<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 17:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เกาหลีเหนือทดสอบมิสไซล์ซ้ำ ตอกสหรัฐอย่ามาสองมาตรฐาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เผยเกาหลีเหนือยิงทดสอบมิสไซล์ที่เชื่อว่าน่าจะเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ ตกทะเลนอกฝั่งตะวันออกเมื่อวันอังคาร ทูตเกาหลีเหนือประจำยูเอ็นยืนกรานว่าเปียงยางมีสิทธิ์ทดสอบอาวุธและป้องกันตนเอง เตือนสหรัฐอย่าสองมาตรฐานคิดว่าเสริมขีดความสามารถได้ฝ่ายเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โทรทัศน์เกาหลีใต้ฉายภาพมิสไซล์ของเกาหลีเหนือจากแฟ้มภาพการทดสอบมิสไซล์เมื่อปี 2562 (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอังคารที่ 28 กันยายน อ้างคำแถลงของคณะเสนาธิการทหารร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ว่า เกาหลีเหนือยิงโพรเจ็กไทล์จากจังหวัดจากังในภาคเหนือเมื่อเวลา 06.40 น.ของวันอังคาร มาตกในทะเลนอกชายฝั่งตะวันออก ขณะที่โฆษกกระทรวงกลาโหมของญี่ปุ่นกล่าวว่า ดูเหมือนว่าอาวุธดังกล่าวจะเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่ถึงชั่วโมงต่อมา คิม ซง เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำองค์การสหประชาชาติ กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชายูเอ็นที่นิวยอร์กว่า เกาหลีเหนือมีสิทธิที่จะพัฒนา, ทดสอบ, ผลิต และครอบครองระบบอาวุธแบบเดียวกับของเกาหลีใต้และสหรัฐ ใครก็ไม่สามารถปฏิเสธสิทธิในการป้องกันตนเองและการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือได้ แต่ถ้าสหรัฐยุตินโยบายที่เป็นปรปักษ์และ &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; เกาหลีเหนือก็จะตอบสนองต่อข้อเสนอในการเจรจา &amp;quot;ด้วยความเต็มใจในทุกเวลา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐประณามการทดสอบอาวุธครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ โดยกระทรวงการต่างประเทศกล่าวว่า เป็นภัยคุกคามต่อประเทศเพื่อนบ้านของเกาหลีเหนือและประชาคมระหว่างประเทศ ทั้งยังฝ่าฝืนข้อมติหลายข้อของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ที่จะพ้นตำแหน่งในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ย้ำกลางสมัชชายูเอ็นถึงข้อเรียกร้องตลอดมาของเขา ที่ต้องการให้เกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามเกาหลีเหนือระหว่างปี 2493-2496 จบลงโดยทั้งสองฝ่ายทำสัญญาพักรบ แต่ไม่ได้ลงนามสนธิสัญญาสันติภาพ โดยหลักการสองประเทศนี้จึงยังอยู่ในภาวะสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนนี้เกาหลีเหนือยิงทดสอบมิสไซล์มาแล้วหลายครั้ง ครั้งหนึ่งเป็นมิสไซล์ครูซพิสัยไกล และอีกครั้งกองทัพเกาหลีใต้กล่าวว่าเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกาหลีใต้ก็ประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบขีปนาวุธยิงจากเรือดำน้ำ (เอสแอลบีเอ็ม) เป็นครั้งแรกเช่นกัน ทำให้เกาหลีใต้เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีเทคโนโลยีก้าวหน้าดังกล่าว รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เมื่อวันอังคาร เกาหลีใต้ยิงทดสอบเอสแอลบีเอ็มจากเรือดำน้ำอีกเป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุนทรพจน์ของทูตคิมเมื่อวันอังคารสอดคล้องกับการวิจารณ์ของเกาหลีเหนือในช่วงไม่นานมานี้ ที่ว่าเกาหลีใต้และสหรัฐประณามการพัฒนาอาวุธของเกาหลีเหนือ แต่สองประเทศนี้กลับยังคงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถทางทหารของตนเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ คิม โยจอง น้องสาวผู้ทรงอิทธิพลของคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเปียงยาง ก็วิจารณ์สหรัฐและเกาหลีใต้ &amp;quot;สองมาตรฐาน&amp;quot; ในเรื่องดังกล่าว แต่เธอไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ของการเจรจาสุดยอดระหว่างผู้นำสองเกาหลี โดยยืนกรานว่าจำเป็นต้องมีความเคารพกันและกันและ &amp;quot;เท่าเทียม&amp;quot; และขอให้เกาหลีใต้ &amp;quot;หยุดพูดจาอวดดี&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, ทดสอบมิสไซล์, สองมาตรฐาน, เกาหลีเหนือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210928/image_big_6152f417263f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56755</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2020 22:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2020 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านอวดขีปนาวุธเจเนอเรชันใหม่ เคาท์ดาวน์ส่งดาวเทียม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพอิหร่านเปิดตัวขีปนาวุธพิสัยใกล้สามารถขับดันด้วยเครื่องยนต์ &amp;quot;เจเนอเรชันใหม่&amp;quot; ที่ออกแบบมาเพื่อใช้นำส่งดาวเทียม ขณะเดียวกันรัฐมนตรีไอทีประกาศนับถอยหลังปล่อยจรวดส่งดาวเทียมดวงใหม่ขึ้นวงโคจร โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการที่สหรัฐกล่าวหาว่าเป็นข้ออ้างบังหน้าการพัฒนาขีปนาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ว่าพลตรีฮุสเซน ซาลามี ผู้บัญชาการกองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี) ของอิหร่าน และพลจัตวาอามีราลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บัญชาการกองกำลังอากาศอวกาศของไออาร์จีซี เปิดตัวมิสไซล์และเครื่องยนต์จรวดรุ่นใหม่ในวันเดียวกันนี้ โดยรายงานเว็บไซต์เซปาห์นิวส์ของไออาร์จีซีกล่าวว่า มิสไซล์ราอัด-500 ที่เผยโฉมในวันนี้ติดตั้งเครื่องยนต์ซูแฮร์รุ่นใหม่ที่ทำจากวัสดุผสมที่มีน้ำหนักเบากว่ารุ่นเก่าที่ใช้เหล็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อิหร่านยังเปิดตัวเครื่องยนต์ซัลมานที่ทำจากวัสดุชนิดเดียวกัน แต่มีหัวฉีดแบบเคลื่อนย้ายได้ ใช้สำหรับการนำส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของไออาร์จีซีกล่าวว่า ราอัดเป็นมิสไซล์เจเนอเรชันใหม่ที่มีน้ำหนักเพียงครึ่งเดียวของน้ำหนักมิสไซล์ฟาเตห์-110 แต่มีพิสัยไกลกว่าถึง 200 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านเปิดตัวฟาเตห์-110 ซึ่งเป็นขีปนาวุธชนิดยิงจากพื้นสู่พื้น เมื่อปี 2545 โดยรุ่นล่าสุดของมิสไซล์ฟาเตห์นั้นมีพิสัย 300 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลตรีซาลามีกล่าวว่า ความสำเร็จของเทคโนโลยีระดับโลกที่อิหร่านเปิดเผยให้วันนี้เป็นกุญแจสำคัญของการขึ้นสู่อวกาศ และช่วยให้อิหร่านพัฒนามิสไซล์ที่ถูกลง, เบาลง, เร็วขึ้น และแม่นยำมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ จาวัด อาซารี จาห์โรมี รัฐมนตรีเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของอิหร่าน ทวีตว่า อิหร่านกำลังนับถอยหลังปล่อยดาวเทียมซาฟาร์ขึ้นสู่วงโคจรในวันอาทิตย์จากฐานปล่อยที่เมืองเซมนาน แต่เขาไม่ระบุช่วงเวลาของการปล่อยดาวเทียมวิทยาศาสตร์ดวงนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีที่แล้วอิหร่านเคยพยายามส่งดาวเทียมแต่ล้มเหลวอย่างน้อย 2 ครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐเคยแสดงความกังวลว่าเทคโนโลยีขีปนาวุธพิสัยไกลที่ใช้นำส่งดาวเทียมสู่วงโคจรนั้นสามารถใช้ในการนำส่งหัวรบนิวเคลียร์ได้ แต่รัฐบาลอิหร่านปฏิเสธว่ากิจกรรมการส่งดาวเทียมของพวกเขาเป็นการปกปิดการพัฒนามิสไซล์ และยืนกรานด้วยว่าอิหร่านไม่เคยพยายามพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับอิหร่านทวีขึ้นนับแต่เดือนพฤษภาคม 2561 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นำสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่ชาติมหาอำนาจเสนอผ่อนคลายการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการจำกัดการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านมีอาวุธนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอ้างว่าตนกำลังพยายามควบคุมโครงการขีปนาวุธของอิหร่านและพฤติกรรมของอิหร่านที่บั่นทอนเสถียรภาพในภูมิภาคนี้ ปี 2561 สหรัฐรื้อฟื้นการคว่ำบาตรอิหร่านอย่างเต็มพิกัด และทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยกเลิกการปฏิบัติตามข้อจำกัดนิวเคลียร์หลายประการภายใต้ข้อตกลงฉบับนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมกราคมปีที่แล้ว อิหร่านเคยนำส่งดาวเทียมปายัมเพื่อใช้ด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยอมรับว่าดาวเทียมดวงนี้ไปไม่ถึงวงโคจร คราวนั้นสหรัฐประณามว่าการยิงจรวดนำส่งดาวเทียมดวงนี้ของอิหร่านละเมิดข้อมติ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ห้ามอิหร่านทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธที่สามารถนำส่งหัวรบนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดือนมกราคม ทั้งสองฝ่ายยังหวิดเปิดฉากสงครามกันเมื่อสหรัฐลอบสังหารนายพลกาเซม สุไลมานี ผู้บัญชาการกองกำลังกุดส์ของอิหร่านเมื่อวันที่ 3 มกราคม อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงมิสไซล์โจมตีฐานทัพสหรัฐในอิรัก 2 แห่งในวันที่ 8 มกราคม แล้วไม่กี่ชั่วโมงต่อมากองทัพอิหร่านก่อความผิดพลาด ยิงเครื่องบินโดยสารของยูเครนตกที่กรุงเตหะราน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีจาโรมีกล่าวด้วยว่า ทันทีที่ดาวเทียมซาฟาร์ส่งขึ้นสู่วงโคจรสำเร็จ ภารกิจแรกคือการส่งภาพของนายพลสุไลมานีกลับมายังโลก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56755</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, ฟาเตห์-110, ราอัด-500, ส่งดาวเทียม, อิหร่าน, เครื่องยนต์จรวด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191103/image_big_5dbed5d2b4cb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28641</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2019 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2019 21:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อิหร่านอวดโฉมขีปนาวุธรุ่นใหม่ พิสัย 1,000 กม. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กองทัพพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่านเปิดตัวขีปนาวุธรุ่นใหม่ &amp;quot;เดซฟุล&amp;quot; ที่มีพิสัย 1,000 กิโลเมตร ขณะสหรัฐประกาศจะกดดันอิหร่านอย่างไม่ลดละเพื่อยับยั้งโครงการมิสไซล์ของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลตรีโมฮัมหมัด อาลี จาฟารี (ขวา) ขณะตรวจมิสไซล์ &amp;quot;เดซฟุล&amp;quot; จากภายในสถานที่ที่ไม่เปิดเผย เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2562 / SEPAH NEWS / IRAN&amp;#39;S REVOLUTIONARY GUARDS WEBSITE / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 กล่าวว่า การเปิดตัวขีปนาวุธรุ่นใหม่ลูกนี้เป็นการแสดงแสนยานุภาพครั้งล่าสุดของกองทัพอิหร่านในช่วงยามที่สาธารณรัฐอิสลามแห่งนี้ฉลองครบรอบ 40 ปีการปฏิวัติอิสลาม ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเผยโฉมอาวุธชนิดใหม่นี้ยังเกิดภายหลังอิหร่านประสบความสำเร็จในการยิงทดสอบมิสไซล์ครูซรุ่นใหม่ชื่อโฮวีเซห์ ซึ่งมีพิสัย 1,350 กิโลเมตร เมื่อวันเสาร์ที่ 2 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเซปาห์นิวส์ของทางการอิหร่านอ้างคำกล่าวของพลจัตวาอามีราลี ฮาจิซาเดห์ ผู้บังคับหน่วยอากาศ-อวกาศ ว่า ขีปนาวุธเดซฟุล ชนิดยิงจากพื้นสู่พื้นนี้ เป็นอาวุธที่อัพเกรดจากรุ่นโซลฟาการ์ที่มีพิสัย 700 กิโลเมตร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาจิซาเดห์ และพลตรีโมฮัมหมัด อาลี จาฟารี ผู้บัญชาการกองทัพปฏิวัติอิหร่าน เปิดตัวอาวุธชนิดใหม่นี้จากภายในแหล่งผลิตขีปนาวุธใต้ดินของอิหร่าน เมื่อวันพฤหัสบดี แต่รายงานของเซปาห์นิวส์ไม่ได้เปิดเผยที่ตั้งของสถานที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จาฟารีกล่าวว่า การเปิดตัวมิสไซล์ลูกนี้จากสถานที่ผลิตลึกใต้ดินเป็นการตอกหน้าพวกตะวันตกที่คิดว่าการคว่ำบาตรและการข่มขู่จะสามารถหยุดยั้งไม่ให้อิหร่านบรรลุเป้าหมาย พวกยุโรปพูดถึงการจำกัดขีดความสามารถในการป้องกันของเรา ในขณะที่พวกเขากลับกล้าใช้อำนาจในเชิงป้องกันไปโจมตีประชาชนบริสุทธิ์ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฮาจิซาเดห์กล่าวว่า มิสไซล์รุ่นใหม่นี้มีอำนาจทำลายล้างมากกว่าโซลฟาการ์ 2 เท่า อิหร่านเคยใช้โซลฟาการ์เป็นครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อโจมตีฐานของพวกญิฮาดในซีเรีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิหร่านสมัครใจจำกัดพิสัยของมิสไซล์ของตนไว้ที่ 2,000 กิโลเมตร แต่ระยะเท่านี้ก็เพียงพอต่อการโจมตีอิสราเอลและฐานทัพของสหรัฐในตะวันออกกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมติ 2231 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ออกภายหลังอิหร่านทำข้อตกลงนิวเคลียร์กับโลกตะวันตกเมื่อปี 2558 นั้น เรียกร้องอิหร่านอย่าได้ดำเนินกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธที่ออกแบบมาให้สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้ แต่อิหร่านยืนกรานว่า โครงการพัฒนามิสไซล์ของตนเป็นในเชิงป้องกันล้วนๆ และสอดคล้องกับข้อมตินี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว และรื้อฟื้นมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง โดยอ้างว่าอิหร่านละเมิดข้อตกลง โครงการมิสไซล์เป็นหนึ่งในข้ออ้างนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงวอชิงตัน โรเบิร์ต พัลลาดิโน รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐจะพยายามอย่างไม่ลดละเพื่อระดมความสนับสนุนทั่วโลกมาเผชิญหน้ากับกิจกรรมขีปนาวุธอย่างมุทะลุของรัฐบาลอิหร่าน และจะกดดันเพื่อให้รัฐบาลอิหร่านเปลี่ยนพฤติกรรมอันร้ายกาจ ซึ่งจะรวมถึงการบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอย่างเต็มที่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28641</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพอิหร่าน, ขีปนาวุธ, มิสไซล์รุ่นใหม่, อิหร่าน, เดซฟุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190208/image_big_5c5d94fa71259.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7970</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 22:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 22:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กองทัพจีนส่งมิสไซล์ &#039;เพชฌฆาตกวม&#039; เข้าประจำการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มังกรกางเขี้ยวเล็บ กระทรวงกลาโหมจีนยืนยัน กองทัพจีนส่งมิสไซล์รุ่นใหม่ ดีเอฟ-26 ที่สื่อตั้งฉายาให้ว่า &amp;quot;เพชฌฆาตกวม&amp;quot; เข้าประจำการแล้ว วันเดียวกันกองทัพอากาศจีนเผย เครื่องบินทิ้งระเบิดบินวนรอบเกาะไต้หวันอีกครั้งระหว่างร่วมการฝึก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จีนนำขีปนาวุธพิสัยปานกลาง ดีเอฟ-26 ฉายา &amp;quot;เพชฌฆาตกวม&amp;quot; ออกแสดงครั้งแรกในพิธีสวนสนามเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2558 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หวูเชี่ยน โฆษกกระทรวงกลาโหมของจีน เปิดเผยระหว่างการแถลงข่าวรายเดือนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า กองทัพจีนได้เริ่มประจำการขีปนาวุธพิสัยปานกลางดีเอฟ-26 หรือที่สื่อและผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมตั้งฉายาว่า &amp;quot;เพชฌฆาตกวม&amp;quot; จากขีดความสามารถในการโจมตีได้ไกลถึงฐานทัพของสหรัฐบนเกาะกวมกลางมหาสมุทรแปซิฟิก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกของจีนเปิดเผยรายละเอียดไม่มากนัก บอกเพียงว่า มิสไซล์รุ่นใหม่นี้สามารถติดตั้งหัวรบตามแบบและหัวรบนิวเคลียร์ และสามารถโจมตีเป้าหมายทั้งบนพื้นหรือในอากาศได้อย่างแม่นยำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนไม่ปิดบังโครงการดีเอฟ-26 เป็นความลับเท่าใดนัก ในพิธีสวนสนามครั้งใหญ่ที่กรุงปักกิ่งเมื่อปี 2558 จีนก็เคยนำมิสไซล์รุ่นนี้ออกแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กองทัพอากาศจีนแถลงว่า กองทัพอากาศได้ส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด เอช-6 เค หลายลำบินวนรอบเกาะไต้หวันอีกครั้ง โดยเครื่องบินรบลำนี้ พร้อมกับเครื่องบินขับไล่, เครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า, เครื่องบินตรวจการณ์ และเครื่องบินรบอีกหลายชนิด บินขึ้นจากสนามบินหลายแห่ง เพื่อ &amp;quot;ฝึกรบ&amp;quot; เมื่อวันพฤหัสบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครื่องบินเหล่านี้บินผ่านช่องแคบบาชิ ทางใต้ของไต้หวัน และช่องแคบมิยาโกะ ใกล้กับเกาะโอกินาวาของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองทัพอากาศจีนกล่าวด้วยว่า เครื่องบินทิ้งระเบิดเอช-6 เค เสร็จสิ้นการฝึกเหล่านี้แล้ว ซึ่งรวมถึงการบินวนรอบไต้หวันมาตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน เพื่อเสริมขีดความสามารถในการรักษาสิทธิอธิปไตยและบูรณภาพเหนือดินแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านกระทรวงกลาโหมของไต้หวันกล่าวว่า ไต้หวันได้ส่งเครื่องบินหลายลำและเรืออีกหลายลำเฝ้าสังเกตกิจกรรมของจีน และเพื่อรับประกันความมั่นคงทางทะเลและน่านฟ้าของไต้หวัน แต่ไม่มี &amp;quot;สถานการณ์ผิดปกติ&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7970</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, จีน, ดีเอฟ-26, เครื่องบินทิ้งระเบิด, เพชฌฆาตกวม, เอช-6 เค, ไต้หวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae1f07f8abd5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2018 10:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2018 10:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; ประกาศระงับการทดสอบนิวเคลียร์-ขีปนาวุธ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือให้คำมั่นว่าจะระงับการทดสอบนิวเคลียร์และขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป พร้อมรื้อทำลายแหล่งทดลองระเบิดนิวเคลียร์ด้วย โดยให้มีผลทันทีนับแต่วันนี้เป็นต้นไป ขณะโดนัลด์ ทรัมป์ ยกเป็นข่าวดีทั้งสำหรับเกาหลีเหนือและโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;คิม จองอึน แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเกาหลีเหนือ เมื่อวันเสาร์ที่ 21 เมษายน 2561 อ้างคำกล่าวของคิม จองอึน ที่กล่าวภายหลังเรียกประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคแรงงานเกาหลีเมื่อวันศุกร์ ว่าเกาหลีเหนือไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์หรือขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) อีกต่อไป เนื่องจากเกาหลีเหนือบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นับจากวันที่ 21 เมษายน เกาหลีเหนือจะยุติการทดสอบนิวเคลียร์และการปล่อยขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป&amp;quot; รายงานของเคซีเอ็นเอกล่าว และว่า การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนี้ และเกาหลีเหนือจะเอื้ออำนวยการติดต่อใกล้ชิดและการสานเสวนากับประเทศเพื่อนบ้านและประชาคมระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางของพรรคยังได้ตัดสินใจรื้อถอนสถานที่ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ พุงกเยรี ทางภาคเหนือของประเทศ &amp;quot;เพื่อเป็นหลักรับประกันการล้มเลิกการทดลองนิวเคลียร์อย่างโปร่งใส&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เกาหลีเหนือกล่าวถึงโครงการอาวุธนิวเคลียร์ของตนโดยตรงก่อนหน้าจะถึงการประชุมสุดยอดระหว่างคิม กับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ในวันศุกร์ที่ 27 เมษายนนี้ และการประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐหลังจากนั้น ซึ่งคาดว่าจะเป็นภายในปลายเดือนพฤษภาคมหรือต้นเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐ แสดงความยินดีกับคำประกาศนี้ โดยทวีตว่า &amp;quot;เป็นข่าวดีมากๆ สำหรับเกาหลีเหนือและสำหรับโลก ความก้าวหน้าครั้งใหญ่ รอคอยการซัมมิตของเรา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7534</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, คิม จองอึน, ซัมมิต, ทรัมป์, นิวเคลียร์, เกาหลีเหนือ, เลิกทดสอบ, โสมแดง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180421/image_big_5adaa524a9c50.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7157</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สิทธิมนุษยชนเพื่อรุกราน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถูกถามว่า สงครามโลกครั้งที่ ๓ จะมีการสู้รบกันอย่างไร?&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไอน์สไตน์ตอบว่า &amp;quot;ผมไม่รู้ ผมรู้แต่เพียงว่า สงครามโลกครั้งที่ ๔ จะสู้รบกันด้วยไม้และก้อนหิน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำพูดง่ายๆ ของไอน์สไตน์สะท้อนด้านมืดของมนุษย์เอาไว้อย่างครบถ้วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่...ถามว่าวันนี้จะมีสงครามโลกครั้งที่ ๓ หรือไม่?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แก๊งสามเกลอ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส จับมือถล่มซีเรีย ยังไม่ใช่ชนวนให้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๓ &amp;nbsp;ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นอย่ากลัวไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แค่หุ้นน้ำมัน ตลาดซื้อขายทองคำล่วงหน้า คึกคักขึ้นมาทันตาเห็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สันดานชาติยุโรปกับอเมริกา แก้ไม่หายจริงๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อครั้งอเมริกากับพันธมิตรโจมตีอิรัก ใช้ข้ออ้างเพื่อปลดอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง แล้วจับ ซัดดัม ฮุสเซน ไปสำเร็จโทษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายความแตก อิรักไม่มีอาวุธอานุภาพทำลายล้างสูง ไม่มีอาวุธเคมี ไม่มีอาวุธชีวภาพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทุกอย่างล้วนเป็นเรื่องที่สายเหยี่ยวในทำเนียบขาวกุขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครั้งนี้บอกว่า รัฐบาลบาชาร์ อัลอัสซาด ใช้อาวุธเคมีสังหารประชาชนตัวเอง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฉะนั้นประเทศที่ยึดถือสิทธิมนุษยชนเป็นคัมภีร์ อย่าง อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส เอาไว้กดขี่ชาติที่ด้อยกว่า จะต้องสั่งสอนรัฐบาลที่สังหารพลเรือนตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แล้วทีอเมริกาทิ้งระเบิดพลาดเป้าไปโดนโรงพยาบาลขององค์การแพทย์ไร้พรมแดนในอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย ๓๐ คน เมื่อเดือนตุลาคมปี ๒๕๕๘ อังกฤษ ฝรั่งเศส ไปทิ้งบอมบ์อเมริกาเพื่อสั่งสอนหรือเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก็ไม่!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หรือจะอ้างว่าสังหารพลเมืองชาติอื่นไม่ผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทิ้งระเบิดที่ซีเรียหนนี้ ชาติยักษ์ใหญ่ต่างได้ประโยชน์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พลังงานราคาสูงขึ้น บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ในโลกนี้ของใครบ้างล่ะ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาวุธสงคราม ได้รับการสาธิตว่า ใช้ได้ผลดีเยี่ยม ทั้งอเมริกา รัสเซีย ไม่มีใครเสีย มีแต่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อเมริกาได้โชว์โทมาฮอว์ก ส่วนรัสเซียได้โชว์ระบบต่อต้านขีปนาวุธ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตอนนี้ต่างฝ่ายต่างก็โม้ว่าระบบของตัวเองดีกว่า อเมริกาโม้ว่าโทมาฮอว์กโดนเป้าจังๆ ส่วนรัสเซียบอกว่า ระบบต่อต้านขีปนาวุธของตัวเอง สอยโทมาฮอว์กไปเกือบหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มันก็เหมือนโฆษณาขายของ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คนที่ตายคือชาวซีเรีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะให้ มหาอำนาจพวกนี้มาฟัดกันตรงๆ เขาไม่ทำ มันไม่คุ้ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ เราจึงเห็นแค่สงครามตัวแทน ที่ถูกจำกัดขอบเขต และมักเกิดในตะวันออกกลาง แหล่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ของโลก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เราเห็นเหตุก่อการร้ายในอเมริกา ยุโรป สื่อตะวันตกประโคมกันเป็นฉากๆ ชาวอาหรับเป็นตัวร้าย &amp;nbsp;แต่น้อยครั้งที่จะพูดถึงรากเหง้าของปัญหา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีนักสิทธิมนุษยชนคนไหนใส่ใจ กรณีที่ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส ไปก่อการร้ายในตะวันออกกลาง ด้วยการทิ้งระเบิด สร้างสงครามด้วยหลักฐานปลอมๆ คนตายเป็นหมื่นเป็นแสน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โลกเงียบกริบ!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลับกันก่อการร้ายในอเมริกา ยุโรป คนตายแค่หลักสิบ พูดกันสิบวันไม่จบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สงครามโลกครั้งที่ ๓ ถ้าจะเกิด ไม่ใช่ระหว่างชาติมหาอำนาจด้วยกัน แต่จะเป็นชาติเล็กๆ ที่บ่มเพาะความเคียดแค้น ชิงชัง แสดงออกด้วยการเข้าไปก่อการร้ายในอเมริกา ยุโรป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อไหร่ที่มีการก่อการร้ายขนาดใหญ่ ด้วยอาวุธร้ายแรงของชาติมหาอำนาจที่หาได้ในตลาดมืด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลือดเข้าตากันเมื่อไหร่ เมื่อนั้นก็เตรียมตัวจุดจบของสงครามใช้ไม้ใช้ก้อนหินสู้กัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เว้นวันนี้ ชาติมหาอำนาจถือคัมภีร์สิทธิมนุษยชนรุกรานชาติเล็กกว่า เพื่อหวังทรัพยากรของเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7157</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขีปนาวุธ, ซัดดัม ฮุสเซน, ซีเรีย, ฝรั่งเศส, สงครามโลกครั้งที่ 3, สงครามโลกครั้งที่ 4, อังกฤษ, อิรัก, อเมริกา, อ่านเอาเรื่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180114/5a5b69ad52eea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
