<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>63007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2020 14:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทส. เปิดจุดจ่าย “น้ำบาดาล” บริการฟรี ริมถนนสายหลัก 2 เส้นทาง จ.สุพรรณบุรี ส่วนอีก 22 แห่ง จะทยอยเปิดให้ครบในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดจ่ายน้ำบาดาล ให้บริการน้ำดื่มน้ำใช้ฟรีแก่ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายหลัก 2 เส้นทางในจังหวัดสุพรรณบุรี ณ บริเวณหน้าโรงเรียนศรีประจันต์ เมธีประมุข ถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท และหมวดทางหลวงดอนเจดีย์ ถนนอู่ยา-ดอนเจดีย์ คาดว่าอีก 22 แห่ง ที่กระจายตามถนนสายหลักทั่วประเทศจะแล้วเสร็จ และทยอยเปิดให้บริการจนครบ 24 แห่ง ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังประสบกับปัญหาต่างๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ควบคู่กับปัญหาไฟป่าและหมอกควัน แต่ปัญหาภัยแล้งก็ยังเป็นอีกหนึ่งปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้ความสำคัญและเร่งดำเนินการแก้ไข โดยเฉพาะกรมทรัพยากรน้ำบาดาลที่มีเจ้าหน้าที่อีกหลายชีวิตยังต้องปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย และจะต้องเร่งเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ภัยแล้งให้แก่ประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 2,029 แห่ง หรือ 2,228 บ่อ ขณะนี้ดำเนินการเจาะเสร็จสิ้นไปแล้วกว่า 1,190 บ่อ คิดเป็นร้อยละ 52 คงเหลืออีกประมาณ 1,038 บ่อ คิดเป็นร้อยละ 48 ทั้งนี้ หากดำเนินการ แล้วเสร็จทุกโครงการจะมีประชาชนได้รับประโยชน์ 298,872 ครัวเรือน พื้นที่ได้รับประโยชน์ 63,200 ไร่ และมีปริมาณน้ำรวม 206.54 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลจัดทำโครงการศึกษาสำรวจจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชนตามถนนสายหลักทั่วประเทศ จำนวน 24 แห่ง เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงแหล่งน้ำของประชาชน โดยก่อสร้างเป็นจุดจ่ายน้ำบาดาลบริการน้ำดื่มน้ำใช้ฟรีแก่ประชาชน รวมถึงจัดทำเป็นจุดประชาสัมพันธ์ให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของแหล่งน้ำบาดาลในพื้นที่ นำเสนอคุณค่าและความสำคัญของทรัพยากรน้ำบาดาลในภาพรวมที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยวันนี้ได้เปิด&amp;nbsp;&amp;nbsp; จุดจ่ายน้ำบาดาลที่จังหวัดสุพรรณบุรี 2 แห่งแรก คือ บริเวณหน้าโรงเรียนศรีประจันต์ เมธีประมุข ถนนสุพรรณบุรี-ชัยนาท และหมวดทางหลวงดอนเจดีย์ ถนนอู่ยา-ดอนเจดีย์ ก็รู้สึกดีใจแทนประชาชนในพื้นที่ รวมถึงประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายหลัก 2 เส้นทางนี้ จะมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้อย่างเพียงพอและไม่ขาดแคลนอีกต่อไป ส่วนจุดจ่ายน้ำอีก 22 แห่ง ที่กระจายตามถนนสายหลักทั่วประเทศจะแล้วเสร็จ และทยอยเปิดให้บริการจนครบ 24 แห่ง ภายในเดือนพฤษภาคม 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า โครงการศึกษาสำรวจจุดจ่ายน้ำบาดาลเพื่อประชาชนตามถนนสายหลักทั่วประเทศ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 1-12 ได้แก่ ลำปางและอุบลราชธานี เขตละ 1 แห่ง สระบุรี ขอนแก่น นครราชสีมา ตรัง กำแพงเพชร ราชบุรี ระยอง อุดรธานี และสงขลา เขตละ 2 แห่ง และเขตสุพรรณบุรี จำนวน 4 แห่ง โดยรูปแบบของโครงการฯ ประกอบด้วย บ่อน้ำบาดาล จำนวน 2 บ่อ แบ่งเป็นบ่อผลิต พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า จำนวน 1 บ่อ และมีบ่อสังเกตการณ์อีก 1 บ่อ บ่อผลิตจะสูบน้ำด้วยระบบพลังงานแสงอาทิตย์ มีหอถังเก็บน้ำความสูง 12 เมตร ความจุ 65 ลูกบาศก์เมตร พร้อมระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลด้วยวิธี Reverse Osmosis - RO หรือ Water Softener และมีจุดจ่ายน้ำบาดาลให้บริการฟรี โดยประชาชนสามารถ&amp;nbsp; นำภาชนะมารับน้ำบาดาลเพื่อนำกลับไปอุปโภคบริโภคได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชน&amp;nbsp; แบ่งเบาค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63007</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.), ขุดเจาะน้ำบาดาล, จ.สุพรรณบุรี, นายวราวุธ ศิลปอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200413/image_big_5e9415b13a42b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/04/2020 10:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/04/2020 10:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทสจ.พิษณุโลก เร่งขุดเจาะน้ำบาดาล บรรเทาภัยแล้งพื้นที่ อ.วัดโบสถ์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 เม.ย.63 -ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล ตามมติ ครม.7 มกราคม 2563 ได้อนุมัติงบกลาง เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น ปี 62ไปพลางก่อน สำหรับใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการโครงการปฎิบัติการแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63&amp;nbsp;โครงการสำรวจและพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อเสริมแหล่งน้ำดิบ ภายใต้โครงการปฏิบัติการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้งปี 62/63 &amp;nbsp;ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จำนวน 704 โครงการ งบประมาณ 832,000,000 ล้านบาท ตามนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.)จังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยนายเอกสิทธิ์ เมืองเปรม นายกอบต.คันโช้ง พร้อมคณะจนท.ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เดินทางไปตรวจดูการขุดเจาะน้ำบาดาล ที่หมู่ 3 บ้านห้วยเจียง ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ พิษณุโลก ซึ่งเป็น 1 ใน 13 แห่ง ที่ทรัพยากรน้ำบาดาลของสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิษณุโลก (ทสจ.)จังหวัดพิษณุโลก ได้รับงบประมาณมาขุดเจาะ หลังจากนั้นจะติดตามดูการขุดเจาะบาดาลต่อไปที่ อ.บางระกำ จำนวน 4 แห่ง อ.พรหมพิราม จำนวน 4 แห่ง อ.บางกระทุ่ม อ.เนินมะปราง อ.นครไทย อย่างละ 1 แห่ง และยังมีขุดเจาะที่บ้านห้วยสัก ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ 1 แห่ง กระทั่งครบทั้ง 13 แห่งของพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธีรัชสิทธิ์ วงศ์วาน ผอ.ทสจ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า มาติดตามการขุดเจาะบ่อบาดาลแก้ปัญหาภัยแล้งร่วมกับ อบต.คันโช้ง เพราะหลังขุดเจาะก็จะสร้างหอสูง(บอลลูน)เพื่อส่งมอบให้ อบต.คันโช้ง เป็นผู้บริหารจัดการต่อไป บริเวณนี้ขุดเจาะน้ำระดับความลึก 90 เมตร พบน้ำไหลด้วยปริมาตร 5 ลูกบาศก์เมตร ต่อ 1 ชั่วโมง ถือว่า มากพอ ที่ใช้อุปโภค-บริโภคอย่างเพียงพอในหมู่บ้านผ่านช่วงฤดูแล้งนี้แน่นอน ทราบว่าชาวบ้านหมู่ 3 พอใจเป็นอย่างยิ่ง จากนั้นจะเร่งเคลื่อนย้ายเครื่องจักรไปขุดเจาะน้ำบาดาลที่บ้านห้วยสัก ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์อีกจุด เพื่อรับมือภัยแล้งต่อไป เพราะคนจะขาดน้ำไม่ได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเป็นการเบื้องต้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62605</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดเจาะน้ำบาดาล, จังหวัดพิษณุโลก, สถานการณ์ภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200409/image_big_5e8e9ae7e7472.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43243</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/08/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แห่แก้‘ภัยแล้ง’ นายกฯสั่งด่วน อนุทินลงพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; ระดมกำลังแก้วิกฤติภัยแล้ง จ.สุรินทร์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง &amp;quot;รมช.เกษตรฯ&amp;quot; เร่งขุดเจาะน้ำบาดาลช่วยเหลือโรงพยาบาลสุรินทร์ พร้อมลงเมืองช้างติดตามสถานการณ์ 19 ส.ค.นี้ &amp;quot;อนุทิน&amp;quot; ควง &amp;quot;รมช.มหาดไทย&amp;quot; บินด่วนดูปัญหาจริงในพื้นที่ก่อนรายงาน ครม.อังคารนี้ กำชับ รพ.ทุกระดับทำแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 ส.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ภัยแล้งในจังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนน้ำของโรงพยาบาลจังหวัดสุรินทร์ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มีความห่วงใยอย่างมาก กำชับให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่ง พล.อ.ประวิตรได้มอบหมายหมายให้ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะที่กำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวอย่างกรมฝนหลวงฯ และกรมพัฒนาที่ดินเป็นผู้ดูแลแก้ปัญหานี้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางนฤมลกล่าวว่า เบื้องต้น ร.อ.ธรรมนัสได้ประสานกับผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาและแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยวันที่ 11 ส.ค. ทางหน่วยบัญชาการทหารพัฒนาได้สั่งให้ทำการขนย้ายเครื่องมือขุดเจาะน้ำบาดาลลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ เพื่อสำรวจและเตรียมการขุดเจาะให้ได้ผลสำเร็จ บริเวณอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าด้วยตัวเองในวันจันทร์ที่ 19 ส.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ร.อ.ธรรมนัสก็จะลงพื้นที่ไปสั่งการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ในวันพุธที่ 14 ส.ค.นี้ โดยจะขอลาประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพื่อไปปฏิบัติภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนตามที่ได้รับมอบหมาย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำภายในอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงแห้งเหือดจนเห็นเสาประภาคาร อาคารสูบน้ำประปาหล่อเลี้ยงคนเมืองสุรินทร์ น้ำประปาไม่ไหลมานานกว่า 1 สัปดาห์ และเป็นครั้งแรกในรอบ 41 ปี โดยมีต้นเหตุมาจากฝนที่ทิ้งช่วงมานานร่วม 2 เดือน ทำน้ำห้วยเสนงแห้งขอด จนต้องหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ เพื่อนำน้ำมาเติมอ่างห้วยเสนงผลิตน้ำประปา โดยได้ทำการสูบน้ำจากบ่อหินของเอกชนโรงโม่หินมุ่งเจริญ บ่อ 1 ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้ว จนระดับน้ำใกล้หมดแล้ว ซึ่งขณะนี้ชลประทานสุรินทร์ได้ทำการย้ายเครื่องสูบมาติดตั้งที่บ่อเหมืองหินมุ่งเจริญบ่อที่ 2 ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 150 ไร่ ปริมาณน้ำประมาณ 3 ล้าน ลบ.ม. คาดใช้เวลาอีก 2 วัน จึงจะติดตั้งเสร็จและเริ่มสูบน้ำไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยเสนงต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (รมว.สธ.) พร้อมด้วยนายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (รมช.มหาดไทย) ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ รวมทั้งตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสุรินทร์ ซึ่งประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ลงพื้นที่มาตรวจสภาพภัยแล้งและแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำ ก่อนที่จะนำไปรายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้ ซึ่งนายกฯ มีแผนจะลงพื้นที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 19 ส.ค.62
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมกับ รมช.มหาดไทย ที่กำกับการทำงานประปาภูมิภาค อยากเห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง ช่วยแก้ไขปัญหาช่วยประชาชนก่อนจะนำไปรายงาน ครม. ซึ่งปัญหาภัยแล้งมีมานานเหมือนเป็นเพื่อนเก่า เราต้องรับมือปัญหาอย่างมีสติ จากนี้เราต้องหาวิธีการคาดการณ์และบริหารสถานการณ์ให้ดี เพื่อผ่านวิกฤติภัยแล้งให้ได้ ที่สำคัญทุกคนต้องร่วมมือกันใช้น้ำอย่างประหยัดด้วย&amp;rdquo; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งในครั้งนี้ได้รับรายงานจากหน่วยราชการและผู้แทนราษฎรว่าเกินกำลังของหน่วยงานท้องถิ่น รัฐบาลจึงได้เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการทำงานร่วมกัน โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย หน่วยทหาร ภาคเอกชน รวมทั้งนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมจะส่งทีมขุดเจาะน้ำบาดาลทันที&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้สั่งการให้โรงพยาบาลทุกระดับมีแผนบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งการสำรองน้ำ สำรวจแหล่งน้ำสำรอง จัดเตรียมพร้อมทีมแพทย์ พยาบาล ยา เวชภัณฑ์ ป้องกันโรคที่มากับภัยแล้ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบปัญหา โดยขอความร่วมมือประชาชน ยึดหลักกินร้อน ใช้ช้อนกลาง หมั่นล้างมือ&amp;quot; รองนายกฯ และ รมว.สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ในช่วงวิกฤติภัยแล้งโรงพยาบาลได้รับสนับสนุนน้ำจากหน่วยงานต่างๆ อาทิ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ภาคเอกชน ทำให้มีน้ำใช้เพียงพอบริการผู้ป่วยในกิจกรรมที่จำเป็น ในการแก้ไขปัญหาระยะยาว ได้ประสานหน่วยทหารได้ช่วยขุดเจาะน้ำบาดาลในโรงพยาบาล 8 บ่อ แล้วเสร็จติดตั้งเครื่องกรองน้ำแล้ว 2 บ่อ คาดว่าจะขุดแล้วเสร็จทั้งหมดในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งจะผลิตน้ำได้ 8 แสนลิตรต่อวัน เพียงพอต่อการใช้น้ำใน 1 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แต่ละวันมีผู้ป่วยรับบริการแผนกผู้ป่วยนอกกว่า 1,700 คน ผู้ป่วยในวันละกว่า 800 คน มีบริการห้องผ่าตัด ฟอกไต ไอซียู มีความต้องการใช้น้ำวันละ 8 แสน-1 ล้านลิตร หลังเปิดวอร์รูมและประกาศมาตรการประหยัดน้ำ ลดการใช้น้ำลงได้ร้อยละ 40-50 เหลือวันละ 6 แสนลิตร ในส่วนน้ำดื่มต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่บริจาคมา จะได้นำไปแจกจ่ายผู้ป่วย ญาติและเจ้าหน้าที่ต่อไป&amp;quot; รองปลัด สธ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า กรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้เร่งลงพื้นที่ จ.สุรินทร์และบุรีรัมย์ โดยให้ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประสานงานใกล้ชิดกับปลัดกระทรวงสาธารณสุข เพื่อช่วยทุกโรงพยาบาลในพื้นที่หาแหล่งน้ำ และขุดเจาะน้ำบาดาลเพิ่มเติม โดยหาข้อมูลว่าโรงพยาบาลใดต้องการบ่อบาดาล ทส.จะเร่งส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจและขุดเจาะให้กับทุกโรงพยาบาลที่สาธารณสุขต้องการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการใช้น้ำอุปโภคบริโภคและความปลอดภัยของแต่ละโรงพยาบาลถือเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เดิม จ.สุรินทร์ใช้น้ำจากแหล่งน้ำ 2 แหล่ง คือชลประทานกับเอกชน เกษตรกรใช้น้ำจากแหล่งดังกล่าวมาก จึงได้สั่งการปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเร่งสำรวจในพื้นที่ จ.สุรินทร์ ว่าในแต่ละ อบต.นั้น มีศักยภาพเรื่องน้ำ มีต้นทุนน้ำใต้ดินมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีก็ให้รีบดำเนินการขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลทันที เพื่อช่วยเกษตรกรและชาวบ้าน เป็นคลัสเตอร์ๆ ไป 100-200 ไร่ ในแต่ละบ่อๆ ขุดตรงไหนได้เราจะเร่งขุดตามที่นายกรัฐมนตรีมีความเป็นห่วง&amp;quot; นายวราวุธกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.ทส.กล่าวว่า ปีนี้ภาคอีสานพบภัยแล้งหนัก และยังเป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานทำนาน้ำฝนเสียเป็นส่วนใหญ่จึงน่าห่วง ส่วนพื้นที่ภาคกลางก็มีปัญหามาก แต่ยังโชคดีที่ภาคกลางส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในเขตชลประทาน และมีแหล่งน้ำ มีลุ่มน้ำเจ้าพระยา จึงยังพอประทังไปได้ แต่ภาคอีสานเดือดร้อนหนักจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเร่งสำรวจขุดเจาะหาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อช่วยเกษตรกร เชื่อว่าน่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรได้ในระดับหนึ่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากภาวะขาดแคลนน้ำใน จ.สุรินทร์ เร่งจัดหาและแจกจ่ายน้ำอุปโภคบริโภคแก่ประชาชนเข้าถึงทุกครัวเรือน พร้อมนำน้ำไปเติมยังถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนรถบรรทุกน้ำไปรับน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงมาสนับสนุนการใช้น้ำของโรงพยาบาลสุรินทร์ อีกทั้งสนับสนุนเครื่องจักรกลสาธารณภัยในการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำ ขุดร่องชักน้ำดิบเข้าสู่ระบบการผลิตน้ำประปา เพื่อให้บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนให้ได้มากที่สุด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43243</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขุดเจาะน้ำบาดาล, ภัยแล้ง, วิกฤติภัยแล้ง, หนังสือพิมพ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190811/image_big_5d501e3c2c67c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
