<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>52006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/12/2019 12:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/12/2019 12:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ไม่ลืมสัญญาประชาชน เริ่มต้นขยับค่าแรง ชี้ไม่ทำเหมือนยุคยิ่งลักษณ์ ทำศก.พัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ธ.ค.2562 น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ หรือ &amp;quot;อ้น&amp;quot; อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า ได้จัดโครงการให้ความรู้และพัฒนาด้านเทคโนโลยีกับประชาชน ในระบบคุณวุฒิวิชาชีพ ด้วยมาตรฐานระดับสากล โดยเริ่มจากกลุ่มเยาวชนก่อน โดยตนได้จัดการสัมมนา &amp;quot;ประเทศไทยก้าวไกล คนไทยมีออาชีพ&amp;quot; ขึ้น ที่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ &amp;nbsp;นำร่องเป็นแห่งแรกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้ประสานงานให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับ &amp;nbsp;DIGITAL LITERACY การใช้ดิจิทัลอย่างปลอดภัย การใช้อินเตอร์เน็ตและการประเมินระดับสมรรถนะด้านเทคโนโลยี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า เนื่องจากตนเล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยี ให้มีความเชี่ยวชาญ รู้เท่าทัน และใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยน์สูงสุด ดังนั้นจึงต้องสร้างโอกาสในการเข้าถึง &amp;nbsp;เข้าใจ &amp;nbsp;และนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยคาดหวังให้เยาวชนทุกคนเป็นจุดเริ่มต้นในการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์และยกระดับวิชาชีพให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากการพูดคุยกับน้องๆนักเรียนหลายคนอยากเป็นวิศกรคอมพิวเตอร์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ &amp;nbsp;นักออกแบบเกมส์ ซึ่งการที่จะทำงานในสายอาชีพนี้เขาต้องมีทักษะอย่างไร และทำงานอะไรบ้าง &amp;nbsp;เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องให้ความรู้ความเข้าใจให้ถูกต้องกับนักเรียนที่จะเริ่มก้าวเข้าสู่โลกการทำงานที่แท้จริง &amp;nbsp;การทำงานแบบมืออาชีพ ซึ่งโครงการนี้จะมีการประเมินสมรรถนะด้านเทคโนโลยี นักเรียนที่เข้าโครงการจะได้รับใบประกาศนียบัตรซึ่งจะเป็นใบเบิกทางเข้าเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย &amp;nbsp;ยังเป็นใบเบิกทางสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคตได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงของนวัตกรรมใหม่ของเทคโนโลยี ทำให้อาชีพของคนในยุคปัจจุบันต่างจากในอดีต เช่นคนรุ่นพ่อแม่ของเราที่ต้องเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยแล้วจึงเข้าสู่การทำงาน ในปัจจุบันหลายคนในวัยเรียนตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาก็มีการเริ่มหารายได้เสริม การทำงานนอกเวลา &amp;nbsp;การทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต ถือเป็นช่องทางสร้างรายได้เสริม ที่สามารถบริหารเวลาไม่ให้กระทบกับการเรียนได้และอาจพัฒนาเป็นอาชีพหลักในอนาคต &amp;nbsp;แต่จะทำอย่างให้ลูกค้ามีความเชื่อถือว่ามีความสามารถและเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยีจริง &amp;nbsp;โครงการนี้จึงเป็นโอกาสที่ดี ที่จะได้ใบประกาศนียบัตรไปเพื่อรับรองความสามารถ &amp;nbsp;เป็นมืออาชีพที่จะเพิ่มค่าแรงให้กับทุกคนได้ &amp;nbsp;เป็นการติดอาวุธทางปัญญาและยกระดับฝีมือให้เป็นแรงงานคุณภาพในอนาคตได้อย่างยั่งยืน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการค่าจ้างมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 5-6 บาททั่วประเทศให้มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2563 ว่า การปรับขึ้นค่าแรงเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ กระตุ้นกำลังซื้อในประเทศ ถึงจะขึ้นในอัตราที่ไม่สูงมากนัก &amp;nbsp;แต่จะเป็นผลดีให้เกิดการใช้จ่ายในระบบมากขึ้น เป็นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนที่ตรงจุด และเป็นรูปธรรมที่สุด หรือที่เรียกว่า &amp;quot;ประชาธิปไตยกินได้&amp;quot; สอดรับไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆของรัฐบาลที่ทยอยออกมาก่อนหน้านี้
ส่วนกรณีที่ฝ่ายค้านกล่าวหาว่ารัฐบาลหลอกลวง โดยช่วงหาเสียงประกาศจะขึ้นค่าแรง 425 บาทนั้น รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า การจะปรับค่าแรงขึ้นถึง 425 บาทนั้น เป็นนโยบายที่พรรคพลังประชารัฐประกาศไว้ตอนหาเสียง ซึ่งได้ยืนยันมาตลอดว่าจะทำ &amp;quot;แบบค่อยเป็นค่อยไป&amp;quot; &amp;nbsp;เมื่อเข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาลแล้ว เราไม่ได้ลืมสัญญาประชาคม &amp;nbsp;แต่ต้องพิจารณาบริบทต่างๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความพร้อมของปัจจัยทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ผู้ประกอบการ และแรงงาน &amp;nbsp;ที่สำคัญต้องให้แรงานทุกคนได้ประโยชน์จากนโยบายอย่างทั่วถึง &amp;nbsp;เพราะหากปรับขึ้นในอัตราที่สูงในทันทีหรือไม่รอบคอบ ก็จะมีผู้ประกอบการที่ไม่สามารถปฏิบัติตามได้ &amp;quot;ผลเสียก็จะตกอยู่ที่แรงงานเอง&amp;quot; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอให้พี่น้องผู้ใช้แรงงานและประชาชนเข้าใจว่ารัฐบาลพยายามสร้างความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีรายได้มากขึ้นอย่างแน่นอน ในส่วนของแรงงาน &amp;nbsp;อยากให้มุ่งเน้นพัฒนาฝีมือเพิ่มขึ้น อัตราค่าแรงก็จะสอดรับเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งมีหลายองค์กรที่พัฒนาวิชาชีพให้เป็นมืออาชีพ เช่น สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นต้น ซึ่งการที่แรงงานเข้ารับการอบรม ฝึกทักษะแล้วได้รับใบประกาศนียบัตรรับรอง สามารถนำไปสมัครงานที่มีรายได้สูงขึ้นหรือขอเพิ่มค่าแรงตามคุณวุฒิวิชาชีพได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคพลังประชารัฐเรียนรู้จากบทเรียนในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่ประกาศขึ้นค่าแรง 300 บาทแล้ว ซึ่งทำให้อัตราค่าแรงขึ้นต่ำทั่วประเทศเพิ่มขึ้นถึง 70% ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคธุรกิจขนาดเล็ก กลุ่มเอสเอ็มอี และภาคอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานจำนวนมาก &amp;nbsp;และแรงงานยังไม่ทันปรับตัวให้มีศักยภาพเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการยิ่งต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น และขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศในการส่งออกลดลง &amp;nbsp;การจ้างงานในบริษัทเล็กๆลดลง ส่งผลให้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปในประเทศที่มีค่าแรงที่ต่ำกว่า ดังนั้นพรรคพลังประชารัฐจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยหลายด้านในการขึ้นค่าแรง &amp;quot; รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52006</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พปชร., ขึ้นค่าแรง425บาท, น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191202/image_big_5de473e1a74ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2019 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.ปัดเบี้ยวค่าแรง425 หวั่นขึ้นพรวดเดียววิกฤติซ้ำยุคยิ่งลักษณ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค. 62 &amp;ndash; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังเข้าพบนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ว่า มาพบนายสมคิด เพราะไม่ได้เจอนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในส่วนร่างนโยบายของรัฐบาล ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันถึงค่าแรงขั้นต่ำ 400 -&amp;nbsp; 425 บาทที่ไม่สามารถทำได้ทันทีนั้น เราได้ชี้แจงตั้งแต่ตอนประกาศนโยบายดังกล่าวแล้วว่า จะทยอยขึ้น ไม่ขึ้นพร้อมกันทุกจังหวัด และต้องขึ้นพร้อมกับการพัฒนาทักษะ เพราะเราเห็นประสบการณ์ตอนมีการทำค่าแรงขั้นต่ำ300 บาท พอขึ้นพร้อมกันทีเดียวมันช็อต อีกทั้งตอนนี้เศรษฐกิจโลกไม่ดี ดังนั้น เราจะไม่ทำแบบตอนค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทแน่ การขึ้นครั้งเดียวจะทำให้ปรับตัวยาก จะทำให้เกิดปัญหาในจังหวัดเล็ก ขณะเดียวกัน ตอนมีการทำค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท เขามีการมาตรการเสริม 10 กว่าอย่าง เพื่อให้ทุกคนสามารถปรับตัวได้ เพราะถ้าให้ค่าแรงสูงเกินไปจะไม่มีคนจ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า นโยบายของรัฐจะมี 2 อย่าง คือ 1.ทำในปีแรก ซึ่งนโยบายเร่งด่วนจะมีอยู่ในปีแรก และ 2.นโยบาย 4 ปี ซึ่งนโยบายดูแลแรงงานจะอยู่ในระยะนี้ เราไม่ได้บอกว่าจะไม่ทำ เพียงแต่บอกว่าจะขึ้น 400 &amp;ndash; 425 บาท ทันทีเลยไม่ได้ แต่นั่นเป็นเป้าหมายของเรา จะทยอยขึ้นเป็นขั้นบันได ส่วนค่าแรงขั้นต่ำจะเริ่มทีเท่าไรนั้น ขอคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในสัปดาห์นี้ก่อน ส่วนที่มีข่าวว่าจะนำนโยบายฝ่ายค้านมาด้วยนั้น กำลังพิจารณากันอยู่ ซึ่งการร่างนโยบายทันก่อนการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่าจะมานั่งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ แต่มั่นใจไม่ใช่ตนแน่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กอบศักดิ์, ขึ้นค่าแรง425บาท, ค่าแรงขัันต่ำ300, ทยอยขึ้นแบบขั้นบันได, สมคิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190123/image_big_5c480c9850fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
