<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>54578</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลอดแผนเร่งด่วน2ระยะ รับมือสถานการณ์ภัยแล้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; นายกฯ ห่วงภัยแล้ง คลอดมาตรการเร่งด่วน 2 ระยะรับมือ มั่นใจน้ำกิน-น้ำใช้เพียงพอถึง มิ.ย. สั่งแจงให้ประชาชนรับรู้ มท.บี้ทุกจังหวัดเร่งขุดดินแลกน้ำแก้ปัญหา &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; ทุ่ม 3.1 พันล้านจ้างงานเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการแก้ปัญหาภัยแล้งว่า หลายคนอาจจะเข้าใจว่าการแก้ปัญหาภัยแล้งแก้ที่ปลายเหตุ ขอย้อนให้กลับไปดูว่าที่ต้นเหตุหรือการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนในการบริหารจัดการน้ำ ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาทำไปมากมายมหาศาล แต่ยังไม่ครบหรอก ตราบใดก็ตามถ้ายังไม่สมบูรณ์ทั้งระบบ จึงต้องมีแผนบริหารจัดการน้ำ 20 ปี ตอนนี้แผนมีหมดแล้ว เพียงแต่ว่าจะทำได้หรือไม่ได้ ปัญหาสำคัญคือการทำประชาพิจารณ์ แม้จะมีการเวนคืนที่ดินมาแล้วยังมีปัญหาเรื่องการเยียวยามาอีก ตอนนี้มีหลายโครงการที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของถนนที่มีปัญหา ที่ทำช้าเพราะเรื่องการเยียวยาต้องพิจารณาในมาตรการที่เหมาะสมในการดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.รัชดา&amp;nbsp;ธนาดิเรก&amp;nbsp;รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงเรื่องปัญหาภัยแล้ง&amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;โดย ครม.รับทราบสถานการณ์น้ำแล้งช่วงระหว่างวันที่&amp;nbsp;7-13&amp;nbsp;ม.ค.นี้&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่ภาคเหนือ&amp;nbsp;อีสาน และกลาง&amp;nbsp;18&amp;nbsp;จังหวัด&amp;nbsp;และเพื่อเป็นการดูแลประชาชนในช่วงภัยแล้ง&amp;nbsp;รัฐบาลมีแผนเฉพาะหน้าแบ่งเป็น&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ระยะ&amp;nbsp;คือ&amp;nbsp;ช่วงภัยแล้งเร่งด่วนเดือน ม.ค.-เม.ย.&amp;nbsp;เป็นช่วงที่แล้งมาก&amp;nbsp;จากนั้นเข้าสู่ช่วงฤดูฝนเดือน พ.ค.-ก.ค. ฉะนั้นรูปแบบการทำงานจะต้องตอบสนองการทำงาน&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ช่วงเวลา สนับสนุนมาตรการควบคุมการใช้น้ำเพื่อการเกษตร&amp;nbsp;ขอความร่วมมือจากเกษตรกรไม่ให้ปิดกั้นลำน้ำหรือสูบน้ำเข้าพื้นที่เพาะปลูก&amp;nbsp;เพื่อลดผลกระทบการขาดแคลนน้ำ&amp;nbsp;โดยมีการประสานกรมฝนหลวง&amp;nbsp;เพื่อให้ทำฝนหลวงตามสภาพภูมิอากาศที่เหมาะสม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp;การรับมือภัยแล้งปี 2563&amp;nbsp;แบ่งเป็นการดำเนินการบูรณาการหลายกระทรวง และในส่วนที่แต่ละกระทรวงรับผิดชอบ&amp;nbsp;ซึ่งประกอบด้วย 3,378 โครงการ&amp;nbsp;มีการขุดเจาะบ่อบาดาล&amp;nbsp;1,053&amp;nbsp;แห่ง การจัดหาแหล่งน้ำผิวดิน&amp;nbsp;การซ่อมแซมระบบประปา&amp;nbsp;ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งดำเนินการเรื่องการฟื้นฟูแหล่งน้ำ&amp;nbsp;ทั้งเล็ก&amp;nbsp;กลางใหญ่&amp;nbsp;ครอบคลุมพื้นที่&amp;nbsp;1.2&amp;nbsp;ล้านไร่&amp;nbsp;421&amp;nbsp;โครงการ&amp;nbsp;เพิ่มปริมาณน้ำได้&amp;nbsp;942&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;รวมถึงการเตรียมพร้อมปฏิบัติการฝนหลวง&amp;nbsp;25&amp;nbsp;ลุ่มน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกฯ ย้ำว่าอยากให้ประชาชนมั่นใจว่ารัฐบาลดูแลอย่างเต็มที่&amp;nbsp;พร้อมกำชับให้เกษตรกรติดตามสถานการณ์น้ำ&amp;nbsp;เพื่อเป็นประโยชน์ในการวางแผนการทำการเกษตร&amp;rdquo;&amp;nbsp;น.ส.รัชดาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบถึงสถานการณ์ภัยแล้ง ภายใต้การดำเนินงานของสำนักทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแลบูรณาการข้อมูลการบริหารจัดการน้ำ โดยนำโครงการของแต่ละหน่วยงานมาบูรณาการ มีทั้งแผนระยะกลางและระยะยาว 57 โครงการ ซึ่งมีการอนุมัติให้ดำเนินการไปแล้วในปี 2561-2562 จำนวน 18 โครงการ และอยู่ระหว่างดำเนินการที่คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2565-2566&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ นายกฯ สั่งการในที่ประชุมให้มีการบูรณาการงานต่างๆ และแถลงข่าวสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน รวมถึงให้ดูแลเป็นภารกิจหลักสำหรับปัญหาสถานการณ์น้ำเค็มที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาเริ่มดีขึ้น ขอให้ความมั่นใจว่าน้ำอุปโภคและบริโภคจะมีเพียงพอไปถึงเดือน มิ.ย.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการปลูกพืชช่วงภัยแล้งว่า ในส่วนของพืชที่ใช้น้ำน้อยยังสามารถปลูกได้ และในหลายพื้นที่ยังไม่มีปัญหาเรื่องขาดแคลนน้ำ เช่น ในลุ่มน้ำภาคตะวันตก ลุ่มน้ำแม่กลอง หรือภาคใต้ พืชที่ไม่สามารถปลูกได้คือพืชที่ใช้น้ำมาก เช่น ข้าว ในส่วนนี้เราจะขอความร่วมมือ ทั้งนี้ เรามีมาตรการคือ 1.ส่งเสริมให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และอายุสั้น และ 2.การจ้างงาน โดยกรมชลประทานวางแผนจ้างงานเกษตรกร ที่ไม่สามารถทำการเกษตร ซึ่งใช้งบประมาณ 3,100 ล้านบาท ซึ่งต้องทำงานบูรณาการในหลายภาคส่วนเพื่อแก้ปัญหา คิดว่าตอนนี้เป็นวิกฤติของประเทศ ทุกภาคส่วนต้องทำงานร่วมกัน อย่าคิดว่าเป็นปัญหาของใครคนใดคนหนึ่ง วันนี้ต้องช่วยกันคิดว่าจะผ่านปัญหาไปได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า นายกฯ ได้ให้แนวทางการดำเนินการแก้ไขปัญหาภัยแล้งในระยะเร่งด่วน ด้วยการขุดดินแลกน้ำ โดยใช้วัสดุมูลดินที่ได้จากการขุดลอกแหล่งน้ำธรรมชาติหรือแหล่งอื่นๆ ที่เหมาะสมเพื่อเป็นการบริหารจัดการวัสดุมูลดินให้เกิดประโยชน์ และเป็นการขุดบ่อเพื่อสร้างแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ ทั้งนี้ รมว.มหาดไทยได้มอบหมายให้สั่งการผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่พิจารณาดำเนินการขุดดินแลกน้ำตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่และสอดคล้องกับสถานการณ์ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง&amp;nbsp;สามารถแจ้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ หรือติดต่อสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.นครพนม สถานการณ์แม่น้ำโขงในพื้นที่ยังวิกฤติ ส่งผลให้ระดับน้ำโขงลดลงรวดเร็วกว่าทุกปี ล่าสุดอยู่ที่ระดับประมาณ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เมตร กระทบต่อลำน้ำสาขาสายหลัก ทั้งนี้ นายเกียรติศักดิ์ ผัดวัง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำเเละบำรุงรักษาน้ำก่ำ&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ทะเลสาบหนองหารได้ระบายน้ำออกเพื่อทำโครงการพัฒนา ตั้งเป้าที่ประมาณ&amp;nbsp;100&amp;nbsp;ล้านลูกบาศก์เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้ทยอยระบายน้ำลงมาสู่ลำน้ำก่ำ ซึ่งโครงการชลประทานน้ำก่ำได้วางแผนรับมือ เร่งกักน้ำที่หนองหารมีการระบายลงมาสู่น้ำโขงให้มากที่สุด คาดว่าจะเพียงพอในการระบายสู่ระบบชลประทาน ช่วยพื้นที่นาปรังไม่ต่ำกว่า&amp;nbsp;5,000-6,000&amp;nbsp;ไร่.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54578</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดดินแลกน้ำแก้ปัญหา, ภัยแล้ง, ม 3.1 พันล้านจ้างงานเกษตรกร, มาตรการเร่งด่วน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200114/image_big_5e1dcbf11ad97.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
