<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113996</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 19:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 19:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แบงก์ชาติ’เอาจริงหนุนรัฐกู้อีก1ล้านล้านประคองศก. ชี้ช่องขึ้น VAT </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 สิงหาคม 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค&amp;nbsp;ธนาคารแห่งประเทศไทย&amp;nbsp;(ธปท.)&amp;nbsp;กล่าวว่า ปัญหาของเศรษฐกิจไทยในขณะนี้ คือ หลุมรายได้ จากรายได้ครัวเรือนที่หายไปค่อนข้างมาก โดยประเมินว่าในช่วง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&amp;nbsp;(2563-2565)&amp;nbsp;รายได้ครัวเรือนจะหายไปกว่า&amp;nbsp;2.6&amp;nbsp;ล้านล้านบาท จากปี&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ที่หายไปกว่า&amp;nbsp;8&amp;nbsp;แสนล้านบาท และปี&amp;nbsp;2564&amp;nbsp;อีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท และปี&amp;nbsp;2565&amp;nbsp;ที่คาดว่าจะเพิ่มเติมอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตลาดแรงงานของประเทศไทยยังคงเปราะบาง และได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยกลุ่มผู้ว่างงานและเสมือนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;กว่า&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านคน และที่น่าจับตามองคือ กลุ่มผู้ว่างงานระยะยาว หรือผู้ที่ไม่มีงานทำเกิน&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ปี ที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดถึง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เท่าตัว สะท้อนถึงทักษะของแรงงานที่จะหายไป และความยากลำบากของแรงงานในกลุ่มดังกล่าวที่จะกลับมาหางานทำเมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในระยะต่อไปต้องเจอปัญหาแรงงานที่หาได้ยากขึ้น ขณะที่ผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อน&amp;nbsp;(นักศึกษาจบใหม่)&amp;nbsp;ที่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ปัญหาเหล่านี้สะท้อนความเปราะบางอย่างมากของตลาดแรงงานไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสักกะภพ พันธ์ยานุกุล ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท.กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้&amp;nbsp;(จีดีพี)&amp;nbsp;และปีก่อนหน้ายังเติบโตได้ต่ำกว่าศักยภาพค่อนข้างเยอะ ส่วนหนึ่งเป็นผลกระทบมาจากการระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;ดังนั้นแนวทางหนึ่งในการช่วยประคองให้เศรษฐกิจยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ มองว่าภาครัฐจำเป็นต้องเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ โดยอาจจะดำเนินการผ่านการกู้เงินเพิ่มเติมอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย ธปท.&amp;nbsp;ได้มีการทำแบบจำลองกรณีรัฐบาลมีการกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อประคองเศรษฐกิจ พบว่า หากรัฐบาลมีการกู้เงินเพิ่ม และเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ในช่วง&amp;nbsp;2-3&amp;nbsp;ปีนี้ จะช่วยให้จีดีพีของไทยเฉลี่ย&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้า สามารถขยายตัวได้ที่ระดับ&amp;nbsp;3.2%&amp;nbsp;แต่หากรัฐบาลไม่มีการกู้เงินเพิ่มเติม ไม่มีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจ ภาพการขยายตัวของจีดีพีในช่วง&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ปีข้างหน้าก็จะเติบโตได้ไม่ถึง&amp;nbsp;3%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หากรัฐบาลมีการกู้เงินเพิ่มอีก&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ล้านล้านบาท ก็จะทำให้มีความเสี่ยงที่หนี้สาธารณะจะปรับสูงขึ้นแตะระดับ&amp;nbsp;70%&amp;nbsp;ในช่วง&amp;nbsp;3-4&amp;nbsp;ปีข้างหน้าได้ แต่ในระยะกลางและระยะยาวรัฐบาลต้องเตรียมความพร้อมเรื่องการลดภาระ การรัดเข็มขัด ผ่านการปฏิรูปรายได้ การจัดเก็บภาษี การเพิ่มฐานภาษี การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการขยายฐานภาษี โดยมองว่าการที่เศรษฐกิจดีจะทำให้เราปฏิรูปเรื่องภาษีได้ง่ายขึ้น เช่น การขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม&amp;nbsp;(VAT)&amp;nbsp;ในช่วงที่เศรษฐกิจดีย่อมทำได้ง่ายกว่า ดังนั้นหากรัฐบาลใส่เงินได้เร็ว ก็จะช่วยทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวเร็ว ถือเป็นการช่วยลดความเสี่ยงของฐานะการคลังในระยะยาวด้วย&amp;rdquo; นายสักกะภพ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113996</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงิน 1 ล้านล้าน, ขึ้นภาษีVAT, ธปท, แบงก์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f4df0b5a2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10228</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 00:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 00:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สรรพากร&#039; ชงคลังขยายเวลารีดแวต 7% ต่ออีก 1-2 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สรรพากร&amp;rdquo; ชงคลังขยายเวลาลดภาษีแวตต่ออีก 1-2 ปี ชี้เพื่อช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย และเพื่อให้ประชาชน-นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น ระบุชัดยังไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่จะเพิ่มอัตราจัดเก็บ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมกรมสรรพากร เปิดเผยว่า กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการเสนอให้กระทรวงการคลังขยายเวลาการลดภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จาก 10% เหลือ 7% ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 30 ก.ย. 2561 ออกไปอีก 1-2 ปี เมื่อกระทรวงการคลังสรุปได้แล้วก็จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนและนักลงทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ การขยายเวลาการลดแวตออกไปอีก จะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจที่มีอย่างต่อเนื่อง ไม่ให้เกิดการสะดุด และที่ผ่านมาไทยก็ขยายเวลาการลดแวตมาตลอดตั้งแต่ปี 2535 ที่เริ่มเก็บภาษีแวต ซึ่งในกฎหมายประมวลรัษฎากรให้เก็บในอัตรา 10% แต่ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกาประกาศลดอัตราภาษีแวตให้เหลือ 7% มาโดยตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;กรมสรรพากรและกระทรวงการคลังไม่มีแนวคิดจะปรับเพิ่มแวตในตอนนี้ เพราะเห็นว่าไม่มีความจำเป็นเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวต่อเนื่องไม่ได้มีความร้อนแรงเกินไป หรือมีปัญหาการเก็บรายได้จนต้องขึ้นภาษีแวต&amp;quot; นายเอกนิติ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพราะเป็นปัญหาราคาเพิ่มขึ้นระยะสั้น ทั้งนี้ ราคาน้ำมันราคาก๊าซเป็นไปตามกลไกตลาด ทุกคนต้องระมัดระวังประชาชนก็ต้องเข้าใจว่าราคาพลังงานมีความผันผวน ซึ่งกระทรวงพลังงานควรแจ้งประชาชนให้เข้าใจต่อเนื่องจะได้ไม่เกิดความตกใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ก่อนหน้านี้ สศค. ได้ประมาณการเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้ 4.2% แต่คาดว่าจะมีการปรับเพิ่มเป็น 4.5% เนื่องจากการขยายตัวเลขเศรษฐกิจไตรมาสแรกของปีนี้ที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกาศออกมาขยายตัว 4.8% มากกว่าที่กระทรวงการคลังคาดการณ์ไว้มาก จึงต้องมีการทบทวนตัวเลขเศรษฐกิจใหม่อีกครั้ง&amp;rdquo; นายสุวิชญ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10228</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, ขึ้นภาษีVAT, ครม., ภาษีมูลค่าเพิ่ม, สรรพากร, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8e39da3d18.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2018 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;ซัดรัฐบาลคสช.รีดเงินประชาชน  ปูดวางแผนซ่อนเงื่อนขึ้นภาษีแวต9%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 พ.ค.61 - นายวีระ สมความคิด&amp;nbsp; เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน &amp;nbsp;โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ประชาชนควรสนใจข่าวที่กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของตนเองให้มากขึ้น ข่าวร้อนข่าวดังที่มาแย่งพื้นที่รับรู้แล้วก็ให้ผ่านไป ควรสนใจในเรื่องข้อมูลข่าวสารที่อาจกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเรื่องนี้ รัฐบาลจะเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 6.3% เป็น 9% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป หมายความว่า ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป ราคาสินค้าอาจมีราคาพุ่งสูงขึ้น ในขณะที่ภาวะ เศรษฐกิจของประเทศกำลังอยู่ในภาวะตกต่ำ รายได้ของประชาชนส่วนใหญ่คงที่หรือลดลง ราคาพลังงาน แก๊ส น้ำมัน พุ่งสูงขึ้น รัฐบาลเผด็จการทหารเสียของแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการรีดเงินจากกระเป๋าประชาชนอย่างเงียบๆ ด้วยการวางแผนยอกย้อนซ่อนเงื่อนหลอกให้ตายใจ ด้วยการอ้างออกพระราชกฤษฎีกา ว่าด้วยการลดอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 646) ลงวันที่ 30 กันยายน 2560 โดยกำหนดให้ใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มใหม่ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตรา 6.3% ตั้งแต่วันที่ 1ตุลาคม 2560 ถึงแค่วันที่ 30 กันยายน 2561 เท่านั้น คนส่วนใหญ่คิดว่ารัฐบาลลดภาษีมูลค่าเพิ่มให้ แต่ในข้อ 2 ของพระราชกฤษฎีกานี้ กำหนดให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราใหม่ 9% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2561 เป็นต้นไป โดยไม่มีกำหนดวันสิ้นสุด หรือหมายความว่าให้เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 9% ตลอดไป เตรียมตัวรับภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มกันได้บริหารประเทศแบบล้างผลาญกันจนเงินหมด แล้วมารีดภาษีจากประชาชนเอาล้างผลาญกันอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ใครนะ เก่งจัง ออกพระราชกฤษฎีกาหมกเม็ดถ้ากล้าจริงทำไมไม่เขียนให้ชัดๆว่า เป็นพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มคนไทยตื่นได้แล้ว มารับรู้ความจริงของชีวิตกันเสียที&amp;quot;นายวีระ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10046</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษีVAT, ค่าครองชีพสูง, วีระ สมความคิด, แวต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5ab9940840ee5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2018 10:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2018 10:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;รัฐบาล&#039;โต้ข่าวลวงยันยังไม่มีนโยบาบปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น8%วอนสังคมอย่าตระหนก </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
25พ.ค.61-พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีการแชร์ข้อความและภาพระบุ &amp;ldquo;ประยุทธ์ขอประชาชนจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 8% ถ้าไม่ขึ้นประเทศจะล้มละลาย&amp;rdquo;ว่า ข้อความและภาพดังกล่าวเป็นเรื่องเก่าเมื่อเดือน มี.ค. 60 ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้ชี้แจงไปแล้วว่าไม่ได้เป็นเจตนารมณ์ของนายกฯ แต่เป็นการตีความที่คลาดเคลื่อน พร้อมทั้งยืนยันด้วยว่าไม่มีนโยบายปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อกังวลว่า รัฐบาลจะปรับขึ้นภาษี VAT 9% (รวมภาษีท้องถิ่นอีก 1% อัตรารวมคือ 10%) ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.61 ตามที่ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 ต.ค.60 โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษี VAT ตามที่ระบุไว้กฎหมาย โดยยังคงไว้ที่อัตรา 7% เพราะไม่อยากผลักภาระให้ประชาชนเดือดร้อน จึงไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนกและหลงเชื่อ หรือนำไปวิพากษ์วิจารณ์จนเกิดความสับสน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; โดยหลักการแล้วรัฐบาลจะต้องขึ้นภาษี VAT อีก 3% เป็น 10% เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติประมวลรัษฎากร แต่รัฐบาลได้ออกกฎหมายลดอัตราภาษี VAT โดยให้จัดเก็บจริงที่ 7% &amp;nbsp;ซึ่งเป็นอัตราคงที่ต่อเนื่องกันมาทุกปี&amp;quot;พล.ท.สรรเสริญ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9965</URL_LINK>
                <HASHTAG>vat9%, ขึ้นภาษีVAT, ข่าวลวง, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, ภาษีมูลค่าเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180406/image_big_5ac6f0608d04a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
