<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>4093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2018 08:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2018 08:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึ้นทะเบียนคนจนเฟส 2 ทะลุ 6.2 ล้านคน คลังไม่พอใจขอตามตื้อเพิ่มอีก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิดขึ้นทะเบียนบัตรเฟส 2 คนจนแห่ลงชื่อ 6.2 ล้านคน คลังเร่งส่งทีมช่วยอบรม-ตามตื้ออีก 2.3 ล้านคน มาลงขึ้นทะเบียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และรองโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ปิดรับสมัครแจ้งความประสงค์เข้าโครงการมาตรการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจนรอบสอง ซึ่งปิดวันที่ 28 ก.พ.2561 แล้ว โดยเบื้องต้นมียอดผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แจ้งความประสงค์สมัครผ่านธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ไม่ต่ำกว่า 6.2 ล้านคน จากผู้มีสิทธิทั้งหมด 11.4 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 5.3 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้หลังจากนี้ผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 6.2 ล้านคน จะเริ่มเข้าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีทีมหมอประชารัฐสุขใจกว่า 4,000 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปให้คำปรึกษา และเสนอทางเลือกในการแก้ปัญหาความยากจน พร้อมทั้งได้รับการเติมเงินเข้าในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อใช้ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีความจำเป็นจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นอีกเดือนละ 100-200 บาท เริ่มตั้งแต่เดือนมี.ค.เป็นต้นไป จนถึงเดือนธ.ค.2561 โดยผู้มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท ที่เข้าโครงการระยะสอง 3 ล้านคน จะได้รับเงินเพิ่มจากเดือนละ 300 บาท เป็น 500 บาท ส่วนผู้มีรายได้ต่อปี 30,000-100,000 บาท อีกประมาณ 3 ล้านคน จะได้รับเพิ่มจากเดือนละ 200 บาท เป็น 300 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.2561 กระทรวงการคลังจะส่งทีมหมอประชารัฐสุขใจ ลงพื้นที่เพิ่มเติมไปติดตามเคาะประตู บ้านผู้ถือบัตรสวัสดิการฯที่มีรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาท และไม่มาแจ้งความประสงค์เข้าโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตอีก 2.3 ล้านคน เพื่อชักชวนให้เข้ามาร่วมโครงการทั้งหมด เนื่องจากกระทรวงการคลังต้องการแก้ปัญหาให้ทุกคนมีงานมีรายได้หลุดพ้นจากเส้นความยากจน โดยจะมีการสอบถามสาเหตุว่าทำไมถึงไม่เข้าร่วมโครงการ หากเป็นผู้พิการ ผู้สูงวัย หรือมีการเจ็บป่วยก็จะไม่บังคับ แต่หากเป็นคนปกติก็จะแยกบัญชีออกมาต่างหากว่าควรจะดำเนินการอย่างไรต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดที่มีผู้เข้าร่วมโครงการบัตรคนจนระยะสอง ส่วนมากมาจากภาคอีสานและภาคเหนือมีสัดส่วนมากกว่า 60-80% โดยมีจังหวัดกาฬสินธุ์มีผู้เข้าร่วมมากสุดเกิน 80% หรือมากกว่า 2 แสนคน จากจำนวนผู้มีสิทธิ 2.48 แสนคน รองลงมาเป็นจังหวัดเลย ศรีสะเกษ ร้อยเอ็ด นครพนม ส่วนจังหวัดที่มาลงทะเบียนน้อยสุดมาจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยมีสัดส่วนแค่ 4-7% ของผู้ได้สิทธิ โดยกรุงเทพฯมาสมัครเพียง 2 หมื่นคน สัดส่วนแค่ 4% จากผู้มีสิทธิ 5.35 แสนคน สมุทรปราการสมัคร 6,000 คน จาก 1.26 แสนคน นนทบุรีสมัคร 5.5 พันคน จากผู้มีสิทธิ 1.16 แสนคน สมุทรสาคร สมัคร 3-4 พันคน จาก6.5 หมื่นคน สมุทรสงคราม 1.7 พันคน จาก 2.6 หมื่นคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4093</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ขึ้นทะเบียนคนจน, คนจน, พรชัย ฐีระเวช, สศค., สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180120/image_big_5a6296e7f33a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
