<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>23753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/12/2018 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/12/2018 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดกรุงปารีสรับมือ &#039;ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง&#039; ชุมนุมวันเสาร์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฝรั่งเศสประกาศปิดหอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ และร้านค้าบนถนนฌ็องเซลีเซในกรุงปารีสวันเสาร์ เพื่อเตรียมพร้อมรับสถานการณ์การชุมนุมที่อาจบานปลายเป็นจลาจลรุนแรงเหมือนเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว รัฐบาลเตรียมกำลังตำรวจ 89,000 นายเตรียมพร้อมระงับเหตุทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้คนเดินอยู่ด้านล่างของหอไอเฟล วันที่ 2 พ.ย. 2561 ฝรั่งเศสประกาศปิดหอไอเฟลไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมในวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค. / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธันวาคม กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อกั๊กสีเหลืองที่ต่อต้านนโยบายขึ้นภาษีเชื้อเพลิงของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ซึ่งเกิดขึ้นติดต่อกันหลายเสาร์ เกิดความรุนแรงถึงขั้นจลาจลครั้งเลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปีของกรุงปารีสเมื่อวันเสาร์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งทำให้รัฐบาลยอมรอมชอมด้วยการระงับการขึ้นภาษีเชื้อเพลิงและขึ้นราคาน้ำมันและก๊าซต้นปีหน้าไว้ก่อนชั่วคราว แต่ทางการฝรั่งเศสยังหวั่นเกรงว่า การนัดชุมนุมอีกในวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคมนี้ จะเกิดความรุนแรงซ้ำอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยรายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เจ้าหน้าที่รัฐกำลังเตรียมพร้อมรับมือเหตุการณ์รุนแรงวันเสาร์นี้ เนื่องจากสิ่งบ่งชี้ที่ผู้ประท้วงทั้งฝ่ายขวาจัดและซ้ายจัดกำลังวางแผนจะชุมนุมกันในกรุงปารีส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกเจ้าหน้าที่กลัวกันว่าการชุมนุมของผู้คนเหล่านี้จะมีพวกอันธพาลปะปนมาก่อจลาจลและปล้นสะดมด้วย แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริสตอฟ กัสตาเนร์ รัฐมนตรีมหาดไทย (กลาง) แถลงข่าวพร้อมกับผู้บัญชาการตำรวจและรัฐมนตรีร่วมกระทรวง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ เอดัวร์ ฟีลิป กล่าวว่า รัฐบาลเตรียมมาตรการ &amp;quot;พิเศษ&amp;quot; สำหรับการควบคุมฝูงชน โดยจะวางกำลังตำรวจ 8,000 นายในกรุงปารีส พร้อมกับยานหุ้มเกราะ 12 คัน ซึ่งไม่เคยนำมาใช้ปฏิบัติภารกิจในเมืองมาก่อนนับจากเหตุการณ์วัยรุ่นก่อจลาจลในเมืองเมื่อปี 2558 เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์รุนแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ฟีลิปกล่าวย้ำข้อเรียกร้องของเขาที่ขอให้ใช้ความสงบ โดยในคำให้สัมภาษณ์โทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์เขาแจ้งว่า รัฐบาลพร้อมจะพิจารณาทุกๆ มาตรการที่จะช่วยเพิ่มอำนาจในการใช้จ่ายงบประมาณของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเตรียมพร้อมรับมือในครั้งนี้ ทางการฝรั่งเศสได้เพิ่มกำลังตำรวจทั่วประเทศเป็น 89,000 นาย มากกว่าสุดสัปดาห์ที่แล้ว 24,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้รัฐบาลจะยอมถอยด้วยการระงับมาตรการภาษีแล้ว แต่ขบวนการเคลื่อนไหว &amp;quot;เสื้อกั๊กเหลือง&amp;quot; ยังไม่มีวี่แววจะรามือ และทำให้ตำรวจได้ออกคำเตือนให้ธุรกิจร้านค้าที่อยู่ใกล้และอยู่บนถนนฌ็องเซลีเซปิดทำการในวันเสาร์ และให้ปิดบังกระจกหน้าต่างร้านรวมถึงเก็บเฟอร์นิเจอร์ที่อยู่ด้านนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ตำรวจปราบจลาจลยืนอยู่กลางซากความเสียหายของภัตตาคารลาเบลอามีในกรุงปารีส ที่ตกเป็นเหยื่อการปล้นสะดมระหว่างการจลาจลเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปิดธุรกิจร้านค้าในย่านท่องเที่ยวอันโด่งดังของกรุงปารีสซึ่งเป็นสุดสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน น่าจะทำให้สูญเสียรายได้นับหมื่นๆ ยูโร นอกจากร้านค้า หอไอเฟล, พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์และออร์แซ, โรงอุปรากรทั้งการ์นีเยและบาสตีย์ ต่างปิดในวันเสาร์ เช่นเดียวกับพิพิธภัณฑ์ใหญ่ๆ หลายแห่งในกรุงปารีส แม้แต่การแข่งขันฟุตบอลลีกเอิงของฝรั่งเศสก็ต้องเลื่อนถึง 6 คู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงของคนเสื้อกั๊กเหลืองเริ่มต้นเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน เพื่อต่อต้านมาตรการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง แต่การชุมนุมขยายการประท้วงเป็นการต่อต้านนโยบายหนุนหลังภาคธุรกิจและรูปแบบการบริหารประเทศของประธานาธิบดีมาครง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ รถยนต์โดนจับพลิกแล้วจุดไฟเผาระหว่างการชุมนุมประท้วงของกลุ่มคนเสื้อกั๊กเหลืองที่กรุงปารีส เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจความคิดเห็นประชาชนในสัปดาห์ที่ผ่านมาเผยให้เห็นว่า ประชาชนในวงกว้างให้การสนับสนุนผู้ประท้วง ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเมืองเล็กๆ และเมืองในชนบทของฝรั่งเศส โดยมีถึง 72% สนับสนุนการชุมนุมถึงแม้จะเกิดเหตุรุนแรงเมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวของผู้ประท้วงกลุ่มนี้จะกระตุ้นให้มีการประท้วงด้านอื่นๆ ตามมา โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการยกเครื่องการจัดสอบและการกำหนดคุณสมบัติการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เข้มงวดขึ้น กลุ่มเกษตรกรก็เรียกร้องให้จัดการชุมนุมทุกวันในสัปดาห์หน้า และสหภาพคนขับรถบรรทุก 2 แห่งวางแผนจะนัดหยุดงานอย่างไม่มีกำหนดตั้งแต่คืนวันอาทิตย์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษี, จลาจล, น้ำมันแพง, ปารีส, ปิดกรุงปารีส, ฝรั่งเศส, ม็อบเสื้อกั๊กเหลือง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181207/image_mid_5c0a880fa44db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15486</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2018 20:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2018 20:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตุรกีเอาคืนทรัมป์ ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าอเมริกันหลายรายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลตุรกีตอบโต้มาตรการภาษีศุลกากรของรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยการประกาศขึ้นภาษีศุลกากรสินค้าอเมริกันหลายรายการเกินเท่าตัว ขณะความขัดแย้งระหว่างสองชาติพันธมิตรร่วมนาโตยังไม่มีวี่แววจะยุติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ (ซ้าย) และประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ขณะร่วมประชุมนาโตที่กรุงบรัสเซลส์ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันพุธที่ 15 สิงหาคม 2561 ว่าความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลสหรัฐและตุรกี ซึ่งรวมถึงกรณีการคุมขังแอนดรูว์ บรุนสัน ศาสนาจารย์ชาวอเมริกันในข้อหาก่อการร้าย ส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลลีราของตุรกีอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องมานานหลายสัปดาห์ และถึงจุดตกต่ำเป็นสถิติเมื่อวันศุกร์ที่แล้วต่อเนื่องมาจนถึงวันจันทร์ที่ผ่านมา ที่ทำให้ค่าเงินลีราอ่อนลงเกือบ 25% ก่อนที่จะกระเตื้องขึ้นในวันอังคารโดยปรับเพิ่มขึ้นเกิน 5% เมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอ่อนค่าลงของลีราสร้างความหวั่นเกรงว่าตุรกีหมิ่นเหม่กับการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอย่างเต็มตัว&amp;nbsp; โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระบบการธนาคาร ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนไปถึงยุโรปและประเทศอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองประธานาธิบดีฟูอัต อ็อกทาย ประกาศว่าการขึ้นภาษีศุลกากรในครั้งนี้เป็นการคำสั่งที่อยู่ภายใต้กรอบการทำงานของการตอบโต้แบบเดียวกันต่อรัฐบาลสหรัฐที่โจมตีเศรษฐกิจของตุรกีอย่างตั้งใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งนี้ระบุไว้ว่า ตุรกีจะเก็บภาษีนำเข้าข้าวจากสหรัฐเพิ่มเป็น 50%, สุราเพิ่มเป็น 140%, ใบยาสูบเพิ่มเป็น 60% และเครื่องสำอางเพิ่มเป็น 60% ส่วนรถยนต์นำเข้าจากสหรัฐนั้นตุรกีจะเพิ่มภาษีจนถึง 120% แล้วแต่ชนิดของรถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งขึ้นภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐลงนามโดยประธานาธิบดีเรเจป ทายยิป แอร์โดอัน ถูกประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษาของตุรกี โดยรายงานสำนักข่าวอานาดูโลของทางการตุรกีกล่าวว่า คำสั่งนี้จะขึ้นภาษีศุลกากรเพิ่มจากระดับปัจจุบันอีกเท่าตัว ให้เทียบเท่ากับที่รัฐบาลของทรัมป์ใช้กับตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่แล้วว่า สหรัฐจะเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากตุรกีเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และส่งผลให้ค่าเงินลีราดิ่งลงอย่างหนัก ซึ่งทำให้แอร์โดอันแถลงตอบโต้ว่า วิกฤติค่าเงินลีราเป็นการทำ &amp;quot;สงครามเศรษฐกิจ&amp;quot; กับตุรกี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แอร์โดอันยังประกาศด้วยว่าตุรกีจะบอยคอตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของสหรัฐ เช่น ไอโฟน ถึงแม้ว่าตัวเขาก็ใช้สินค้าชนิดนี้และถูกจับภาพได้หลายครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ทางการตุรกียังท้าทายแรงกดดันของสหรัฐต่อไป โดยในวันพุธ ศาลเมืองอิซมีร์ของตุรกีปฏิเสธคำร้องอุทธรณ์ขอให้ปล่อยตัวบรุนสัน ซึ่งถูกขังคุกนาน 2 ปีและขณะนี้ถูกกักบริเวณในบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15486</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษี, ตุรกี, ภาษีศุลกากร, สหรัฐ, สินค้านำเข้า, เรเจป ทายยิป แอร์โดอัน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180815/image_big_5b742f8fb4bb2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 23:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 23:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูตอบโต้สหรัฐ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า 1.07 แสนล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อียูเปิดหน้าแลกหมัดกับสหรัฐ เริ่มใช้มาตรการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐหลายรายการมูลค่า 2,800 ล้านยูโร รวมทั้งเหล้าเบอร์เบิน, ยีนส์ และมอเตอร์ไซค์ ตอบโต้ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดสงครามการค้ากับพันธมิตรรอบทิศทางด้วยการขึ้นภาษีศุลกากรเหล็กและอะลูมิเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชุดยีนส์ลีวายส์ก็อยู่ในรายการที่โดนอียูเก็บภาษีเพิ่มด้วย / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 22 มิถุนายน 2561 กล่าวว่า มาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรของสหภาพยุโรป (อียู) ในครั้งนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (05.00 น. วันศุกร์ของไทย) บรูโน เลอ แมร์ รัฐมนตรีคลังฝรั่งเศส กล่าวชัดเจนว่า มาตรการเหล่านี้เป็นเหตุเป็นผลจากการตัดสินใจของสหรัฐ และยังสะท้อนว่ายุโรปมีความเด็ดเดี่ยวและมีหลักการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ศุลกากรของประเทศสมาชิกอียู ซึ่งเป็นตลาดขนาดมโหฬารด้วยประชากรรวมกันถึง 500 ล้านคน จะเริ่มจัดเก็บภาษีศุลกากรสินค้านำเข้าจากสหรัฐหลายชนิดมูลค่า 2,800 ล้านยูโร (107,405 ล้านบาท) เพื่อตอบโต้การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ ที่ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากยุโรป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เซซิเลีย มาล์มสตอร์ม กรรมาธิการการค้าของอียู กล่าวไว้ในสัปดาห์นี้ว่า อียูซึ่งมีสมาชิก 28 ชาติ ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องเก็บภาษีศุลกากรสินค้าอเมริกัน หลังจากสหรัฐตัดสินใจใช้มาตรการโดยฝ่ายเดียวที่ไม่ยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทรัมป์เปิดศึกการค้ากับประเทศพันธมิตรทั้งหลายโดยไม่มีข้อยกเว้น ด้วยการขึ้นภาษีเหล็กนำเข้า 25% และอะลูมิเนียม 10% เมื่อเดือนมีนาคม นอกจากยุโรป ประเทศคู่ค้าภายใต้ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ทั้งเม็กซิโกและแคนาดา ไปจนถึงคู่ค้ารายใหญ่อย่างจีน ต่างก็โดนโขกภาษีกันถ้วนหน้า ก่อความวิตกแก่ตลาดทุนว่าจะเกิดผลกระทบขนานใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมีนาคม ภายหลังทรัมป์ประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้า อียูได้จัดทำรายการสินค้าที่อียูจะขึ้นภาษี รายการสินค้าที่อียูขึ้นภาษีไม่ได้ระบุยี่ห้ออย่างเจาะจง แต่ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวไว้ในตอนนั้นว่า อียูจะเก็บภาษีมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์-เดวิดสัน, วิสกีเบอร์เบิน และยีนส์ลีวายส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สินค้าในรายการนี้ยังรวมถึงแครนเบอร์รี, น้ำแครนเบอร์รี, น้ำส้ม, ข้าวโพดหวาน และเนยถั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ คนงานถือคราดยืนอยู่กลางผลแครนเบอรีน้ำหนัก 2,000 ปอนด์ ที่จัดแสดงในศูนย์ร็อกกี้เฟลเลอร์ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยุงเคอร์กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี โดยโจมตีการตัดสินใจของทรัมป์อีกครั้งว่า ขัดแย้งกับประวัติศาสตร์และหลักตรรกะทุกอย่าง การตอบโต้ของอียูต้องชัดเจน แต่ควบคุมได้ อียูจะทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่อสร้างความสมดุลขึ้นใหม่และปกป้องสินค้าของอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเยอร์กี คาไตเนน รองประธานคณะกรรมาธิการยุโรปด้านการค้า กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้บริโภคในยุโรปจะสามารถหาสินค้าที่เป็นตัวเลือกอื่นได้ อียูเลือกขึ้นภาษีสินค้าอย่างฮาร์เลย์ เดวิดสัน, เนยถั่ว และวิสกีเบอร์เบิน ก็เพราะว่าในตลาดยังมีทางเลือกอื่น อียูไม่ต้องการทำให้ผู้บริโภคต้องเดือดร้อน &amp;quot;ยิ่งกว่านั้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะมีผลกระทบทางการเมืองในเชิงสัญลักษณ์อย่างมาก&amp;quot; เขากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คริสติน ลาการ์ด ผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) กล่าวเตือนไว้ในวันเดียวกันว่า สงครามการค้า รวมถึงเบร็กซิต จะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญต่อเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่เห็นผลกระทบโดยตรงขั้นร้ายแรงของการขึ้นภาษีศุลกากร แต่แนวโน้มที่เกิดขึ้นน่าเป็นเรื่องที่น่าวิตก เป็นการละเมิดความไว้เนื้อเชื่อใจที่บั่นทอนความไว้เนื้อเชื่อใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์อ้างว่า อเมริกาต้องเก็บภาษีเหล็กนำเข้า เพราะอเมริกากลายเป็นออมสินของโลกที่โดนเอารัดเอาเปรียบ เขากำลังพุ่งเป้าจัดเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์จากอียูอีกด้วย.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษี, ภาษีศุลกากร, สงครามการค้า, สหรัฐ, สินค้าสหรัฐ, อียู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180622/image_big_5b2d22be0c83c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10093</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2018 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2018 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่จริง อย่าหลงเชื่อข่าว รัฐบาลขึ้นแวต 9%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;สรรพากรร่อนหนังสือแจง กรรีข่าวในโซเชียล ระบุรัฐบาลปรับขึ้นภาาีมูลค่าเพิ่มเป็น 9% มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 61 นั้น ไม่เป็นความจริง พร้อมย้ำหากมีข้อสงสัยำสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร &amp;nbsp;1161&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมสรรพากร ได้ออกประกาศช้แจงกรณที่มีข่าวในโซเชียลมีเดียว่า รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เป็น 9% ในวันที่ 1 ตุลาคม 61 นั้นยืนยันไม่เป้นความจริง &amp;nbsp;พร้อมทั้งระบุว่าข่าวดังกล่าวเป็นการนำกำหนดระยะเวลาจากพระราชกฤษฎีกา ออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 646) พ.ศ.2560 มาเผยแพร่ ทำให้ประชาชนเกิดการสับสนและตื่นตระหนก ซึ่งตั้งแต่มีการบังคับใช้ภาษีมูลค่าเพิ่มในปี พ.ศ.2535 ได้มีการตรากฎหมายเพื่อลดอัตราจากอัตราที่กำหนดในกฎหมายเป็นร้อยละ 7 มาอย่างต่อเนื่อง โดยเขียนกฎหมายลักษณะเช่นเดียวกันนี้มาโดยตลอดระยะเวลาเกือบ 30 ปี มีเพียงช่วงสั้นๆ ในปี พ.ศ. 2540 เท่านั้นที่มีการปรับอัตราขึ้นเนื่องจากเป็นข้อกำหนดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง
&amp;nbsp;
ที่ผ่านมาได้มีกระแสความเข้าใจคลาดเคลื่อนลักษณะนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง ซึ่งกรมสรรพากรก็ได้ชี้แจงทำความเข้าใจมาโดยตลอด ดังนั้น จึงขอให้ประชาชนอย่าได้ตื่นตระหนกหลงเชื่อข่าวดังกล่าวและขอให้ช่วยแชร์ข้อมูลนี้ เพื่อช่วยสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกันต่อๆ ไปด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการหรือผู้เสียภาษีมีข้อสงสัยสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์สารนิเทศสรรพากร โทร &amp;nbsp;1161&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10093</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษี, ภาษี, รัฐบาล, สรรพากร, แวต, โซเชียลมีเดีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180527/image_big_5b0a3cf570fb8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
