<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>13752</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/07/2018 09:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/07/2018 09:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พาณิชย์บินถกสหรัฐขอปลดล็อคภาษีนำเข้าเหล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ชุติมา&amp;rdquo;เตรียมบินไปสหรัฐฯ พบปะหารือกับผู้แทนหน่วยงานรัฐ เล็งยกประเด็นขอให้สหรัฐฯ ยกเว้นเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมจากไทยเป็นรายประเทศ เหตุสินค้าไทยไม่กระทบต่อความมั่นคง มีแต่หนุนอุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ ส่วนที่สหรัฐฯ กังวลเหล็กจีนเข้ามาสวมสิทธิ์ ยันมีมาตรการดูแลเข้มอยู่แล้ว

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 24-27 ก.ค.2561 จะเดินทางไปเยือนกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐฯ เพื่อพบปะและหารือกับผู้แทนระดับสูงของภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเร่งสานต่อความสัมพันธ์ทางการค้าการลงทุนระหว่างกันในสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าโลกในปัจจุบัน โดยมีกำหนดจะพบกับรองผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) , รมช.พาณิชย์สหรัฐฯ และที่ปรึกษาอาวุโสของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อมุ่งเจรจาลดอุปสรรคและมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ

สำหรับประเด็นสำคัญที่จะหารือ คือ การที่สหรัฐฯ ใช้มาตรการ 232 กฎหมายการค้า Trade Expansion Act ปี 1962 ขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมจากทั่วโลก รวมถึงไทย และอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับขึ้นภาษียานยนต์และชิ้นส่วนนำเข้าจากทั่วโลก ภายใต้มาตรา 232&amp;nbsp; โดยไทยจะชี้แจงให้สหรัฐฯ เห็นว่า การนำเข้าสินค้าจากไทยไม่กระทบต่อความมั่นคงของสหรัฐฯ แต่จะเกื้อกูลอุตสาหกรรมภายในของสหรัฐฯ เพราะสินค้าไทยมีส่วนแบ่งในตลาดสหรัฐฯ น้อย

ส่วนกรณีที่สหรัฐฯ กังวลเรื่องการสวมสิทธิ์เหล็กไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐฯ นั้น จะชี้แจงว่าไทยมีแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจน รวมถึงอยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุน (AD/CVD) โดยเพิ่มมาตรการตอบโต้การหลบเลี่ยงมาตรการ AD/CVD หรือ Anti Circumvention เพื่อแก้ปัญหาการสวมสิทธิ์โดยเฉพาะ

นอกจากนี้ จะชี้แจงถึงความคืบหน้าการศึกษาถึงผลดีและผลเสียที่มีต่อผู้บริโภคจากการบริโภคหมูที่มีสารเร่งเนื้อแดง เพราะสหรัฐฯ มักจะอ้างว่า ไทยเปิดตลาดนำเข้าหมูจากยุโรป แต่ไม่เปิดให้สหรัฐฯ โดยจะชี้แจงว่าหมูจากยุโรปไม่ได้ใช้สารเร่งเนื้อแดง ถ้าฟาร์มหมูใดของสหรัฐฯ ไม่ได้ใช้สารเร่งเนื้อแดง ก็พร้อมให้นำเข้า ส่วนฟาร์มใดที่ใช้สารเนื้อแดง ต้องรอผลพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนก่อน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สาเหตุที่สหรัฐฯ ไม่ยกเว้นเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมที่เรียกเก็บในอัตรา 25% และ 10% ให้กับไทยเป็นรายประเทศ เพราะสหรัฐฯ กังวลว่าผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อย่างจีนจะส่งออกเหล็กมาไทยแล้วอ้างว่าเป็นเหล็กที่ผลิตในไทย แล้วส่งออกไปสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่สูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นนี้ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ได้ชี้แจงว่า&amp;nbsp; เมื่อกลางเดือนก.ค.2561 เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจของอาเซียน ได้พบหารือกับจีน ที่สิงคโปร์ และได้หารือกันในเรื่องนี้ โดยอาเซียนได้ย้ำข้อเสนอของสมาพันธ์เหล็กและเหล็กกล้าแห่งอาเซียน ที่ขอให้จีนช่วยดูแลไม่ให้เกิดการทะลักของเหล็กและผลิตภัณฑ์จากจีนสู่อาเซียน โดยขอให้รัฐบาลจีนคงมาตรการยกเลิกการคืนภาษีส่งออกให้กับผู้ส่งออกเหล็ก พร้อมทั้งเชิญชวนจีนเข้ามาลงทุนผลิตเหล็กที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในอาเซียน เพื่อให้เกิดการถ่ายโอนเทคโนโลยีให้แก่ผู้ผลิตในอาเซียน รวมถึงส่งเสริมให้ใช้เหล็กและผลิตภัณฑ์ของสมาชิกอาเซียนในการดำเนินโครงการต่างๆ ภายใต้ข้อริเริ่มหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (B&amp;amp;R) ของจีนในอาเซียนด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13752</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ขึ้นภาษีเหล็ก, ชุติมา บุณยประภัศร, สหรัฐอเมริกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180326/image_big_5ab8c7a46bfc8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4659</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2018 07:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2018 07:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทรัมป์ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กแล้ว อุตฯไทยได้รับผลกระทบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พาณิชย์&amp;rdquo;เผย &amp;ldquo;ทรัมป์&amp;rdquo;ลงนามขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมจากทุกประเทศ รวมทั้งไทยแล้ว คาดมีผลวันที่ 23 มี.ค. เผยระยะสั้น สินค้าไทยยังคงแข่งขันได้ เหตุราคาเหล็กในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นไปแล้ว 30% &amp;nbsp;แม้ไทยถูกเก็บภาษี ต้นทุนยังสู้ได้ แต่ระยะยาว กระทบแน่ หลังผู้ผลิตสหรัฐฯ เร่งเพิ่มกำลังการผลิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 มี.ค. 2561 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 มี.ค.2561 ที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าภายใต้มาตรา 232 (National Security) กับสินค้าเหล็กและอะลูมิเนียมทุกรายการที่นำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงไทย ในอัตรา 25% และ 10% ตามลำดับ โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค.2561 เป็นต้นไป โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 9 มี.ค.2561 ได้เชิญสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย ที่เกี่ยวข้อง มาหารือผลกระทบและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากการใช้มาตรการดังกล่าว โดยพบว่าผลิตภัณฑ์เหล็กของไทยที่จะได้รับผลกระทบ ได้แก่ ท่อเหล็ก และเหล็กแผ่นรีดเย็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ผลกระทบในระยะสั้น หรือในช่วง 1-3 เดือน หลังจากการปรับขึ้นภาษีนำเข้า การส่งออกเหล็กของไทยจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะราคาเหล็กในสหรัฐฯ ปรับขึ้นประมาณ 30% ไปแล้ว ซึ่งแม้ว่าเหล็กของไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่กำหนด แต่ยังคงสามารถแข่งขันด้านราคาในตลาดสหรัฐฯ ได้ ประกอบกับผู้ผลิตในสหรัฐฯ ยังอยู่ระหว่างการปรับตัว และไม่สามารถขายสินค้าในราคาต่ำในระยะเวลาอันรวดเร็ว ผู้นำเข้าสหรัฐฯ จึงยังคงต้องนำเข้าสินค้าอยู่
ส่วนในระยะยาว คาดว่า อุตสาหกรรมเหล็กไทยจะได้รับผลกระทบ เพราะผู้ผลิตของสหรัฐฯ ปรับตัวได้แล้ว และเพิ่มกำลังการผลิตจนสินค้ามีราคาแข็งขันได้ รวมทั้งผู้ผลิตเหล็กในแคนาดาและเม็กซิโกที่ได้รับการยกเว้นจากการใช้มาตรการ 232 จะได้เปรียบผู้ส่งออกประเทศอื่น รวมทั้งไทย และยังคงรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;rdquo;ไทยจะเจรจากับกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรการ 232 เป็นรายพิกัดสินค้า ก่อนที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ จะประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการดำเนินการขอยกเว้นเป็นรายพิกัด ภายในวันที่ 19 มี.ค.นี้ ซึ่งกระทรวงฯ จะร่วมกับภาคเอกชนไทยจัดเตรียมข้อมูล และหารือกับบริษัทคู่ค้าในสหรัฐฯ เพื่อยื่นขอยกเว้นมาตรการรายพิกัดสินค้าต่อไป&amp;rdquo;นายสนธิรัตน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ไทยจะเจรจากับสหรัฐฯ ในการประชุมคณะมนตรีภายใต้กรอบการค้าและการลงทุน (TIFA) ไทย-สหรัฐฯ ที่จะประชุมเดือนเม.ย.2561 ที่จะถึงนี้ เพื่อขอยกเว้นการใช้มาตรการ 232 กับไทย ซึ่งสหรัฐฯ เปิดช่องสำหรับประเทศที่มี Security Relationship ในการหารือเรื่องดังกล่าวอยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4659</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงพาณิชย์, ขึ้นภาษีอะลูมิเนียม, ขึ้นภาษีเหล็ก, ภาษีนำเข้า, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์, สหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7c7b5ec2276.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2018 19:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2018 19:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กุนซือเศรษฐกิจทำเนียบขาวลาออก ประท้วง &#039;ทรัมป์&#039; ขึ้นภาษีเหล็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แกรี โคห์น ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของทำเนียบขาว ยื่นลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันอังคาร ประท้วงแผนของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ดึงดันจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม สร้างความหวั่นเกรงว่าจะก่อสงครามการค้าโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โดนัลด์ ทรัมป์ จับมือกับแกรี โคห์น ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติ แฟ้มภาพวันที่ 6 มกราคม 2561 (AFP)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า แม้จะเผชิญเสียงคัดค้านจากภาคอุตสาหกรรมในประเทศหรือรวมถึงจากสมาชิกพรรครีพับลิกันเอง แต่ดูเหมือนทรัมป์จะยังยืนกรานใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม&amp;nbsp; ทั้งยังขู่จะขึ้นภาษีรถยนต์นำเข้าจากยุโรปด้วย โดยไม่นำพาคำเตือนของหลายประเทศที่จะใช้มาตรการตอบโต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดหุ้นในเอเชียเปิดตลาดลดลงในวันพุธจากความหวั่นเกรงว่าทรัมป์จะใช้มาตรการปกป้องทางการค้ายิ่งขึ้น ทั้งๆ ที่ตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อวันอังคารปิดตัวเพิ่มขึ้น ส่วนหนึ่งเพราะความคาดหมายว่าคาบสมุทรเกาหลีจะคลายความตึงเครียดลง แต่นักลงทุนยังต้องดิ้นรนหาความกระจ่างว่า ทรัมป์จะมีมาตรการจำกัดการค้าใดตามมาอีกหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในแถลงการณ์ประกาศข่าวการลาออกของที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจรายนี้ ทรัมป์กล่าวว่า แกรี โคห์น เป็นคนมากความสามารถที่หาตัวจับยาก เขาทำงานไว้อย่างยอดเยี่ยม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โคห์น ซึ่งสนับสนุนการค้าเสรี เป็นผู้ดูแลด้านการผลักดันข้อเสนอลดภาษีที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสเมื่อเดือนธันวาคม แต่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในการต่อสู้ภายในกับฝ่ายที่เสนอนโยบายปกป้องทางการค้า เมื่อทรัมป์เดินหน้าแผนขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม กระนั้น ทำเนียบขาวปฏิเสธกระแสคาดเดาที่ว่า โคห์นลาออกเพื่อประท้วงนโยบายการค้าที่ก้าวร้าวมากขึ้นของทรัมป์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยังไม่แสดงท่าทีว่าเขาจะโอนอ่อนต่อเสียงคัดค้านภายในพรรครีพับลิกัน ไม่นานก่อนคำประกาศลาออกของโคห์น ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เขาได้รับเลือกตั้งมาเพื่อปกป้องแรงงานและอุตสาหกรรมของอเมริกา ที่ถูกทำร้ายมานานหลายปีเพราะนโยบายการค้าที่ไม่ยุติธรรม &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผนอันดุดันของทรัมป์ที่ต้องการลงโทษประเทศที่เขากล่าวอ้างว่าเอาเปรียบสหรัฐ ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% ได้ทำให้ประเทศคู่ค้าของสหรัฐ ทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง โกรธเคืองไม่ต่างกัน แม้แต่อุตสาหกรรมรถยนต์ของสหรัฐ หรือบริษัทที่พึ่งพาวัตถุดิบเหล่านี้และการค้าขายอย่างเสรี ก็พากันสะดุ้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศอย่างมุทะลุของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วทำให้เจ้าหน้าที่หลายคนในรัฐบาลตั้งตัวไม่ติด เนื่องจากการทบทวนด้านกฎหมายยังไม่เสร็จเรียบร้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังข่าวการลาออกของโคห์นแพร่สะพัด มีกระแสข่าวว่า เสียงของอดีตผู้บริหารของโกลด์แมนแซคส์วัย 57 ปีรายนี้โดนฝ่ายที่สนับสนุนการปกป้องทางการค้ากลบเสียมิด ไม่ว่าปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาทางการค้า หรือวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ทวีตว่า เขาจะแต่งตั้งที่ปรึกษาเศรษฐกิจคนใหม่โดยเร็ว และว่า มีคนอีกมากต้องการทำหน้าที่นี้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษีเหล็ก, ที่ปรึกษาเศรษฐกิจ, ลาออก, สหรัฐ, แกรี โคห์น, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180307/image_big_5a9fde5759330.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4366</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2018 00:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2018 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังต้องตามลุ้น ‘ทรัมป์’  เคาะภาษีเหล็ก-อลูมิเนียม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวันชัย วราวิทย์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ขณะนี้ นายโดนัลด ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียนที่นำเข้าจากทั่วโลก รวมถึงไทย แต่อยู่ระหว่างการพิจารณาตามที่กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเสนอ คาดว่า จะประกาศได้อย่างเป็นทางการภายในเดือนเม.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;quot;ตามกฎหมายของสหรัฐฯ หลังจากกระทรวงพาณิชย์ เปิดไต่สวนภายใต้มาตรา 232 ตามกฎหมายการค้า ที่ว่าด้วยการปกป้องการนำเข้าสินค้า ที่ก่อให้เกิดความไม่มั่นคง หรือเป็นภัยคุกคามต่อชาติ และเสนอให้ประธานาธิบดีใช้มาตรการขึ้นภาษี และกำหนดโควตานำเข้ากับสินค้าเหล็ก และอลูมิเนียมนำเข้า โดยจะใช้เวลาพิจารณา 90 วัน คาดว่า จะประกาศผลการพิจารณาสำหรับสินค้าเหล็กภายในวันที่ 11 เม.ย.นี้ และสินค้าอลูมิเนียม ภายในวันที่ 19 เม.ย.นี้&amp;quot; นายวันชัย กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว โดยระบุว่า สหรัฐจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% ในสัปดาห์นี้ เพื่อที่จะปกป้องภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่างไรก็ดี ปธน.ทรัมป์ทวีตข้อความยส่งสัญญาณว่า สหรัฐอาจยกเลิกการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียม อย่างน้อยที่สุดสำหรับแคนาดาและเม็กซิโก หากมีการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (NAFTA) ที่เป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4366</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึนภาษี, ขึ้นภาษีอะลูมิเนียม, ขึ้นภาษีเหล็ก, ทรัมป์, ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา, ลุ้น, สหรัฐอเมริกา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180306/image_big_5a9d78c9c4b44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4259</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2018 20:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2018 20:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนไม่อยากทำสงครามการค้า แต่ลั่นพร้อมตอบโต้สหรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลจีนยันไม่อยากทำสงครามการค้า แต่เตือนสหรัฐ จีนพร้อมตอบโต้หากสหรัฐสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของจีน ปลุกความวิตกสงครามการค้าหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;โรงงานผลิตเหล็กเปาสตีลของจีน ที่นครเซี่ยงไฮ้ แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มีนาคม 2561 ว่า นับแต่ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศไว้เมื่อวันพฤหัสบดี ว่ารัฐบาลของเขาเตรียมจะขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียม ก็มีประเทศผู้ผลิตสินค้า 2 ชนิดนี้หลายประเทศขู่จะใช้มาตรการตอบโต้สหรัฐ แต่จีน ซึ่งเป็นคู่แข่งทางการค้ารายใหญ่ของสหรัฐ กลับไม่ได้กล่าวเตือนถึงการตอบโต้ใดๆ จนกระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จางเย่ซุย โฆษกสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติจีน (เอ็นพีซี) กล่าวระหว่างการแถลงข่าวที่กรุงปักกิ่ง หนึ่งวันก่อนหน้าที่เอ็นพีซีจะเป็นประชุมในวันจันทร์ ว่า จีนไม่ได้ต้องการทำสงครามการค้ากับสหรัฐ แต่หากการดำเนินการของสหรัฐทำร้ายผลประโยชน์ของจีน จีนจะไม่นิ่งดูดาย และจะใช้มาตรการที่จำเป็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จางเตือนว่า นโยบายที่ตั้งขึ้นจากภาพความเข้าใจผิดๆ หรือการตัดสินผิดๆ จะทำร้ายความสัมพันธ์ และก่อผลลัพธ์ที่ไม่มีฝ่ายใดอยากเห็น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประกาศขึ้นภาษีของประธานาธิบดีสหรัฐขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ หลิวเฮ่อ ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจระดับสูงของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง เข้าพบเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีน ระหว่างการเยือนครั้งนี้ หลิวและเจ้าหน้าที่สหรัฐเห็นพ้องกันว่า จีนและสหรัฐควรจัดการแก้ไขข้อพิพาททางการค้าด้วยการร่วมมือกัน มากกว่าการเผชิญหน้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% ทรัมป์ไม่นำพาต่อคำข่มขู่ของประเทศอื่นๆ ในวันศุกร์เขายังคุยด้วยว่า &amp;quot;สงครามการค้าเป็นสิ่งดี และชนะได้ง่าย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี ทรัมป์มักกล่าวโจมตีจีนอย่างโกรธแค้นกรณีที่สหรัฐขาดดุลการค้าให้จีนอย่างมโหฬาร แต่จีนซึ่งเป็นผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดในโลก กลับส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมมายังสหรัฐน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;คนงานจีนตรวจสอบแผ่นอะลูมิเนียมที่โรงงานในมณฑลอานฮุย แฟ้มภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหล็กของจีนส่งมาขายสหรัฐคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของเหล็กที่สหรัฐนำเข้า ส่วนอะลูมิเนียมก็มีสัดส่วนเพียง 10% ในขณะที่ผู้ผลิตเหล็กประเทศอื่นๆ เช่น แคนาดา, บราซิล, เม็กซิโก, เกาหลีใต้ และตุรกี ต้องพึ่งพาตลาดสหรัฐมากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ หวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวไว้ว่า พฤติกรรมของอเมริกาที่คว่ำบาตรการส่งออกเหล็กและอะลูมิเนียมอย่างสมเหตุสมผลของประเทศอื่นๆ ด้วยการอ้างว่ากระทบต่อความมั่นคงแห่งชาตินั้น ไร้เหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเทศพันธมิตรของสหรัฐบางประเทศ เช่น แคนาดาและออสเตรเลีย คาดหวังว่าจะรอดพ้นมาตรการขึ้นภาษีของสหรัฐได้ สหพันธ์อุตสาหกรรมเกาหลีซึ่งเป็นกลุ่มล็อบบี้รายใหญ่ของเกาหลีใต้ ส่งจดหมายถึงสมาชิกรัฐสภาสหรัฐและเจ้าหน้าที่สหรัฐหลายคนเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อขอให้สหรัฐยกเว้นเกาหลีใต้เป็นกรณีพิเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าวไว้เมื่อวันศุกร์ถึงความเป็นไปได้ที่จะพิจารณายกเว้นให้เป็นรายประเทศไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออสเตรเลียเตือนไว้ว่า ความขัดแย้งทางการค้าอาจส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกหยุดชะงัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สตีฟ ซีโอโบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิยช์ออสเตรเลีย กล่าวกับสถานีสกายนิวส์ออสเตรเลียเมื่อวันอาทิตย์ว่า หากประเทศทั้งหลายยังคงกล่าวตอบโต้กันไปมา หรือถึงที่สุดคือการใช้มาตรการภาษีสินค้านำเข้าและส่งออกตอบโต้กัน การเติบโตทางเศรษฐกิจก็จะชะลอตัวลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันเสาร์ ทรัมป์ยังคงกล่าววาจาเขื่องโขอยู่เช่นเดิม โดยขู่ว่าสหรัฐอาจขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์จากสหภาพยุโรป (อียู) หากประเทศในยุโรปใช้มาตรการตอบโต้การขึ้นภาษีเหล็กของสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านั้น เมื่อวันศุกร์ ฌอง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวเตือนว่า อียูกำลังร่างมาตรการตอบโต้สินค้าหลายยี่ห้อของสหรัฐ เช่น ลีวายส์และฮาร์เลย์-เดวิดสัน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4259</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึนภาษี, ขึ้นภาษีอะลูมิเนียม, ขึ้นภาษีเหล็ก, จีน, สงครามการค้า, สหรัฐ, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180304/image_big_5a9bf86d25480.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4187</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2018 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2018 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทรัมป์&#039; ประกาศสงครามการค้า ขึ้นภาษีเหล็ก-อะลูมิเนียม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท้าทายเสียงวิจารณ์จากทั่วโลกภายหลังการประกาศขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมนำเข้าทำให้ตลาดหุ้นปั่นป่วน อ้างสงครามการค้า &amp;quot;ชนะได้ง่ายๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: right;&quot;&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภาพ AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มีนาคม 2561 ว่า คำกล่าวอย่างท้าทายของผู้นำระดับมหาเศรษฐีของอเมริการายนี้ เกิดขึ้นภายหลังคำประกาศขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมของเขาเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้ประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ไม่พอใจอย่างรุนแรง และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งลงถ้วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อความที่ทรัมป์ทวีตเมื่อวันศุกร์ กล่าวไว้ว่า เมื่อประเทศหนึ่ง (สหรัฐ) เสียเงินหลายพันล้านดอลลาร์ในการค้ากับทุกประเทศที่ทำการค้าด้วย สงครามการค้าจึงเป็นเรื่องดี และชนะได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อสหรัฐลดการค้าลง 1 แสนล้านดอลลาร์กับประเทศหนึ่ง แล้วพวกเขาเลิกค้าขายกับเราอีก เราก็ชนะ ง่ายๆ แค่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีข่าวลือมานานหลายสัปดาห์ว่ารัฐบาลสหรัฐมีความตั้งใจจะขึ้นภาษี และเมื่อวันพฤหัสบดี ทรัมป์ได้แสดงความชัดเจนด้วยการเปิดเผยว่าเขาจะเริ่มใช้มาตรการนี้ &amp;quot;สัปดาห์หน้า&amp;quot; เพื่อปกป้องผู้ผลิตสหรัฐ การขึ้นภาษีเหล็ก 25% และอะลูมิเนียม 10% นี้กระทบต่อวัสดุที่เป็นสายเลือดหล่อเลี้ยงภาคการก่อสร้างและอุตสาหกรรมในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำประกาศขึ้นภาษีของทรัมป์ครั้งนี้สร้างความโกรธเคืองแก่ชาติพันธมิตรของสหรัฐหลายชาติ ตั้งแต่ แคนาดา, สหภาพยุโรป (อียู), ออสเตรเลีย และเม็กซิโก รวมถึงจีนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฌ็อง-โคลด ยุงเคอร์ ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ประกาศว่า อียูจะไม่วางเฉยเมื่ออุตสาหกรรมของอียูได้รับผลกระทบจากมาตรการที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งทำให้การจ้างงานในยุโรปเกิดความเสี่ยง และอียูจะตอบโต้อย่างหนักแน่นเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แคนาดาและเยอรมนีต่างกล่าวถึงการขึ้นภาษีของสหรัฐว่า &amp;quot;ไม่อาจยอมรับได้&amp;quot; โดยซิกมาร์ กาเบรียล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเยอรมนี เรียกร้องให้ทรัมป์ทบทวนการตัดสินใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำสหรัฐรายนี้ขู่จะขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมมานานแล้ว โดยกล่าวหาประเทศผู้ผลิตทั้งหลายว่าทุ่มตลาด และใช้การปฏิบัติทางการค้าที่ &amp;quot;ไม่ยุติธรรม&amp;quot; เขาวิจารณ์จีนเป็นการเฉพาะ ถึงแม้ว่าเหล็กและอะลูมิเนียมจากจีนจะคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1% ของสินค้าทั้งหมดที่จีนส่งออกมายังสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ รัฐบาลจีนเรียกร้องให้สหรัฐ &amp;quot;ใช้ความอดกลั้น&amp;quot; และเคารพต่อกฎการค้าระหว่างประเทศ หัวชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า หากทุกประเทศทำตามอย่างสหรัฐ ก็จะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อระเบียบการค้าระหว่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในสหรัฐเองก็มีเสียงวิจารณ์การตัดสินใจของเขาเช่นกัน ไม่เว้นแม้แต่ภายในทำเนียบขาวและพรรครีพับลิกัน อุตสาหกรรมผลิตรถยนต์, น้ำมัน และก๊าซ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เตือนว่ามาตรการนี้จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น และทำให้เกิดการตอบโต้ที่กระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐเอง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4187</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นภาษีเหล็ก, สงครามการค้า, สหรัฐ, อะลูมิเนียม, เหล็ก, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180302/image_big_5a99571115007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
