<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118519</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/10/2021 11:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/10/2021 11:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039; เสนอรัฐบาลขุดแม่น้ำสายใหม่ แก้ปัญหาน้ำท่วมยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ต.ค.64 - นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว ข้อความว่า &amp;nbsp;ผมอยากจะรื้อฟื้นความจำ เมื่อวันที่12 พฤศจิกายน 2554 หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ผมได้เสนอญัตติ และอภิปรายในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร &amp;nbsp;เรื่องการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยการเสนอโครงการขุดคลอง หรือแม่น้ำสายใหม่ จากปากน้ำโพ จังหวัดนครสวรรค์ มาลงอ่าวไทย ที่อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยการเวนคืนที่ดินกว้าง 1 กิโลเมตร &amp;nbsp;เพื่อทำคลองระบายน้ำ กว้าง 300 เมตร และมีพื้นที่2ข้างคลอง กว้าง 100 - 350 เมตร เพื่อพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เพื่อนำรายได้มาลงทุนในโครงการนี้ สามารถก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีตและมีประตูน้ำ ควบคุมการระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเทพไท ระบุว่า ถ้ามีการก่อสร้างโครงการนี้ได้สำเร็จ ก็จะก่อให้เกิดประโยชน์ 6 ด้านคือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.เป็นคลองระบายน้ำที่มีศักยภาพสูง แก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และกรุงเทพมหานครได้อย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เป็นเมกะโปรเจค ก่อให้เกิดการสร้างงานอย่างมหาศาล เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมีเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมาก มีการจ้างงานในทุกสาขาอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.จะเป็นแหล่งน้ำสำคัญ เพื่อใช้สำหรับการอุปโภคบริโภค และใช้ประโยชน์ในด้านการเกษตร ร่วมกับกรมชลประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4.เป็นเส้นทางขนส่งทางน้ำ ที่มีประสิทธิภาพ ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า การลำเลียงขนส่งผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อมาส่งสินค้าที่ท่าเรือแหลมฉบัง ได้สะดวกมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5.ถ้ามีงบประมาณเพียงพอ สามารถก่อสร้างเป็นคลองคอนกรีต ก็จะปรับใช้เป็นถนนกว้างขนาด 20 ช่องจราจร ในช่วงหน้าแล้งได้
&amp;nbsp;
6.สามารถพัฒนาพื้นที่2ข้างแม่น้ำสายใหม่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ พัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้านอสังหาริมทรัพย์ ส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และสร้างทัศนียภาพ เป็นจุดแลนด์มาร์คระดับประเทศได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถ้าโครงการเกิดขึ้นได้จริง เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขอเสนอให้รัฐบาลกราบบังคมทูลขอพระบรมราชานุญาตใช้พระนามเป็นชื่อคลอง เพื่อใช้เรียกชื่อว่า คลองภูมิพล หรือแม่น้ำภูมิพล เพื่อเป็นสิริมงคลของประเทศ ผมจึงขอเสนอแนวความคิดนี้ ต่อรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกครั้งหนึ่ง และเชื่อว่า ถ้าโครงการนี้มีความสำเร็จ จะสร้างคุณูปการให้กับประเทศชาติอย่างใหญ่หลวงมากที่สุด&amp;rdquo; นายเทพไท ระบุ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118519</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดคลอง, เทพไท เสนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210906/image_big_6135740379a3d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2020 17:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2020 17:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทึ่ง! หนุ่มสงขลาใช้เวลา 17 ปีขุดคลองกลางป่าพรุ ชาวบ้านได้เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก จับปลา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทึ่ง! หนุ่มวัย 41 ปี ใช้เวลา 17 ปี ขุดคลองด้วยมือเปล่ากลางป่าพรุน้ำน้อย ความยาวประมาณ1 กิโลเมตร จนกลายเป็นหนึ่งในคลองที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ให้ชาวบ้านใช้เลี้ยงสัตว์ ปลูกผักบุ้ง และหาปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มี.ค.63 - ที่จังหวัดสงขลา มีเรื่องราวน่าทึ่งของชายคนหนึ่งที่ลงแรงขุดคลองด้วยมือเปล่าความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นเวลานาน 17 ปี ปัจจุบันกลายเป็นที่ทำมาหากินและใช้ประโยชน์ของชาวบ้านทั้งให้ควายกินน้ำ ปลูกผักบุ้งและหาปลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชายคนนี้ชื่อ นายจิระศักดิ์ มีสวน อายุ 41 ปี เป็นชาวบ้านในพื้นที่หมู่ 2 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีอาชีพเลี้ยงควายอยู่ในพื้นที่ทุ่งพรุน้ำน้อย หมู่ 2 ต.น้ำน้อย ซึ่งเป็นทุ่งพรุและซับน้ำที่ใหญ่ที่สุดของอ.หาดใหญ่ เนื้อที่กว่า 5,000 ไร่ และมีคลองอยู่สายหนึ่ง ซึ่งเป็นคลองเล็กๆ กลางทุ่งพรุความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร โดยนายจิระศักดิ์ เป็นผู้ลงทุนลงแรงขุดด้วยมือเปล่าโดยใช้พลั่วเพียงอันเดียวเป็นเครื่องมือทุ่นแรง คลองมีความกว้างประมาณ 10 เมตร ลึกประมาณ 1 เมตร ปัจจุบันมีน้ำขังตลอดทั้งปีและชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ปลูกผักบุ้ง หาปลา และควายได้กินน้ำในคลองเล็กๆสายนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิระศักดิ์ เล่าถึงความเป็นมาของคลองที่ตนได้ใช้มือเปล่าขุดขึ้นมาเพียงคนเดียวตลอดระยะเวลา 17 ปี ว่า มีอาชีพเลี้ยงควายอยู่ในทุ่งพรุน้ำน้อยมาทั้งชีวิต เรียกว่าใช้ชีวิตตั้งแต่ตะวันขึ้นจนถึงตะวันตกดินอยู่ที่พรุแห่งนี้มาเกือบทั้งชีวิต และเริ่มลงมือขุดคลองมาเมื่อประมาณปี 2546 เพื่อเชื่อมต่อกับคลองตันและคลองขุด ซึ่งเป็นคลองสายหลักของทุ่งพรุน้ำน้อย และใช้เวลาว่างจากการเลี้ยงควายขุดมาเรื่อยๆตลอดระยะเวลา 17 ปี กระทั่งในปัจจุบนกลายเป็นคลองที่อยู่กลางทุ่งพรุน้ำน้อยที่ใช้เลี้ยงควาย ปลูกผักบุ้ง และชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จนถึงขณะนี้ตนก็ยังขุดลอกคลองแห่งนี้ในช่วงที่คลองตื้นเขินเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ตลอดทั้งปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจีระศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันคลองที่ตนขุดขึ้นมาเริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำเค็มเอ่อล้นจากทะเลสาบสงขลา ทำให้น้ำในคลองเค็ม ผักบุ้ง บัว และหญ้าเหี่ยวเฉาตายและควายก็ไม่สามารถกินน้ำได้ แม้ว่าจะเกิดขึ้นทุกปีแต่ปีนี้มาเร็วจนตั้งรับไม่ทันและเกิดขึ้นยาวนาน ล่าสุดทางอำเภอหาดใหญ่ได้ลงพื้นที่เพื่อหาทางแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อให้สัตว์เลี้ยงมีน้ำกิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58774</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดคลอง, จังหวัดสงขลา, ทะเลสาบสงขลา, ทุ่งพรุน้ำน้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200303/image_big_5e5e2c0f8bc4f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5721</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/03/2018 21:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/03/2018 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คาบสมุทรไทยในอดีต : แง่คิดสำหรับอนาคต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;25&amp;nbsp; มี.ค. 61 - ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์&amp;nbsp; เผยแพร่บทความเรื่อง &amp;ldquo;คาบสมุทรไทยในอดีต: แง่คิดสำหรับอนาคต&amp;rdquo; ผ่านเพจเฟซบุ๊ก เอนก เหล่าธรรมทัศน์ AnekLaothamatas&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาใครมาชวนให้ไทยเราขุดคลองเชื่อมสองสมุทรทางภาคใต้ เรามักจะประหวั่น เกรงว่าจะทำอะไรใหญ่เกินตัว เกรงว่าจะเปิดอ่าวไทยอันแสนสุขให้เป็นเส้นทางเดินเรือใหญ่ของโลก เกรงว่าประเทศที่เคยสงบปลอดภัย จะถลำเข้าไปสู่อันตราย เกรงว่าจะเป็นการสุ่มเสี่ยงให้มหาอำนาจเข้ามาคุมคลองสำคัญนั้น ในภาวะแห่งความเกรง ประหวั่น วิตกเช่นว่านี้ ผมอยากคิดสวนทางเสียเลยว่า จิตวิญญาณสยามเรานั้นไม่ใช่ชาติปิด ชาติตั้งรับ หรือ เป็นชาติเล็ก หากจริงๆ แล้วยิ่งใหญ่ไม่น้อยมาแต่อดีต และเกินกว่าที่ลูกหลานปัจจุบันจะคิดได้ สยามไม่ใช่เป็นเพียงอาณาจักรที่ภาคตะวันออกและภาคใต้มีชายหาด หากเป็นชาติอำนาจที่สันทัดการค้าขายทางทะเลด้วย เป็นมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมืองหลวงของสยามนั้นทำไมจึงอยู่ที่อยุธยา ธนบุรี กรุงเทพ ? ตอบ ก็เพื่อจะคุมทะเลไงครับ ราชธานีเราไม่เพียงคุมคนคุมไพร่และคุมนาเท่านั้น ยังคุมทะเลด้วย มองเผินๆ คือ คุมอ่าวไทย แต่มองให้ลึกกว่านั้น คุมทะเลอันดามันด้วย จากอ่าวไทย ที่อยู่ใต้อยุธยาไม่มากนั้น อยุธยาย่อมค้าขายและแลกเปลี่ยนอารยธรรมกับจีนได้อย่างสะดวก และจากทะเลอันดามัน ผ่านเมืองทวาย มะริด ตะนาวศรี นั้น อยุธยาก็ย่อมแลกเปลี่ยนสินค้ากับฝรั่ง เปอร์เซีย อาหรับ และ อินเดีย ได้ พร้อมทั้งรับศาสนาพราหมณ์และพุทธจากอินเดียด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยาม ต่างจากไทยขณะนี้ รู้ดีว่าที่ตั้งของตนนั้นสำคัญยิ่งต่อการเดินทะเลที่จะเชื่อมโยงอินเดีย เปอร์เซีย และฝรั่ง เข้ากับ จีนญี่ปุ่น เกาหลี เมืองหลวงของเรานั้นอยู่ในวิสัยที่กุมคาบสมุทรไทยได้ทั้งแท่ง ตั้งแต่กุมทะวาย มะริด ตะนาวศรี ทางฝั่งอันดามัน เชื่อมเมืองเหล่านี้เข้ากับอยุธยา เพชรบุรี ประจวบฯ ทางอ่าวไทย ทั้งนี้ในอดีตนั้น มีบ่อยครั้งมากที่ทะวาย มะริด ตะนาวศรี ตกอยู่ในเขตไทย เป็นส่วนตะวันตกสุดของราชอาณาเขต ติดทะเลอันดามัน เหตุนี้อยุธยาจึงค้าขายกับอินเดียและดินแดนตะวันตกกว่านั้นก็ได้ ค้าขายกับเวียดนาม จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่อยู่ทางตะวันออก ก็ได้ ติดต่อกับต่างชาติทางทะเลได้สะดวกทั้งสองทาง เมืองหลวงซึ่งตั้งอยู่ภาคกลาง และกุมนากุมคนได้ ในขณะเดียวกันก็จะกุมสองทะเลสองสมุทรได้ไม่ยากด้วย และนี่ก็คือความยิ่งใหญ่ของราชธานีไทย ต่างไปมากจากราชธานีของดินแดนสุวรรณภูมิอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สยามเราเปิดสู่ทะเล-สมุทร อย่างเต็มภาคภูมิ หันหน้าสู่น่านนำ้ทั้งทิศตะวันตกและตะวันออก คุมคาบสมุทรไทยตั้งแต่ที่อยู่ภาคกลางรวมทะวาย มะริด ตะนาวศรี ลงไปจนถึงคาบสมุทรภาคใต้ บ่อยครั้งเรากุมได้ใต้ลงไปกว่าสตูล ปัตตานีเสียอีก กุมลงไปถึงมะลักกาก็เคยกุมมาแล้ว ซึ่งทั้งสองข้างของคาบสมุทรภาคใต้นั้นยังเป็นดินแดนของไทยอยู่หมดในทุกวันนี้ ในขณะที่ทะวาย มะริด ตะนาวศรี เมืองอันเคยเป็นดินแดนตะวันตกสุดของคาบสมุทรไทยในภาคกลางของเรา ทุกวันนี้กลับตกไปอยู่กับพม่า นี่เป็นเหตุให้เราคิดว่าคาบสมุทรไทยนั้น มีเฉพาะแต่ในภาคใต้ของไทย เราลืมกันไปทั้งชาติว่า ครั้งหนึ่ง ไม่นานนัก อยุธยาค้าขายทางทะเลกับต่างแดนผ่านฝั่งอันดามันได้ด้วย คือผู้คนและสินค้าที่ขึ้นบกที่เมืองทะวาย เดินทางหรือลำเลียงทางบกไม่ไกลก็ไปถึงอยุธยาได้ สินค้าและผู้โดยสารจากมะริดและตะนาวศรี ย่อมขนส่งและสัญจรทางบกผสมกับเดินเรือในอ่าวไทยขึ้นไปถึงอยุธยาได้เช่นกัน ค่อนข้างสะดวก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่อยู่ใต้อยุธยา กรุงธนฯ กรุงเทพฯ และเพชรบุรี ประจวบฯ ลงไปอีก คือดินแดนที่ทุกวันนี้เรียกคาบสมุทรภาคใต้ เราคุ้นเคย และ คิดกันว่ามีแต่ภาคใต้เท่านั้นที่เชื่อมสองทะเลสองมหาสมุทรได้ และอดเกรงว่าถ้าขุดคลองเมื่อไร จะแยกภาคใต้เป็นสอง อันอาจนำไปสู่การแยกดินแดน นี่เราคิดแบบ&amp;rdquo;รับ&amp;rdquo; คิดแบบ &amp;ldquo;ปิด&amp;rdquo; คิดว่าความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยจะเกิดได้ก็ด้วยการเลิกใช้คาบสมุทรเพื่อเชื่อมโลก ไม่กล้ามองไกลออกสู่ทะเลและสมุทร ไม่อยากจะใช้ทะเลและสมุทร อยากใช้แต่ชายหาด เปรียบได้กับเอาถุงดำมาคลุมศีรษะเสีย เพื่อไม่ให้เห็นใคร ที่ใหญ่ ที่น่ากลัว เสียก็แล้วกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากชาติทางทะเลสำคัญของสุวรรณภูมิ จากที่คุมได้และเข้าถึงสองมหาสมุทรสำคัญของโลกในศตวรรษนี้ เราไม่กล้าคิดขุดคลองเชื่อม จากชาติที่จะเป็นทางผ่านของสินค้าและพลังงานทางทะเลที่เวลานี้มีปริมาณที่สูงมากแห่งหนึ่งของโลก เชื่อมโยงการค้าตะวันตกกับตะวันออกของโลก ระหว่างจีนหมายเลขสองของโลกและญี่ปุ่นหมายเลขสามของโลก เข้ากับอินเดียปัจจุบันหมายเลขหกของโลก เรารอทำแต่รถไฟความเร็วสูงหรือความเร็วปานกลาง ซึ่งแน่นอนนั่นก็สำคัญ แต่อย่าลืมว่าการค้าของทั้งโลกนั้น 85 เปอร์เซนต์เป็นการค้าผ่านทะเลและมหาสมุทร แล้ว เราในทุกวันนี้จะไม่กล้าคิดทำคลองใหญ่เชื่อมสองสมุทรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ในขณะนี้ได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟังดูเหมือนเรื่อง&amp;rdquo;ขุดคลอง&amp;rdquo; เพื่อเชื่อมสมุทรนั้นเป็นเรื่องใหม่ หรือ การเป็นชาติอำนาจทางทะเลนั้นจะเป็นเรื่องใหม่ หามิได้ ครับ ขอย้ำเตือน สยามเราครั้งหนึ่ง ก่อนที่ฝรั่งอาณานิคมจะรุกเข้ามา เป็นชาติอำนาจทางทะเลที่สำคัญแห่งหนึ่งทีเดียว เราคิดขุดคลองกระมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์แล้ว อยุธยาเราคุมสองฝั่งคาบสมุทรไทยได้จนเกือบหมด ตั้งแต่ทะวาย-อยุธยา ลงมาถึง มะริด และตะนาวศรี-เพชรบุรี และประจวบ และ ลงมาเรื่อยๆ จนถึงสองฝั่งของคาบสมุทรภาคใต้ อันที่จริง การเดินทางหรือการขนข้าวของข้ามคาบสมุทรคือการคุมหรือเชื่อมต่อสองทะเลสองสมุทรของคนไทยแต่ดั้งเดิม และปัจจุบันนี้ จะเชื่อมต่อการเดินทะเลสองฝั่งด้วยการเชื่อมต่อทางบกอย่างแต่เดิมนั้น ก็ยังทำได้ พอได้ แต่การขุดคลองใหญ่สมัยใหม่ อาจจะไม่ใช่ขุดคลองเดียวเสียด้วย หรือขุด ที่เดียวเท่านั้น ก็ย่อมน่าคิด ย่อมน่าพยายาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ย่อมจะเป็นการคิดเชิง&amp;rdquo;รุก&amp;rdquo; ในทางภูมิ-รัฐประศาสนศาสตร์บ้าง หลังจากเอาแต่คิด&amp;rdquo;รับ&amp;rdquo; มาร่วมร้อยปี ทำอะไรเชิง&amp;rdquo;เปิด&amp;rdquo; กันเสียบ้าง หลังจากถูก&amp;rdquo;ปิดทะเล ปิดสมุทร &amp;rdquo;โดย &amp;ldquo;ฝรั่งอาณานิคม&amp;rdquo; มานาน จนทุกวันนี้ ชาติที่มีถึงสองทะเลและสองมหาสมุทรชาติชาตินี้ ก็ยังพึงพอใจกับการขนสินค้าประดามีใส่เข้าไปในเรือฟีดเดอร์ เพื่อทะยอยส่งต่อไปยังเรือเดินสมุทรใหญ่ที่สิงคโปร์ ถึงเวลาแล้วหรือยังครับ ที่เราจะหวลคิดถึงสยามแห่งอดีต อันยิ่งใหญ่ เร่งทำให้คาบสมุทรภาคใต้กลับมาเป็นทางสายใหญ่ของการเดินทะเลเอเชียและโลกอีกครั้งหนึ่ง เราจะไม่อาย &amp;ldquo;บรรพบุรุษ&amp;rdquo; กันเลยหรือ ที่แทบไม่ได้ใช้สองทะเล-สองมหาสมุทร และไม่ได้ใช้คาบสมุทรอันยาวเหยียดของเราในการเดินทะเลที่สำคัญเลย ทำไมลูกหลานสยามเราจึงพอใจใช้แค่หาดทรายชายทะเลเท่านั้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5721</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดคลอง, คอคอดกระ, ประวัติศาสตร์, ประวัติศาสตร์สยาม, สยาม, เอนก เหล่าธรรมทัศน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180325/image_big_5ab71958661c3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
