<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37021</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 15:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 15:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วธ.ชี้&quot;ต้มยำกุ้่ง&quot;มีอัตลักษณ์ สะท้อนกระบวนการทำอาหารของไทย สมควรขึ้นบัญชี&quot; ยูเนสโก &quot;เอกสารพร้อมมี.ค.63 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;cr.cooking.teenee.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28พ.ค.62-นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม ครั้งที่ 5/2562 ว่า ที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมเสนอ &amp;ldquo;ต้มยำกุ้ง&amp;rdquo; เพื่อขึ้นบัญชีมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของมนุษยชาติต่อยูเนสโก ให้ทันภายในเดือนมีนาคม 2563 นอกจากนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ได้รายงานว่าได้ดำเนินการจัดประชุมคณะทำงานด้านการจัดทำข้อมูลมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมเกี่ยวกับอาหารไทย เมื่อวันที่ 18 &amp;nbsp;พฤษภาคม 2563 &amp;nbsp;โดยสาระของ ต้มยำกุ้ง จะเกี่ยวข้องกับมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ใน 3 &amp;nbsp;สาขา คือ สาขาภาษาและมุขปาฐะ สาขาแนวปฏิบัติทางสังคม พิธีกรรม และงานเทศกาล และสาขาความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติและจักรวาล
&amp;quot; คำว่า ต้มยำกุ้ง เป็นคำโดดในภาษาไทย มาจากคำว่า ต้ม และ ยำ ซึ่งมีความหมายที่แสดงกระบวนการทำอาหาร แสดงอัตลักษณ์ความเป็นไทย เป็นอาหารของคนภาคกลาง ที่แสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่ติดกับริมแม่น้ำ มีวัฒนธรรมการบริโภคอาหาร ด้วยการนำวัตถุดิบในท้องถิ่นมาใช้การประกอบอาหาร เช่น กุ้งในแม่น้ำ ต้มลงในน้ำเดือด ปรุงรสด้วยสมุนไพรต่าง ๆ รับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ถือเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ช่วยรักษาสมดุลของร่างกายได้&amp;quot;รมว.วธ.กล่าว
นายวีระ เผยต่อว่า อย่างไรก็ตามเพื่อให้ตรงกับเกณฑ์การพิจารณาของยูเนสโก ต้องมีการจัดเตรียมข้อมูลให้รอบด้าน โดยกำหนดชุมชนที่เกี่ยวข้องกับต้มยำกุ้งให้ชัดเจน &amp;nbsp;และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน (public hearing) ในการจัดทำมาตรการเพื่อการสงวนรักษา จากการประชุมคณะทำงานด้านการจัดทำข้อมูลฯ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย สถาบันการศึกษาที่สอนเรื่องต้มยำกุ้ง สมาคมผู้ประกอบการ ผู้ได้รับรางวัลเกี่ยวกับต้มยำกุ้ง และชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการทำเครื่องต้มยำหรือปลูกสมุนไพร พบว่าในส่วนชุมชนมีการสืบทอดและพัฒนาสร้างสรรค์การทำต้มยำกุ้งอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับครอบครัว ชุมชน ร้านอาหาร และสถาบันการศึกษาทั้งในและนอกระบบที่มีการเรียนการสอน ทำให้สามารถอ้างอิงข้อมูลได้ เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องรอบด้านแล้ว จึงเข้าสู่ขั้นตอนจัดทำเอกสารตามแบบฟอร์ม พร้อมสื่อต่างๆ เช่น ภาพถ่ายและวีดิทัศน์ จากนั้นจะเสนอให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดก ฯ และนำเสนอคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติและเสนอคณะรัฐมนตรี และจะยื่นเอกสารต่อยูเนสโก ภายใน 31 มีนาคม 2563 เพื่อเข้าสู่รอบการพิจารณาต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และที่ประชุมคณะกรรมการฯ ยังได้รับรายงานผลการดำเนินงาน โครงการรุกข มรดกของแผ่นดิน ใต้ร่มพระบารมี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 &amp;nbsp;ด้วยการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้ ที่ทรงคุณค่าในทางธรรมชาติและมีความสำคัญต่อท้องถิ่นในภูมิภาคต่างๆ ของประเทศ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ในการสืบค้น เผยแพร่ รวมถึงส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็ก เยาวชน และประชาชน ได้เห็นความสำคัญของต้นไม้ มีส่วนร่วมอนุรักษ์ รักษาต้นไม้ในท้องถิ่นของตน โดยประกอบด้วยต้นไม้จำนวน 88 &amp;nbsp;ต้น อาทิ ต้นมะเดื่อยักษ์ หมู่บ้านวุ้งกะสัง โป่งน้ำร้อน คลองลาน กำแพงเพชร / ต้นยมหิน วัดพระธาตุดอยกูแก้ว บ้านป่าสักหลวง แม่จัน เชียงราย / ต้นสมอพิเภก อุทยานแห่งชาติแม่ตระไคร้ เชียงใหม่ / ต้นเต่าร้างยักษ์ อุทยานแห่งชาติดอยภูคา อ.ปัว น่าน / ต้นสะตือ วัดสิงห์ สามโคก ปทุมธานี / กลุ่มระบบนิเวศน์ป่าโกงกาง วนอุทยานปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ / กลุ่มระบบนิเวศป่าไม้เสม็ดขาว สวนพฤกษศาสตร์ระยอง ระยอง / &amp;nbsp;ต้นค้างคาว อนุสาวรีย์พระศรีสุวรรณวงศา พยัคฆภูมิพิสัย มหาสารคาม / กลุ่มต้นสนยักษ์ วนอุทยานป่าสนหนองคู สุรินทร์ / ต้นกระทิง (สารภีทะเล) อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ คุระบุรี พังงา &amp;nbsp;เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การประกาศผลการคัดเลือกต้นไม้ทรงคุณค่า ประจำปี 2562 จำนวน 88 ต้น นี้ จัดทำขึ้นด้วยวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง เป็นการเจริญรอยตามพระราชปณิธาน ที่ทรงให้ความสำคัญในการรักษาทรัพยากรป่าไม้ของชาติ และจะมีส่วนกระตุ้นให้เกิดกระแสการอนุรักษ์ รักษาต้นไม้ ในหมู่ประชาชนอย่างจริงจัง &amp;nbsp;ทั้งยังส่งผลดีต่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในท้องถิ่น ทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชน สามารถเสริมสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้อีกทางหนึ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37021</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงวัฒนธรรม, ขึ้นบัญชียูเนสโก, ต้มยำกุ้ง, นายวีระ โรจน์พจนรัตน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cecea82795fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
