<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>73928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อตัดสิทธิ์ผู้ค้าหวย ขรก.-รัฐวิสาหกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; กองสลากเอาจริง สั่งล้างบางบัญชีผู้ค้าลอตเตอรี่ครั้งยิ่งใหญ่ ลุยตัดสิทธิ์ข้าราชการ-พนักงานรัฐวิสาหกิจ-สวมชื่อคนตายรับสิทธิ์จองซื้อไปขายต่อนายทุน คาด 3 เดือนเห็นผลผู้ค้าตัวจริง ช่วยแก้ปัญหาขายเกินราคาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยถึงแนวทางการทบทวนรายชื่อผู้ค้าสลากรายย่อยที่ขึ้นทะเบียนซื้อจองกับสำนักงานสลากฯ ว่า ขณะนี้สำนักงานสลากฯ กำลังนำรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนทั้ง 1.6 แสนรายมาตรวจสอบ โดยอาจพิจารณาตัดสิทธิ์บางกลุ่มออกไป เช่น กลุ่มข้าราชการ พนักงานข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ เพราะเป็นกลุ่มที่มีรายได้จากภาครัฐโดยตรงอยู่แล้ว จึงไม่ควรเข้ามารับโควตาสลากเพื่อนำไปจำหน่ายอีก โดยหลังจากนี้จะนำรายชื่อไปเทียบเคียงกับข้อมูลการจ่ายเงินเดือนของกรมบัญชีกลาง หากตรงกันก็จะมีการตัดชื่อออกทันที ส่วนกลุ่มลูกจ้างหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจอาจยังได้สิทธิ์อยู่ เพราะเป็นกลุ่มที่มีเงินเดือนไม่สูงนัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ จะนำรายชื่อผู้มีสิทธิ์ซื้อจองไปตรวจสอบกับกรมการปกครอง เพื่อตัดรายชื่อผู้เสียชีวิตออกจากผู้มีสิทธิ์ซื้อจองด้วย ตลอดจนกลุ่มคนที่ได้รับสิทธิ์ แต่ไม่ได้รับสลากไปขายเอง หรือคนที่เป็นนอมินีรับจ้างมาขึ้นทะเบียน และกดสลากไปขายต่อให้นายทุน โดยการปรับปรุงรายชื่อผู้ขึ้นทะเบียนซื้อจองรอบนี้จะช่วยคัดกรองผู้ค้าสลากที่ไม่ใช่ตัวจริงออกไป และช่วยลดการนำสลากไปขายต่อเก็งกำไรจากพ่อค้าคนกลางจนทำให้เกิดปัญหาสลากแพงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;สำนักงานสลากฯ ได้รับข้อสังเกตถึงปัญหาผู้มีสิทธิ์ซื้อจองเข้ามาหลายเรื่อง ทั้งกลุ่มข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจเข้ามาใช้สิทธิ์ซื้อจองลอตเตอรี่ รวมถึงคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีคนใช้สิทธิ์คนตายไปกดซื้อจองสลากอยู่ ตลอดจนกลุ่มคนที่มีการรับจ้างมาลงทะเบียนและกดลอตเตอรี่ไปขายต่อให้นายทุน ดังนั้นสำนักงานสลากฯ จึงเข้าไปจัดระเบียบกันใหม่ ซึ่งยังไม่รู้ว่ามีจำนวนเท่าไรที่จะตัดออก เพราะต้องตรวจเสร็จก่อน แต่หลังจากนี้ยืนยันว่าการขึ้นทะเบียนซื้อจองจะต้องมีการวางหลักเกณฑ์ ระเบียบ คุณสมบัติให้ชัดเจนขึ้น เช่น ทำอย่างไรถึงเป็นผู้ค้ารายย่อย และจะรักษาสถานะผู้ค้ารายย่อยควรจะทำอย่างไร เป็นต้น&amp;rdquo; นายพชรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพชรกล่าวอีกว่า การเปิดให้ผู้ค้าสลากรายย่อยตัวจริงได้เข้ามาขึ้นทะเบียนซื้อจองเพิ่ม สำนักงานสลากฯ กำลังพิจารณาอยู่ โดยจะใช้กลไกระดับจังหวัดเข้ามาช่วยคัดกรองว่าใครเป็นคนขายตัวจริง เพื่อนำเข้ามาขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง โดยการพิจารณาจะทำในรูปแบบของคณะกรรมการ มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีคลังจังหวัดเป็นเลขาฯ และคณะกรรมการ เช่น ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือหอการค้าจังหวัด เป็นต้น เข้ามาช่วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดระเบียบผู้ค้ารายย่อยครั้งนี้เป็นแผนระยะสั้นที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาสลากแพงให้ถูกลง โดยตั้งเป้าหมายว่าภายใน 3 เดือนนี้จะต้องทำให้เห็นผล ซึ่งผู้ค้าสลากตัวจริงที่ไม่มีโควตา แต่ต้องไปซื้อสลากจากยี่ปั๊วมาเดินขาย จะได้มีโอกาสขึ้นทะเบียนซื้อจองกับสำนักงานสลากฯ อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันก็คนที่เคยได้สิทธิ์อยู่แล้ว หากไม่ปฏิบัติตามหรือเลิกขายไปแล้วก็จะดึงสิทธิ์กลับคืนมาเพื่อลดปัญหาการนำสลากไปขายต่อให้พ่อค้าคนกลาง โดยหลังจากนี้จะมีการนำรายละเอียดแนวทางทั้งหมดเสนอให้คณะกรรมการสลากฯ พิจารณาเห็นชอบในวันที่ 19 ส.ค.นี้.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/73928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายต่อนายทุน, ขายเกินราคา, ข้าราชการ, ผู้ค้าหวย, พนักงานรัฐวิสาหกิจ, สวมชื่อคนตาย, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200809/image_big_5f30019d6e0c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2021 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับขายหน้ากาก ‘บิ๊กแป๊ะ’สั่งเข้ม โจรฉวยโอกาส!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ตำรวจภาค 1&amp;quot; บุกยึดหน้ากากอนามัย 4 แสนชิ้น ลักลอบนำเข้ามาขายเกินราคา &amp;quot;ผู้ว่าฯ พิษณุโลก&amp;quot; นำกำลังลุยจับผู้ลักลอบผลิต-จำหน่ายแอลกอฮอล์ เจลล้างมือไม่ได้มาตรฐาน &amp;quot;บิ๊กแป๊ะ&amp;quot; สั่ง ตร.ทั่ว ปท.คุมเข้มผู้ฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิว พร้อมเร่งปราบปรามมิจฉาชีพฉวยโอกาสซ้ำเติม ปชช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 3 เม.ย. พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (ผบช.ภ.1) พร้อมด้วยนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดีกรมการค้าภายใน และเจ้าหน้าที่ส่วนที่เกี่ยวข้อง แถลงการตรวจยึดหน้ากากอนามัยที่ลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศกว่า 4.3 แสนชิ้น แอลกอฮอล์ และเอทานอลกว่า &amp;nbsp;10,000 ลิตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สมุทรปราการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.1 จับกุมผู้จำหน่ายหน้ากากอนามัยเกินราคาที่กฎหมายกำหนด โดยก่อนเกิดเหตุได้รับแจ้งจากสายว่าสามารถติดต่อซื้อหน้ากากอนามัย ที่ขายเกินราคากฎหมายกำหนดและมีสินค้าจำนวนมาก จึงได้ติดต่อซื้อขายกับนายประเสริฐ วงค์พิพันธ์ อายุ 49 ปี จำนวน 40,000 ชิ้น &amp;nbsp;ในราคา 536,000 บาท ราคาชิ้นละประมาณ 13 บาท ขนส่งโดยรถกระบะมีตู้บรรทุกสินค้าของบริษัทลาล่ามูฟ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.อำพลกล่าวว่า เมื่อรถขนส่งสินค้ามาส่ง เจ้าหน้าที่ได้ให้คนขับรถนำกลับไปยังที่รับสินค้ามา ซึ่งเป็นห้องแถวชั้นเดียวไม่มีเลขที่ อยู่ภายในซอยฝั่งตรงข้ามปั๊มก๊าซ LPG เจริญดีแก๊ส ถนนเลขที่ &amp;nbsp;3004 ซอยตลาดน้ำคลองโยง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล ซึ่งจากการตรวจสอบที่ห้องแถวพบหน้ากากอนามัยบรรจุอยู่ในกล่องอีก 46,000 ชิ้น และคนงาน 2 คน คือ นายพงศ์เพชร หนูสงค์ และนายธวัช &amp;nbsp;จิตรชัย ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายประเสริฐให้บรรจุหน้ากากอนามัยอยู่ที่ห้องเช่าดังกล่าว โดยได้ค่าแรงวันละ 350 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวนายประเสริฐมาสอบสวน โดยให้การว่าได้เช่าห้องแถวจำนวน 2 ห้องเพื่อใช้สำหรับรับหน้ากากอนามัยดังกล่าวมาจากพื้นที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผบช.ภ.1 กล่าวว่า ในวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดล่อซื้อหน้ากากอนามัยจากทางออนไลน์ จำนวน 300,000 ชิ้น ราคา 4,000,000 บาท โดยนัดหมายดูสินค้าในพื้นที่ สน.ดอนเมือง เมื่อถึงเวลานายโชติช่วง ประเสริฐบูรพา พร้อมกับนายเอกสิทธิ์ เหล็กเพชร, นายธนกร ศฤงคารเจษฎา และ น.ส.ณัฐจิรา หรรษมนตร์ ได้นำตัวอย่างมาให้ดูพร้อมกับตกลงซื้อสินค้า ได้มีนายอานนท์ กลมกล่อม และนายธาดาพงศ์ เจริญเวช ขับรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อนิสสัน นาวารา ทะเบียน ฒส-2279 บรรทุกหน้ากากอนามัยบรรจุในกล่องมาจำนวนทั้งสิ้น 100,000 ชิ้นออกมาพบที่นัดหมาย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนนำตัวไปตรวจค้นบริษัท เปา กรุ๊ปอินดัสตี้ จำกัด พบหน้ากากอนามัยห่อในซองพลาสติก บรรจุในกล่องอีก 200,00 ชิ้น โดยนายโชติช่วงรับสารภาพสั่งหน้ากากมาจากประเทศจีนบรรจุกล่องขายในประเทศไทยในราคาชิ้นละ 13.30 บาท จึงแจ้งข้อกล่าวหา ดำเนินการใดๆ โดยจงใจที่จะทำให้ราคาสูงเกินสมควรของราคาสินค้าฯ, เป็นผู้จำหน่ายสินค้าไม่แจ้งข้อมูล ราคาสินค้า การแสดงปริมาณคงเหลือสินค้า และซ่อนเร้น รับไว้ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่ยังมิได้เสียภาษี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พ.ต.อ.พงศ์จักร ปรีชาการุณพงศ์ ผกก.สภ.ปากเกร็ด กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจยึดเอทานอลเป็น 1 หมื่นลิตร ที่บ้านเลขที่ 18/674 หมู่บ้านเปี่ยมสุข ต.ปากพูด &amp;nbsp;อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ว่า น.ส.วาทินี หรือแคนดี้ หนึ่งในเจ้าของเอทานอล ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา และให้การปฏิเสธและมีเจตนาที่จะต้องการนำไปบริจาค สำหรับคดีนี้เจ้าที่ตำรวจมีพยานบุคคลและเอกสารรวมถึงเส้นทางการเงิน แต่รายละเอียดอยู่ในสำนวน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ ผู้ว่าฯ พิษณุโลก พร้อมด้วย พล.ต.ท.อภิชาติ ศิริสิทธิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) เข้าตรวจยึดแอลกอฮอล์จำนวนมากภายในบริษัท เวิลด์เคมีคอลเซ็นเตอร์ จำกัด ถ.มิตรภาพ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนหลายราย ว่าบริษัทแห่งนี้ได้ใช้พื้นที่หลังร้านทำการลักลอบผลิต-จำหน่ายแอลกอฮอล์ เจลล้างมือ ที่ไม่ได้มาตรฐานและไม่ได้รับการอนุญาต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เบื้องต้นได้ตั้งข้อกล่าวหาเจ้าของร้าน ประกอบด้วย 1.ผลิตและขายเครื่องสำอางโดยที่ไม่ได้มีการจดแจ้ง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ 2.ผลิตและขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้องครบถ้วน ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน &amp;nbsp;30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;จากนี้หากผลตรวจในห้องแล็บยืนยันเป็นการนำเมทิลแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นแอลกกอฮอล์ที่นำไปใช้ทางด้านการเกษตร แล้วนำมาส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีฐานผลิต นำเข้า หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 &amp;nbsp;บาท หรือทั้งจำ ทั้งปรับ สำหรับผู้ขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;quot; ผบช.ภ.6 กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีหนังสือกำชับการปฏิบัติในช่วงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยให้ผู้บังคับบัญชาระดับ บช.และ บก.เรียกประชุมหน่วยตำรวจในพื้นที่ เช่น บช.ก.(ทล.,ป.),ทท.,ส.,ปส.และ ตชด. เป็นต้น เพื่อร่วมบูรณาการวางแผนและพิจารณาจัดกำลังพล อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และยานพาหนะ ออกตรวจตราจุดตรวจจุดสกัดในเขตพื้นที่รับผิดชอบร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ฝ่ายปกครอง &amp;nbsp;และภาคีเครือข่าย โดยให้หมั่นออกตรวจตราการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยร่วมปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อให้คำแนะนำและให้กำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่หน่วยอื่นที่ร่วมปฏิบัติ ทั้งนี้ให้จัดเตรียมแผนป้องกันปราบปรามอาชญากรรมเหตุประทุษร้ายต่อทรัพย์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมเพิ่มความเข้มในการบังคับใช้กฎหมายแก่ผู้ที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด ซึ่งออกตามความในมาตรา 9 &amp;nbsp;แห่ง พ.ร.ก.การบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548, ความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558, พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการบิดเบือนข้อมูล การหลอกลวง การกักตุนสินค้า การขายสินค้าเกินราคา หรือสินค้าไม่ได้มาตรฐานเพื่อไม่ให้เป็นการซ้ำเติมประชาชน โดยให้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหน่วยร่วมปฏิบัติอย่างใกล้ชิด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61976</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, ขายเกินราคา, ปราบปรามมิจฉาชีพ, ยึดหน้ากากอนามัย, ลักลอบนำเข้า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจลล้างมือไม่ได้มาตรฐาน, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200403/image_big_5e872f08e7091.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2018 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มขายลอตเตอรี่ท้าต่อให้10รัฐบาลคสช.ก็แก้ปัญหาขายเกินราคาไม่ได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.61 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เป็นภาพที่ชินตา และราคาที่จำใจซื้อ สลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉพาะเลขชุด นับวันกลับยิ่งแต่จะขายเกินราคากว่าใบละ 100 บาท &amp;nbsp;แถมไม่เกรงกลัว หรือสะทกสะท้านแม้แต่น้อย แม้ว่าจะเป็นยุค คสช.ที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศ จะเอาจริงเอาจัง และแล้วคนไทยต่างพากันฝันค้างว่า จะได้ซื้อลอตเตอรี่กันในราคา 80 บาท ตามที่หน้าสลากระบุไว้ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ต้องหงายเงิบ &amp;nbsp;โดยเฉพาะพื้นที่ จ.สุรินทร์ ประชาชน กลับต้องกัดฟันซื้อล็อตเตอรี่ ในราคาแพง ถึงใบละ 100-120 บาท แต่ก็ดีใจไม่สุด เพราะหวังว่า ถูกรางวัลพลิกชีวิต จากการเสี่ยงโชค ขณะที่ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้โทรศัพท์ แจ้ง 191 ภ.จว.สุรินทร์ กลับไม่มีตำรวจมา ต้องอาศัยของความช่วยเหลือจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ จราจร สภ.สุรินทร์(หมายเลขข้างหมวก 622 ) กว่า 4-5 นาย ที่มาอำนวยการจราจร งานขึ้นบ้านใหม่คหบดี แต่สุดท้ายก็ปล่อย หลุดมือ หรือมองว่ามันไม่ใช่หน้าที่ตำรวจจราจร ทำให้ นายปัญญา หงขวาง คนขายล็อตตารี่ ปั่นจักรยานหลบหนีไปอยากลอยนวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปัญญา หงขวาง อยู่บ้านเลขที่ 24 ม.2 ต.โชคนาสาม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ คนขายล็อตตารี่ กล่าวว่า ต้นทุนในการรับล็อตารี่มาขายใบละ 92 บาท ตนรับมา 500 ใบ &amp;nbsp;ตกเป็นเงินกว่า 40,000 บาท &amp;nbsp;ก็ต้องไปกู้หนี้ ยืมสินเขามาซื้อล็อตตารี่ รู้อยู่เต็มอกว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล คสช. เอาจริงเอาจังและห้ามไม่ขายล็อตตารี่เดินราคา ใบละ 80 บาท ตนรับมา 92 บาท จะให้มาขาย 80 บาท ได้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมก็ไม่รู้จะฝากอะไรพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐบาล คสช. เพราะอย่างไรก็แก้ปัญหาลอตเตอรี่แพงไม่ได้อยู่แล้ว &amp;nbsp;ปัญหาเรื่องรังมาตั้งแต่รัฐบาลทักษิณ ที่บอกว่าจะแก้ปัญหา โดยการเอาหวยใต้ดินมาอยู่บนดินแล้ว &amp;nbsp;ต่อให้มี 10 รัฐบาล คสช.ก็แก้ไม่ได้ &amp;nbsp;ตนเป็นคนสุดท้ายที่มาเดินเร่ขาย &amp;nbsp;คิดดูว่ามีกี่เจ้ากว่าจะมาถึงมือตนเอง ถ้าลอตเตอรี่รับมาถูกผมก็จะขายถูก แต่ถ้ารับมาแพงก็ยืนยันขายใบละ 100 บาทเหมือนเดิม &amp;nbsp;ถ้าอยากจะรู้ก็ไปตรวจสอบที่ยี่ปั๊วใหญ่ ในตลาดสดเทศบาลเมืองสุรินทร์ เป็นร้านทอง ไปถามดูว่าหวยชุด รับมรใบเท่าไหร่ ถ้าหวยใบขาย 80 บาทอยู่แล้ว&amp;quot;นายปัญญา กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8159</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายเกินราคา, ปัญญา หงขวาง, ลอตเตอรี่, ลอตเตอรี่ราคาแพง, สุรินทร์, หวย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180430/image_big_5ae6a561b86d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
