<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>37126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2019 13:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2019 13:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธปท.” แจงไทยไม่ติดบัญชีดำมะกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค. 62 - นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เผยแพร่รายงาน 9 ประเทศคู่ค้า ที่ถูกจับตามองในเรื่องการแทรกแซงค่าเงิน โดยไม่มีรายชื่อของประเทศไทยในบัญชีที่ถูกจับตามองนั้น สะท้อนให้เห็นว่าในการหารือร่วมกันระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา มีความเข้าใจกันดี ว่า ประเทศไทยไม่ได้แทรกแซงค่าเงิน เพื่อหวังการได้เปรียบทางการค้ากับสหรัฐฯ แต่อย่างใดแต่เป็นความจำเป็นที่ ธปท.จะต้องดูแลความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน และเสถียรภาพระบบการเงิน

&amp;ldquo;ไทยเองยังไม่สามารถไว้วางใจได้ ยังต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะสหรัฐฯ ได้มีการปรับหลักเกณฑ์ในพิจารณาการขึ้นบัญชีประเทศที่บิดเบือนค่าเงินใหม่ในหลายเกณฑ์ ซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น และติดตามประเทศคู่ค้าอย่างใกล้ชิด เพราะการแข่งขันการค้าโลกเข้มข้นมากขึ้น&amp;rdquo; นายวิรไท กล่าว

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ค.2562 กระทรวงคลังสหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานรอบครึ่งปีโดยระบุชื่อประเทศคู่ค้าเพิ่มขึ้นมาเป็น 9 ประเทศจากเดิม 6 ประเทศ ที่ถูกจับตามองในเรื่องการแทรกแซงค่าเงิน ได้แก่ จีน เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไอร์แลนด์ อิตาลี มาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ไว้ในรายชื่อประเทศที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37126</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นแบล็กลิสต์, ประเทศสหรัฐอเมริกา, วิรไท สันติประภพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180723/image_big_5b55e8cbdef87.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/10/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/10/2018 09:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อื้อหือ!&#039;โบว์อยากเลือกตั้ง&#039;ขึ้นแบล็กลิสต์&#039;ดอน&#039;ไม่ขอร่วมโต๊ะกินข้าวด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ต.ค.61-นางสาวณัฏฐา มหัทธนา หรือ &amp;quot;โบว์&amp;quot; แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Bow Nuttaa Mahattana ระบุว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...ในใจโบว์นี่จะมีลิสท์สั้นๆอันหนึ่งอยู่ เป็นคนที่ถ้าบังเอิญมีเหตุที่ให้ต้องนั่งโต๊ะอาหารร่วมกัน เราจะขอปฏิเสธ หนึ่งในสองคนนั้นคือคุณดอน ซึ่งไม่ใช่ลิสท์คนที่เลวที่สุดหรืออะไรนะ แต่เป็นคนที่เราคิดว่าไม่สามารถนั่งทานข้าวด้วยได้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20677</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นแบล็กลิสต์, ดอน ปรมัตถ์วินัย, โบว์ ณัฏฐา, โบว์ อยากเลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181025/image_big_5bd12c1dc9888.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังขึ้นแบล็กลิสต์10ทุนหมุนเวียนไร้ประสิทธิภาพ จ่อถูกยุบทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังขึ้นแบล็กลิสต์10 ทุนหมุนเวียนไม่ผ่านการประเมิน พร้อมจี้กรมบัญชีกลางเข้าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ขู่หาก 3 ปียังนิ่งลุยยุบทิ้งทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยภายหลังพิธีมอบรางวัลทุนหมุนเวียนดีเด่น ปี 2561 ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ปัจจุบันมีทุนหมุนเวียนอยู่ทั้งหมด 115 แห่ง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารงานของรัฐบาล ลดข้อจำกัดจากการใช้งบประมาณปกติ ที่จะต้องมีความชัดเจน ซึ่งการบริหารงานบางเรื่อง ไม่สามารถระบุงบประมาณจัดสรรที่ชัดเจนได้ ทำให้ไม่สามารถตั้งงบได้ในช่วงระหว่างการจัดทำงบในแต่ละปี เช่น กองทุนให้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จึงจำเป็นต้องมีทุนหมุนเวียนเข้ามาช่วยดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทุนหมุนเวียนแต่ละแห่งมีการใช้เงินต่างกัน บางแห่งได้รับการจัดสรรงบประมาณ บางแห่งก็สามารถหารายได้บริหารกองทุนด้วยตัวเอง ซึ่งในอดีตแต่ละกองทุนก็ต่างคนต่างทำงาน แต่หลังจากที่ พ.ร.บ.ทุนหมุนเวียน มีผลบังคับใช้ในปีที่ผ่านมา ก็มีการจัดระเบียนทุนหมุนเวียนทุกแห่งให้มาขึ้นกับ คณะกรรมการทุนหมุนเวียน ซึ่งมีการกำหนดระเบียบ วิธีการปฏิบัติ การตรวจสอบ ระบบบัญชี ที่ทุกกองทุนจะต้องมีแนวปฏิบัติเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ คณะกรรมการต้องรับผิดชอบการจัดตั้งทุนหมุนเวียนใหม่ๆ ซึ่งก็ต้องดูความเหมาะสม หลักการจัดตั้งต้องไม่เป็นภารกิจที่หน่วยงานราชการปกติดำเนินการอยู่ หรือ ไม่ทำงานซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่มีอยู่เดิม หากคณะกรรมการเห็นชอบก็จะต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ ขณะเดียวกันคณะกรรมการก็ต้องประเมินผลทุนหมุนเวียนทุกปี ซึ่งในปีที่ผ่านมา มี 10 แห่งที่ไม่ผ่านการประเมิน ซึ่งคณะกรรมการทุนหมุนเวียนได้สั่งการให้กรมบัญชีกลาง เข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ หากไม่ผ่านการประเมินติดกัน 3 ปี ก็จะต้องมีการยุบทุนหมุนเวียนนั้นทิ้งไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปัจจุบันทุนหมุนเวียน 115 แห่ง มีทุนหมุนเวียนรวมกว่า 3 ล้านล้านบาท โดย พ.ร.บ.ทุนหมุนเวียนก็มีการกำหนดเพดานทุนสูงสุดในแต่ละแห่งเพื่อให้เพียงพอใช้ดำเนินการในแต่ละปี ส่วนที่เกินก็ต้องนำส่งคลังคืน เพื่อไปใช้ในโครงการอื่น เนื่องจากรัฐบาลมีความจำเป็นเพราะยังเป็นการทำงบประมาณแบบขาดดุลอยู่ อีกทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาไม่ให้ทุนหมุนเวียนบางแห่งที่มีเงินเหลือก็นำไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย&amp;rdquo; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ในปีนี้รางวัลผลการดำเนินงานดีเด่น เป็นรางวัลสำหรับทุนหมุนเวียนที่มีผลการดำเนินงานโดยรวมดีเด่น มีจำนวน 4 ทุน ได้แก่ 1.กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2.เงินทุนหมุนเวียนการบริหารจัดการเหรียญกษาปณ์ ทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน และการทำของ 3.กองทุนบริหารเงินกู้เพื่อการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนาตลาดตราสารหนี้ในประเทศ และ 4.กองทุนการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขึ้นแบล็กลิสต์, ทุนหมุนเวียน, รมว.การคลัง, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
