<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67620</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2020 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2020 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ บขส.เปิดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 7 วัน ภาคเหนือ-อิสาน รวม 15 เส้นทาง ดีเดย์ 1 มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
2 มิ.ย.63-รายงานข่าว บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) แจ้งว่า บขส. พร้อมให้ผู้โดยสารที่มีความประสงค์จะเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะ ในเส้นทางภาคเหนือ จำนวน 7 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงใหม่, กรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงราย, กรุงเทพฯ&amp;ndash;อุตรดิตถ์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สวรรคโลก, กรุงเทพฯ&amp;ndash;แม่สอด, กรุงเทพฯ&amp;ndash;หล่มสัก, กรุงเทพฯ&amp;ndash;คลองลาน และเส้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก จำนวน 8 เส้นทาง ประกอบด้วย เส้นทางกรุงเทพฯ&amp;ndash;หนองบัวลำภู, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สกลนคร, กรุงเทพฯ&amp;ndash;เชียงคาน, กรุงเทพฯ&amp;ndash;สุรินทร์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;บุรีรัมย์, กรุงเทพฯ&amp;ndash;กันทรลักษ์-อุบลราชธานี, กรุงเทพฯ&amp;ndash;ศรีสะเกษ, กรุงเทพฯ&amp;ndash;รัตนบุรี สามารถจองตั๋วโดยสารล่วงหน้า 7 วัน ผ่านระบบออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมีเงื่อนไขการจองตั๋ว ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ผู้โดยสาร สามารถจองตั๋วล่วงหน้าได้ 7 วัน ในเส้นทางที่บริษัทฯ กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. สงวนสิทธิ์การจองตั๋วและเดินทางให้เฉพาะผู้โดยสารคนไทยเท่านั้น กรณีตรวจพบว่าผู้เดินทางเป็นชาวต่างชาติ บริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้เดินทางโดยเด็ดขาด (ตามประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน) และขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าโดยสาร หรือเลื่อนการเดินทางทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ห้ามผู้โดยสารลงจากรถระหว่างทาง หรือในสถานที่ ซึ่งมิใช่ที่หยุดหรือจอด ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดไว้ โดยรถโดยสารจะจอดรับ-ส่ง ตามจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ผู้โดยสารที่เดินทางข้ามเขตพื้นที่จังหวัด ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามที่จังหวัดหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดกำหนดอย่างเคร่งครัด และต้อง Scan QR Code จากเว็บไซต์ www.ไทยชนะ.com เพื่อ Check in /Check out หรือกรอกข้อมูลคำถามสุขภาพตามแบบ ต.8-คค ที่ระบุจุดเดินทางที่ออกและจุดหมายปลายทางที่เป็นประโยชน์ต่อการควบคุมโรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.จองตั๋วได้ที่ เว็บไซต์ บขส. www.transport.co.th หรือตัวแทนจำหน่ายตั๋ว www.busticket.in.th , www.pns-allthai.com , www.thaiticketmajor.com และเคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-Eleven&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ บขส. คำนึงถึงความปลอดภัยและสุขอนามัยของผู้โดยสารพนักงาน และมีการดำเนินมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างต่อเนื่อง ตามมาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงคมนาคมกำหนด เช่น จัดทำมาตรการเว้นระยะห่าง Social Distancing อย่างเคร่งครัด โดยเว้นระยะนั่งหรือยืนห่างกัน อย่างน้อย 1 เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หากผู้โดยสารครบตามจำนวนที่กำหนด จะไม่รับผู้โดยสารรายใหม่เพิ่มโดยเด็ดขาด งดให้บริการอาหารเครื่องดื่มบนรถโดยสาร และไม่อนุญาตให้นำอาหารและเครื่องดื่มมารับประทานบนรถโดยสาร โดยจะให้รับประทานอาหารเฉพาะที่จุดพักรถเท่านั้น เพื่อป้องกันการติดต่อสัมผัส ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 นอกจากนี้พนักงานประจำรถ พนักงานประจำสถานี และผู้ใช้บริการ ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่อเข้าใช้บริการภายในสถานีขนส่ง และต้องผ่านการคัดกรองผู้โดยสาร หากพบผู้ที่มีอุณหภูมิร่างกายสูงเกินกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ห้ามเดินทางโดยเด็ดขาด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67620</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าบขส., รถโดยสารสาธารณะ, เปิดให้บริการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190104/image_big_5c2f3b09d1f9a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/12/2018 09:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/12/2018 09:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมขึ้นค่ารถเมล์ 1 บาท บขส.ขยับเพิ่ม10%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งทางบกกลางฯอนุมัติรถ ขสมก. ,ร่วม ขสมก. ปรับขึ้นราคา 1 บาท ขณะที่ รถ บขส. และรถร่วม บขส.ให้ปรับ 10 % มีผล 21 ม.ค.นี้ แต่เปิดทางก่อนถึงวันดังกล่าว หากรัฐบาลมีมาตรการเยียวยาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก็พร้อมทบทวนมติดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล ถาวรสุขเจริญ อธิบดีกรมขนส่งทางบก(ขบ.) ในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง ที่มีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน เปิดเผยผลการประชุมเมื่อวันที่ 14ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า จากการพิจารณาภาระของผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ ตั้งแต่หมวด 1 - 4 ที่ให้บริการทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร &amp;nbsp;ระหว่างกรุงเทพมหานครกับต่างจังหวัด ผู้ประกอบการทั้งหมดต่างมีภาระต้นทุนสูงขึ้น เริ่มจากรถที่วิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานครในส่วนของผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ขสมก. ซึ่งที่ผ่านมามีภาระจากการลอยตัวค่าก๊าซ เอ็นจีวี ซึ่งแม้ว่าภาครัฐจะมีการช่วยชดเชยค่าก๊าซให้ แต่ก็ไม่ครอบคลุมต้นทุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อย่างไรก็ตามส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากที่ต้องเดินรถในช่วงการจราจรติดขัด ต้องประสบปัญหาขาดทุน มีการหยุดวิ่งให้บริการไปแล้วประมาณ 565 คันจากรถที่มีอยู่3,712 คัน ในส่วนของเอกชน จะเห็นได้ว่าการที่ไม่ปรับอัตราค่าโดยสาร ทำให้รถออกนอกระบบไปแล้ว18% และขณะเดียวกันที่มีการหยุดวิ่งและไม่ได้แจ้งไว้ มีอีกประมาณ1,000คัน สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบให้ประชาชนต้องรอใช้บริการเป็นเวลานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามดังนั้น คณะกรรมการเห็นถึงความจำเป็นต้องอนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้งขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศก็ให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทด้วย ส่วนกรณีรถที่มีการจัดซื้อมาของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมแผนการปฏิรูป มีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี มีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อน ค่าโดยสาร 12 บาท ส่วนรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท ระยะหลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการได้พิจารณาให้ปรับราคารถ บขส. และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมา มีภาระจากการใช้เชื้อเพลิง น้ำมันดีเซล ที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง และเมื่อมีการจ้างให้ TDRI ศึกษาก็ได้มีการนำเสนอข้อมูลว่า รถหมวดดังกล่าวจำเป็นต้องมีการปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 30 % อย่างไรก็ตามเพื่อไม่ให้เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป คณะกรรมการได้อนุมัติให้รถในหมวดดังกล่าวปรับราคาขึ้น 10 % โดยให้มีผล 21 มกราคม 2562 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวด้วยว่า ที่ประชุมจะนำมติการปรับขึ้นราคาดังกล่าว พร้อมมาตรการเยียวยาประชาชน และผู้ประกอบการ อาทิ การเพิ่มวงเงินค่าเดินทางในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมทั้งการใช้บัตรให้ครอบคลุมทั้งรถเมล์ ขสมก., รถเมล์ร่วมบริการ, รถ บขส. และรถไฟ, การสนับสนุนค่าเชื้อเพลิงให้กับผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเป็นเชื้อเพลิง และลดภาษีการนำเข้ารถโดยสาร เป็นต้น เสนอต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ในสัปดาห์หน้าเพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้หากกระทรวงคมนาคม และรัฐบาลเห็นด้วยกับมาตรการเยียวยา หรือมีมาตรการเยียวยาอื่นๆ เพิ่มเติม ที่ประชุมก็จะพิจารณาเรื่องการปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารใหม่อีกครั้ง แต่หากไม่มีมาตรการเยียวยาใดๆ ก็จะยึดมติที่ประชุมที่ให้ปรับราคาขึ้นในตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค.62 ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24276</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขึ้นค่าบขส., ขึ้นค่ารถเมล์, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, พีระพล ถาวรสุขเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181211/image_big_5c0f730ca1d3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
