<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115024</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/08/2021 12:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/08/2021 12:44</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กพท.ประกาศ 29 จังหวัดแดงเข้ม ขึ้นเครื่องได้ ต้องมีเอกสารอะไรบ้าง   เริ่ม 1 ก.ย. 64</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
30 ส.ค.64- &amp;nbsp;เพจไทยรู้สู้โควิด เผยแพร่ ประเกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เกี่ยวกับมาตรการรองรับเพื่อเปิดเที่ยวบินโดยสารในประเทศได้พร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป โดยมีสาระสำคัญดังนี้ โดยการเดินทางด้วยเครื่องบินจะเป็นไปในรูปแบบระบบปิดซึ่งสามารถคัดกรองผู้โดยสารและสอดรับกับมาตรการของ ศบค. ผู้โดยสารสามารถเดินทางออกจากพื้นที่สีแดงเข้มได้ในต้นเดือนกันยายนนี้ โดยสาย2การบินจะดำเนินการตรวจสอบเอกสารเพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ของมาตรการการเข้าออกจังหวัดพื้นที่ปลายทาง ผู้ที่มีความจำเป็นต้องเดินทางสามารถตรวจสอบมาตรการของ แต่ละจังหวัดได้จาก https://www.moicovid.com/
เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อการเดินทาง (รายละเอียดตามมาตรการของแต่ละจังหวัด) สรุปได้ดังนี้
&amp;ndash; เอกสารยืนยันการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ หรือ
&amp;ndash; เอกสารแสดงผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 โดยวิธี RT-PCR หรือ Antigen Test Kit (ATK) หรือ
&amp;ndash; เอกสารที่แสดงถึงการได้รับการยกเว้น ตามที่จังหวัดปลายทางกำหนด เช่น ผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้วไม่เกิน 90 วัน ผู้ผ่านการกักตัวแล้ว หรือผู้โดยสารตามโครงการพื้นที่นำร่องเปิดประเทศ (Sandbox) เป็นต้น
สำหรับเอกสารยืนยันการได้รับวัคซีน ให้แสดงผลการฉีดวัคซีนที่ได้รับจากโรงพยาบาลหรืออาจใช้หลักฐานจากแอปพลิเคชันหมอพร้อมเพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนผู้ที่ต้องการตรวจหาการติดเชื้อ สามารถค้นหาสถานที่ตรวจได้จากเว็บไซต์ https://service.dmsc.moph.go.th/labscovid19/ ซึ่งจะมีรายชื่อห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรองและสามารถออกเอกสารที่สายการบินยอมรับ ซึ่งปัจจุบันสมาคมสายการบินกำลังดำเนินการร่วมกับผู้จัดทำแอปพลิเคชันหมอพร้อม เพื่อให้สามารถแสดงหลักฐานการดำเนินการทั้งหมดบนแอปพลิเคชัน หากดำเนินการเรียบร้อยแล้วจะสามารถนำมาใช้ประกอบการเดินทางได้
ทั้งนี้ มาตรการสำหรับจำนวนผู้โดยสารในเที่ยวบิน ให้มีผู้โดยสารได้ไม่เกินร้อยละ 75 ของขีดความสามารถในการรับผู้โดยสารของเครื่องบินที่ใช้ในเที่ยวบินนั้น ๆ และสายการบินจะพิจารณาการจัดที่นั่งในเครื่องบิน โดยคำนึงถึงมาตรการเว้นระยะห่าง แต่หากผู้โดยสารเดินทางมาด้วยกันสายการบินสามารถลดการเว้นระยะห่างได้แต่ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย
ที่มา : CAAT - The Civil Aviation Authority of Thailand
สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
#ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด19
#ศูนย์ข้อมูลCOVID19
#ฉีดวัคซีนหยุดเชื้อเพื่อชาติ #ไทยรู้สู้โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115024</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, 29จังหวัดแดงเข้ม, ขึ้นเครื่องบิน, สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c6e85bd13f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48567</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/10/2019 08:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/10/2019 08:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถาวร ลุย ปั้นสนามบินอัจฉริยะสแกนใบหน้าขึ้นเครื่อง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ต.ค.2562 นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาและผลักดันการใช้เทคโนโลยีสแกนใบหน้าในสนามบินเข้ามาใช้ภายในสนามบินภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งจะมีการตั้งคณะทำงานโดยมีทั้งจากกรมท่าอากาศยาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย เพื่อหาแนวทางในการเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ควบรวมข้อมูลของหน่วยงานความมั่นคงกับข้อมูลในการเดินทางผ่านสนามบินและข้อมูลด้านนักท่องเที่ยว นำไปสู่การเชื่อมโยงระบบในภาพกว้างที่สามารถแก้ปัญหาสนามบินแออัดไปพร้อมกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยว สร้างความประทับใจให้ผู้เดินทางเข้ามายังประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวรกล่าวต่อว่า ระบบสแกนใบหน้านั้นได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศกลุ่มยุโรปและทางฝั่งอเมริกาใต้ ซึ่งในภูมิภาคอาเซียนมีสนามบินสิงคโปร์สามารถทำได้ และรัฐบาลมาเลเซียกำลังศึกษา จึงเป็นโอกาสอันดีของประเทศไทยที่จะพัฒนาเทคโนโลยีแบบนี้เพื่อก้าวทันเพื่อนบ้านในอาเซียน เพราะประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ด้านการขนส่งสำคัญของภูมิภาคและของทวีปเอเชีย ซึ่งการสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนสามารถลดระยะเวลาในการเช็คอินลงได้ 50% ดังนั้นเมื่อนำระบบดังกล่าวมาใช้แล้ว คนไทยจะสามารถขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่ต้องใช้บัตรประชาชนอีกต่อไป เช่นเดียวกับนักท่องเที่ยวที่อาจจะไม่ต้องใช้พาสปอร์ตหากทำการบินในประเทศไทย ซึ่งระบบตรวจสอบจะมีการสแกนใบหน้าเพียงครั้งเดียวที่เคาน์เตอร์เช็คอินภายในสนามบิน จากนั้นสามารถเดินขึ้นเครื่องบินได้เลยโดยไม่ต้องมีการแสดงบัตรประชาชน พาสปอร์ต หรือ บอร์ดดิ้งพาสอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปัจจุบันกว่าจะขึ้นเครื่องบินอาจต้องแสดงบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตเกือบ 4 ครั้งต่อเที่ยวบิน อย่างไรก็ตามบริษัทเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญได้รายงานว่าในอนาคตสามารถพัฒนาไปถึงขั้น ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวไม่ต้องมาเช็คอินที่สนามบินเลย สามารถพิมพ์ตั๋วเครื่องบินและติดแท็กกระเป๋าเดินทางได้ตั้งแต่ที่โรงแรม หรือสถานที่เกี่ยวข้องที่ได้รับอนุญาต เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เดินทางมีจุดเช็คอินตามสถานที่ต่างๆโดยไม่จำเป็นต้องมาแออัดกันที่สนามบินอีกต่อไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายถาวร กล่าวว่าเทคโนโลยีสแกนใบหน้าเป็นเพียงหนึ่งในส่วนประกอบของแผนพัฒนาสนามบินอัจฉริยะ (Smart Airport) ทั่วประเทศ ซึ่งตนตั้งเป้านำร่องไว้ 5 แห่ง เน้นสนามบินที่มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เช่น สนามบินกระบี่ สนามบินสุราษฎร์ธานี สนามบินอุดรธานี สนามบินอุบลราชธานีและสนามบินขอนแก่น โดยในอนาคตจะมีการพัฒนาเทคโนโลยีครอบคลุมด้าน การเดินทาง ความปลอดภัยและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสาร ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมแผนดำเนินงานด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีสนามบิน นอกจากนี้ตนได้มอบนโยบายให้สนามบินทั้ง 5 แห่งดังกล่าวนั้นเร่งรัดการพัฒนาจุดพักรอเพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารที่เจอปัญหาเที่ยวบินดีเลย์และเป็นจุดพักผ่อนให้กับคนที่รอขึ้นเครื่องบิน ซึ่งแบ่งการพัฒนาเป็น 2 รูปแบบ คือ 1.ห้องนอนสำหรับผู้โดยสารที่รอขึ้นเครื่อง 2.สถานที่นั่งพักผ่อนและทำงานชั่วคราวแบบ co-working space&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48567</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงคมนาคม, ขึ้นเครื่องบิน, ถาวร เสนเนียม, สแกนใบหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191010/image_big_5d9f096c0651b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
