<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79736</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2020 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2020 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธ.ก.ส. ปลื้มสลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 5 วงเงิน 1แสนล้านขายเกลี้ยงใน 6 สัปดาห์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.2563 นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า จากการที่ ธ.ก.ส. ได้เปิดรับฝาก &amp;ldquo;สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 5&amp;rdquo; จำนวน 1,000 &amp;nbsp; ล้านหน่วย หน่วยละ 100 บาท รวมวงเงิน 100,000 ล้านบาท มีอายุการรับฝาก 3 ปี ลุ้นรางวัลสูงสุด 10 &amp;nbsp;ล้านบาท รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 91 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งเริ่มเปิดรับฝากมาตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2563 นั้น สลากดังกล่าวได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากเกษตรกรลูกค้าและประชาชนทั่วไป ทำให้ยอดรับฝากเต็มวงเงินอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาเพียง 6 สัปดาห์เท่านั้น โดยมียอดรับฝากผ่านทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. &amp;nbsp;A-Mobile จำนวน 36,188 ล้านบาท และยอดรับฝากผ่านทางเคาน์เตอร์ธนาคาร จำนวน 63,812 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธ.ก.ส. ขอขอบคุณเกษตรกรลูกค้าผู้มีอุปการะคุณทุกท่านผู้ฝากสลากทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนผลิตภัณฑ์เงินฝากของธนาคาร ซึ่งเงินทุก ๆ บาทที่ท่านฝากไว้ ธ.ก.ส. จะนำไปใช้เป็นทุนสนับสนุน &amp;nbsp;ภาคเกษตรกรรม การพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งสู่ธุรกิจชุมชน อันเป็นฐานรากที่สำคัญของประเทศ ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการฝากเงินกับ ธ.ก.ส. สามารถเลือกใช้บริการผลิตภัณฑ์เงินฝากอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ อาทิ &amp;nbsp; สลากออมทรัพย์เกษตรยั่งยืน หน่วยละ 20 บาท อายุรับฝาก 2 ปี ฝากขั้นต่ำ 20 บาท สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท/ครั้ง เมื่อฝากครบกำหนดจะได้รับดอกเบี้ยหน่วยละ 0.20 บาท คิดเป็นอัตราร้อยละ 0.5 ต่อปี (ไถ่ถอนคืนได้เมื่อครบกำหนด) โดยผู้ฝากสามารถลุ้นรางวัลที่ 1 มูลค่า 2,000,000 บาท และรางวัลเลข 4 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท ได้ในงวดแรกที่ฝาก และลุ้นรางวัลเลข 4 ตัว มูลค่า 20 บาท ตลอดระยะเวลารับฝาก 24 งวด &amp;nbsp; ออกรางวัลทุกวันที่ 16 ของทุกเดือน ซึ่งสามารถฝากได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile หรือ &amp;nbsp; &amp;nbsp; ออมเงินกับเงินฝากออมทรัพย์ทวีโชค สมุดเล่มแดงที่มีสิทธิ์ลุ้นโชค รับรางวัลจากยอดเงินฝากทุก 2,000 บาท ติดต่อกัน 3 เดือน จะได้ 1 สิทธิ์ และยอดเงินฝากทุก 10,000 บาทติดต่อกัน 7 เดือน จะได้รับเพิ่ม 1 สิทธิ์ และหากฝากติดต่อกัน 10 เดือน จะได้รับเพิ่ม 2 สิทธิ์ โดยลุ้นจับรางวัลในระดับจังหวัดปีละ 2 ครั้ง และลุ้นรับรางวัลระดับประเทศอีกปีละ 1 ครั้ง โดยสามารถค้นหาข้อมูลผลิตภัณฑ์เงินฝากที่ตรงตามความต้องการของท่านได้ที่ www.baac.or.th หรือติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center 02 555 0555 หรือที่ ธ.ก.ส. ทุกสาขาทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79736</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเกลี้ยง, ธ.ก.ส., สลากออมทรัพย์ ธ.ก.ส. ชุดเกษตรมั่งคั่ง 5, อภิรมย์ สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200404/image_big_5e8813f482382.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2018 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2018 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดปลื้ม! สคร. ฟุ้ง TFFIF ขายเกลี้ยง 4.5 หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดปลื้ม! สคร. ฟุ้งขายหมดเกลี้ยงหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ 4.5 หมื่นล้านบาท รายย่อย-สถาบันสนใจซื้อทะลัก จ่อประชุมเกลี่ยสัดส่วนใหม่ การันตีได้รับหน่วยลงทุนทุกคน พร้อมเข็น TFFIF เฟส 2 ต่อทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ คงเอียด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า การเปิดจำหน่ายหน่วยลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ : TFFIF) วงเงิน 4.5 หมื่นล้านบาท จะขายหมดอย่างแน่นอน เพราะขณะนี้ยอดจองเข้ามาสูงเกินกว่าวงเงินที่กำหนด ทั้งในส่วนของนักลงทุนรายย่อย ที่เปิดจองไปเมื่อวันที่ 12-19 ต.ค. ที่ผ่านมาก็มียอดจนล้นหลามจนทะลุเป้าหมาย 2 หมื่นล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันก็แสดงความสนใจสูงเกินกว่าสัดส่วนที่กำหนดไว้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยหลังจากนี้ สคร.จะประชุมเพื่อเกลี่ยสัดส่วนหน่วยลงทุนใหม่ โดยปรับเพิ่มสัดส่วนให้รายย่อยเพิ่มขึ้นจากเดิม 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 44-45% ของกองทุน 4.5 หมื่นล้านบาท ให้เพิ่มเป็นเกิน 50% หรือไม่ต่ำกว่า 2.25 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันจะลดสัดส่วนของนักลงทุนสถาบันลง เพื่อให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เน้นการกระจายหน่วยลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ให้นักลงทุนรายย่อยให้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;รายย่อยที่จองมามีมากกว่า 2 หมื่นล้านบาท แต่ไม่ถึง 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่ารายย่อยจะได้เท่าไร หรือสถาบันจะลดเหลือเท่าไร ต้องรอพิจารณาก่อนซึ่งจะประกาศผลทางการอย่างช้าวันที่ 26 ต.ค.นี้ แต่เบื้องต้นยืนยันว่านักลงทุนรายย่อยที่จองไปแล้ว จะได้หน่วยลงทุนครบทุกคนขั้นต่ำคนละ 1 พันหน่วย แต่อาจไม่เต็มจำนวนทั้งหมดที่จองไว้ เพราะแม้จะเกลี่ยสัดส่วนกันใหม่แล้วแต่ก็ยังไม่พออยู่ดี โดยจะใช้วิธีจัดสรรแบบสมอล ลอท เฟิร์ส คือ จัดสรรหน่วยลงทุนให้แก่ผู้จองซื้อทั่วไปทุกราย ตามจำนวนหน่วยจองซื้อขั้นต่ำที่ 1 พันหน่วยในรอบแรก และวนไปเรื่อย ๆ รอบละ 100 หน่วย จนครบตามโควตาจัดสรร&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประภาศ กล่าวอีกว่า จากกระแสตอบรับการลงทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์อย่างล้นหลาม ทำให้หลังจากนี้ สคร.จะเร่งผลักดันกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ระยะสองออกมาโดยด่วนให้รองรับกับความต้องการของประชาชน ซึ่งขณะนี้ได้คัดเลือกโครงการของกรมทางหลวงมาแล้ว 2 โครงการ คือ โครงการทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สาย 7 กรุงเทพฯ &amp;ndash; ชลบุรี และมอเตอร์เวย์ สาย 9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันออก มาจัดทำเป็นกองทุนเปิดขายได้ในครึ่งปีแรกของปี 2562 ภายใต้รัฐบาลชุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขั้นตอนขณะนี้กรมทางหลวงอยู่ระหว่างแก้ไขกฎหมายเรื่องค่าสัมปทานรายได้ที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถนำรายได้จากการเก็บค่าผ่านทาง มาจัดสรรให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนได้ ลักษณะเหมือนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรก ซึ่งคาดว่าจะเสนอให้ ครม.พิจารณาได้เร็ว ๆ นี้ ส่วนวงเงินที่จะระดมทุนกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะใช้เท่าไร&amp;rdquo; นายประภาศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความสำเร็จในการเปิดจำหน่ายไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์กองแรกเป็นผลจากการโรดโชว์ให้ข้อมูลนักลงทุนทั่วประเทศ ทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น หาดใหญ่ และนครราชสีมา รวมถึงมีการเดินทางโรดโชว์ให้นักลงทุนต่างประเทศเห็นทิศทางการลงทุนจนเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งรายได้จากการระดมทุนทั้งหมดจะนำไปสร้างทางด่วน 2 เส้นทาง คือ โครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก วงเงิน 3.04 หมื่นล้านบาท และโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน เอ็น2 เชื่อมต่อไปยังถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันออกและส่วนต่อขยายทดแทน ตอนเอ็น1 วงเงิน 1.43 หมื่นล้านบาท
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20416</URL_LINK>
                <HASHTAG>TFFIF, กองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย, ขายเกลี้ยง, ประภาศ คงเอียด, สคร., ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180907/image_big_5b9274261ed4c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
