<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63202</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2020 12:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2020 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คมนาคมสั่งกรมเจ้าท่าระงับขึ้นค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.63-นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกรณีที่บริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ ประกาศปรับราคาค่าโดยสารเพิ่มขึ้นช่วงละ 1 บาท มีผลตั้งแต่วันนี้ (15 เม.ย. 2563) เป็นต้นไปนั้น ในเรื่องนี้ได้มีการประสานงานไปยังกรมเจ้าท่า (จท.) เพื่อระงับการประกาศปรับราคาค่าโดยสารออกไปก่อน แม้ว่าผู้ประกอบการเรือจะได้รับผลกระทบ จากนโยบายการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) ส่งผลให้มีผู้โดยสารเดินทางลดลงจำนวนมากจากที่เคยให้บริการปกติก็ตาม

อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤติอยู่มนขณะนี้ จึงให้คงค่าโดยสารในราคาเดิม และเมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริการสาธารณะที่เกี่ยวข้องทั้งหมด จะมีการรวบรวมผลกระทบที่ผู้ประกอบการได้รับมาเสนอต่อกระทรวงคมนาคม รัฐบาล เพื่อหามาตรการเยียวยาในภายหลังต่อไป

ด้านนายเชาวลิต เมธยะประภาส เจ้าของกิจการบริษัท ครอบครัวขนส่ง (2002) จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบกล่าวว่า เหตุที่เรือโดยสารคลองแสนแสบสามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้ เนื่องจากกรมเจ้าท่าได้มีการพิจารณาอัตราผู้โดยสารทางเรือ พบว่า ลดลง 80-90% สะท้อนกับรายรับ-รายจ่าย ที่มีผลการดำเนินงานขาดทุน ทำให้ผู้ประกอบการไม่สามารถอยู่ได้ จึงได้มีการประชุม เพื่อยกเลิกคำสั่งเดิมที่ให้มีการลดราคาไปก่อนหน้านี้

&amp;ldquo;ตอนนี้เรากลับมาใช้ราคาเก่า โดยบริษัทเราจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เสมอ เขาบอกลดก็ลด ขึ้นก็ขึ้น ในส่วนของผู้โดยสารเรือคลองแสนแสนตอนนี้หายไป 80% ที่หายไปเพราะตอนนี้คนทำงานอยู่ที่บ้านตามนโยบายของรัฐบาล และตอนนี้เรือก็มีมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมไม่ค่อยได้ ไม่เหมือนรถไฟฟ้า&amp;rdquo; นายเชาวลิต กล่าว

นายเชาวลิต กล่าวต่ออีกว่า ส่วนกรณีที่มีภาพผู้ใช้บริการยังไม่ปฏิบัติตามนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น ในส่วนนี้ควบคุมไม่ได้ จึงต้องขอหยุดให้บริการ แต่ได้รับคำสั่งให้เดินเรือปกติ ก็ถือเป็นอีกทางเลือกให้คนที่ไม่มีรถส่วนตัว ทั้งนี้ ในปัจจุบันเรือโดยสารคลองแสนแสบ รองรับผู้โดยสารได้ 20 ที่นั่งเท่านั้น แต่เชื่อว่าจะดีขึ้น เมื่อห้างสรรพสินค้ากลับมาเปิดให้บริการ โดยเรือโดยสารคลองแสนแสบได้เตรียมมาตรการไว้แล้ว เช่น ให้ผู้โดยสารสวมใส่หน้ากากอนามัย, และมีเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ เป็นต้น

ทั้งนี้ การปรับขึ้นราคาดังกล่าว ได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเมื่อวันที่ 18 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา ที่เรือโดยสารคลองแสนแสบ ได้ปรับลดเหลือ 8-10-12-14-16-18 (ตามระยะ) (บาท/คน) หลังจากเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2563 ที่ผ่านมา กรมเจ้าท่า (จท.) ออกประกาศกรมเจ้าท่า เรื่อง การปรับปรุงอัตราค่าโดยสารเรือกลเดินประจำทางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องจากวันที่ 3 มี.ค. 2563 ได้มีประกาศปรับราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลลิตรละ 29.89 บาท ซึ่งราคาน้ำมันดีเซลมีราคาต่ำกว่า 25.01 บาท/ลิตร ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเกี่ยวกับเรือเดินประจำทางลงวันที่ 29 ก.ย. 2559
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63202</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200415/image_big_5e96a231e9ff0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2019 14:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2019 14:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯคุมเข้มรถโดยสารห้ามฉวยโอกาสขึ้นค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ม.ค.62-นายกมล บูรณพงศ์ รองกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางมีมติเลื่อนการปรับขึ้นค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางทุกประเภทออกไปจากกำหนดเดิมเป็นวันที่ 22 เมษายน 2562 ส่งผลให้ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางทุกประเภทต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด โดยต้องจัดเก็บค่าโดยสารตามอัตราเดิมที่ทางราชการกำหนด ทั้งนี้ พบว่ามีผู้ประกอบการบางรายฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสาร โดยใช้อัตราใหม่ซึ่งจะมีผลวันที่ 22 เมษายน 2562&amp;nbsp;

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกจึงได้จัดผู้ตรวจการลงพื้นที่ตรวจสอบตามประเด็นร้องเรียนและควบคุมการให้บริการให้เป็นไปตามเงื่อนไข หากตรวจสอบพบการฉวยโอกาสเก็บค่าโดยสารเพิ่มจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 ฐานเรียกเก็บอัตราค่าโดยสารผิดไปจากที่ทางราชการกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท พร้อมบันทึกประวัติการกระทำความผิด และหากพบการกระทำผิดซ้ำพิจารณาพักใช้เพิกถอนใบอนุญาตผู้ประจำรถ ทั้งผู้ขับรถและผู้เก็บค่าโดยสาร รวมถึงผู้ประกอบการจะมีความผิดฐานไม่ควบคุมกำกับดูแลการให้บริการ ซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

สำหรับค่าโดยสารปัจจุบัน รถของ ขสมก. 6.50 บาท&amp;nbsp; รถร่วม ขสมก. (บัสใหญ่และมินิบัส) 9 บาท&amp;nbsp; รถโดยสารปรับอากาศ 12-20 บาท&amp;nbsp; รถโดยสารปรับอากาศ (Euro) 13-25 บาท&amp;nbsp; รถสองแถว 7 บาท&amp;nbsp; รถตู้โดยสารจัดเก็บในอัตราเดิม ขณะที่รถหมวด 2 หมวด 3 ที่ให้บริการในต่างจังหวัด ทั้งรถบัส บขส.และรถร่วม บขส. แบ่งเป็น 4 ช่วง ประกอบด้วย ระยะทาง 40 กม.แรก 0.49 บาทต่อ กม., 40-100 กม. 0.44 บาทต่อ กม., 100-200 กม. 0.40 บาทต่อ กม. และเกิน 200 กม. 0.36 บาทต่อ กม.

ทั้งนี้ในกรณีเป็นรถตู้และรถโดยสารขนาดเล็ก 0.67 บาทต่อ กม. หากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะเก็บค่าโดยสารเกิน สามารถแจ้งกับผู้ตรวจการได้โดยตรง หรือร้องเรียนผ่านสายด่วน 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27413</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, ขึ้นค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181030/image_big_5bd7b81308db3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2019 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2019 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รฟท.จ่อขึ้นค่ารถไฟตามระยะทางเพิ่ม 50%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 2562 นางสิริมา หิรัญเจริญเวช รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องแผนฟื้นฟูในประเด็นเรื่องของการเพิ่มรายได้นั้น ได้ส่งมอบแนวทางการปรับโครงสร้างค่าโดยสารให้กับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)ไปทำการศึกษาร่วมกับโครงสร้างค่ารถไฟฟ้าเพื่อให้สะท้อนต่อต้นทุนที่แท้จริงในปัจจุบัน ทั้งนี้ รฟท.ได้เคยศึกษาปรับเพิ่มค่ารถไฟชั้น 3 จากเดิมอัตราค่าโดยสารเริ่มต้น 2 บาท ปรับเพิ่มเป็น10 บาท และ ค่าโดยสารตามระยะทางจะเพิ่มขึ้นอีก 50% ซึ่งจะทำให้รายได้ของการรฟท.เพิ่มขึ้นอีก30%

แหล่งข่าวจากกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่าการศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟธรรมดาและรถไฟฟ้านั้นจะเสร็จภายใน 1 เดือน เบื้องต้นพบว่าค่าโดยสารรถไฟธรรมดาถูกเกินไปต้องปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าโดยสารรถไฟฟ้าปัจจุบันนั้นแพงเกินไปสำหรับประชากรที่มีรายได้ขั้นต่ำที่ 15,000 บาท

นางสิริมา กล่าวว่า รฟท.เตรียมเสนอแผนปรับกรอบอัตรากำลังและแผนการสรรหาบุคลากรเพิ่มเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนบุคลากรและรองรับโครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ที่จะเปิดให้บริการในอนาคต โดยในวันที่ 17 ม.ค.นี้จะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน พิจารณาอนุมัติการสรรหาบุคลากรเพิ่ม 1,904 คนตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่าจะสรรหาทั้งหมดได้ภายในปีนี้

รายงานข่าวจาก รฟท.ระบุว่าขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซีเฟส 2 ช่วงอู่ตะเภา-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทาง 400 ก. วงเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 300,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้ประกาศเชิญชวนเอกชนไปแล้ว โดยมีกําหนดการยื่นข้อเสนอ 17 ธ.ค. ที่ผ่านมามีผู้ยื่น 3 ราย ได้แก่ 1.กลุ่มบริษัท Index ร่วมกับกลุ่มWE และกลุ่ม Enrich 2. กลุ่มบริษัท Tesco ร่วมกับกลุ่ม Chotichinda กลุ่ม Design Concept กลุ่มDorsch Grouppe และกลุ่มChula Unisearch 3.กลุ่มบริษัท Team กลุ่มAEC กลุ่มMAA กลุ่ม PWC กลุ่มดาวฤกษ์ กลุ่ม TLT และกลุ่มซิตี้แพลน โปรเฟสชัน นอล รฟท.คาดว่าจะลงนามในสัญญาได้ภายในเดือนม.ค. นี้

อย่างไรก็ตามส่วนด้านความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการนั้นเริ่มจากยุทธศาสตร์รถไฟทางคู่ระยะที่สองนั้น เตรียมเสนอความคืบหน้าโครงการเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ระยะทาง 323 กม. วงเงิน 85,300 ล้านบาท ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ช่วงบ้านไผ่-นครพนม ระยะทาง 355 กม. วงเงิน 60,000 ล้านบาท นั้นเตรียมเสนอที่ประชุมครม. ภายในเดือนม.ค. นี้เพื่อเข้าสู่ขั้นตอนประกวดราคาต่อไป จากนั้นจะตามมาด้วยโครงการรถไฟทางคู่สายอีสาน เช่น ช่วงขอนแก่น-หนองคาย&amp;nbsp; ระยะทาง174 กม. วงเงิน 26,000 ล้านบาท เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26783</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าโดยสาร, รฟท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad6e425d8c7a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26274</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2019 09:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2019 09:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯย้ำ 21ม.ค.นี้ขึ้นค่าโดยสารแน่นอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ม.ค.2562 &amp;nbsp;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ) เปิดเผยถึงการปรับค่าโดยสารรถสาธารณะหมวด 1-4 &amp;nbsp;ตามมติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งระบบกลาง โดยมีผลในวันที่ 21 มกราคมนี้ ว่า ช่วงที่ผ่านมากรมการขนส่งทางบกได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดดูแลการคำนวณอัตราค่าโดยสาร ทำการตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันที่จะส่งผลกระทบต่อการคำนวนค่าโดยสารอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาแม้ว่าราคาน้ำมันจะมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงบ้าง แต่จนถึงขณะนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงมติแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ มติของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกลางฯ เมื่อวันที่ 14 ธันวาคมที่ผ่านมาได้อนุมัติให้ปรับขึ้นค่าโดยสารสำหรับรถร้อน ทั้ง ขสมก. และรถร่วมบริการ 1 บาท ส่วนรถปรับอากาศให้ปรับขึ้นระยะละ 1 บาทส่วนกรณีรถที่ซื้อมาเข้าร่วมแผนการปฏิรูปมีการซื้อรถที่อายุไม่ถึง 2 ปี และมีการติดตั้งระบบ E-Ticket และ GPS รถดังกล่าวให้ปรับราคา โดยในส่วนของรถร้อนค่าโดยสาร 12 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของรถปรับอากาศ 4 กิโลเมตรแรก คิดอัตราค่าโดยสาร 15 บาท หลังจากนั้นให้จัดเก็บ 25 ตลอดสาย รวมทั้งพิจารณาให้ปรับราคารถ บขส.และรถร่วมบริการ บขส. ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง จึงได้อนุมัติให้รถหมวดดังกล่าวปรับค่าโดยสารขึ้นอีก 10 % โดยมีผล 21 ม.ค.62 เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก.ที่จะปรับขึ้น 21 ม.ค.นี้ รถโดยสารธรรมดา (ครีม-แดง) จากเดิม 6.50 บาทตลอดสาย เป็น 8 บาทตลอดสาย ,รถโดยสารปรับอากาศ (ครีม-น้ำเงิน) จากเดิม 10-18 บาท ตามระยะทาง เป็น 12-20 บาท ตามระยะทาง รถโดยสารปรับอากาศยูโรทู (สีส้ม) และรถปรับอากาศเชื้อเพลิง NGV (สีขาว) จากเดิม 11-23 บาท ตามระยะทาง เป็น 13-25 บาท ตามระยะทาง, รถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ (สีฟ้า) ระยะทาง 4 กิโลเมตรแรก เก็บไม่เกิน 15 บาท, ระยะทาง 4-16 กิโลเมตร เก็บไม่เกิน 20 บาท, ระยะทาง 16 กิโลเมตรขึ้นไป เก็บไม่เกิน 25 บาท ส่วนรถโดยสารธรรมดา หากผู้โดยสารใช้ทางด่วนจะมีการเก็บค่าทางด่วนเพิ่มจากค่าโดยสารปกติอีก 2 บาท ส่งผลทำให้ค่าโดยสารเพิ่มจาก 8 บาท เป็น 10 บาทต่อคนต่อเที่ยว ส่วนรถบริการตลอดคืน ช่วงเวลา 23.00 - 05.00 น. จะเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่ม 1.50 บาท ทำให้ค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากเดิม 8 บาท เป็น 9.50 บาทต่อคนต่อเที่ยว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ขณะที่รถโดยสารประจำทางปรับอากาศแอร์พอร์ตบัส (Airport Bus) ได้แก่ สาย A1 ท่าอากาศยานดอนเมือง-จตุจักร กับ สาย A2 ท่าอากาศยานดอนเมือง-อนุสาวรีย์ชัยฯ 30 บาทตลอดสาย, สาย A3 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สวนลุมพินี กับ สาย A4 ท่าอากาศยานดอนเมือง-สนามหลวง 50 บาทตลอดสาย และสาย S1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ-สนามหลวง 60 บาทตลอดสาย ยังคงเก็บค่าโดยสารอัตราเดิม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนรถร่วมบริการ ขสมก.รถร้อนปรับราคาจาก 9 บาท เป็น 10 บาท รถปรับอากาศ 2 ประเภท &amp;nbsp;แบบขาว-น้ำเงิน ปรับราคาระยะละ 1 บาท จากเริ่มต้น 12 บาท เป็น 13 บาท และรถสีครีม จากราคาเริ่มต้น 13 บาท เป็น 14 บาท.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26274</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ม.ค., ขึ้นค่ารถบขส., ขึ้นค่ารถเมล์, ขึ้นค่าโดยสาร, พีระพล ถาวรศุภเจริญ, รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180115/5a5c53764183d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23962</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้นวันนี้ ขนส่งฯจะขึ้นค่ารถร่วมขสมก.หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุ้นขนส่งทางบกกลางนัดประชุมวันนี้ เคาะราคาค่าโดยสารรถร่วม ขสมก. &amp;nbsp;พร้อมรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายโดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล ถาวรศุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผยว่า &amp;nbsp;ในวันที่ 11ธันวาคม. นี้กระทรวงคมนาคมจะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง &amp;nbsp;โดยมีนายกฤชเทพ สิมลี รองปลัดกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน &amp;nbsp;โดยยอมรับว่าจะมีวาระพิจารณาข้อเรียกร้องที่ผู้ประกอบการรถร่วมบริการขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม จะมี 2 สมาคม ได้แก่ สมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางกับสมาคมพัฒนารถร่วมเอกชน ที่ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคมก่อนหน้านี้ &amp;nbsp;เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสารบรรเทาผลกระทบการดำเนินธุรกิจ &amp;nbsp;โดยมีข้อเรียกร้องขอปรับราคารถร้อนจาก &amp;nbsp;9 บาท เป็น 12 บาท รถปรับอากาศเริ่มต้นจาก 13 - 25 บาท เป็น 15 - 27 บาท &amp;nbsp;รถปรับอากาศรุ่นใหม่ 4 กิโลเมตรแรก 20 บาท ส่วนที่เกิน 4 กิโลเมตร เป็น 25 บาทตลอดสาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพีระพล กล่าวว่า ในฐานะเลขาของคณะกรรมการฯ ยืนยันว่าจะมีการรับฟังความเห็นจากกรรมการทุกคน ซึ่งที่ประชุมมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิรวมอยู่ด้วย โดยจะคำนึงถึงผลกระทบรอบด้านที่มีต่อทุกฝ่าย ทั้งประชาชนผู้ใช้บริการและผู้ประกอบการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนที่เข้าร่วมประชุมวันที่11 ธ.ค.นี้ เห็นว่าหากมีการอนุมัติปรับราคาค่าโดยสารให้แก่ผู้ประกอบการ อัตราที่เป็นไปได้และประชาชนผู้ใช้บริการจะไม่ได้รับผลกระทบมากเกินไปในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันมีค่าครองชีพสูง โดยในส่วนของรถร้อนอาจปรับขึ้น 1 บาท หรือจาก 9 บาท เป็น 10 บาท ขณะที่รถปรับอากาศปรับระยะละ 1 บาท จาก 13 -25 บาท เป็น 14-26 บาท ส่วนรถปรับอากาศรุ่นใหม่ ความเห็นของคณะกรรมการฯ หลายคนยังไม่ได้ข้อสรุป และหากจะมีการอนุมัติปรับราคาก็จะไม่สูงมากตามที่ผู้ประกอบการเรียกร้อง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23962</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นค่าโดยสาร, คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง, ค่าโดยสารรถร่วม ขสมก., พีระพล ถาวรศุภเจริญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180130/image_big_5a6f537199c55.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/06/2018 09:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/06/2018 09:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขนส่งฯเล็งชงคมนาคมปรับค่ารถเมล์แบบขั้นบันได หลังสำรวจพบค่าโดยสารต่ำกว่ามาตรฐาน 33%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขนส่งเล็งปรับค่ารถเมล์เป็นขั้นบันได -รับค่าโดยสารปัจจุบันต่ำเกินจริง เตรียมชงคมนาคมก.ค.นี้ปรับค่าโดยสารรถเมล์เพิ่ม 10%-15% ยกคุณภาพบริการ เผยค่าโดยสารต่ำกว่าจริง 33% ฉุดรายได้ลดลง 25%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดเผยว่าความคืบหน้าการปรับโครงสร้างค่าโดยสารรถประจำทางและรถเมล์นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเปิดรับฟังข้อคิดเห็นและสรุปรายละเอียด คาดว่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการขบ.ภายในเดือนก.ค.นี้ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระทรวงคมนาคมในเดือนเดียวกัน ทั้งนี้เบื้องต้นยอมรับว่าค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนและต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงเพราะต้นทุนหลายด้านสูงตามราคาตลาด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามจึงต้องพิจารณาอัตราค่าโดยสารใหม่อย่างรอบคอบ หากต้องปรับขึ้นค่าโดยสารคงจะใช้อัตราแบบขั้นบันได กล่าวคือ การทยอยขึ้นค่าโดยสารไม่ให้กระทบกับประชาชน เช่นเดียวกันกับต่างประเทศซึ่งมีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถเมล์ทุกปีตามกรอบราคาที่กำหนดร่วมกัน ส่วนที่ขาดให้ไปปรับในปีถัดไป นอกจากนี้ยังคงต้องหาแนวทางอุดหนุนผู้ประกอบการด้านอื่นด้วย เช่นช่วยเหลือต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายเอกชัย สุมาลี คณะกรรมการที่ปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังเปิดเผยว่าจากการศึกษาโครงสร้างต้นทุนพบว่าค่าโดยสารในปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงซึ่งเพิ่มขึ้นทั้งค่าเชื้อเพลิง ค่าจ้างและค่าซ่อมเป็นต้นส่งผลให้ต้องพากันลดต้นทุนดำเนินธุรกิจเดินรถจนคุณภาพตกต่ำจนประชาชนไม่ใช้บริการไปกระทบรายได้ต่อเนื่องสุดท้ายต้องทยอยเลิกกิจการ จากการศึกษาต้นทุนรถเมล์ปรับอากาศขนาด 12 เมตร ซึ่งในอนาคตส่วนใหญ่จะใช้รถประเภทนี้พบว่าค่าโดยสารในปัจจุบัน ต่างจาก ค่าโดยสารมาตรฐานที่ควรจะเป็น &amp;nbsp;ถึง 32.75% แบ่งเป็นประเภท CNG ค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 15.80บาท/กม. ค่าโดยสารที่ควรจะเป็นที่ 23.49 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะที่ประเภทเชื้อเพลิงดีเซลค่าโดยสารเฉลี่ยต่อคนปัจจุบันที่ 21.88 บาท ค่าโดยสารที่ควรจะเป็น 29.58 บาทต่อคนแตกต่างกัน 26% &amp;nbsp;ส่งผลให้รายได้ต่อคันต่อวันต่ำกว่าค่ามาตรฐานถึง 33% จากที่ควรจะเป็น 7,500 บาทต่อวันกลับมีรายได้ราว 5,000 บาทต่อวัน&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามการปรับราคาให้ใกล้เคียง Standard Costต้องมาพร้อมกับการยกระดับรถเมล์ใหม่ การติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยและคุณภาพบริการภาพรวมที่ดีขึ้น ดังนั้นตนจึงมองว่าค่าโดยสารในอนาคตที่ควรจะเป็นปรับเพิ่มขึ้นราว 10%-15% จากปัจจุบันเพื่อสนับสนุนการพัฒนาวงการรถเมล์ตลอดจนเอื้อให้ผู้ประกอบการอยู่ได้โดยมีกำไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จะเสนอให้รัฐบาลออกนโยบายสนับสนุนผู้ประกอบการในการเปลี่ยนผ่านไปสู่เส้นทางปฏิรูป 269 คัน เช่น เงินกู้ดอกเบี้ยพิเศษจากแบงก์รัฐเพื่อลงทุนเพิ่ม ส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ให้รับรองการผลิตคัทซีและตัวถังในประเทศซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการซื้อรถเมล์ใหม่ได้ทันที 40%-50% จากปัจจุบันราคาคันละ 3.5-4 ล้านบาท นอกจากนี้ยังควรส่งเสริมสิทธิพิเศษทางการเงินเพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการรวมกลุ่มเป็นนิติบุคคลหรือสหกรณ์เพื่อง่ายต่อการกู้เงินลงทุนเพิ่มจากสถาบันการเงิน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11807</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมการขนส่งทางบก, กระทรวงคมนาคม, ขึ้นค่ารถเมล์, ขึ้นค่าโดยสาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2b0a30b9f08.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10449</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/06/2018 08:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/06/2018 08:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “อาคม”เบรกหัวชนฝาห้ามรถร่วมขสมก.ขึ้นค่าโดยสาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อาคม&amp;rdquo;เบรคหัวชนฝารถสาธารณะทุกประเภทห้ามขึ้นค่าโดยสารรอศึกษาแรับโครงสร้างราคาใหม่เสร็จภายใน2เดือน พร้อมมอบนโยบาย บอร์ดใหม่ &amp;nbsp;ขสมก.ขยายเส้นทางเดินรถเชื่อมสนามบินหารายได้เพิ่ม พร้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังได้รับหนังสือพร้อมหารือกับผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง หรือรถร่วม(ขสมก.) เพื่อขอปรับขึ้นค่าโดยสาร หลังได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคาก๊าซเอ็นจีวี ว่า ยืนยันจะยังไม่มีการปรับขึ้นราคาค่าโดยสารรถทุกประเภทในขณะนี้ เนื่องจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงแล้ว ประกอบกับ กรมการขนส่งทางบก(ขบ.)อยู่ระหว่างการศึกษาปรับโครงสร้างค่าโดยสารระบบขนส่งใหม่ทั้งระบบ คาดว่าจะเสร็จภายใน 2เดือน จากนั้นจะมีการเรียกผู้ประกอบการมาหารือเพื่อรับทราบและหาแนวทางร่วมกันอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันได้มอบนโยบายให้คณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ชุดใหม่ที่มีการประชุมในวันที่ 31 พ.ค. 61 เป็นครั้งแรกโดยเน้นไปที่เรื่องของการปรับบทบาทไปเป็นผู้ประกอบการเต็มตัวภายหลังจากปฏิรูปเส้นทางรถเมล์ 269 เส้นทาง เพื่อเตรียมความพร้อมแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่น ตลอดจนปรับตัวเป็นระบบขนส่งรองรับส่งประชาชนป้อนสู่ระบบรถไฟฟ้า (ฟีดเดอร์)รวมทั้งพัฒนามาตรฐานการให้บริการ นำระบบเทคโนโลยีนำมาใช้ ทั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) เชื่อมสู่ระบบตั๋วร่วมหรือบัตรแมงมุมในอนาคตตลอดจนนำเทคโนโลยีเรื่องเชื้อเพลิงต่างๆ เข้ามาใช้ปัจจุบันมีหลากหลาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ให้ดูฐานะการเงิน รายได้ รายจ่าย โดยเฉพาะรายจ่ายต้องเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะการหารายได้จากเส้นทางเดินรถที่มีศักยภาพ อาทิ การเปิดเดินรถเชื่อมสนามบินที่ได้รับความนิยมมากสามารถเก็บค่าบริการอัตราพิเศษได้ เช่นสาย A3 ดอนเมือง-สวนลุมพินี และ A4 ดอนเมือง-สนามหลวง ส่วนการจัดซื้อรถเมล์ใหม่นั้น ให้นำข้อเสนอแนะจากที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 61 ที่ขอจัดซื้อรถเมล์จาก 3,183 คัน เหลือ 3,000 คัน ล็อตแรกได้จัดซื้อรถโดยสารปรับอากาศใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ(เอ็นจีวี)489 คันไปแล้ว อนาคตจัดซื้อรถเมล์ใหม่อีก 2,000 กว่าคัน แบ่งเป็นรถเก่าปรับปรุงสภาพใหม่ 323 คัน ที่เหลือรถเมล์ใหม่เชื้อเพลิงประเภทต่างๆ ที่อาจจะเป็นระบบเชื้อเพลิงดีเซล ระบบดีเซลและไฟฟ้า (ไฮบริด) และรถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งมีแนวทางการดำเนินการจัดหาอย่างไร จะเป็นรูปแบบการจัดซื้อหรือเช่าต้องพิจารณาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามส่วนข้อเรียกร้องให้พิจารณาทบทวนลดอัตราค่าตอบแทนของ ขสมก.ที่เรียกเก็บจากรถร่วมลง โดยรถโดยสารธรรมดาคิดอัตราส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร 15 บาทต่อวันต่อคัน รถโดยสารปรับอากาศคิดอัตราค่าส่วนแบ่งรายได้ค่าโดยสาร 30 บาทต่อวันต่อคัน จากเดิมเคยเก็บ 35 - 305 บาทต่อวันต่อคัน และขอให้งดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับของหนี้ที่ค้างชำระ ซึ่งปัจจุบันรถร่วม ขสมก.เป็นหนี้ค่าตอบแทน ขสมก.ถึง 800 ล้านบาทนั้น เป็นเรื่องที่คณะกรรมการหรือบอร์ดของ ขสมก.ต้องพิจารณาเพื่อหาแนวทางแก้ไขประนอมหนี้ต่อไป
นอกจากนี้ได้มอบหมาย ขสมก.พิจารณาในเรื่องของค่าตอบแทนและหนี้สินค้างชำระระหว่างทางรถร่วมบริการและทาง ขสมก. ทั้งในข้อเรียกร้องข้อเสนอที่จะงดเว้นให้มีการผ่อนผันในการเก็บค่าตอบแทน ในส่วนของหนี้ค้างชำระก็จะต้องให้ทางรถร่วมฯไปหารือกับทาง ขสมก.ในรายละเอียดว่ามีหนี้สินทั้งหมดเท่าไหร่และเกิดในช่วงไหนบ้างรวมถึงจะมีวิธีการไหนที่จะประนอมหนี้อย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก. กล่าวว่าจากการหารือร่วมกับกระทรวงคมนาคมนั้น ทางกระทรวงฯได้ขอให้ทางสมาคมชะลอการปรับขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีก 4 บาทโดยจะต้องรอผลการศึกษาโครงสร้างอัตราค่าโดยสารใหม่จากทางกรมการขนส่งทางบกก่อน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา อย่างไรก็ตามทางผู้ประกอบการยินดีที่จะรอความชัดเจนผลการศึกษาอีก 2 เดือน แต่หากยังไม่ได้ขอจะเดินทางเข้าหารือถึงมาตรการความช่วยเหลือจากทางกระทรวงคมนาคมอีกครั้งและทางสมาคมฯยังยืนยันว่าจะขอปรับขึ้นค่าโดยสารเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10449</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขสมก., ขึ้นค่าโดยสาร, ขึ้นราคา, นายกสมาคมผู้ประกอบการรถร่วม ขสมก., รถร่วมขสมก., รถเมล์, องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180216/image_big_5a86f5f69a8e0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
