<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77370</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2020 12:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2020 12:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;ขีดเส้น1สัปดาห์7หน่วยงานแจงคืบหน้าคดีบอส ยันไร้ชื่อส.ส.มีเอี่ยว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.ย. 63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าผลสอบคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) กำลังพิจารณาในช่วง 10 วันที่ผ่านมา ว่า เราเพิ่งแจ้งไปเมื่อวันที่ 9-10 ก.ย. แต่เขายังไม่ได้รายงานมา โดยให้เวลา 7 วัน ในการรายงานกลับมาในเบื้องต้น แต่เวลาแค่ 7 วัน แค่อ่านสำนวน อ่านพยาน อ่านหลักฐาน ก็คงไม่ทัน อย่างน้อยให้บอกกลับมาว่ากำลังทำอะไรอยู่ ซึ่งได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 แห่ง ทั้งสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สภาทนายความ ให้แจ้งความคืบหน้ากลับมาเพื่อรายงานนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ส่วนจะแถลงต่อสาธารณะหรือไม่ทาง ป.ป.ท. จะเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ความชัดเจนว่าในคดีดังกล่าวมีข้าราชการระดับสูง หรือนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ในรายงานการสอบชุดที่นายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน พบว่าพฤติกรรมบางคนชัดเจน บางคนอาจยังไม่ชัดเจน คณะกรรมการก็มองอยู่ว่ามีความเกี่ยวข้องหรือไม่ ขณะที่บางคนชัดเจนแต่จะผิดหรือไม่ผิดแต่ละหน่วยงานก็ไปพิจารณาตามกฎหมายของเขา เช่น อัยการก็ใช้กฎหมายของอัยการ ดีเอสไอก็แจ้งไปแล้ว ซึ่งเขาขอเอกสารบางอย่างเพิ่มเติม เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเพราะการอ่านเอกสารแค่ 30-40 หน้า คงไม่ทำให้เข้าใจ และในเมื่อเขาต้องเป็นพนักงานสอบสวนก็ต้องการข้อมูลที่มากกว่านั้น เพื่อที่จะไปสอบใหม่ จึงมอบหมายให้ ป.ป.ท. ไปประสานในเรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงข้อกังวลว่าคดีดังกล่าวจะสามารถเอาผิดนักการเมืองและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลนี้ได้หรือไม่นั้น รองนายกฯ กล่าวว่า บุคคลที่เกี่ยวข้องรู้อยู่แล้วว่ามี 8 ประเภท มีทั้งนักการเมืองและไม่ใช่นักการเมือง เป็นผู้ที่อยู่ในวิชาชีพเป็นข้าราชการประจำ แต่ขณะนี้ไม่ปรากฏรายชื่อนักการเมืองที่เป็น ส.ส. ในเวลานี้อยู่เลย แต่ถ้าเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ชุดที่แล้ว และครบวาระพ้นหน้าที่ไปแล้ว คณะกรรมาธิการบางคนที่พ้นวาระไปแล้ว แม้บางคนจะมานั่งอยู่ในวุฒิสภาขณะนี้ ก็ถือว่าเป็นคนละสภากัน ส่วนในแง่ของการสอบสวนจะย้อนหลังได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเวลานี้เจ้าหน้าที่กำลังทำงานประสานกันอยู่ และทางสภาจะรับเรื่องไว้ได้หรือไม่ เพราะการทำหน้าที่จบแล้ว ทั้งนี้เมื่อตั้งเข้ามาใหม่ก็เข้ามาตามรัฐธรรมนูญคนละฉบับและเป็นคนละสภา ก็อาจจะเป็นปัญหาบ้างแต่ถึงอย่างไรก็อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ที่จะสามารถสอบได้ทั้งหมด ที่จะเป็นปัญหาบ้างจะเป็นในการสอบในเชิงจริยธรรม เพราะถ้าสอบในกรณีนี้ได้ก็คงสอบ ส.ส. ย้อนหลังไปได้ 3-5 สมัย แต่ทางสภาคงไม่สมัครใจที่จะทำ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77370</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีดเส้น7วัน, คดีบอส, ป.ป.ท., วิษณุ เครืองาม, สนช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200505/image_big_5eb0d3f87b7c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2018 21:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2018 15:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าฯกทม.เต้นขีดเส้น 7 วันฟันตลาดเถื่อนรอบบ้าน&#039;ป้าเหลืออด&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ. 61 &amp;nbsp;- &amp;nbsp;ภายในซอยศรีนครินทร์ 55 &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯกทม.พร้อมด้วยนายทวีศักดิ์ เลิศประพันธ์ รองผู้ว่าฯกทม. นายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผู้กำกับสน.ประเวศ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาพูดคุยและรับฟังปัญหาของ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ ผู้อยู่อาศัยบ้านเลขที่ 37/208 ซ.ศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. ที่ตกเป็นข่าวกรณีทุบรถกระบะ ที่จอดขวางหน้าบ้าน โดยพล.ต.อ.อัศวิน เดินไปกดกริ่งหน้าบ้านด้วยตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญศรี กล่าวถึงข้อเรียกร้องว่า 1.ตลาดในบริเวณนั้นมีเยอะมาก อยากให้ผู้ว่าฯกทม.ช่วยนำตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารและจัดตั้งตลาดอย่างถูกต้องตามกฎหมายออกไป เพราะที่ผ่านมารบกวนผู้อยู่อาศัยโดยรอบ ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 2.อยากให้ดำเนินการให้รวดเร็วที่สุด และ 3.หากนำตลาดออกแล้วไม่อยากให้มีการก่อสร้างตลาดขึ้นอีก เพราะบริเวณนี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัย ประชาชนต้องการความสงบและพักผ่อน เพราะกทม.มีพื้นที่ว่างอีกมาก และพื้นที่นี้ไม่ใช่พื้นที่พาณิชย์ อีกอย่างมันเกิดขึ้นมาเป็นเวลา 10 ปีแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตและผู้ว่าฯกทม.คนเดิมก็ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหา ขอให้ผู้ว่าฯกทม.คืนความสงบสุขให้กับชุมชนด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ. อัศวิน กล่าวว่า จากนี้กทม.จะนำไปพิจารณาตามเหตุผลว่า จะสามารถดำเนินการได้มากน้อยเพียงใด อย่างไรก็ตาม กทม.ขอยืนยันว่าสิ่งที่คุณบุญศรี เดือดร้อน กทม.จะเร่งดำเนินการตามคำขอดังกล่าว โดยเร่งแก้ไขตามที่ น.ส.บุญศรี ร้องขอ ทั้งสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้น พล.ต.อ.อัศวิน ได้ลงพื้นที่สำรวจตลาดทั้ง 5 แห่งที่อยู่บริเวณโดยรอบ ประกอบด้วย ตลาดทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ 1.ตลาดสวนหลวง 1 2.ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต &amp;nbsp;3.ตลาดยิ่งนรา 4.ตลาดรุ่งวาณิชย์ 5.ตลาดร่มเหลือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อัศวิน &amp;nbsp;แถลงว่า ตนได้มอบหมายให้ ผอ.เขตประเวศออกทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของตลาด พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยเชิญ เจ้าของตลาด กลุ่มผู้ค้า ประชาชนในหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบ &amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 22 ก.พ.- 28 ก.พ. เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน อย่างไรก็ตาม สำหรับตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง พบว่าไม่ได้มีการขออนุญาตก่อสร้างอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถทำได้ และต้องยุติการดำเนินการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่าขณะที่ ตลาดเปิ้ล มาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา มีการขออนุญาตก่อสร้างสำหรับสร้างอาคารเป็นเชิงพาณิชย์ ซึ่งทางกทม.จะเป็นผู้พิจารณาข้อกฎหมาย ว่าสามารถค้าขายสินค้าลักษณะที่ดำเนินการอยู่ได้หรือไม่ คาดว่าจะได้ผลสรุปภายใน 7 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับตลาดสวนหลวงนั้น พบว่ามีการขออนุญาตก่อสร้างอาคารถูกต้อง แต่ไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการตลาด ซึ่งกทม.สามารถสั่งปิดได้ แต่ทางเราจะให้เจ้าของตลาดชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่มีการขออนุญาตประกอบกิจการ ก่อนกำหนดแนวทางการดำเนินการต่อภายหลังได้ข้อสรุปแล้ว หากมีเจ้าของตลาดที่ไม่ปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด ทางกทม.จะแจ้งความเอาผิดที่สน.ประเวศเพื่อฟ้องศาลแขวงพระขโนง &amp;nbsp;ส่วนการเปรียบเทียบปรับผู้กระทำผิดในอัตราสูงสุด วันละ 5000 บาททุกวัน และหากตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของกทม. กระทำความผิด ก็จะมีการลงโทษตามระเบียบราชการต่อไปด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากนี้ ทางกทม.ดำเนินการตรวจสอบตลาดทั่วกรุงเทพมหานครทั้ง 364 แห่ง หากพบว่าตลาดใดมีการดำเนินการอย่างไม่ถูกต้อง ก็ทำให้มันถูกต้อง ซึ่งเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ตามระเบียบข้อบังคับ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา และสร้างความสบายใจแก่ทุกฝ่าย&amp;rdquo; ผู้ว่าฯกทม.กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3590</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีดเส้น7วัน, ตลาด, ตลาดผิดกฏหมาย, ป้าทุบรถ, ป้าเหลืออด, ผู้ว่าฯกทม., พล.ต.อ.อัศวิน, เขตประเวศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180221/image_big_5a8d28041ffc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
