<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 10:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 10:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มแท็กซี่ฯ-วินจ่อบุกคมนาคมทวงถามสัญญาแก้ปัญหาค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ต.ค. 2562 รายงานข่าวแจ้งว่าจากกรณีที่มีกระแสข่าวระบุว่า การให้บริการรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปพลิเคชันจะมีผลบังคับใช้ภายใน มี.ค. 2563 นั้น นายพัลลภ ฉายินธุ คณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า ขณะนี้ถือว่าครบเวลาที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรับปากว่าจะแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) พร้อมยอมรับว่า ไม่เห็นด้วยกับการที่ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันสามารถกำหนดราคาเองได้ เพราะอาจจะเป็นการเปิดช่องให้เกิดการแทรกแซงราคาค่าโดยสาร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังขอให้มีการพิจารณาปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังจากยังไม่ได้ปรับขึ้นมานานถึง 6 ปีแล้ว โดยกิโลเมตรแรกจากเดิมอยู่ที่ 6 บาท เป็น 6.50 บาท รวมถึงการปรับค่าเซอร์ชาร์จในสนามบิน การยกเลิกแท็กซี่โอเคและแท็กซี่วีไอพี และการขยายอายุรถแท็กซี่ให้บริการในปัจจุบันจาก 9 ปีเป็น 12 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่ได้ขัดข้องหากให้แอปพลิเคชัน Grab ดำเนินการถูกกฎหมาย แต่ต้องรับผู้โดยสารผ่านแอปพลิเคชันเท่านั้น และไม่สามารถจอดรอรับส่งผู้โดยสารที่สนามบินและสถานีขนส่งได้ โดยจะเดินทางไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหา ในวันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายศดิส ใจเที่ยง นายกสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย กล่าวว่า หลังจากที่ดำเนินการเรียกร้องค่าโดยสารและค่าเซอร์ชาร์จแต่ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา ทางกลุ่มแท็กซี่สุวรรณภูมิจะดำเนินการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยจะไม่ให้บรรทุกกระเป๋าเพิ่ม โดยจำนวนผู้โดยสารและกระเป๋าจะต้องเท่ากัน หากมากกว่านั้นจะต้องเรียกคันใหม่เพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสันติ ปฎิภาณรัตน์ ผู้ประสานงานกลุ่มคณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนรถรับจ้างสาธารณะ กล้าวว่า ขณะนี้ถือว่าเลยกำหนดเวลา 1 เดือนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้ ตั้งคณะทำงานร่วมกับกรมการขนส่งทางบกแล้ว ซึ่งจนถึงตอนนี้ไม่ได้มีการสอบถามความคิดเห็นจากกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การสั่งการให้กรมการขนส่งทางบกประสานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับเรื่องแอปพลิเคชันที่กระทำผิดกฎหมาย ว่าเป็นการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ กลับมีหนังสือตอบกลับจากกรมการขนส่งทางบกว่า จะต้องดำเนินการเอง จึงมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา พร้อมยืนยันว่ากรมการขนส่งทางบกต้องดำเนินการตามกฎหมาย และให้มีตัวแทนกลุ่มเข้าไปมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม ระบุว่า การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของรถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งประกอบด้วย รถแท็กซี่ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด รถสามล้อแดงเชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์รับจ้างสาธารณะในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้ยื่นหนังสือ ถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2562 เพื่อให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนที่ได้สะสมมาเป็นเวลานานโดยมีการแยกประชุมแท็กซี่เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2562 และของวินมอเตอร์ไซค์วันที่ 8 ส.ค. 2562 โดยให้กรอบเวลาในการทำงานแก้ไขเรื่องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ขณะเดียวกัน ทางกระทรวงจะยกร่างกระทรวงเพื่อทำให้ Grab ถูกกฎหมายโดยไม่ได้มีตัวแทนจากกลุ่มต่างๆ เข้าไปมีส่วนร่วมพิจารณา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว คณะทำงานฯ จึงได้รวมตัวกันเพื่อขอเข้าพบในวันที่ 7 พ.ย.นี้ เวลา 10.00 น เพื่อให้นายศักดิ์สยาม ออกมาชี้แจงกับกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะ โดยมีแกนนำจากกลุ่มต่างๆ เช่น นายวิฑูรย์ แนวพาณิชย์ ประธานเครือข่ายสหกรณ์แท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ, นายพัลลภ ฉายินทุ คณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (แท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ), นายศดิส ใจเที่ยง ประธานสมาคมแท็กซี่สาธารณะไทยและคณะทำงานจัดระเบียบรถบริการสาธารณะภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, นายวรพล แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะแท็กซี่, และนายเฉลิม ชั่งทองมะดัน นายกสมาคมผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแท็กซี่, คนขับแท็กซี่, วินมอเตอร์ไชค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190927/image_big_5d8d76741ceda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42983</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 09:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศักดิ์สยาม ไฟเขียวปรับขึ้นค่าโดยสารแท็กซี่บังคับใช้ภายใน1 เดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค. 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือร่วมกับแท็กซี่ 4 กลุ่ม ได้แก่ สมาคมแท็กซี่สาธารณะไทย, ตัวแทนจากชมรมแท็กซี่พัทยา, ตัวแทนจากแท็กซี่ส่วนบุคคลทั่วไป และตัวแทนแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่า จากการหารือร่วมกันได้มีข้อตกลงร่วมกันกับทั้ง 2 ฝ่าย ประกอบด้วย กลุ่มแท็กซี่ และกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) โดยจะมีการปรับอัตราค่าจ้างรถบรรทุกโดยสารแท็กซี่ ตามที่ ขบ.ได้กำหนด คือ ยังคงอัตราระยะทาง 1 กม.แรก ที่ 35 บาท ในส่วนของระยะทางเกินกว่า 1-10 กม. กม.ละ 6.50 บาท จากเดิม 6 บาท ขณะที่ระยะทางเกินกว่า 10-20 กม. จะอยู่ที่ กม.ละ 7 บาท (ตามเดิม) ระยะทางเกินกว่า 20-40 กม. อยู่ที่ กม.ละ 8 บาท (ตามเดิม) ระยะทางเกินกว่า 40-60 กม. จะอยู่ที่ กม.ละ 8.50 บาท (ตามเดิม) ระยะทางเกินกว่า 60-80 กม. จะอยู่ที่ กม.ละ 9 บาท ตามเดิม และระยะทางเกินกว่า 80 กม.ขึ้นไป จะอยู่ที่กิโลเมตรละ 10.50 บาท ตามเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในส่วนกรณีรถติดหรือรถวิ่งได้ไม่เกิน 6 กม./ชม. จะปรับขึ้นอัตราค่าโดยสารในช่วงรถติด 1 บาท/นาที หรือเป็น 3 บาท/นาที จากเดิม 2 บาท/นาที ซึ่งรวมรถทุกประเภท จากเดิมที่ใช้กับรถที่เข้าร่วมโครงการ Taxi OK เท่านั้น ทั้งนี้ จะมีผลบังคับใช้ภายใน 1 เดือนนับจากนี้ โดยมีเงื่อนไขที่ ขบ. จะต้องไปพัฒนาแอพพลิเคชั่น รองรับการยกเลิก Taxi OK ให้แล้วเสร็จก่อน เพื่อให้แท็กซี่เข้าสู่ระบบตามมาตรฐานเดียวกัน และสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลในการบริหารรถสาธารณะด้วยระบบดิจิทัล โดยการยกเลิก Taxi OK นั้น เพื่อเป็นไปตามข้อเสนอของกลุ่มแท็กซี่ฯ ในการลดต้นทุนการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ส่วนการให้รถส่วนบุคคล รถป้ายดำ หรือ Grab สามารถนำมาให้บริการสาธารณะได้นั้น ได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางบกไปดำเนินการแก้กฎหมาย เพื่อรองรับการให้บริการดังกล่าว และนำให้เข้าสู่ระบบให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด ซึ่งในส่วนของอัตราค่าโดยสารจะแตกต่างกับรถแท็กซี่ทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;รถป้ายดำ รถส่วนบุคคลที่จะมาให้บริการสาธารณะ การจดทะเบียนเป็นบริษัทไทย โดยกรมฯ จะต้องไปแก้กฎหมาย ที่จะต้องมีการกำหนดประเภทรถในลักษณะรถส่วนบุคคลเชิงพาณิชย์ รวมทั้งเรื่องใบขับขี่ด้วย จะต้องเสียภาษีในมาตรฐานเดียวกัน ในอนาคต Grab ก็จะเหมือนสหกรณ์แท็กซี่อีกหนึ่งสหกรณ์&amp;rdquo; นายศักดิ์สยาม กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า ขณะที่ ข้อเสนอให้ปรับอายุการใช้รถรับจ้างสาธารณะจาก 9 ปี เป็น 12 ปีนั้น ทางกระทรวงคมนาคม และ ขบ.ไม่ขัดข้อง แต่แท็กซี่จะต้องดำเนินการตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ จะต้องตรวจสภาพรถทุก 3 เดือนตามมาตรฐานของ ขบ. ทั้งนี้ หากรถไม่ผ่านการตรวจสอบคุณภาพดังกล่าว แท็กซี่คันนั้น จะต้องหยุดวิ่งให้บริการในทันที นอจากนี้ ในส่วนของ Taxi VIP นั้น ได้สั่งการให้ ขบ. ไปแก้กฎระเบียบ ให้ผู้ที่จะไปจดทะเบียนเป็นรถ Taxi VIP ไม่จำเป็นต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น โดยใช้มาตรฐานเป็นตัวกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ จะมีการพิจารณาปรับขึ้นค่า Surcharge แท็กซี่สุวรรณภูมินั้น จะอนุมัติให้ปรับรถปกติจาก 50 เป็น 70 บาท และรถขนาดใหญ่เป็น 90 บาท โดยได้สั่งการให้ ขบ. ไปประสานงานร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้โดยสารรับทราบ ในส่วนค่าขนกระเป๋าสัมภาระนั้น ก็จะอนุมัติให้เก็บใบละ 20 บาท ความกว้าง 26 นิ้วขึ้นไป ตั้งแต่ใบที่ 3 เป็นต้นไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42983</URL_LINK>
                <HASHTAG>TAXI OK, ขึ้นค่าแท็กซี่, รมว.คมนาคม, ศักดิ์สยาม ชิดชอบ, แกร๊บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa60e72bb265.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
