<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88012</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาค7ฟันตำรวจพันขนต่างด้าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นายกฯ&amp;quot; มอบ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; คุมทีมทลายขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานผิด กม. กำชับต้องสาวถึงผู้บงการเบื้องหลัง &amp;quot;มท.1&amp;quot; เผย ก.แรงงานเตรียมชง ครม.ขึ้นทะเบียนต่างด้าวชั่วคราวบัตรสีชมพู แก้นายจ้างผวาโทษลอยแพนอกพื้นที่ &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ลั่นฟันไม่เลี้ยง ตร.เอี่ยวขนแรงงานเถื่อน หลัง บช.ภ.7 พบ &amp;quot;พ.ต.อ.-3ประทวน&amp;quot; พัวพันสั่งย้ายพ้นพื้นที่ พร้อมพักราชการ &amp;quot;ด.ต.&amp;quot; 1 ราย &amp;quot;สุไหงโก-ลก&amp;quot; รวบ 11 เมียนมาลอบข้าม ปท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงความคืบหน้าการตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิเศษเอาผิดขบวนการลักลอบแรงงานผิดกฎหมายว่า ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นได้รับรายงานด้านการข่าว ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่ แต่ยังไปไม่ถึงผู้อยู่เบื้องหลัง จึงขอให้มีการสอบสวนต่อเพื่อสาวถึงผู้อยู่เบื้องหลังมากกว่าการจับเป็นรายๆ ไป ซึ่งตอนนี้มีผู้ส่งข้อมูลเข้ามาให้จำนวนมาก ทั้งทางโซเชียลมีเดียและขอความร่วมมือประชาชนส่งข้อมูลมาให้ แต่ขอให้อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง เราต้องกำจัดคนไม่ดีออกให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้ต้องให้กำลังใจตำรวจ ทหาร ข้าราชการพลเรือน โดยเฉพาะช่วงปีใหม่ที่จะต้องทำงานหนัก อะไรที่จะลดภาระได้ก็ขอให้ช่วยกัน อย่าทำสิ่งที่ผิดกฎหมาย ในช่วงที่ทุกคนมีความสุข ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้ากัน สถานการณ์โลกเป็นแบบนี้ การแพร่ระบาดของโควิดเป็นทั่วโลก ต้องแก้ปัญหาร่วมมือกันให้ได้ เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การไม่ล็อกดาวน์ช่วงปีใหม่ ถ้าควบคุมได้ก็ไม่มีปัญหา ขึ้นอยู่กับจะควบคุมได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งหลายอย่างเริ่มดีขึ้น ข้อสำคัญจะต้องไม่ออกนอกพื้นที่ ขอร้องไปแล้ว วันนี้ยังไม่มีการนำแรงงานไปปล่อยทิ้ง และแรงงานจะต้องอยู่ในพื้นที่ควบคุมที่ระบุไว้ โดยเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินอย่างเข้มแข็งเด็ดขาด&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวชั่วคราวบัตรสีชมพู เพื่อแก้ไขปัญหาแรงงานหลบหนีหรือนายจ้างทิ้งนอกพื้นที่ว่า การดำเนินการมีหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อดำเนินการให้ในทางกฎหมายให้แรงงานต่างด้าวเหล่านี้สามารถอยู่ในแผ่นดินไทยและทำงานได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งต้องมีขั้นตอนการตรวจโรคโควิด-19 ก่อน เพื่อความปลอดภัยด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คาดว่ากระทรวงแรงงานในฐานะเจ้าภาพจะรวบรวมข้อเสนอและขั้นตอนปฏิบัติสำหรับแต่ละหน่วยงานว่าควรทำอย่างไรบ้าง ให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) 29 ธ.ค.นี้ แต่ระหว่างนี้ได้แจ้งให้แต่ละโรงงานสำรวจปริมาณแรงงานต่างด้าวที่จะขึ้นทะเบียนทั้งหมด เพื่อเตรียมการเบื้องต้น และขอไม่ให้เคลื่อนย้ายแรงงานเด็ดขาด เบื้องต้นอาจใช้แนวทางให้เจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการที่โรงงานเลย&amp;rdquo; พล.อ.อนุพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.มหาดไทยกล่าวว่า ขอความร่วมมือแรงงานอย่าตื่นตระหนก และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ด้วย เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยดี อีกทั้งเมื่อเข้าสู่ระบบแล้ว จะได้มีฐานข้อมูลตัวเลขแรงงานต่างด้าวอย่างชัดเจน และจะสามารถบังคับให้ปฏิบัติตามข้อกฎหมายได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการกวาดล้างขบวนการลักลอบนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศมาตลอด โดยวันที่ 25 ธ.ค. ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 จะมีการแถลงผลการสอบสวนทางวินัยข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนกล่าวหามีส่วนเกี่ยวข้อง
ฟัน ตร.เอี่ยวแรงงานเถื่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;กระบวนการนำเข้าจะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือไม่ เราต้องรีบจัดการ จะต้องไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายข้ามแดนและจัดการเด็ดขาด นายกฯ ก็พูดมาแล้วชัดเจน ใครผิดต้องลงโทษ และได้มอบให้พล.อ.ประวิตรเป็นผู้รับผิดชอบภาพรวม ใช้กำลังทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการหาข่าวและจัดการ ขอให้เข้าใจว่าใครผิดเราไม่เอาไว้ ไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ใครก็ตามที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐต้องดำเนินการทั้งหมด ในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีลงมากำกับดูแลด้วยตัวเอง เชื่อว่าไม่มีใครใหญ่ไปกว่านี้ ต้องดำเนินการถึงที่สุด&amp;quot; พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า นอกจากตำรวจภาค 7 ที่ถูกร้องเรียนแล้วมีภาคอื่นด้วยหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ตอนนี้ดูทุกพื้นที่เน้น 10 จังหวัดภาคตะวันตก แต่ตอนนี้มีข่าวเจ้าหน้าที่ด้านตะวันออกไปเกี่ยวข้องด้วย ส่วนข้อมูลคนต่างด้าว 2-3 วันที่ผ่านมาได้นำรถโมบายของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองไปตรวจภาพใบหน้าและลายนิ้วมือ เพื่อเก็บข้อมูลแรงงานที่ตลาดกุ้งลงในระบบไบโอเมทริกส์ของ ตม. และจะทำไปเรื่อยๆ จนครบจำนวน และได้นำเรียนนายกฯ ไปแล้ว ไม่ว่าเขาจะเข้ามาผิดหรือถูก เราจะขึ้นทะเบียนทั้งหมด และหารือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน เพื่อทำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของแรงงาน จะทำให้เราสามารถกำกับดูแล มีข้อมูลที่ถูกต้องของแรงงานที่อยู่ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเข้ามาด้วยวิธีการใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้หน่วยงานรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยากทำความเข้าใจกับพี่น้องแรงงานต่างชาติ ว่ารัฐบาลมีความจริงใจในการดูแล โดยเฉพาะปัญหาโควิด หมายถึงว่าใครก็ตามที่อยู่ในประเทศ เราจะเข้ามาผิดหรือถูกนั้นเป็นอีกเรื่อง การปราบปรามจะเน้นไปที่เรื่องการนำเข้า ไม่ใช่เน้นตัวแรงงานที่อยู่ผิดกฎหมาย ช่วงนี้อยากทำความเข้าใจกับแรงงานต่างชาติ ขอให้อยู่นิ่งๆ เจ้าหน้าที่จะไม่ไปยุ่งกับท่าน แต่ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เราต้องการจัดการการเคลื่อนย้ายเพื่อให้การแพร่ระบาดของโรคน้อยที่สุด&amp;quot; ผบ.ตร.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง รอง ผบช.ภ.7 เป็นประธานแถลงข่าวการป้องกันปราบปรามแรงงานต่างด้าว ร่วมกับ พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.พงษกร อุปพงษ์ รอง ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.กษณะกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกวาดล้างแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมาตั้งแต่เดือน เม.ย.2563 ถึงปัจจุบัน สามารถจับกุมรวมทั้งสิ้น 637 ราย และจับกุมบุคคลผู้ให้ที่พักพิงหรือให้การช่วยเหลือแรงานต่างด้าวที่ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จำนวน 50 ราย รวมทั้งขยายผลจับกุมการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในราชอาณาจักรได้ของกลางเป็นเฮโรอีนน้ำหนักรวม 77 กิโลกรัม ยาไอซ์ น้ำหนักรวม 1,385 กิโลกรัม และเคตามีน มีน้ำหนักรวม 500 กิโลกรัม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบช.ภ.7 กล่าวว่า ในส่วนข้าราชการตำรวจที่ถูกร้องเรียนมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมาย บก.ภ.จว.กาญจนบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงข้าราชการตำรวจยศ พ.ต.อ. จำนวน 1 นาย ปัจจุบันสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีคำสั่งปรับย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว รวมทั้งตำรวจยศ ด.ต. จำนวน 1 นาย ก็มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง โดยพบมีมูลกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งให้พักราชการไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ยังมีข้าราชการตำรวจในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี จำนวน 3 นาย ที่ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีมูลกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง จึงได้มีคำสั่งแต่งคณะกรรมการสอบสวนวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งปรับย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว
จับเมียนมาลอบข้ามแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.อ.สุทธิพันธุ์ ต่ายทอง รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พร้อมคณะ ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานตามมาตรการคัดกรองโรคโควิด-19 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อำเภอเมืองฯ จังหวัดหนองคาย โดยเน้นย้ำทุกคนที่เดินทางกลับประเทศ ต้องผ่านการคัดกรองจากเจ้าหน้าที่ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศจังหวัดหนองคาย ผ่านขั้นตอนการเข้าเมืองจากด่านตรวจคนเข้าเมืองหนองคายและด่านศุลกากรหนองคาย, จัดทำทะเบียนประวัติและรับฟังคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำไปยังสถานที่กักตัวที่จังหวัดหนองคายได้จัดเตรียมไว้ ซึ่งเป็นโรงแรมในเขตอำเภอเมืองหนองคาย โดยจะมีเจ้าหน้าที่ในการดูแลและส่งตัวกลับภูมิลำเนาหลังผ่านการกักตัวเป็นระยะเวลา 14 วัน &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ พ.ท.ปรเมธ ศานุพงศ์ ผบ.ร.25 พัน.1 กองกำลังเทพสตรี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจกำลังพลบริเวณฐานปฏิบัติการ พร้อมรับฟังรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ และกำชับให้กำลังพลทุกนายยึดถือปฏิบัติในการสกัดกั้นการหลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด โรคไวรัสโควิดจากประเทศเพื่อนบ้าน และเป็นการป้องกันปราบปรามการกระทำสิ่งผิดกฎหมายอื่นๆ พร้อมมอบหน้ากากอนามัยและเงินบำรุงขวัญในการปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา บริเวณตำบลปากจั่น ตำบล จ.ป.ร. อ.กระบุรี จ.ระนอง เขตติดต่อกับ อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ท.ปรเมธยังได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเส้นทางธรรมชาติตามแนวชายแดน พร้อมทั้งกำชับให้กำลังพลทุกนายปฏิบัติหน้าที่ประจำจุดเสี่ยงและการลาดตระเวนอย่างเคร่งครัดเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง&amp;nbsp; เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของผู้บังคับบัญชาที่สั่งให้จัดกำลังพลสกัดกั้นการลักลอบหลบหนีเข้าประเทศโดยผิดกฎหมายตามแนวชายแดน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองกำลัง 3 ฝ่าย ขณะนั่งรถยนต์ลาดตระเวนเพื่อสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวลักลอบข้ามแดนตามช่องทางข้ามธรรมชาติในพื้นที่รับผิดชอบ ริมแม่น้ำสุไหงโก-ลก เมื่อถึงบริเวณช่องทางข้ามธรรมชาติบ้านกวาลอซีลา ม.7 ต.ปาเสมัส ซึ่งเยื้องกับสำนักงานขนส่ง จ.นราธิวาส สาขาอำเภอสุไหงโก-ลก พบแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 11 คน ที่หอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระกำลังทยอยกันเดินขึ้นเรือรับจ้างข้ามฟากของประเทศมาเลเซีย เจ้าหน้าที่จึงได้จอดรถยนต์และได้แสดงตัวเพื่อเข้าจับกุม ทำให้คนขับเรือยนต์รับจ้างข้ามฟากของประเทศมาเลเซียรีบขับเรือยนต์ข้ามฟากหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาทั้ง 11 คน ขึ้นมานั่งรวมกลุ่มกับที่บริเวณฝั่ง โดยได้ประสานไปยัง พ.ต.ท.อัสรี ต่วนเพ็ง รอง ผกก.สส.สภ.สุไหงโก-ลก, พ.ต.ต.สุเมธ กนกเหมพันธ์ สว.ตม.นราธิวาส, พ.ท.ทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผบ.ฉก.นราธิวาส 30, นายมะยุรี เจะโซะ สาธารณสุข อ.สุไหงโก-ลก เพื่อร่วมกันตรวจสอบ โดยเฉพาะการคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมาอาจนำมาแพร่ระบาดในพื้นที่ ผลการตรวจสอบเบื้องต้นทั้ง 11 คนไม่มีหนังสือเดินทาง มีอุณหภูมิร่างกายปกติ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปคัดกรองเป็นรายบุคคลอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรุ่งเรืองกล่าวว่า จากการประเมินการจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบข้ามแดนจากช่องทางธรรมชาติจากพื้นที่รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย หลายครั้งที่ผ่านมา หลังจากที่ไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ประเทศมาเลเซีย กลุ่มนายหน้าของประเทศมาเลเซียจะเก็บเอกสารหลักฐานหนังสือเดินทางของกลุ่มแรงงานต่างด้าว ที่จะลักลอบเข้ามายังประเทศไทยไว้ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามสืบสวนสอบสวนจับกุมของเครือข่าย ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มขบวนการค้ามนุษย์ของทั้ง 2 ประเทศที่นำพากลุ่มบุคคลต่างด้าวเหล่านี้ลักลอบเข้ามายังประเทศไทย ที่เจ้าหน้าที่จะมีตรวจยึดโทรศัพท์มือถือของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้นำไปตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ว่ามีความเกี่ยวโยงติดต่อประสานงานกับคนไทยคนใดในการติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88012</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียนต่างด้าว, นำเข้าแรงงานผิดกฎหมาย, บัตรสีชมพู, ผู้บงการเบื้องหลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แรงงานผิดกฎหมาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201225/image_big_5fe606fea1c54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
