<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>87117</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2020 11:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2020 11:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจรวบ &#039;คิด สไปเดอร์แมน&#039; สิ้นฤทธิ์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.63 - พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.ภ.7 พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.น.9 และ พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 นำกำลังชุดสืบสวนเข้าตรวจค้นห้องพักในอาคารไม่มีชื่อ ถนนพระราม 2 ซอย 59 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.จับกุมตัว นายสมคิด หรือติ่ง แต้มงาม อายุ 33 ปี ชาว จ.ศรีสะเกษ ผู้ต้องหาเจ้าของฉายา &amp;ldquo;คิด สไปเดอร์แมน&amp;rdquo; ตามหมายจับศาลจังหวัดนครปฐม เลขที่ 307/2563 ลงวันที่ 16 ธ.ค.63 ข้อหาลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวได้พร้อมด้วยของกลางหลายรายการประกอด้วยพระเครื่องหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังราชวรวิหาร กทม.จำนวน 735 รายการ พระเครื่องวัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร จำนวน 12 รายการ พระเครื่องมูลนิธิสมเด็จพระพุฒาจารย์โตพรหมรังษี จ.นครราชสีมา จำนวน 168 รายการ พระเครื่องหลวงพ่อพูล วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม จำนวน 7 รายการ และ เงินสดที่ได้จากการงัดตู้บริจาควัดไผ่ล้อม อีก 4,553 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน นายสมคิด ยอมรับว่า เสพติดหนังแอคชั่นประเภทแต่งกายอำพรางโรยตัวเข้าโจรกรรมอย่างหนัก จนเมื่อต้นปี 2559 เคยถูกตำรวจฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.8 และสน.บางขุนเทียน ร่วมกันจับกุมตัวข้อหาลักทรัพย์ หลังตระเวนปีนฝ้าเพดานร้านขายโทรศัพท์จำนวน 11 แห่ง แล้วโรยตัวเข้าทำการโจรกรรมโทรศัพท์มือถือมาได้กว่า 200 เครื่อง จนได้ฉายาว่า &amp;quot;คิด สไปเดอร์แมน&amp;quot; ครั้งนั้นถูกศาลตัดสินจำคุก 8 เดือน และยังถูกอายัดตัวดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์ในท้องที่อื่นๆ ติดเพิ่มอีก 3 ปี เพิ่งพ้นโทษออกมาเมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา จากนั้นใช้เวลา 2 เดือนที่ได้รับอิสรภาพออกจากเรือนจำ ตระเวนไปสำรวจลาดเลา ตามวัดดังต่างๆโดยใช้รถโดยสารสาธารณะเป็นยานพาหนะแล้วทำทีตีสนิทกับพระสงฆ์ที่ดูแลตู้วัตถุมงคล เพื่อจดรายละเอียดเกี่ยวกับพระเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมคิด ยอมรับด้วยว่า จากนั้นจะหาเวลาย้อนกลับไปที่วัดในยามวิกาลทำการงัดแงะหน้าต่าง ประตู เข้าไปลักทรัพย์พระเครื่องตามตู้งัดเงินสดออกจากตู้บริจาค โดยช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาก่อเหตุสำเร็จมาทั้งสิ้น 4 แห่ง ได้แก่ วัดหนังราชวรวิหาร กทม. วัดท่าไม้ จ.สมุทรสาคร มูลนิธิสมเด็จโต จ.นครราชสีมา และ วัดไผ่ล้อม จ.นครปฐม ได้พระเครื่องจำนวนมากออกมาเร่ขายเซียนตามสนามพระในราคาถูกกว่าท้องตลาดโดยอาศัยปล่อยในราคาต่ำๆ เพื่อออกของง่ายๆนำรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ส่วนเงินที่ได้จากการงัดตู้บริจาคนั้นก็ใช้กินเที่ยวเตร่ไปจนหมดเหลือแค่เศษเหรียญบาท จำนวน 4,553 บาท ที่ได้มาจากตู้วัดไผ่ล้อม เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเข้าจับกุม นายสมคิดยังพบโพยกระดาษเขียนด้วยลายมือ นายสมคิดเอง จำนวน 3 แผ่น ซึ่งข้อความในโพยระบุถึงพระเครื่องและของโบราณตามสถานที่สำคัญอีกหลายแห่ง ทั้งใน กทม.และต่างจังหวัดเกือบทั่วประเทศ อาทิ วัดบวรมงคลราชวรวิหาร วัดประยุรวงศาวาส วัดช่องแค วัดทรงธรรมวัดไผ่โรงวัว วัดพระรูป วัดหูช้าง ฯลฯ และเมื่อสอบถาม นายสมคิดเจ้าตัวยังยอมรับว่ากระดาษดังกล่าวเป็นรายชื่อวัดที่บันทึกเอาไว้รอการไปสำรวจลาดเลาเพื่อก่อเหตุร่วมกันกับเพื่อนอีก 1 ราย ที่กำลังรอพ้นโทษจากเรือนจำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นชุดจับกุมจึงส่งตัว นายสมคิด พร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.เมือง นครปฐม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/87117</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, อาชญากรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201217/image_big_5fdad98de250e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/07/2020 13:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/07/2020 13:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เย้ยกฎหมายสุดๆ!ชาวบ้านสุดทนโจรอุกอาจเดินเข้ามาในบ้านขโมยของต่อหน้ากลางวันแสกๆ2ครั้งรวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 ก.ค.63- ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านเลขที่ 110 ถ.รื่นจิตร เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียนว่าเกิดเหตุคนร้ายบุกเข้ามากลางวันแสกๆก่อเหตุขโมยทรัพย์สินภายในบ้าน ทั้งที่มีคนอยู่ในบ้านโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย โดยพบกับ นาย วันชัย วรชาติชีวัน อายุ 64 ปี เจ้าของบ้านพร้อมภรรยาและลูกๆ &amp;nbsp;โดยได้พาผู้สื่อข่าวดูจุดที่คนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านในจุดต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวว่า คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 25-30 ปี สวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้นสีขาว รองเท้าผ้าใบ ตัดผมทรงสกินเฮด สะพายกระเป๋าข้างแบบวัยรุ่น ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า MSX สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดที่ตรงข้ามบ้าน ก่อนจะเดินเข้ามาในบ้านโดยไม่มีท่าทีลุกลี้ลุกลน เหมือนเป็นบ้านของตัวเอง ทั้งมีคนอยู่เต็มบ้าน ก่อนจะหยิบกระเป๋าสะพายซึ่งภายในมีโทรศัพท์มือถือไอโฟน XS มูลค่ากว่า 30,000 บาท, พร้อมกุญแจรถยนต์เก๋ง มาสด้า 3, สมุดบัญชีธนาคาร และเงินสดประมาณ 2,000 บาท และขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 17.40 น.วันที่ 17 ก.ค. ที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวด้วยว่า &amp;nbsp;เหตุการณ์ที่มีขโมยเข้ามาลักเอาทรัพย์สินที่บ้านครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.45 น. คนร้ายเป็นชายลักษณะคล้ายกับรายล่าสุดได้เข้ามาก่อเหตุ แต่ครั้งนั้นคร้ายได้สวมหน้ากากอนามัยทำ ให้เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเจน โดยครั้งนั้นคนร้ายได้เข้ามาในบ้านแล้วมุ่งตรงไปหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของภรรยาที่วางอยู่บนโต๊ะในบ้าน โดยที่ทุกคนต่างกำลังทำอาหารเพื่อเตรียมจะมานั่งรับประทานร่วมกัน จึงได้เปิดดูกล้องวงจรปิดก็พบภาพเหตุการณ์คนร้าย จึงเข้าแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.เมืองขอนแก่น แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ และกระทั่งต่อมาก็เกิดเหตุซ้ำอีกครั้ง ทำให้ตอนนี้ต้องอยู่อย่างหวาดระแวง การใช้ชีวิตของคนในบ้านก็เปลี่ยนไป โดยคนในครอบครัว ต้องคอยสอดส่องดูกล้องวงจรปิดบนมือถือตลอดเวลา ทั้งยังคงต้องปิดประตูหน้าบ้านเอาไว้ตลอดเวลา เพราะกลัวว่าคนร้ายจะย้อนกลับมาก่อเหตุ และครั้งหน้าอาจจะเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม จึงอยากจะฝากทางตำรวจ ติดตามตัวคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฏหมาย &amp;nbsp;เพราะเชื่อว่าจะต้องไปก่อเหตุซ้ำที่อื่นอีก หรืออาจจะย้อนกลับมาก่อเหตุที่บ้านอีกเป็นครั้งที่ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวันชัย กล่าวต่ออีกว่า ครอบครัวได้ตั้งรางวัลนำจับ 5,000 บาท สำหรับผู้ที่มีเบาะแสและแจ้งตำรวจจนนำไปสู่การจับกุม เพราะอยากให้ทุกๆคนเป็นหูเป็นตาช่วยกันล่าตัวคนร้ายทั้ง 2 รายนี้ คาดว่าอาจจะเป็นคนละคนกันแต่อาจจะเป็นแก๊งเดียวกัน เพราะลักษณะการก่อเหตุนั้นไม่ได้เกรงกลัวว่าจะมีใครอยู่หรือไม่ และไม่เลือกเวลาในการก่อเหตุ โดยเดินเข้าไปในบ้านเหมือนเป็นเจ้าของบ้านเหมือนกันทั้ง 2 ครั้ง และเพื่อเป็นการเตือนภัยให้กับคนขอนแก่นและใกล้เคียงให้ระมัดระวังคนร้ายที่มาในรูปแบบนี้ เพราะอาจเกิดขึ้นเมื่อไหร่หรือกับใครก็ได้ตลอดเวลา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71888</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, สภ.เมืองขอนแก่น, เทศบาลขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f13e808954a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71215</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/07/2020 19:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/07/2020 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขโมยชุมยิ่งกว่ายุง ป้าร้านของชำชุมพรร้อง&#039;น้ำอัดลม-ถ่านก่อไฟ&#039;หายเกือบทุกวัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ค.63-นางงึ้น ชาญกสิกรณ์ อายุ 67 ปี เจ้าของร้านข้าวแกง &amp;ldquo;ป้างึ้น&amp;rdquo; ซึ่งเปิดขายข้าวแกงและขายของชำตั้งอยู่ริมถนนสายเมืองชุมพร-ปากน้ำ เลขที่ 171 หมู่ 2 ตำบลบางหมาก เขตเทศบาลเมืองชุมพร &amp;nbsp;นำภาพจากกล้องวงจรปิดหน้าร้าน ซึ่งจับภาพชายวัยรุ่นใส่เสื้อยืดสีดำ กางกางขาสั้นสีดำ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดข้างๆหน้าร้านแล้วรีบเดินลงมาหยิบเอาน้ำอัดลมสีดำขนาดขวดลิตร จำนวน 2 ขวด แล้วเดินขึ้นรถขับหายออกไปอย่างหน้าตาเฉยมาร้องต่อสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางงึ้น เล่าว่า &amp;nbsp;โดยปกติจะขายข้าวแกงและขายของชำส่วนบริเวณหน้าบ้านจะวางชั้นขายน้ำอัดลมมีทั้งขวดเล็ก ขวดใหญ่ขนาด 1 ลิตร และถ่านก่อไฟ จากการตรวจสอบพบว่าน้ำอัดลมสีดำขวดใหญ่และถ่านก่อไฟจะหายบ่อยมาก ขณะที่ชาวบ้านใกล้เคียงก็มาบอกว่าเคยเห็นมีคนขับรถจักรยานยนต์มาจอดและหยิบถือออกไปประจำแต่ไม่มั่นใจว่ามาซื้อหรือขโมย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งเมื่อวันที่ 9 ก.ค.ที่ผ่านมา ลูกชายได้ไปซื้อกล้องวงจรปิดมาติดไว้ที่หน้าร้าน ปรากฎว่าได้ผลทันตาคือในวันเดียวกันเวลาเกือบๆ 2 ทุ่มตามเวลาในกล้องวงจรปิด ได้มีเป็นชายวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นลูกค้าที่เคยมาซื้อของเป็นประจำแต่ไม่รู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน ขับรถจักรยานยนต์มาจอดข้างหน้าร้านแล้วเดินลงมาหยิบเอาน้ำอัดลมขวดใหญ่ที่วางขายอยู่ในชั้นหน้าร้านไป 2 ขวด แล้วเดินถือออกไปหน้าตาเฉยแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
&amp;nbsp;
&amp;quot;หลังจากดูกล้องวงจรปิดจำได้ว่าชายวัยรุ่นคนดังกล่าวเคยเป็นลูกค้าซื้อของที่ร้านเป็นประจำ แต่ระยะหลังได้ค้างค่าสินค้าในร้านแล้วไม่จ่ายและไม่เคยมาซื้อของที่นี่อีกเลย &amp;nbsp;จนมาเห็นอีกทีจากกล้องวงจรปิดกลายเป็นคนร้ายที่มาขโมยลักขโมยน้ำอัดลมขวดใหญ่และถ่านก่อไฟที่ร้านตนเป็นประจำนี่เอง หลังเกิดเหตุได้ให้ลูกชายนำคลิปภาพเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองชุมพรให้ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;
ด้านนายภาสกร ชาญกสิกรณ์ หรือ &amp;ldquo;ทนายดุ่ย&amp;rdquo; อาชีพทนายความ อดีตเลขานานุการนายก อบจ.ชุมพร ลูกชายของ &amp;ldquo;ป้างึ้น&amp;rdquo; บอกว่า ชายวัยรุ่นคนดังกล่าวตามที่ปรากฏในคลิปนั้นน่าจะติดสิ่งเสพติดน้ำต้มพืชกระท่อมประเภทสี่คูณร้อย &amp;nbsp;เพราะมาขโมยแล้วหลายครั้งจะเอาเฉพาะน้ำอัดลมสีดำขวดใหญ่กับถ่านก่อไฟเท่านั้น &amp;nbsp;อยากให้ให้ตำรวจติดตามตัวโดยเร็วเนื่องจากเป็นภัยสังคมมีทรัพย์สินชาวบ้านละแวกเดียวกันหายบ่อยด้วย ขอให้ตำรวจจับกุมมาดำเนินคดีโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71215</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, จ.ชุมพร, ตำรวจ, ร้านของชำ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200712/image_big_5f0adc71671fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>52694</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2019 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2019 17:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โอ๊ต&#039;ปรี๊ด! วอนเจ้าหน้าที่ จับมือดีตระเวนขโมย&#039;ท้าวมหาพรหม&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อยู่ดีๆก็มีมือดีมาขโมย &amp;quot;องค์ท้าวมหาพรหม&amp;quot; ที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้บ้านของนักแสดงหนุ่ม โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์วอนเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบ เพราะที่อื่นๆในละแวกใกล้เคียงก็โดนขโมยเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนักแสดงหนุ่มโพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เข้าใจครับว่าเศรษฐกิจมันแย่ แต่คุณก็ไม่ควรมาขโมยของคนอื่นแบบนี้ และที่สำคัญ &amp;ldquo;องค์ท่านท้าวมหาพรหม&amp;rdquo; คือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำบ้านผมที่ครอบครัวผมกราบไหว้บูชากันมานาน วอน ท้องที่ ที่ผมอยู่ บ้านเลขที่ 359 ถนน 359 ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว ตรวจสอบด้วยครับ ทราบข่าวปั้ม ปตท. ติดกันก็ถูกขโมยพระพรหม ไปอาทิตย์ที่แล้ว อาทิตย์นี้ เมื่อคืนนี้ บ้านผมโดนยกไป พรุ่งนี้หรือวันต่อๆไปจะเป็นบ้านใคร อีกครับ หรือต้องรอให้หายทั้งถนนก่อนครับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใครมีเหตุการณ์แบบนี้ ช่วยกันแชร์ให้ ตำรวจสระแก้วทราบเบาะแสด้วยนะครับ หรือใครที่ยกไป กลัวบาปกลัวความผิดก็ยกมาตั้งคืนให้บ้านต่างๆที่คุณขโมยเขาไปเถอะครับ ผมเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/52694</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, ท้าวมหาพรหม, พระพรหม, สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์, องค์ท้าวมหาพรหม, โอ๊ต สุรศักดิ์, โอ๊ต-สุรศักดิ์ โชติทินวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191217/image_big_5df8b050e070f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48701</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  หัวขโมยไม่กลัวนรกลักเงินในถังผ้าป่าร้านค้าปั๊มน้ำมัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค.62-ร.ต.อ.ธีรภัทร ป้องเรือ &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไชโย ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ เงินในถังผ้าป่า ที่ บริเวณ ร้านค้าภายในปั๊มน้ำมัน ปตท.กม.59 ตั้งอยู่ ริมถนนสายเอเชียฝั่งขาขึ้นนครสวรรค์ ตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชโย พบผู้เสียหาย ทราบชื่อ น.ส.วารุณี สาสุ อายุ25 ปี เจ้าของร้าน เจ๊ไก่ โรตีสายไหม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.วารุณี เล่าว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมาได้ปิดร้านและล็อคประตูพร้อมคล้องแม่กุญแจ และเก็บถังผ้าป่าไว้ภายในร้านค้าเวลาประมาณ 17.30 น. กระทั่งช่วงเช้ามาเปิดร้านต้องตกใจสภาพที่เห็น บริเวณประตูตรงช่องระบายอากาศซึ่งอยู่ด้านล่างของประตูถูกงัดออกบางส่วน แต่กุญแจที่ล็อคไว้อยู่ในสภาพปกติ ไม่มีร่องรอยการถูกงัดแงะ จึงใช้กุญแจเปิดและรีบตรวจสอบทรัพย์สิน &amp;nbsp;พบว่าเงินในถังผ้าป่า หายไปทั้งหมด &amp;nbsp;เป็นธนบัตร ใบละ 20 บาท 100 บาท รวมประมาณ 800 บาท พบเหลือ ธนบัตรใบละ 20 บาทตกอยู่ข้างถังผ้าป่า 1ใบ &amp;nbsp;และยังมี ข้าวสาร น้ำตาล รวมถึงเงินเหรียญ ที่ตนเตรียมไว้สำหรับเป็นเงินทอนเวลาลูกค้ามาซื้อของได้หายไป รวมจำนวนเงินสดทั้งสิ้น ประมาณ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบเศษประตูที่คนร้ายงัดนำไปวางทิ้งไว้ บริเวณร้านค้าใกล้ๆกัน และยังพบว่ามีร้านค้าใกล้เคียง มีร่องรอยถูกงัดกุญแจ แต่ไม่สำเร็จ และไม่มีอะไรสูญหาย โดยที่ผ่านมาเมื่อช่วง 2เดือนก่อนร้านค้าใกล้เคียงก็เคยถูกงัดร้านและมีเงินสด และพระเครื่องจำนวนหนึ่งหายไป ส่วนมากเจ้าของร้านของแต่ละร้านจะไม่เก็บเงินสดหรือของมีค่าไว้ภายในร้าน และก็ไม่ทันคิดว่าเงินผ้าป่าซึ่งเป็นเงินทำบุญจะลักไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรวบรวมหลักฐาน พร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในปั๊ม เพื่อสืบหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48701</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, จ.อ่างทอง, ตำรวจ, เงินผ้าป่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5db002acb8007.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39209</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2019 20:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2019 20:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.อ่างทองล่าระทึก!ชายผมยาวหัวล้านลักกางเกงในหญิงวัย 29</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มิ.ย.62 - เมื่อเวลา 16.30 น. ร.ต.ท. สุขสันต์ &amp;nbsp;ปัสสาวะกัง &amp;nbsp;รองสารวัตรสอบสวน สภ. เมืองอ่างทอง &amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุ จาก นางสาวชนาลัย &amp;nbsp;งามสมชาติอายุ 29 ปี &amp;nbsp;ว่ามีคนร้ายเป็นชายขี่รถจักรยานยนต์แล้วเข้ามาขโมยกางเกงในไป1ตัว &amp;nbsp;ที่ได้ตากไว้บริเวณหน้าบ้าน เลขที่ 105 ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง หลังจากตนเองพบเห็นตะโกนเรียนหาคนช่วยเหลือคนร้ายตกใจได้วิ่งหลบหนีแล้วทิ้งรถจักยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวอยู่ติดริมถนน พบนางสาวชนาลัย &amp;nbsp;อุ้มลูกน้อยอยู่ในอาการที่ตกใจ เล่าว่าขณะที่ตนเองเลี้ยงลูกอยู่ภายในบ้านสังเกตเห็น &amp;nbsp;ชายอายุประมาณ 40 ปีผมยาวหัวล้านสวมเสื้อคอปกสีฟ้ากางเกงยีนส์ขายาว ขี่รถจักรยานยนต์ สีน้ำเงิน ยี่ห้อ ฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กธว 0759 อ่างทองเข้ามาในบริเวณบ้าน และได้หยิบเอากางเกงในสีเลือดหมู 1 ตัวราคา 100 บาทไปตนเองรู้สึกหวาดกลวมากจึง ได้ตะโกนเรียกให้คนช่วยเหลือ &amp;nbsp;คนร้ายตกใจจึงวิ่งหลบหนีแล้วทิ้งรถจักยานยนต์ไว้ในที่เกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ &amp;nbsp;ได้ทำการติดตามคนหาผู้ต้องสงสัย &amp;nbsp;ในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ &amp;nbsp; แต่ไม่พบตัวคนร้าย &amp;nbsp;พร้อมทำการตรวจยึดรถจักยานยนต์ &amp;nbsp;คันที่คนร้ายทิ้งจอนทิ้งไว้หลังก่อเหตุ &amp;nbsp;นำไปตรวจสอบผู้ครอบครอง ที่ สภ.เมืองอ่างทอง และติดตามผู้ต้องสงสัย ลักกางเกงใน มาสอบสวนตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39209</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, ขโมยกางเกงใน, จ.อ่างทอง, สภ. เมืองอ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190622/image_big_5d0e2a3c64d2c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2019 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2019 15:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แบบนี้ก็มีด้วย!ทำทีเป็นช่างซ่อมปั้มน้ำแอบบมาขโมยหินเจียรร้านไดนาโม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.62-นายนิรัญ ศรีเวช อายุ 30 ปี ลูกจ้างร้านเล็กไดนาโม อำเภอเมือง จ.จันทบุรี ร้องสื่อมวลชน มีคนร้ายทำทีมาซ่อมปั้มน้ำ แต่ทางร้านไม่รับซ่อม แต่กลับขโมยหินเจียร ราคา 1,500 บาทไป โดยคนร้ายเป็นชายอายุประมาณ 30-35 ปี ได้ขับรถกระบะ โตโยต้า สีเทา มาติดต่อให้ซ่อมปั้มน้ำ แต่ระหว่างที่รอช่างที่เข้าห้องน้ำอยู่ และไม่มีใครอยู่หน้าร้าน คนร้ายได้ฉวยโอกาสเดินมาก้มหยิบหินเจียรที่วางไว้ไป ไว้ในรถ และทำทีเดินกลับมารอช่างตามเดิม จนตนเองออกมาได้เดินมาคุยที่หลังรถ และแจ้งว่าทางร้านไม่สามารถซ่อมได้ และได้แนะนำให้ไปร้านใกล้เคียง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากคนร้ายไปแล้ว ตนเองจะกลับมาใช้หินเจียรพบว่าหินเจียรได้หายไปแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าของร้านเปิดกล้องวงปิดดู และพบว่าชายคนดังกล่าวได้ขโมยไป ทางเจ้าของร้านได้ติดตามไปยังร้านไดนาโมใกล้เคียงพบว่าคนร้ายเอาปั้มน้ำมาซ่อมไว้แล้วขับรถออกไปแล้ว จึงได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดโพสต์ลงเฟซบุ๊ก เพื่อให้ชาวโซเซียลช่วยแจ้งเบาะแส ก่อนที่ นายนิรัญ ศรีเวช ผู้เสียหายจะเดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยเร่งติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิรัญ ศรีเวช อายุ 30 ปี ลูกจ้างร้าน กล่าวว่า คนร้ายทำทีนำมอเตอร์ปั๊มน้ำมาซ่อม แต่ที่ร้านไม่สามารถซ่อมได้จึงได้แนะนำไปร้านใกล้เคียง จากนั้นคนร้ายได้หยิบหินเจียรที่วางอยู่หน้าร้านไป ในช่วงที่ตนเองเข้าห้องน้ำ หลังออกมาจะหยิบหินเจียรไปใช้ก็พบว่าหายไปแล้ว จึงได้ให้เจ้าของร้านเปิดกล้องวงจรปิดดูก็พบว่าคนร้ายได้ขโมยหินเจียรไปแล้ว ก่อนที่ตนเองจะให้เจ้าของร้านนำภาพจากกล้องวงจรปิดไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี ไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งเพื่อไม่ให้คนร้ายได้ไปก่อเหตุกับร้านอื่นๆอีกต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33367</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย, จ.จันทบุรี, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190410/image_big_5cadacef02d91.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
