<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>22017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2018 11:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2018 11:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปรับคนละ 5 แสน 3 จำเลย คดี &#039;ทัวร์ศูนย์เหรียญ&#039; หลอกซื้อสินค้าแพง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.61 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 58 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด, นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ &amp;nbsp;60 ปี กรรมการผู้จัดการ, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 27 ปี กรรมการผู้จัดการ กับพวกรวม 13 คน ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับค่าบริการ, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวกระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวหาประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรมจากนักท่องเที่ยว, ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต และฟอกเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยอัยการโจทก์ยื่นฟ้องคดีเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2559 ระบุพฤติการณ์สืบเนื่องเมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค. - 31 ส.ค. 2559 ต่อเนื่องกัน บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาโดยไม่มีค่าบริการ หรือที่เรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ จากนั้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ของจำเลย ให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คันรับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์ และผู้ขับขี่นำรถไปจอดให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด ซึ่งสินค้าภายในร้านมีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ทำให้เกิด การขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เกิดการแข่งขันเสรีทางการค้า ทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้มีข้อมูลการโอนเงินระหว่างบริษัทพวกจำเลยจำนวนมาก มีการอำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดยบริษัท โอเอ ทราน สปอร์ต จำกัด แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40 เปอร์เซ็นต์ ให้มัคคุเทศก์ 3-5 เปอร์เซ็นต์ มีพฤติกรรมเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน รวมมูลค่าความเสียหาย 98 ล้านบาทเศษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2560 ต่อมาโจทก์อุทธรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิดตามฟ้องในความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน เนื่องจากพยานโจทก์ที่เป็นข้าราชการที่มีหน้าที่โดยตรงเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ได้เบิกความให้ความเห็นแตกต่างกับพยานโจทก์ในส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำความผิดฐานอั้งยี่และฟอกเงิน ให้ยกฟ้องตามศาลชั้นต้น ส่วนความผิดตาม พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ ศาลเห็นว่ามีการขายสินค้าราคาสูง เป็นการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว เป็นความผิดตามฟ้อง จึงพิพากษาแก้ให้ปรับจำเลยที่ 1, 2 และ 13 คนละ 5 แสนบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22017</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขูดรีดนักท่องเที่ยว, คดีทัวร์ศูนย์เหรียญ, ธุรกิจท่องเที่ยว, นักท่องเที่ยวจีน, ฟอกเงิน, ศาลอาญา, ศาลอุทธรณ์, หลอกซื้อสินค้า, อั้งยี่ซ่องโจร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181115/image_big_5becf6bb72ba8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
