<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>51948</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฮ!รับปีใหม่ปรับ‘ค่าแรง’ 9จว.ขึ้น6บาทที่เหลือ5บ.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ลูกจ้างเฮ! บอร์ดค่าจ้างมีมติปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 6 บาท 9 จังหวัด อีก 68 จังหวัดเพิ่ม 5 บาท สูงสุด 336 ต่ำสุด 313บาท ชง ครม.ไฟเขียวมีผล 1 ม.ค.63 พาณิชย์ชี้กระทบต้นทุนสินค้าเล็กน้อย คมนาคมจ่อลดค่าโดยสารเป็นของขวัญปีใหม่ รอ &amp;quot;รฟท.-บขส.-กทพ.&amp;quot; เคาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงแรงงาน เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่ 20 ครั้งที่ 6/2562 ว่าที่ประชุมคณะกรรมการค่าจ้างมีมติให้ปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 6 บาท ใน 9 จังหวัด คือ ชลบุรี ภูเก็ต ปราจีนบุรี กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ส่วนจังหวัดที่เหลือ 68 จังหวัด จะปรับขึ้น 5 บาท ทำให้อัตราค่าจ้างขั้นต่ำของประเทศไทยแบ่งเป็น 10 ระดับ ดังนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 1&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;336 บาท มี 2 จังหวัด คือ ชลบุรีและภูเก็ต, &amp;nbsp; ระดับที่ 2 ค่าจ้าง&amp;nbsp;335 บาท มี 1 จังหวัด คือ ระยอง, ระดับที่ 3 ค่าจ้าง&amp;nbsp;331 บาท มี 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ และสมุทรสาคร, ระดับที่ 4&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;330 บาท คือ ฉะเชิงเทรา, ระดับที่ 5&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;325 บาท มี 14 จังหวัด คือ กระบี่ ขอนแก่น เชียงใหม่ ตราด นครราชสีมา พระนครศรีอยุธยา พังงา ลพบุรี สงขลา สระบุรี สุพรรณบุรี สุราษฎร์ธานี หนองคาย และอุบลราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ระดับที่ 6&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;324 บาท มี 1 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี, ระดับที่ 7 ค่าจ้าง&amp;nbsp;323 บาท มี 6 จังหวัด คือ กาฬสินธุ์ จันทบุรี นครนายก มุกดาหาร สกลนคร และสมุทรสงคราม, ระดับที่ 8&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;320 บาท มี 21 จังหวัด คือ กาญจนบุรี ชัยนาท นครพนม นครสวรรค์ น่าน บึงกาฬ บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พัทลุง พิษณุโลก เพชรบุรี เพชรบูรณ์ พะเยา ยโสธร ร้อยเอ็ด เลย สระแก้ว สุรินทร์ อ่างทอง อุดรธานี และอุตรดิตถ์, ระดับที่ 9&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;315 บาท มี 22 จังหวัด คือ กำแพงเพชร ชัยภูมิ ชุมพร เชียงราย ตรัง ตาก นครศรีธรรมราช พิจิตร แพร่ มหาสารคาม แม่ฮ่องสอน ระนอง ราชบุรี ลำปาง ลำพูน ศรีสะเกษ สตูล สิงห์บุรี สุโขทัย หนองบัวลำภู อุทัยธานี และอำนาจเจริญ และระดับที่ 10&amp;nbsp;ค่าจ้าง&amp;nbsp;313 บาท มี 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ปัตตานี และยะลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุทธิกล่าวว่า กระทรวงแรงงานจะนำผลสรุปเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้ความเห็นชอบโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ทันประกาศบังคับใช้ในวันที่ 1 ม.ค.2563 ซึ่งการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำในครั้งนี้ได้พิจารณาอย่างกว้างขวางและรอบคอบ เชื่อว่าจะเป็นผลดีต่อการเจริญเติบโตต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ภาวะเงินเฟ้อ และขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า การปรับขึ้นค่าแรง 5-6 บาท กระทบต้นทุนเล็กน้อย เพราะผู้ผลิตส่วนใหญ่ใช้เครื่องจักร ไม่ส่งผลให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นมากนัก แต่หากผู้ผลิตจะขอปรับราคา ต้องมีการพิจารณาต้นทุนว่าสอดคล้องกับราคาที่จะปรับหรือไม่ หากไม่มีเหตุผลจะไม่อนุญาตให้มีการปรับขึ้นราคา โดยกรมจะติดตามสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิดต่อไป และยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตรายใดขอปรับราคา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ถือว่าผู้ประกอบการรับได้ เพราะขึ้นไม่ถึง 2% ของค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้มีความชัดเจน ไม่ใช่คลุมเครือ และนักลงทุนชาวต่างชาติได้รับความชัดเจน เพราะที่ผ่านมานักลงทุนไม่มั่นใจว่าจะมีการขึ้นค่าแรง 400 บาททั่วประเทศหรือไม่ โดยเชื่อว่าในส่วนของผู้ประกอบการรายใหญ่คงไม่กระทบมาก แต่รายกลางและเล็กน่าจะได้รับผลกระทบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า มาตรการลดค่าโดยสารสาธารณะเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนนั้น จะได้ข้อสรุปในวันที่ 16 ธ.ค.นี้ โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยนัดประชุมเรื่องดังกล่าววันที่ 11 ธ.ค. เช่นเดียวกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะมีประชุมในวันที่ 13 ธ.ค. รวมถึงบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ก่อนที่จะมาสรุปภาพรวมทั้งหมด เบื้องต้นจะกำหนดเวลาทดลองใช้ 1 เดือน เพื่อประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อหน่วยงานหรือไม่ โดยเฉพาะจะสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้มากมายขนาดไหน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51948</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, ค่าแรงขั้นต่ำ, นายสุทธิ สุโกศล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191206/image_big_5dea6c1161e9d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31462</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/03/2019 09:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/03/2019 09:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมัดเด็ด พลังประชารัฐ  เพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน  ทำได้จริงหรือไม่?</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:center&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แถลงเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย ประเทศไทยต้องรวย ด้วยพลังประชารัฐ ไปแล้วเมื่อ 14 มีนาคมที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซปต์ &amp;quot;คนไทยต้องรวยด้วยความสงบ รวยด้วยความสุข และรวยด้วยความหวัง&amp;quot; ผ่านแนวนโยบายเช่นเรื่องของราคาพืชผลการเกษตร ที่ พปชร.ชูนโยบายว่าราคาผลผลิตทางการเกษตรต้องได้รับการดูแลบางช่วงเวลา เช่น ข้าวเจ้า 12,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ยางพารา 65 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม หรือนโยบายจะผลักดันค่าแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน, อาชีวศึกษา 18,000 บาทต่อเดือน และปริญญาตรี&amp;nbsp; 20,000 ต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ นโยบายข้างต้นดังกล่าวทำได้จริงหรือไม่ และหากทำแล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง เช่น ผู้ประกอบการ, เจ้าของกิจการ หากต้องจ่ายค่าจ้างในอัตราดังกล่าวจะมีผลต่อการดำเนินกิจการหรือไม่ รวมถึงการดำเนินนโยบายต่างๆ หาก พปชร.เป็นรัฐบาลจะนำงบประมาณจากส่วนไหนมาสนับสนุน หลังแกนนำพรรค พปชร.ย้ำว่าทำได้จริง ทำทันที ผ่านการ เพิ่มรายได้ประเทศ&amp;nbsp; เพิ่มรายได้ประชาชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค พปชร.และอดีต รมว.อุตสาหกรรม ให้ข้อมูลไว้โดยละเอียด โดยเกริ่นนำว่าจากข้อเท็จจริงคือประเทศไทยเราเป็นประเทศพื้นฐานเกษตรกรรม พี่น้อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เกษตรกรคือคนส่วนใหญ่ของประเทศ แนวทางของพรรคพลังประชารัฐที่เราทำได้จริงก็คือ การพัฒนาภาคเกษตรสู่เกษตรยั่งยืน แต่ว่าภาคเกษตรจะถูกกระทบด้วยหลายปัจจัย เช่นความเสี่ยงเรื่องดินฟ้าอากาศ, ราคาพืชผล จึงจำเป็นต้องมีการดูแลในบางช่วงเวลาอย่างเหมาะสม พรรค พปชร.เชื่อมั่นว่าจะทำให้พี่น้องเกษตรกรรวยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ไม่ใช่ฉาบฉวย อย่างข้าวเจ้าที่หากดูแลกันอย่างครบกระบวนการก็ 12,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, ข้าวหอมมะลิ 18,000 บาทขึ้นไปต่อตัน, อ้อย 1,000 บาทขึ้นไปต่อตัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...สำหรับยางพารา เราเชื่อว่าหากมีการบริหารจัดการ มีการเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปในช่วงของการผลิต การเพิ่มมูลค่า หาหนทางใช้ผลิตภัณฑ์จากยางพาราให้มากขึ้น 65 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัมต้องทำได้&amp;nbsp; ขณะที่มันสำปะหลัง 3 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม และปาล์มต้องทำให้ได้ราคาเป้าหมายที่ 5 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดอยู่ภายใต้หลักการเดียวกันว่าไม่ใช่อยู่ดีๆ โดดเข้าไปช่วย เราดูแลตลอดทางและดูแลเมื่อมีความจำเป็น มีความจำเป็น มันถึงจะเกิดความหวัง อย่าลืมว่าพี่น้องเกษตรกรประสบปัญหามาเยอะ ถ้าเราไม่ยื่นมือไปช่วยฉุดเขาลุกขึ้นมาก่อน แล้วจะไปบอกว่าให้เขาก้าวไปข้างหน้า มันไม่ได้ เพราะฉะนั้นมาตรการของเรา เป้าหมายของเรา มีเพื่อช่วยพี่น้องเกษตรกรให้เดินหน้าไปให้รวยสักที โดยรวยอย่างมั่นคงยั่งยืน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ทำไมต้องขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ-เงินเดือนปริญญาตรี ?&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอีกว่านอกจากพี่น้องเกษตรกรแล้ว พวกเราผู้ใช้แรงงานอีก&amp;nbsp; 14.6 ล้านคนก็ต้องการการดูแลเช่นกัน พรรคไม่ทอดทิ้ง เราให้ความสำคัญกับพี่น้องคนไทยที่อยู่ในภาคของผู้ใช้แรงงาน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายอุตตม ให้ข้อมูลว่าในช่วง 7 ปีที่ผ่านมาทราบกันหรือไม่ว่า ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต่อวันมีการขึ้นไปเท่าใด คำตอบคือ 25 บาท ในช่วง 7 ปีไม่เยอะเลย ค่อนข้างน้อยเมื่อเราเปรียบเทียบว่าค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพมีการขึ้นไปเท่าใดในช่วง 7 ปี พรรคคิดง่ายๆ ว่าถ้าสมมุติคิดแบบแฟร์ๆ ขึ้นปีละ 5 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา วันนี้ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำต้องอยู่ที่ 425 บาทต่อวัน เอาตัวเลขมายันกัน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...วันนี้ค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน เราคิดว่าสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง สำหรับอาชีวศึกษาพรรคพลังประชารัฐเห็นว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ของประเทศไทย การให้&amp;nbsp; 18,000 บาทต่อเดือนไม่สูงเกินไป เผลอๆ จะต่ำเกินไปหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่ 18,000 บาทสำหรับการสร้างอาชีวะที่มีคุณภาพ สิ่งนี้คือสิ่งที่เราต้องการ ส่วนปริญญาตรี 20,000 ต่อเดือน เราเน้นที่คุณภาพ แต่จะมีคุณภาพก็ต้องให้คนมีความหวัง ให้เขาอยู่ได้ให้เขามีแรงจูงใจที่จะทำงานหนัก เพราะฉะนั้นในส่วนของผู้ใช้แรงงานพรรคพลังประชารัฐต้องดูแล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้ผู้ใช้แรงงาน 14.6 ล้านคนและภาคเกษตร &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;เราเข้าใจว่าฝ่ายนายจ้างก็คงเป็นห่วงกังวลว่า นโยบายดังกล่าวจะเป็นไปได้หรือไม่ ก็ต้องบอกว่าพรรคพลังประชารัฐจะดูแลอย่างรอบคอบ เรามีมาตรการที่จะดูแลฝ่ายนายจ้างเหมือนกัน จะช่วยในด้านค่าใช้จ่าย มีแน่นอนไม่ต้องห่วง&amp;quot; หัวหน้าพรรค พปชร.กล่าวย้ำ และกล่าวต่อไปว่าพรรคทำและคิดนโยบายนี้ในภาพใหญ่ว่า วันนี้เศรษฐกิจจะขยับไปได้หลายอย่าง เราต้องกล้าทำและต้องทำได้ทำจริง ไม่มีปัญหาอะไรที่ติดตามมา อันนี้ยืนยันได้ว่าเราทำได้แน่ตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุตตม-หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายเกี่ยวกับ มนุษย์เงินเดือน ด้วยว่า มนุษย์เงินเดือนก็ต้องการความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำเป็นปัญหาของสังคมไทย ถ้าเราจะรวยด้วยความหวัง ต้องกำจัดความเหลื่อมล้ำ มนุษย์เงินเดือนก็ต้องดูแล พรรคกำลังพูดถึงระบบภาษีเงินได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่จะลดความเหลื่อมล้ำ ความเหลื่อมล้ำตรงนี้ดูง่ายๆ ภาษีนิติบุคคลของบริษัทได้รับการปรับลดอัตราลงมา อัตราสูงสุดวันนี้เหลือร้อยละ 20 ต่อปี จากร้อยละ 25 เหลือร้อยละ 20 มนุษย์เงินเดือนร้อยละ 37 วันนี้เหลือร้อยละ 35 ต่อปี สิ่งที่เรานำเสนอคือเราจะลภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10% ในทุกขั้นบันได&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...หมายความว่าคนที่มีรายได้ต่ำกว่า 200,000 บาทต่อปีไม่ต้องเสียภาษี เพื่อจะได้นำเงินนั้นไปพัฒนาตัวเอง ไปพัฒนาครอบครัว คนที่จะเสียภาษีต้องมีรายได้สองแสนบาทต่อปีขึ้นไปเท่านั้น และจะเสียภาษีในอัตราที่ต่ำกว่าเดิมแน่นอน เพราะเราเสนอลดลงร้อยละ 10 ในทุกขั้น เราลดภาษีร้อยละ 10&amp;nbsp; อย่าไปคิดว่ามากมายเกินเหตุ ทราบหรือไม่ว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน โครงสร้างภาษีของประเทศไทยสูงสุดอันดับหนึ่ง มันจำเป็นไหมต้องเป็นแบบนั้น เพราะถ้าจะเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ประเทศไทยให้คนไทย สิ่งเหล่านี้เราเชื่อว่าจำเป็นและเราจะทำให้ได้แน่ ขณะที่สำหรับนักศึกษาจบใหม่กำลังตั้งตัว มีภาระพอสมควร หลายคนต้องดูแลครอบครัว ดูแลพ่อแม่ เราเสนอยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่ 5 ปี ให้เขาตั้งตัวได้ ให้มีอาชีพมีความหวัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนี้จะยกเว้นภาษีการค้าขายออนไลน์ เพราะวันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังก้าวไปสู่เศรษฐกิจดิจิตอล และเป็นสิ่งที่จะปรับเปลี่ยนหลายอย่างในประเทศ วันนี้พ่อค้าแม่ค้าก็ต้องเรียนรู้ค้าขายออนไลน์&amp;nbsp; พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยต้องเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิตอล การค้าขายออนไลน์ เราจึงเสนอยกเว้นภาษีให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ 2 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรค พปชร. กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเราจะดูแลตลอดทาง เพื่อให้ถึงเรื่องทุน คนที่มีทักษะ ถึงเทคโนโลยีถึงตลาด คนตัวเล็กเอสเอ็มอีที่เคยมีปัญหาสั่งสม เราจะเข้าไปช่วยด้วยมาตรการที่เหมาะสม ช่วยเขาลุกขึ้นมา เสริมแกร่งด้วยทักษะและทุน ให้เขาสามารถเดินหน้าไปได้&amp;nbsp; เราจึงเสนอนโยบาย ล้มแล้วลุก โดยเราจะให้สินเชื่อทันทีห้าหมื่นบาท อันนี้เป็นเอสเอ็มอีขนาดเล็กเลย&amp;nbsp; เป็นไมโครเอสเอ็มอีที่เป็นกำลังหลักของประเทศเช่นกัน รายละหมื่นห้า ช่วยปรับโครงสร้างเสริมแกร่งด้วยทักษะ แล้วปล่อยเข้าไปอีกรายละหนึ่งล้านบาท อย่างนี้มันถึงจะต่อเนื่องด้วย เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 1 ต่อปี ถึงจะเดินไปได้ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...โชห่วยประชารัฐก็เช่นกัน วันนี้ที่พูดกันว่าร้านค้าโชห่วยจะตายเพราะโมเดิร์นเทรด ไม่จำเป็นต้องเป็นแบบนั้น แต่มองกลับเลยว่าเป็นโอกาสที่โชห่วยจะเป็นโชห่วยประชารัฐ เป็นดิจิตอลเหมือนกัน เรามีนโยบายที่จะไปช่วยโชห่วย ยกขีดความสามารถในการค้าขาย โดยให้เข้าถึงเทคโนโลยีดิจิตอล ที่ทำให้โชห่วยสามารถซื้อสินค้าจากผู้ผลิตเพื่อให้ต้นทุนลดลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;เรามีเป้าหมายสร้างโชห่วยประชารัฐทุกตำบล อย่างน้อยเริ่มต้นโดยจะให้สินเชื่อ 1 ล้านบาทต่อโชห่วยเพื่อปรับตัว ให้นำไปใช้เลยเพื่อเป็นเครดิตให้ผู้บริโภค เกษตรกรมาซื้อสินค้า เป็นการลดต้นทุน เพิ่มรายได้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;เพิ่มรายได้ประเทศ เพิ่มรายได้ประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวอีกว่า สำหรับในภาพรวมเมื่อเราทำให้ประชาชนมีรายได้เพิ่ม&amp;nbsp; ดังนั้นก็ต้องทำให้ประเทศมีรายได้เพิ่มให้สอดรับกัน พรรคพลังประชารัฐดูอย่างครบวงจรยึดโยงกัน ไม่ใช่ดูแค่ท่อนใดท่อนหนึ่ง เราถึงมั่นใจว่าทำได้จริงแน่นอน ไม่เป็นภาระให้กับประเทศ โดยเราจะสร้างเศรษฐกิจด้วยแนวนโยบายที่เรามี เราเชื่อว่าเราจะทำให้เศรษฐกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เพิ่มรายได้ประเทศเป็น 19 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 ด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ สร้างเศรษฐกิจใหม่ เศรษฐกิจดิจิตอล ขับเคลื่อนภาคการเกษตรฐานรากที่ยั่งยืน เข้มแข็ง จะเกิดการลงทุนครั้งใหญ่เพิ่มรายได้ 2 ล้านล้านบาท เราตั้งเป้ารายได้ท่องเที่ยวเพิ่มเป็น 4.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 และสร้างรายได้เศรษฐกิจฐานราก&amp;nbsp; ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 2 ล้านล้านบาทภายในปี 2565 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ทั้งหมดจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยในแง่ของรายได้เพิ่มขึ้น 19 ล้านล้านบาทภายในปี 2565&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันว่าทั้งหมดไม่ได้พูดลอยๆ แต่มีแหล่งที่มา โดยจะปฏิรูประบบโครงสร้างภาษีทั้งหมด ที่จะทำให้รัฐมีรายได้จากภาษีเพิ่มขึ้น 3 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งทำได้ เพื่อความเป็นธรรม ช่วยผู้ประกอบการไทยที่จะโกดิจิตอลออนไลน์ เราจะเสนอเก็บภาษีผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศที่ได้เข้ามาทำธุรกิจ หารายได้จากประเทศไทย เสนอให้เก็บภาษีตรงนี้ โดยจะไม่ไปยุ่งกับคนไทยตัวเล็กๆ ที่ค้าขายออนไลน์ E-Commerce น่าจะได้อีก 40,000 ล้านบาท โดยไม่ต้องไปห่วงพวกนั้น เขาเป็นผู้เล่นระดับอินเตอร์ เขาไปประเทศอื่นเขาชินอยู่แล้วกับการถูกจัดเก็บภาษีแบบนี้ มันก็ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องทำเรื่องนี้เช่นกัน เราเป็นตลาดใหญ่ เขามาหารายได้ไปมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;...นอกจากนี้เราจะปฏิรูประบบการบริหารจัดการทรัพย์สินของประเทศ ยกตัวอย่างเช่น กรมธนารักษ์มีทรัพย์สินมากมาย ที่จะมีวิธีการบริหารจัดการให้ทรัพย์สินที่กรมธนารักษ์มี เช่นไปช่วยการพัฒนาในพื้นที่ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ธุรกิจเอสเอ็มอี ตรงนี้เราเชื่อว่าอีกแสนล้านบาททำได้ นอกจากนี้ปฏิรูประบบการบริหารจัดการ การจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เงินที่เราจะประหยัดได้ตรงนี้เท่ากับเงินที่จะนำไปใช้ทำอย่างอื่น ถ้าตรงนี้เราทำให้เหมาะสมจะประหยัดรายได้อีกสองแสนล้านบาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;ขณะเดียวกันโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ พรรคพลังประชารัฐจะส่งเสริมให้เกิด ประเทศไทยวันนี้ ต้องการการลงทุนขนาดใหญ่ เป็นการลงทุนเพื่ออนาคต เช่นลงทุนในระบบคมนาคมขนาดใหญ่ โดยจะขยายและใช้ระบบการลงทุนร่วม Public Private Partnership (PPP) ที่รัฐและเอกชนร่วมลงทุน จะลดภาระงบประมาณให้รัฐทันที โดยเราประเมินไว้ที่สามแสนล้านบาท ถือเป็นการสร้างรายได้ให้ประเทศ เพื่อนำไปใช้ในส่วนอื่น เช่นเดียวกันการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เราจะขยายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย Thailand Future Fund จะเป็นการประหยัดภาระงบประมาณไปอีกหนึ่งแสนล้านบาท และจะส่งเสริมสนับสนุนกองทุนรวมเพื่อสังคม ที่จะไปช่วยการพัฒนาในระดับพื้นที่ในระดับชุมชนให้เกิดการร่วมทุน รัฐออกเงินเพียงส่วนหนึ่ง ที่เหลือก็เป็นเอกชนหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เทศบาล ที่เราจะสนับสนุนให้ลงทุนภายใต้รูปแบบที่ยั่งยืนทำได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;ldquo;ตรงนี้รวมๆ กันแล้วต่อปี เรื่องแหล่งที่มาของเงิน แหล่งที่มารายได้ใหม่ของรัฐ คือประมาณ&amp;nbsp; 1.24 ล้านล้านบาทต่อปี เมื่อรายได้ระดับประเทศเพิ่ม อะไรที่เราทำก็เพราะประชาชนมีปัญหาสั่งสม และเพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจน และมีความหวัง พรรคพลังประชารัฐเราไม่ได้ทำแบบเลื่อนลอย แต่เราดูแล้วว่าจะใช้เงิน ก็หาเงินเป็น และทำได้จริงๆ&amp;quot; หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐยืนยัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31462</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, นโยบายพรรคพลังประชารัฐ, พปชร., อุตตม สาวนายน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190316/image_big_5c8c611ada29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2019 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2019 08:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมกินก๋วยเตี๋ยวชามละ100!&#039;มิ่งขวัญ&#039;สับนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ425พปชร.เตือนเงินเฟ้อรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15มี.ค.62-นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ โพสต์ข้อความผ่านเฟจเฟซบุ๊ก มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ พรรคเศรษฐกิจใหม่ &amp;nbsp;กรณีแกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค แถลงเปิดนโยบายโค้งสุดท้าย &amp;ldquo;ประเทศไทยต้องรวย ด้วยพลังประชารัฐ&amp;rdquo; โดยจะผลักดันค่าแรงงานขั้นต่ำ 400-425 บาทต่อวัน ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การประกาศขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจาก 300 เป็น 425 บาท ถ้าทำอย่างนั้น ท่านเตรียมทานก๋วยเตี๋ยวชามละ 100 บาท ได้เลยเพราะจะเกิดเงินเฟ้อขั้นรุนแรง แล้วเราจะเหมือน เวเนซุเอล่า อย่าทำเลยครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์, ประเทศไทยต้องรวย, พรรคเศรษฐกิจใหม่, เงินเฟ้อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181123/image_big_5bf7dfb359e9f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 21:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 21:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มาครง&#039; ยอมอีกรอบ ขึ้นค่าแรงยุติวิกฤติเสื้อกั๊กเหลือง แต่ม็อบลั่นประท้วงต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสแถลงต่อประชาชนอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ ให้คำมั่นจะยกระดับมาตรฐานชีวิตความเป็นอยู่ของผู้มีรายได้น้อยโดยจะขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและระงับมาตรการภาษีเพิ่มเติมหวังสะกดม็อบเสื้อกั๊กเหลือง แต่ผู้ชุมนุมบางส่วนลั่นจะประท้วงอีกในวันเสาร์นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากซ้าย นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป, ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง และฟรองซัวส์ เดอ รูฌี รัฐมนตรีนิเวศวิทยา ประชุมกับผู้แทนสหภาพการค้า, องค์กรลูกจ้าง และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ที่ทำเนียบประธานาธิบดี เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอังคารที่ 11 ธันวาคม 2561 ว่ามาครงแถลงทางโทรทัศน์นาน 15 นาทีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยมีประชาชนดูการแถลง &amp;quot;สถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;quot; ของเขากว่า 21 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายธนาคารด้านการลงทุนวัย 40 ปีผู้นี้เคยต้องประกาศระงับแผนการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงที่กำหนดจะเริ่มมีผลวันที่ 1 มกราคม 2562 ออกไปชั่วคราว ภายหลังการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อกั๊กเหลืองเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ได้บานปลายเป็นจลาจลครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของกรุงปารีส แต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงยังคงชุมนุมต่อต้านนโยบายของเขาอีกในระดับเดียวกับสัปดาห์ก่อน และทำให้มาครงต้องยอมผ่อนปรนอีกครั้งเพื่อยุติวิกฤติการประท้วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการใหม่ที่เขาประกาศเมื่อวันจันทร์ รวมถึงการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 100 ยูโร เริ่มตั้งแต่ปีหน้า ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้เงินราว 11,000 ล้านยูโร ยังไม่รวมการระงับภาษีเชื้อเพลิงซึ่งเป็นข้อเรียกร้องหลักของผู้ประท้วง ที่จะทำให้ต้องสูญเงินอีก 4,500 ล้านยูโร และน่าจะทำให้การขาดดุลงบประมาณของฝรั่งเศสเกินขีดจำกัด 3.0 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้ อย่างน้อยก็เป็นการชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาครงยังยกเลิกการเก็บภาษีรายได้การทำงานล่วงเวลาและภาษีสำหรับผู้รับเงินบำนาญที่มีรายรับไม่ถึง 2,000 ยูโรต่อเดือน และเรียกร้องเจ้าของธุรกิจให้โบนัสปลายปีแก่ลูกจ้างซึ่งรัฐบาลจะเว้นภาษีให้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม มาครงยอมรับด้วยว่าเขามีส่วนต้องรับผิดชอบกับวิกฤติครั้งนี้ และรู้ตัวว่าถ้อยแถลงของเขาได้ทำร้ายจิตใจของคนบางส่วน แต่มาครงย้ำว่าการประท้วงของประชาชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยในเมืองเล็กๆ หรือชนบท เป็นผลพวงจากปัญหาที่สะสมมานานหลายสิบปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า แม้คนเสื้อกั๊กเหลืองซึ่งไม่มีผู้นำเป็นตัวเป็นตน บางส่วนจะตอบรับการรอมชอมของรัฐบาล แต่ยังมีส่วนอื่นๆ ที่ประกาศว่า พวกเขายังไม่คิดยุติการประท้วง และจะปิดถนนนัดชุมนุมกันวันเสาร์นี้ ซึ่งจะเป็นเสาร์ที่ 5 ติดต่อกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24024</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง, ยกเลิกภาษี, เอมมานูเอล มาครง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181211/image_mid_5c0fc92a28b2d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23264</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/12/2018 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/12/2018 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประชาชนมองเศรษฐกิจแย่ลง หวังเห็นรัฐอุ้มสินค้าเกษตร-ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลสำรวจเผย ประชาชนกว่า 61% มองเศรษฐกิจแย่ลง &amp;nbsp;ประชาชนอยากให้รัฐอุ้มราคาสินค้าเกษตร เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ &amp;nbsp; ชี้หลังเลือกตั้งเศรษฐกิจน่าจะดีขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; เรื่อง &amp;ldquo;ประชาชนคิดอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทย ในปี 2561&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 26 &amp;ndash; 27 พฤศจิกายน 2561 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในช่วงที่ผ่านมาและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.92 ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจแย่ลง รองลงมา ร้อยละ 27.12 ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจเท่าเดิม และร้อยละ 10.96 ระบุว่า ภาพรวมเศรษฐกิจดีขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประชาชนอยากเห็นจากพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 57.60 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับรับซื้ออุดหนุนพืชผลทางเกษตร และพัฒนาสินค้าทางการเกษตร รองลงมา ร้อยละ 23.12 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ร้อยละ 22.00 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการจ้างงาน เพิ่มอาชีพ ลดปัญหาการว่างงาน และแรงงานนอกระบบ ร้อยละ 21.44 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการควบคุมราคาสินค้า การผูกขาดทางการค้า การค้าขายอย่างเสรี ร้อยละ 14.00 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับลดอัตราภาษี &amp;nbsp;ร้อยละ 10.96 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยว และนโยบายเกี่ยวกับการมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้มีรายได้น้อยเพิ่มขึ้น &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 6.80 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) และธุรกิจ Startup ร้อยละ 5.76 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการส่งเสริมประสิทธิภาพในการเพิ่มการส่งออกของประเทศ ร้อยละ 4.24 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจความเจริญไปตามหัวเมืองใหญ่ในแต่ละภาค ร้อยละ 3.28 ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศ เช่น การคมนาคม ถนน รถไฟ และร้อยละ 0.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ นโยบายเกี่ยวกับการลดค่าครองชีพ (เช่น ค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเดินทาง) และนโยบายเกี่ยวกับการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนว่าหลังจากมีการเลือกตั้ง ในปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 60.16 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้น เพราะ มีความมั่นใจต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง &amp;nbsp;รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมีแนวทางในการบริหารและพัฒนาประเทศได้ดีกว่า &amp;nbsp;และต่างชาติจะเข้ามาลงทุนมากขึ้น &amp;nbsp;รองลงมา ร้อยละ 31.60 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะเหมือนเดิม เพราะ ปัญหาเศรษฐกิจเป็นปัญหาที่แก้ยาก &amp;nbsp;ต้องใช้เวลาในการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;ต้องอาศัยปัจจัยหลาย ๆ อย่างร่วมด้วย &amp;nbsp;และไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็เหมือนเดิม &amp;nbsp;ร้อยละ 4.56 ระบุว่า เศรษฐกิจไทยจะแย่ลง เพราะ เป็นปัญหาที่แก้ไขได้ยาก &amp;nbsp;และไม่มีความต่อเนื่องในการดำเนินการแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;ส่วนร้อยละ 3.68 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23264</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ, นิด้าโพล, ประชาชนคิดอย่างไรต่อเศรษฐกิจไทย ในปี 2561, ผลสำรวจความคิดเห็น, หนุนสินค้าเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181202/image_mid_5c033f556dee8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
