<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>65501</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บาปหนา มารศาสนาย่องขโมย &#039;หลวงพ่อสัจจะ&#039;พระพุทธรูปเก่าแก่วัดดังเมืองคอน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 9 พ.ค.2563 ร.ต.ต.คนอง เรียนสุทธิ์ รอง สวป.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ทำหน้าที่หัวหน้าสายตรวจประจำตำบลเขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งจากพระอารยนันต์ อานันโท เจ้าอาวาสวัดเขาพระทอง หมู่ 1 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ว่ามีคนร้ายเข้าไปขโมย &amp;ldquo;หลวงพ่อสัจจะ&amp;rdquo;พระพุทธรูปโบราณขนาดเล็ก อายุ 250-400 ปีที่ประดิษฐานลานพุทธบรรพต &amp;ldquo;ลานบุญลานธรรม&amp;rdquo; หน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่ &amp;nbsp;จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตำบลเดินทางไปตรวจสอบในที่เกิดเหตุ
&amp;nbsp;โดยพบว่าจุดที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปเก่าแก่คู่วัดเขาพระทอง จำนวน 29 องค์เป็นลานหน้าผาภูเขาพระทอง สูงจากพื้นดินกว่า 30 เมตร ต้องเดินขึ้นบันไดขึ้นไปหลายสิบขั้น และทางวัดได้ทำรั้วกั้นบริเวณอย่างแน่นหนา เปิดให้ประชาชนขึ้นไปสักการะบูชาหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปในระหว่างเวลา 05.30-19.00 น. พร้อมติดตั้งกล่องวงจรปิดเพื่อจับภาพผู้คนทุกคนที่เดินขึ้นไปบนลานบุญลานธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพบว่าหลวงพ่อสัจจะพระพุทธรูปเก่าแก่ขนาดเล็กสุดในบรรดาพระพุทธรูปทั้งหมด โดยเป็นพระพุทธรูปลักษณะคล้ายพิมพ์ลีลา เนื้อชินเขียว องค์พระมองเห็นไม่ค่อยชัด เนื่องจากความเก่าแก่ ขนาดความยาวแค่ 2.5 นิ้วหรือ 6 ซ.ม. กว้าง 1 นิ้ว หรือ 2.5 ซ.ม. ได้ถูกคนร้ายขโมยหายไป เหลืองเพียงฐานประดิษฐานที่คนร้ายทิ้งให้ดูต่างหน้า ในขณะที่ประชาชนที่ทราบข่าวคนร้ายขโมยหลวงพ่อสัจจะไปจากวัดเขาพระทองต่างรุมสาปแช่งคนร้ายอย่างหนัก และเชื่อว่าคนร้ายจะต้องมีอันเป็นไปและถูกตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน
&amp;nbsp;พระอารยนันต์ อานันโท กล่าวว่า วัดเขาพระทองเป็นวัดเก่าแก่มีอายุนับพันปี และมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เรียงรายอยู่บนลานเชิงหน้าผารวม 29 องค์ มีองค์ใหญ่สุดเป็นองค์ประธานเรียกว่า &amp;ldquo;หลวงพ่อองคใหญ่&amp;rdquo;อายุกว่า 800 ปีเป็นพระพุทธรูปที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะบูชาของชาวพุทธทั้งในและต่างประเทศ และมีพระพุทธรูปขนาดเล็ก ที่เพิ่งขุดพบในโหม่งเขาพระทองอีก 4 องค์ประกอบด้วย หลวงพ่อเพชร ,หลวงพ่อพุทธติโลกนาถ,หลวงพ่อสัจจะ และหลวงพ่อรวย &amp;nbsp;ตามปกติทั้ง 4 องค์รวมทั้งพระพุทธสิหิงค์ ที่จัดสร้างในวาระสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชองค์ใหญ่ขนาดหน้าตักประมาณ 29 นิ้วอีก 1 องค์จะประดิษฐานในถ้ำโหม่งบนยอดเขาพระทอง &amp;nbsp;ซึ่งถ้ำโหม่งเป็นถ้ำมหัศจรรย์เมื่อใชไม้ตีชะง่อนหิดจะเกิดเสียงดังเหอนโหม่งหนังตะลุง มีประชาชนจำนวนมากแห่มาเที่ยวชมและพิสูจน์ความมหัศจรรย์ ทางวัดเขาพระทองได้พัฒนาและจัดทำทางขึ้นชมถ้ำโหม่งที่อยู่สูงขึ้นไปประมาณ 150 เมตร แต่ในปัจจุบันทางขึ้นถโหม่งชำรุดไม่สามารถเปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปชมได้ตามปกติ ทางวัดจึงได้อัญเชิญพระพุทธรูปทั้งหมดลงมาประดิษฐานบริเวณลานบุญลานธรรม หน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ตามปกติในตอนเย็นพระภิกษุวัดเขาพระทองทุกรูปจะรวมตัวกันที่ลานบุญลานธรรมหน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่เพื่อสวดมนต์เย็น จนในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 พระภิกษุไม่สามารถไปรวมตัวกันสวดมนต์เย็นตามปกติได้ ตามมาตรการและเงื่อนไขลดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด -19 พระภิกษุจึงต้องผลัดเปลี่ยนกันขึ้นไปสวดมนต์ครั้งละ 1-2 รูป &amp;nbsp;และในช่วง 14.00 น.วันนี้ (9 พ.ค.) อาตมาขึ้นมาสวดมนต์เพียงรูปเดียวและสังเกตุเห็นว่า &amp;ldquo;หลวงพ่อสัจจะหายไปเหลือเพียงฐานที่ใช้ประดิษฐานในลักษณะเสียบองค์พระลงในช่องวางขนาด 1 นิ้ว &amp;nbsp;อาตมาถือว่าคนร้ายเป็นคนใจบาปที่กล้าขโมยสมบัติของวัด สมบัติของแผ่นดิน และเชื่อว่าด้วยบารมีของหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปเก่าแก่ทั้งหมดรวมทั้ง &amp;ldquo;หลวงพ่อสัจจะ&amp;rdquo;ที่หายไปจะดลบันดาลให้คนร้ายมีอันเป็นไปอย่างใดอย่างหนึ่ง จนต้องนำหลวงพ่อสัจจะมาคืนให้กับทางวัดอย่างแน่นอน ไม่มีใครที่นำพระพุทธรูปที่พบภายในวัดเขาพระทองไปครอบครองเป็นของตัวเองได้ จะต้องมีอันเป็นไปทุกราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเมื่อเวลา 18.40 น.วันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.เธียร บาลทิพย์ ผกก.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนและชุดสืบสวน สภ.ชะอวด เดินทางไปร่วมกับ ร.ต.ต.คะนอง เรียนสุทธิ์ รอง สวป.หัวหนาสายตรวจตำบลเขาพระทอง ในการตรวจสอบกล้องวงจปิดพบว่ากล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายเอาไว้ได้ชัดเจนตั้งแต่เวลา 17.00 น.ของวันที่ 8 พ.ค. 2563 เริ่มขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า แจ๊ส สีชมพู ทะเบียน กร.-8790 นครศรีธรรมราช เข้าไปจอดบริเวณหน้ารูปปั้นหนูเงิน หนูทองทางขึ้นลานบุญลานธรรม หลังจอดรถปรากฏว่ามีคนลงจากรถ 4 คนเป็นผู้ชาย 1 คน ผู้หญิง 3 คน &amp;nbsp;แต่เดินขึ้นไปบนลานบุญลานธรรม สถานที่ประดิษฐานหลวงพ่อองค์ใหญ่และพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมทั้ง&amp;ldquo;หลวงพ่อสัจจะ&amp;rdquo; เพียง 1 คนที่เป็นผู้ชาย อายุประมาณ 45 ปี สวมเสื้อยืดสีขาว นุ่งกางเกงยีนส์ขาสามส่วน สวมรองเท้าผ้าใบสีดำ สะพายกระเป๋าสีดำไว้ข้างหลัง 1 ใบ ลำคอแขวนพระเครื่องเส้นใหญ่ไว้นอกเสื้อ ได้เดินขึ้นบนบานบุญลานธรรมก่อนยกมือไหว้พระพุทธรูปและเดินแหงนหน้ามองบนผนังถ้ำและรอบ ๆ บริเวณโดยสายตาสอดส่ายไปมาอย่างมีพิรุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นจึงเดินไปที่แทนประดิษฐานพระพุทธรูปกลางลานหน้าหลวงพ่อองค์ใหญ่ ซึ่งบนแท่นมีพระพุทธรูปขนาดต่าง ๆ ประดิษฐานอยู่จำนวน 11 องค์ และด้านล่างสุดยังมีรูปปั้นไอ้ไข่วัดเจดีย์ ลักษณะยืนขนาดสูง 12 นิ้ว อีก 1 องค์ &amp;nbsp;ชายคนดังกล่าวหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะเอื้อมมือคว้าหลวงแท่นประดิษฐานพ่อสัจจะขึ้นมาดู ก่อนจะถอดองค์พระออกจากแท่นและวางแทนประดิษฐานไว้ที่เดิม จากนั้นจึงเดินถือหลวงพ่อสัจจะลงจากลานบุญลานธรรมไปอย่างช้า ๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ร.ต.ต.คะนอง เรียดสุด รอง สป.หัวหนาสายตรวจตำบลเขาพระทอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบรายชื่อผู้ครอบครองรถทราบชื่อแล้วอยู่ระหว่างการติดต่อให้เจ้าของรถคันดังกล่าวเดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ชะอวดต่อไปโดยหากขัดขืนไม่ยอมมาพบทางพนักงานสอบสวนก็จะรวบรวมพยานหลักฐานเสนอขอหมายจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65501</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมย “หลวงพ่อสัจจะ”, นครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200510/image_big_5eb756f8e1936.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
