<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>114430</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดทางวัคซีนไฟเซอร์ ขึ้นทะเบียนเต็มรูปแบบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉีดวัคซีนก้าวหน้าต่อเนื่องทะลุ 27.6 ล้านโดส เข็มหนึ่ง 20.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41.7 ของเป้าหมาย 50ล้านคน อย.เปิดทาง &amp;quot;ไฟเซอร์&amp;quot; ขึ้นทะเบียนวัคซีนเต็มรูปแบบในไทย เร่งพิจารณาไม่เกิน 30 วัน หากผ่านอนุมัติเอกชนสั่งซื้อเองได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 24 สิงหาคม นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงว่า เมื่อวันที่ 23 ส.ค.64 ฉีดวัคซีนได้ 573,446 โดส สะสม 27,612,445 โดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 20.8 ล้านโดส ครอบคลุมประชากร ร้อยละ 28.9 เข็มที่ 2 อีก 6.2 ล้านโดส ครอบคลุมร้อยละ 8.6 ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนมีความก้าวหน้าต่อเนื่อง จากการได้วัคซีนมาฉีดในช่วงครึ่งหลังของปี ศักยภาพการฉีดเราสามารถเพิ่มได้มากกว่าที่ทำในปัจจุบันอยู่แล้ว ดังนั้น หากมีวัคซีนก็เร่งฉีดขึ้นได้ ก่อนหน้านี้เน้นใน 13 จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีประชากร 22 ล้านคน ได้ฉีดเข็มที่ 1 แล้ว 11.5 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 52.1 ส่วนจังหวัดอื่นๆ มีประชากร 49 ล้านคน ฉีดแล้ว 9 ล้าน คิดเป็นร้อยละ 18.6 ภาพรวมอยู่ที่ร้อยละ 28.9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไป กรุงเทพฯ ฉีดแล้วร้อยละ 95, นนทบุรีร้อยละ 40 ซึ่งรวม 13 จังหวัด เฉลี่ยร้อยละ 65.8 ส่วนจังหวัดอื่นๆ 64 จังหวัด ฉีดไปร้อยละ 31.2 ซึ่งเป็นจุดที่เน้นย้ำที่จะขยายการฉีด และให้มีการเข้าถึงด้วยการฉีดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) การจัดหน่วยลงไปฉีดในชุมชน สำหรับวัคซีนฉีดเข็มที่ 1 ไปแล้วจำนวน 20.8 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 41.7 ของเป้าหมายการฉีด 50 ล้านคน แบ่งเป็น บุคลากรสาธารณสุข 8.6 แสนคน, เจ้าหน้าที่ด่านหน้า 1.02 ล้านคน, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) 6.1 แสนคน, ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรัง 2.3 ล้านคน, ประชาชนทั่วไป 11.5 ล้านคน, ผู้ที่อายุ 60 ปีขึ้นไป 4.3 ล้านคน และหญิงตั้งครรภ์ 2.5 หมื่นคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)แถลงกรณี &amp;nbsp;FDA สหรัฐอเมริกาอนุมัติการขึ้นทะเบียนใช้วัคซีนไฟเซอร์เต็มรูปแบบ ว่า หลังจาก อย.สหรัฐอเมริกาขึ้นทะเบียนไฟเซอร์เต็มรู้แบบ อย.ไทยยินดีและเชิญชวนให้บริษัท ไฟเซอร์ประเทศไทย นำข้อมูลที่สมบูรณ์มายื่นขึ้นทะเบียนกับ อย.โดยเร็ว ในส่วนของบริษัท ไฟเซอร์ฯ ก็เตรียมดำเนินการแล้ว สำหรับการขึ้นทะเบียนในปัจจุบันของ อย.ไทย วัคซีนไฟเซอร์เราได้อนุมัติไปเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ในสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว ก็ต้องมายื่นข้อมูลเพิ่มเติมในประเด็นด้านคุณภาพ ความปลอดภัยและประสิทธิผล ทั้งนี้ ข้อมูลเอกสารในสถานการณ์ฉุกเฉินจะมีประมาณ 1 หมื่นหน้า แต่ถ้าข้อมูลเพิ่มเติมจะมีไม่ต่ำกว่า 3-4 หมื่นหน้า โดยใช้เวลาในการพิจารณาไม่เกิน 30 วัน หลังจาก อย.อนุมัติให้ขึ้นทะเบียนปกติแล้ว วัคซีนโควิด-19 ของไฟเซอร์จะเหมือนวัคซีนทั่วไป เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ บริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด จะเป็นตัวแทนจำหน่ายเหมือนวัคซีนทั่วไป รพ.เอกชนสามารถนำเข้าได้ ซื้อขายได้ตามปกติ แต่ผู้ได้รับอนุญาตนำเข้ายังคงเป็นบริษัท ไฟเซอร์ฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า หลังจาก FDA สหรัฐมีมติรับรองวัคซีนไฟเซอร์เต็มรูปแบบในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนอายุ 16 ปีขึ้นไปในไทย โอกาสจะฉีดให้กับผู้ที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไปแบบทั่วถึงเป็นไปได้เพียงใด นพ.ไพศาลกล่าวว่า ตอนนี้ในทะเบียนปกติของสหรัฐที่ให้ฉีดกับเด็ก 16 ปีขึ้นไป หมายถึงว่าให้เป็นตามทะเบียนปกติ ส่วนเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเขายังให้อายุ 12-16 ปีอยู่ในส่วนภาวะฉุกเฉินอยู่ ส่วน อย.ไทยตอนนี้ฉีดไฟเซอร์ให้กับเด็ก 12 ปีขึ้นไปในสถานการณ์ฉุกเฉิน ถ้าบริษัท ไฟเซอร์ฯ นำข้อมูลฉีดให้กับเด็กอายุ 16 ปีขึ้นไปมายื่น แล้ว อย.อนุมัติ ก็สามารถดำเนินการได้ แต่ถ้ามีข้อมูลฉีดให้กับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป อย.ก็เชิญชวนให้นำข้อมูลมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามอีกว่า วัคซีนตัวอื่นมีแนวโน้มรับรองอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตหรือไม่ นพ.ไพศาลกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทผู้ผลิตมีข้อมูลที่สมบูรณ์หรือเพิ่มขึ้นหรือไม่ &amp;nbsp;ถ้ามีเขาคงจะมายื่น ทราบว่าผู้ผลิตบางเจ้าเช่นโมเดอร์นา กำลังยื่นในสหรัฐอเมริกาอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวถึงในกรณีประเทศภูฏานส่งมอบวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าให้ไทยจำนวนการ 1.5 แสนโดส ซึ่งผลิตในประเทศสวีเดนนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนกัน เนื่องจากไทยมีความต้องการใช้วัคซีนและจะทำการส่งวัคซีนคืนให้ภูฏานในภายหลัง ทั้งนี้ ได้ผ่านการตรวจคุณภาพและมาตรฐานจากกรมวิทย์
เป็นที่เรียบร้อย โดยวัคซีนจำนวนหนึ่งจะหมดอายุภายในสิ้นเดือน ส.ค.นี้ และอีกจำนวนกว่า 1 แสนโดส ที่จะหมดอายุในเดือน ต.ค.64 โดยวัคซีนก็ได้ถูกกระจายไปยังพื้นที่เพื่อฉีดให้กับประชาชน. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114430</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นทะเบียนวัคซีนเต็มรูปแบบในไทย, ฉีดวัคซีนก้าวหน้าต่อเนื่องทะลุ 27.6 ล้านโดส, นพ.เฉวตสรร นามวาท, ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ไฟเซอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210821/image_big_6120b12e5bfcf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
