติ้ง โดยมีธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทยเป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย คาดว่าจะเสนอขายภายในวันที่ 20 - 22 กันยายน 2564 นี้ ทั้งนี้เป็นการเสนอขายหุ้นกู้ให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ ครั้งแรกในประเทศไทยที่ทำรายการผ่านช่องทางออนไลน์หรือทางโทรศัพท์บันทึกเสียง 100% ไม่มีการจองซื้อผ่านสาขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;CPFTH เป็นหนึ่งในผู้นำในเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารในประเทศไทย มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์และอาหารที่มีคุณภาพและความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค ด้วยกระบวนการผลิตที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคมรอบด้านและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพดำรงไว้ซึ่งสิ่งแวดล้อมที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพศาล จิระกิจเจริญ ประธานผู้บริหารฝ่ายการเงิน &amp;nbsp;CPF เปิดเผยว่า ธุรกิจของ CPFTH มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทให้ความสำคัญด้านประสิทธิภาพการผลิต การตลาด และกระบวนการทำงาน รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภค โดยบริษัทมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิตัลเข้ามาเป็นเครื่องมือในการทำงาน เช่น AI หรือปัญญาประดิษฐ์ บิ๊กดาต้า ตลอดจนระบบอัตโนมัติ มาใช้ในการยกระดับและเชื่อมโยงกระบวนการบริหารจัดการตลอดห่วงโซ่คุณค่า ซึ่งช่วยทั้งประสิทธิภาพธุรกิจและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าพร้อมไปกับการสร้างคุณค่าร่วมกับสังคม เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 บริษัทจึงได้ร่วมมือกับธนาคารกรุงไทย และธนาคารกสิกรไทย &amp;nbsp;ในการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ผ่านระบบออนไลน์เพื่อความปลอดภัยของผู้สนใจการลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายรวินทร์ บุญญานุสาสน์ &amp;nbsp;รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของธนาคารกรุงไทย จึงได้รับความไว้วางใจจากบริษัทฯ ให้นำระบบจองซื้อหลักทรัพย์ออนไลน์ &amp;nbsp;&amp;ldquo;Money Connect by Krungthai&amp;rdquo; &amp;nbsp;มารองรับการเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH สำหรับนักลงทุนรายใหญ่เป็นครั้งแรกของธนาคาร โดยผู้ลงทุนรายใหญ่สามารถจองซื้อและชำระเงินผ่านระบบออนไลน์ 100% โดยไม่มีการจองซื้อผ่านสาขาเพื่อลดการเดินทางและความเสี่ยงจากการระบาดของไวรัส COVID-19 โดยลูกค้าธนาคารสามารถจองซื้อหุ้นกู้ผ่านระบบจองซื้อหลักทรัพย์ออนไลน์ Money Connect by Krungthai บนแอปพลิเคชัน Krungthai Next หรือเว็ปไซต์ https://moneyconnect.krungthai.com/ ที่มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย &amp;nbsp;จองซื้อได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ธนาคารคาดว่าหุ้นกู้ CPFTH จะได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนอย่างล้นหลาม ด้วยความแข็งแกร่งขององค์กร และศักยภาพการเติบโตของธุรกิจจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวัน ทำให้ได้รับผลกระทบน้อยจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่าธนาคารกสิกรไทยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและประโยชน์ของช่องทางออนไลน์ &amp;nbsp;สำหรับการเสนอขายหุ้นกู้ CPFTH ในครั้งนี้ เป็นการเปิดขายผ่านระบบออนไลน์และโทรศัพท์บันทึกเสียง 100% &amp;nbsp;โดยลูกค้าที่สนใจสามารถจองซื้อหุ้นกู้ CPFTH ได้ที่ เว็ปไซต์ www.kasikornbank.com/kmyinvest และชำระเงินผ่าน K PLUS ได้ตลอด 24 &amp;nbsp;ชั่วโมง ทั้งนี้ธนาคารกสิกรไทยมั่นใจว่า หุ้นกู้ CPFTH จะเป็นหุ้นกู้ที่ได้รับความสนใจจากผู้ลงทุนรายใหญ่และผู้ลงทุนสถาบันเหมือนเช่นที่ผ่านมา และปี 2564 ธนาคารกสิกรไทยขึ้นเป็นผู้นำด้านการจองซื้อหลักทรัพย์ผ่านช่องทางออนไลน์ด้วยสถิตินักลงทุนบุคคลที่จองซื้อหลักทรัพย์ผ่านเว็ปไซต์ K-My Invest มากกว่า 80%
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116997</URL_LINK>
                <HASHTAG>CPFTH, กรุงไทย, กสิกร, ขายออนไลน์, หุ้นกู้ CPF</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6143fb9a1adf6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113094</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทลายโกดังค้าอาวุธ ยึดปืนเถื่อน50ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจไซเบอร์ค้น 5 จุด 2 จังหวัด ทลายโกดังผลิตปืนเถื่อนรายใหญ่ที่ขอนแก่น-เชียงราย ยึดของกลางอาวุธปืน 2,000 กระบอก กระสุนล้านนัด มูลค่ากว่า 50 ล้าน ทำมาแล้ว 5 ปี ลูกค้าในบัญชีอื้อ พบสั่งซื้อจากร้านค้าในกรุงเทพฯ-ภาคใต้ ก่อนประกอบตามออเดอร์ขายผ่านออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 12 ส.ค. ที่กองบังคับการ 3 กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี&amp;nbsp;หรือ บก.3 บช.สอท. พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. (กองบัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ออมสิน&amp;nbsp;ตรารุ่งเรือง ผบก.3 บช.สอท. ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมนายดนุนัย (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 38 ปี ชาว จ.ขอนแก่น, นายสรวีย์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 43 ปี ชาว จ.เชียงราย, นางกุลธิรัตน์ (เจ้าตัวไม่ขอเปิดเผยชื่อและนามสกุลจริง) อายุ&amp;nbsp;43 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อนกว่า 2,000 กระบอก ลูกกระสุนปืนรวม 1,000,000 นัด รวมมูลค่าของกลางกว่า 50 ล้าน หลังถูกกำลังเจ้าหน้าที่ บก.3 บช.สอท.ทำการตรวจยึดได้ในเขตพื้นที่ ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น และในเขต จ.เชียงราย
พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. กล่าวว่า กำลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ บช.สอท.ร่วมกับ บก.สส.ภ.4 และ สภ.เมืองขอนแก่น ได้ทำการสืบสวนสอบสวนกลุ่มผู้ค้าอาวุธปืนเถื่อนทางออนไลน์ จนกระทั่งพบผู้ค้ารายใหญ่ จำนวน 2 ราย ทำการเสนอจำหน่ายอาวุธปืนผ่านช่องทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊ก จึงได้ทำการพิสูจน์ทราบตัวบุคคล และสถานที่ที่ใช้สำหรับซุกซ่อนอาวุธปืนเพื่อรอจำหน่ายในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย จนกระทั่งในวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าทำการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมกันทั้งในเขต จ.ขอนแก่น และ จ.เชียงราย โดยจุดแรกในเขต จ.ขอนแก่น 3 จุด ทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งดัดแปลงเป็นโกดังเก็บของที่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 1,114 กระบอก, อาวธุปืนสั้นไม่มีทะเบียน 30 กระบอก และกระสุนปืน 400,000 นัด จุดที่ 2 ที่บ้านทาวน์เฮาส์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นโกดังเก็บของเช่นกันในเขต ต.ศิลา อ.เมืองฯ ในจุดนี้ ตรวจยึดปืนยาวไม่มีทะเบียน 258 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 84 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 320,000 นัด จุดที่ 3 บ้านพักภายในหมู่บ้านวราศิริหนองไผ่ ต.ศิลา อ.เมืองขอนแก่น พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 42 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 8 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 200,000 นัด โดยทั้ง 3 จุดของขอนแก่นมีนายดนุนัยเป็นเจ้าของ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กำลัง บก.3 บช.สอท.อีก 1 ชุดได้เข้าทำการตรวจค้นภายในเขต อ.เมืองฯ จ.เชียงราย 2 จุด คือจุดแรกที่บ้านพักแห่งหนึ่งที่มีการต่อเติมให้เป็นโกดังเก็บของ พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 173 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 51 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 54,000 นัด และจุดที่ 2 ที่ร้านจำหน่ายอุปกรณ์บีบีกัน พบอาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียน 13 กระบอก และกระสุนปืนประมาณ 3,500 นัด อาวุธปืนยาวไม่มีทะเบียนจำนวน 1,600 กระบอก, อาวุธปืนสั้นไม่มีทะเบียน 173 กระบอก และกระสุนปืนตะกั่วจำนวน 977,510 นัด &amp;nbsp;
&amp;ldquo;จากการสอบสวน นายดนุนัยให้การว่าได้สั่งอาวุธปืนมาจากผู้ค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และพื้นที่ภาคใต้ โดยปืนดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ ทั้งจากอินโดนีเซีย, สวีเดน, สหรัฐอเมริกา, ตุรกี, สเปน และจีน โดยไม่ผ่านวิธีการทางศุลกากร แต่ผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนรายหนึ่ง เจ้าหน้าที่กำลังเข้าสอบสวนขยายผล สำหรับอุปกรณ์ส่วนควบและกระสุนปืนจะสั่งซื้อมาจากร้านค้าในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ โดยอาวุธปืนและอุปกรณ์ส่วนควบทั้งหมดจะถูกส่งมาที่โกดังทั้ง 3 แห่งในเขต จ.ขอนแก่น เพื่อทำการประกอบตามออเดอร์การสั่งซื้อ และสร้างเว็บไซต์เป็นช่องทางจำหน่ายคือ ปืนอัดลม.com เพื่อโพสต์แสดงสินค้า เมื่อมีลูกค้าสนใจจะทำการติดต่อผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ และให้ลูกค้าทำการชำระเงินผ่านวิธีการทางธนาคาร ก่อนที่จะจัดส่งสินค้าให้ทางบริษัทขนส่งเอกชน โดยมีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศไทย&amp;rdquo; พล.ต.ท.กรไชยกล่าว
ผบช.สอท.กล่าวว่า แนวทางการสอบสวนพบอีกว่านายดนุนัยใช้ขอนแก่นเป็นฐานการผลิต และใช้พื้นที่เชียงรายเป็นจุดจำหน่ายสินค้าเพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ โดยกลุ่มขบวนการดังกล่าวได้ทำการค้าขายมาแล้วประมาณ 5 ปี มีลูกค้ามากกว่า 50,000 ราย มีรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อเดือน โดยมียอดของการสั่งซื้อทุกวัน วันละหลายร้อยกระบอก ทั้งยังคงมีการเปิดช่องยูทูบชื่อ &amp;ldquo;AirgunRifle&amp;rdquo; สำหรับการใช้รีวิวสินค้า โดยมีบริษัทเอกชนขนส่งที่กลุ่มขบวนการดังกล่าวนี้เลือกใช้โดยเฉพาะ ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่มีข้อมูลที่จะทำการสืบสวนสอบสวนขยายผลจับกุมต่อไป อย่างไรก็ตาม ภายหลังการสอบปากคำแล้วเสร็จตั้งข้อกล่าวหาว่า มีและจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน, จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนแก่ผู้ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ซื้อหรือมี และใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนฯ พ.ศ.2490, ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันพึงรู้ว่านำเข้ามาโดยไม่ถูกต้องตามพิธีการทางศุลกากร ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ก่อนควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่นและ สภ.เมืองเชียงราย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113094</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายออนไลน์, ทลายโกดังค้าอาวุธ, ปืนเถื่อน, ยึดปืนเถื่อน, สืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์คิด, โกดังค้าอาวุธ, โกดังผลิตปืนเถื่อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210812/image_big_6114dd6d3e4ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112212</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 16:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/08/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตัวแทนจําหน่าย ไม่ต้องสต๊อกสินค้า ทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องลงทุนเยอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในการเริ่มทำธุรกิจแต่ละชนิด แน่นอนว่าถ้าหากใครไม่มั่นใจว่าจะต้องลงทุนมากน้อยแค่ไหน สั่งสินค้ามาสต๊อกไว้จนบางครั้งก็อาจจะขาดทุนตั้งแต่เริ่มต้น ขายออนไลน์ก็อาจจะเป็นปัญหา ยิ่งใครที่ไม่เคยทำก็อาจจะต้องนั่งงมกันอยู่นาน แต่ถ้าเกิดคุณเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต๊อกสินค้า ก็อาจจะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจได้เช่นกัน เพราะนอกจากจะไม่ต้องลงทุนเยอะแล้วก็ยังไม่ต้องสต๊อกสินค้าเอาไว้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต๊อกสินค้าหรือ Dropship ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเพราะเราเป็นตัวแทนจำหน่ายที่นำข้อมูลต่างๆ ไปทำการตลาดในช่องทางต่างๆ แล้วเมื่อมีออเดอร์เข้ามา ก็แจ้งไปยังเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือร้านค้าใหญ่เพื่อทำการจัดส่งไปยังลูกค้าทันที โดยที่เราไม่ต้องไปวุ่นวายกับเรื่องสต๊อกจนปวดหัว วันนี้เราก็เลยอยากที่จะพาทุกคนไปดูกันว่าข้อดีของการเป็นตัวแทนแบบนี้มีอะไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ข้อดีของการเป็นตัวแทนจำหน่ายไม่ต้องสต๊อกสินค้า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
- หมดกังวลเรื่องเงินลงทุน ความเสี่ยงน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพราะว่าคุณไม่จำเป็นจะต้องลงทุนในการสั่งซื้อสินค้า เพราะอย่างที่เราบอกไปในข้างต้นแล้วว่าเมื่อเราสมัครสมาชิกเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต๊อกสินค้านั้น ก็แค่เป็นการทำการตลาด เมื่อมีออเดอร์เข้ามา ก็ส่งต่อไปยังสำนักงานใหญ่ เพื่อให้ทางนั้นเป็นผู้จัดการเอง ซึ่งแตกต่างจากการสต๊อกสินค้าด้วยตัวเอง แล้วยิ่งถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ อย่างเหตุทางธุรกิจ เศรษฐกิจต่างๆ เราก็ไม่จำเป็นจะต้องมากังวล เพราะว่าเราไม่ได้สต๊อกสินค้าเอาไว้ แล้วเราก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับปัญหาของบริษัทอีกด้วย เพราะเราเป็นเพียงตัวแทนจำหน่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
- ขายสินค้าได้หลากหลายชนิดตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เพิ่มความยืดหยุ่นให้ธุรกิจได้ด้วยการขายสินค้าหลากหลายชนิดได้ตามความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนสินค้าไปตามกระแสความนิยม หรือตัดสินใจว่าจะขายสินค้าที่มีความต้องการสูง เพื่อช่วยเพิ่มช่องทางและโอกาสในการทำเงินให้มากขึ้นอีกด้วย โดยที่เราจะต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อตกลงในการเป็นตัวแทนจำหน่ายอีกด้วย เพื่อไม่ให้ทำผิดข้อตกลงแล้วกลายมาเป็นปัญหาในภายหลังนั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
- สะสมประสบการณ์เพื่อต่อยอดธุรกิจของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:10.0pt; margin-right:0in; margin-bottom:6.0pt; margin-left:0in&quot;&gt;สำหรับใครที่กำลังมองหาช่องทางสำหรับฝึกหรือสะสมประสบการณ์ในการทำคอนเทนต์ส่งเสริมการขาย การทำการตลาดสำหรับขายสินค้า เพื่อสะสมประสบการณ์แล้วนำมาต่อยอดธุรกิจออนไลน์ของตัวเอง หรือเป็นช่องทางสำหรับลองผิดลองถูก ก็ต้องบอกว่าการเป็นตัวแทนจำหน่ายแบบไม่ต้องสต๊อกสินค้าก็ถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะว่าเราสามารถทนลองทำคอนเทนต์ ทำการตลาดได้หลากหลายรูปแบบตามความต้องการและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับกำไรหรือขาดทุนเลย เพราะว่าเราไม่ได้ลงทุนในการสต๊อกสินค้านั่นเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112212</URL_LINK>
                <HASHTAG>Dropship, ขายออนไลน์, ความเสี่ยงน้อย, ตัวแทนจําหน่าย, ต่อยอดธุรกิจ, ไม่ต้องลงทุนเยอะ, ไม่ต้องสต๊อกสินค้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210804/image_big_610a55e3d3cdb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111113</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 08:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 08:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สธ.คลายล็อกให้ร้านอาหารในห้างขายออนไลน์ได้! ชงศบค.ไฟเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 64 - น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สืบเนื่องจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)&amp;nbsp; ในวันที่ 20 ก.ค. และที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) วันที่ 22 ก.ค. มีแนวนโยบายให้ฝ่ายแพทย์พิจารณาผ่อนคลายมาตรการสำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ให้สามารถเปิดขายออนไลน์ได้นั้น&amp;nbsp; ล่าสุดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้พิจารณามาตรการจำหน่ายอาหารออนไลน์ สำหรับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าแล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะได้นำเสนอให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19(ศบค.) พิจารณาอนุญาตต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ การให้มีแนวทางที่จะผ่อนคลายให้ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าสามารถเปิดขายออนไลน์ได้นี้ เนื่องมากจากรัฐบาลได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของทั้งผู้ประกอบการและประชาชนจากการเพิ่มความเข้มงวดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตามข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (ฉบับที่ 28) ที่เริ่มใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค. 2564 เป็นต้นมา ซึ่งการผ่อนคลายครั้งนี้ยังคงต้องอยู่ภายใต้มาตรการที่เข้มงวด และต้องการความร่วมมือจากทั้งผู้ประกอบการ ผู้ให้บริการรับส่งสินค้า และประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า&amp;nbsp; แนวทางปฏิบัติเบื้องต้นที่จะผ่อนคลายให้กับร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า มีดังนี้ 1) ผู้ประกอบการ จัดทำมาตรการ DMHT สำหรับพนักงานทุกคน (สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ไม่รวมกลุ่ม และ ไม่รับประทานอาหารร่วมกัน) เดินทางมาทำงานแบบอยู่ในเส้นทางหรือพื้นที่ที่กำหนด(sealed route) ห้ามเปิดหน้าร้าน กรณีมีอาการทางเดินหายใจ เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ ต้องหยุดทำงาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
2. ห้างสรรพสินค้า จัดจุดรอรับอาหาร โดยเน้นมาตรการเว้นระยะห่าง ทุกคนสวมหน้ากากอนามัย ไม่รวมกลุ่มกัน จุดรอเป็นสถานที่ ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก ไม่พลุกพล่าน และมีระบบ DMHTA&amp;nbsp; คือการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก จัดเจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิ&amp;nbsp; ใช้แอปพลิเคชันไทยชนะ/หมอชนะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;
3.พนักงานรับส่งอาหารแบบออนไลน์ เน้นย้ำมาตรการสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างผู้อื่น พกเจลแอลกอฮอล์, กรณีมีอาการทางเดินหายใจ เป็นผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อ ต้องหยุดทำงาน.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111113</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายออนไลน์, คลายล็อก, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, ร้านอาหารในห้าง, ศบค., สธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e4541095531.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91957</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 12:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 12:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จุรินทร์ เดินหน้า &quot;ช่วยประชาชน&quot; ลดค่าครองชีพ นำ 11 แพลตฟอร์มขายออนไลน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2564 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน คณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชน เปิดโครงการลดค่าครองชีพประชาชนต่อเนื่อง&amp;nbsp; &amp;ldquo;พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน&amp;rdquo; ผ่านPlatform ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สํานักงานปลัดกระทรวง พาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจุรินทร์ กล่าวว่า งานพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชนโดยกระทรวงพาณิชย์ถือเป็นนโยบายที่มีความสำคัญและได้ดำเนินการมาต่อเนื่องถึง Lot ที่ 8 โดยมีเป้าหมายสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนและ 8 Lot ที่ผ่านมาสามารถช่วยลดค่าครองชีพให้คนไทยทั้งประเทศได้จำนวนมหาศาลทั้งการลดราคาสินค้าและค่าบริการ ผลของการดำเนินโครงการผลิตลดราคาช่วยประชาชนที่ผ่านมาถือว่าเป็นที่พอใจของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ดูได้จากผลการสำรวจปรากฏว่าโครงการพาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ติดอันดับ 1 ในการสร้างความพึงพอใจของประชาชนด้านการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน จากผลการสำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้เป็นการเปิดตัวงานพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot ที่ 9 หรือ เรียกว่า &amp;ldquo;พาณิชย์ลดราคา! ช่วยประชาชน ผ่านแพลตฟอร์ม&amp;rdquo; มีแพลตฟอร์มที่เข้าร่วมลดราคากับกระทรวงพาณิชย์จำนวน 11 แพลตฟอร์ม ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1) foodpanda 2) Grab 3) Lineman 4) Robinhood 5) Gojek 6) Lazada 7) Shopee 8) Ohlala 9) จตุจักรมอลล์ 10) Lalamove และ11) ไปรษณีย์ไทยภายใต้แอปพลิเคชั่นThailandpostmart.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; กระทรวงพาณิชย์ขอขอบคุณแพลตฟอร์มทั้ง 11 แพลตฟอร์มโดยมีร้านค้าร่วมโครงการผ่าน 11 แพลตฟอร์มรวมกันมากกว่า 100,000 ร้านค้า และมีสินค้าเข้าร่วมโครงการมากกว่า 1,000,000 รายการ ซึ่งแพลตฟอร์มจะสูญเสียรายได้จากการเข้าร่วมโครงการมีมูลค่ารวมกันประมาณ 500 ล้านบาท โดยพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot 9 แพลตฟอร์มนี้ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม &amp;quot; นายจุรินทร์ กล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และกล่าวด้วยว่า การลดราคาแบ่งเป็น 4 กลุ่มใหญ่ประกอบด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ค่าอาหารและเครื่องดื่มลดสูงสุดร้อยละ 60&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.กลุ่มค่าจัดส่ง ลดร้อยละ 20-100 ในบางรายการ เช่น 5 กิโลเมตรแรกปกติเสียค่าบริการ แต่ถ้าสั่งผ่าน Grab หรือ Lineman จะฟรี สำหรับ Robinhood ชั่วโมงเร่งด่วนจะลด 40% นอกชั่วโมงเร่งด่วนจะลดค่าจัดส่งถึง 80% เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ค่าบริการการชำระค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ประปา ปกติจะมีค่าบริการโดยจะมีการลดราคา เช่น ชำระค่าไฟฟ้าถ้าเกินกว่า 700 บาท จะลดค่าบริการ100 บาท ค่าประปาถ้าชำระเกินกว่า 200 บาทจะลด 50 บาท ผ่านแพลตฟอร์ม Lazada&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการคิดค่าจัดส่งผลไม้ไปรษณีย์ไทยหรือ Thailandpostmart.com รับส่วนลด 20% ถ้าซื้อยาจากโรงพยาบาลจะลดค่าจัดส่ง 40%โดยเฉพาะช่วงเทศกาลตรุษจีนที่กำลังจะมาถึงถ้าซื้อของไหว้ตรุษจีนผ่านไปรษณีย์ไทยจะไม่คิดค่าจัดส่ง เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.การซื้อของจากตลาดสดจะได้รับค่าบริการพิเศษ ซื้อของผ่านแพลตฟอร์มประกอบด้วย foodpanda Grab Lineman&amp;nbsp; Robinhood และ Lalamove ไปยังตลาดสด 29 แห่งที่มาร่วมโครงการโดยลดค่าใช้พื้นที่หรือที่เรียกว่าค่า GP ให้กับผู้มาขายของในตลาดสดหรือส่งของผ่านแพลตฟอร์มลด 50-100% แต่ถ้าซื้อของที่ตลาดสดสำหรับ foodpanda จะไม่คิดค่าจัดส่งสำหรับ Lalamove ถ้าซื้อผ่านมอเตอร์ไซค์จะลดค่าจัดส่ง 40บาท ถ้าซื้อผ่านรถยนต์จะลดราคา 100 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โดยพาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Lot ที่ 9 หรือ พาณิชย์ลดราคา!ช่วยประชาชน Platform จะดำเนินการ 1 เดือนเต็มถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 หวังว่าจะช่วยลดค่าครองชีพให้กับคนไทยทั้งประเทศที่ใช้บริการผ่านแพลตฟอร์มได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91957</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ขายออนไลน์, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, ช่วยประชาชน, ลดค่าครองชีพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210204/image_big_601b81d09e0ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/11/2019 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/11/2019 11:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใบกระท่อมเข้าตลาดออนไลน์ ตร.สกัด-ยึดผ่านช่องทางพัสดุเอกชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 พ.ย.62- พ.ต.อ.กิตติชัย สังขถาวร ผกก.สภ.หาดใหญ่ พ.ต.ต.เฉลิมพล รุ่งรัตน์ สวป. พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เข้าตรวจสอบกล่องพัสดุต้องสงสัยที่ถูกส่งมากับบริษัทขนส่งของเอกชนแห่งหนึ่ง ย่านถนนโชติวิริยะกุล 3 อ.หาดใหญ่&amp;nbsp;โดยพบว่ามี 3 กล่องที่ลักลอบบรรจุใบกระท่อมสดเป็นมัดๆน้ำหนักกล่องละประมาณ 1 กิโลกรัม &amp;nbsp;มีปลายทางอยู่ที่ จ.ระยอง ,จ.ฉะเชิงเทรา และกรุงเทพมหานคร ระบุชื่อที่อยู่ผู้รับเรียบร้อย ส่วนผู้ใช้ชื่อว่า คุณกนกวรรณ &amp;nbsp;เพ็ชระ เบอร์โทร 098-0526943 เจ้าหน้าจึงได้ตรวจเอาไว้ และจะตรวจสอบชื่อผู้ส่งว่ามีตัวตนจริงหรือไม่หรือเพียงใช้ชื่อแฝง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ระบุว่าเมื่อ 3วันก่อนหน้านี้ กลุ่มผู้ลักลอบค้าใบกระท่อมก็เคยใช้วิธีการส่งสินค้ากับทางบริษัทขนส่งเอกชนแห่งนี้และถูกเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบที่ปลายทางจึงประสานข้อมูลมาทางตำรวจ สภ.หาดใหญ่เพื่อให้เข้าตรวจสอบยังต้นทางเพราะเชื่อว่าน่าจะมีการลักลอบส่งไปอีก กระทั่งพบพัสดุบรรจุใบกระท่อมทั้งสามกล่องโดยระยะหลังกลุ่มผู้ค้าใบกระท่อมจะหันมาขายทางออนไลน์กันมากขึ้นและส่งทางพัสดุกับบริษัทขนส่งเอกชนซึ่งปลอดภัยกว่าวิธีอื่น และขายได้ทั่วประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49477</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายออนไลน์, พัสดุเอกชน, สภ.หาดใหญ่, ใบกระท่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191104/image_big_5dbfa318a704f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2018 09:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2018 09:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงการหนังสือปรับตัวรุกช่องทางขายออนไลน์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาคมผู้จัดพิมพ์ เล็งจัดงานมหกรรมหนังสือควบคู่ออนไลน์-ออฟไลน์ หวังตอบรับเทรนด์ขายผ่านออนไลน์โต 70% คาดในอีก 3-5 ปี ช่องทางขายหนังสือผ่านออนไลน์สัดส่วนเพิ่มจาก 30% เป็น 50%

นางสุชาดา สหัสกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯมีแนวคิดจะจัดงานมหกรรมหนังสือ ทั้งในรูปแบบเปิดจำหน่ายหน้าร้านควบคู่ไปกับช่องทางออนไลน์ ขณะนี้ได้อยู่ระหว่างเจรจากับสำนักพิมพ์ต่างๆคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆนี้ เพื่อปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่นิยมซื้อสินค้าผ่านออนไลน์ ง่าย สะดวก จนทำให้ปี 2561 นี้หนังสือที่มีการจำหน่ายผ่านร้านค้าออนไลน์ อาทิ ลาซาด้า ช้อปปี้ เติบโตไปแล้ว 70% คาดว่าจากกระแสดังกล่าวจะทำให้อีก 3-5 ปีข้างหน้าสัดส่วนการขายหนังสือผ่านออนไลน์จะเพิ่มจาก 30% เป็น 50%

สำหรับปัจจุบันภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้เติบโตได้ประมาณ 1-2% เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ทรงตัว เนื่องจากในช่วงต้นปีมานี้ได้อานิสงค์กระแสละครบุฟเพสันนิวาส ช่วยผลักดันให้หนังสือวรรณกรรม ประวัติศาสตร์ได้รับความนิยมอย่างมาก ส่วนครึ่งปีหลังนี้พบว่าหนังสือวรรณกรรมแปลเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นจากกระแสและรางวัลช่วยการันตี ทำให้เด็กไทยให้ความสนใจอย่างมาก

&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม หนังสือที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ วรรณกรรมกราฟฟิกวัยรุ่น วรรณกรรมแปล และนวนิยาย ส่วนหนังสือที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ ไอทีและท่องเที่ยวทั่วไปที่คนสามารถหาความรู้ผ่านเว็ปไซต์ได้ จนทำให้ต้องปรับงานเขียนด้วยการลงพื้นที่เขียนท่องเที่ยวในรูปแบบแปลกใหม่ที่ยังไม่มีใครค้นพบมากขึ้น

ล่าสุด ระหว่างวันที่ 17-28 ต.ค.นี้ทางสมาคมฯจัดงาน มหกรรมหนังสือระดับชาติครั้งที่23 และเทศกาลหนังสือเด็กและเยาวชน ครั้งที่ 12 ขึ้น ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คาดว่าจะมียอดขายภายในงาน 400 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานประมาณ 1.8 ล้านคน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18975</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายออนไลน์, งานสัปดาห์หนังสือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181003/image_big_5bb426b45a484.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
