<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92875</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/02/2021 08:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/02/2021 08:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบ 7 นักเรียน ม.ต้น ตระเวนขโมยข้าวเปลือก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ก.พ.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวานนี้ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จ.บุรีรัมย์ ได้จับกุมเด็กนักเรียนชายชั้น ม.2 &amp;ndash; ม.3 อายุระหว่าง 13-15 ปี รวมจำนวน 7 คน ได้ที่กระท่อมปลายนา ใน ต.อิสาณเขต อ.เฉลิมพระเกียรติ หลังจากนายสุจินต์ คงทิพย์ อายุ 48 ปี ได้แจ้งความร้องทุกข์ ว่า ข้าวเปลือกในยุ้งฉางของตัวเองเก็บไว้กว่า 50 กระสอบ หายไปจำนวน 22 กระสอบ โดยไม่รู้ว่าถูกลักขโมยไปกี่ครั้งเพราะนานๆ จะมาเปิดดูยุ้งฉาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เฉลิมพระเกียรติ จึงลงพื้นที่หาข้อมูลเบาะแสคนร้ายมีก่อเหตุลักขโมยข้าวเปลือก กระทั่งทราบว่ามีกลุ่มเด็กนักเรียนชายชั้น ม. 2 &amp;ndash; ม.3 มักจะเอารถเข็น เข็นข้าวเปลือกไปตามถนนในหมู่บ้านเป็นประจำ แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้สงสัยเพราะคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่พ่อแม่เด็กมักจะให้บุตรหลานเอาข้าวเปลือกไปขาย กระทั่งเจ้าหน้าที่สืบทราบแล้วว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าว ซึ่งมีทั้งหมด 7 คนว่าเป็นใคร จึงได้นำตัวไปสอบปากคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวน ทั้งหมดก็ยอมรับสารภาพว่า ได้ลักขโมยข้าวเปลือกของชาวบ้านจริง สาเหตุที่ขโมยเพราะไม่มีเงินซื้อขนม โดยเห็นยุ้งฉางหลังดังกล่าวไม่ใส่กุญแจจึงชวนกันไปขโมยข้าวเปลือก ครั้งแรกแอบขโมยมาเพียงกระสอบเดียว ขายได้เงินกว่า 500 บาท จึงย่ามใจชวนกันไปขโมยอีกเรื่อยๆ โดยเงินที่ได้ก็จะเอาไปซื้อเนื้อย่าง บางครั้งก็ซื้อเหล้านั่งกินกันตามกระท่อมนา และขับ จยย.เที่ยวเตร่ไปทั่ว พอเงินหมดก็ขโมยอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุจิน คงทิพย์ ผู้เสียหาย เล่าว่า ตนมีข้าวเปลือกพันธุ์ข้าวหอมมะลิ ที่เก็บไว้ในยุ้งฉาง ประมาณ 50 กระสอบ เก็บไว้บริโภค ทำพันธุ์และขายในยามจำเป็น แต่พอไปเปิดยุ้งดูกลับพบว่าข้าวเปลือกถูกขโมยหายไปถึง 22 กระสอบ มูลค่าประมาณกว่า 13,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ได้ทำบันทึกประวัตินักเรียนที่ถูกจับกุมทั้ง 7 คน พร้อมประสานผู้ปกครองมารับทราบ เนื่องจากทั้งหมดยังเป็นเยาวชน ก่อนจะส่งตัวก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92875</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยข้าวเปลือก, บุรีรัมย์, ภูมิภาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210213/image_big_60272fea52772.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78771</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 14:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 14:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรชุมยิ่งกว่ายุง!ดอดเงียบเข้ายุ้งข้าวขนเรียบ38กระสอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.63- &amp;nbsp;นางสมัย คำหอม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.2 กุดเพียขอมเหนือ ต.กุดเพียขอม อ.ชนบท จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ข้าวของตนเองหายไป 38 กระสอบ โดยทั้งตนเองและญาติพี่น้อง กำลังช่วยกันดูจุดที่คาดว่าเป็นเส้นทางที่คนร้าย ขนกระสอบข้าวเปลือกหลบหนี โดยมีเมล็ดข้าวเปลือกตกหล่นเรี่ยราดตามทางเดิน บางจุดมีข้าวเปลือกตกเป็นกอง และสิ้นสุดที่บ้านของผู้ต้องสงสัยชื่อนายยา อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นชายที่พัวพันยาเสพติด เพิ่งออกจากคุกมาไม่นาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมัย &amp;nbsp;กล่าวว่า ปกติครอบครัวออกไปอยู่ที่นา ที่บ้านจึงไม่มีคนอยู่อาศัย จึงฝากบ้านไว้กับญาติพี่น้องและเพื่อนบ้าน ก่อนจะทราบว่าข้าวเปลือกหายไปนั้น ได้โทรศัพท์บอกญาติให้มาดูยุ้งข้าว เพราะจะนำข้าวไปสีเพื่อรับประทาน เมื่อญาติมาดูก็พบประตูยุ้งข้าวที่มีกุญแจล็อคอย่างดี ถูกงัดจนพังเสียหาย กระสอบข้าวในยุ้งก็หายไปจำนวนมาก จึงรีบมาดู จึงได้รู้ว่ากระสอบบรรจุข้าวเปลือกหายไปทั้งหมด 38 กระสอบๆละประมาณ 30 กิโลกรัมยังเหลือข้าวเพียง15 กระสอบจึงได้เดินหาร่องรอยคนร้าย จนพบข้าวเปลือกหล่นเรี่ยราดตามพื้นริมรั้วบ้านเพื่อนบ้าน ไปยังบ้านนายยา และพบกระสอบข้าวเปลือกตัวเอง อยู่บ้านนายยาจำนวน 1 กระสอบจึงแจ้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ชนบทมาตรวจที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดกระสอบข้าวเปลือกไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสมัย กล่าวว่า บ้านที่พบกระสอบข้าวเปลือกอยู่ใต้ถุนบ้านนั้น เป็นบ้านของนายยา ซึ่งเป็นคนที่พัวพันกับยาเสพติด ไม่มีงานทำ พ่อก็อาศัยอยู่ด้วยไม่ได้ และเพิ่งออกจากคุกในคดียาเสพติด ซึ่งเมื่อพบกระสอบข้าวเปลือกที่บ้านนายยา จึงได้มีการสอบถามเจ้าตัว ก็พบว่ามีการพูดจาวกวนว่าเอาข้าวเปลือกมาจริงแต่ไม่ได้เอาคนเดียว เพราะต้องการนำไปขาย หาเงินมาซื้อของกิน &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถจับกุมได้ เพราะต้องรอรวบรวมพยานหลักฐานก่อน แต่โดยส่วนตัวอยากจะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวเข้าคุก เพราะไม่เช่นนั้นคงจะก่อเหตุต่อเนื่อง สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ชาวบ้านได้อีก ส่วนข้าวเปลือกที่หายไปนั้น ครอบครัวเก็บไว้ขาย เพื่อนำเงินมาใช้หนี้กองทุนเงินล้าน และเก็บไว้กิน เพราะปีนี้แล้ง แต่ไม่คิดวา เพื่อนบ้านจะใจร้ายมาลักขโมยไปเช่นนี้.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78771</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข อนแก่น, ขโมยข้าวเปลือก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200927/image_big_5f7037b8d7790.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70552</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 13:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 13:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาวบ้านวอนตร.ขอนแก่นจับสองโจรแสบดอดขโมยข้าวเปลือกเดือดร้อนทั้งหมู่บ้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63 - ที่จังหวัดขอนแก่นมีการเผยแพร่ภาพจากวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ภายในบ้านของนาง เสาร์ บุญกันญา อายุ 60 ปี ที่บ้านเลขที่ 30 บ้านบ่อทอง ม.6 ต.ขามป้อม อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ที่สามารถบันทึกภาพ คนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีขาว-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาจอดภายในลานจอดรถข้างบ้านขณะที่เจ้าของบ้านไม่อยู่ โดยชายเสื้อดำกางเกงยีนส์เป็นคนขับ ส่วนชายอีกคนเสื้อแดงกางเกงยีนส์ลงมาสำรวจค้นหาทรัพย์สิน ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปอุ้มเอากระสอบข้าวเปลือกที่บรรจุเต็มกระสอบขึ้นรถจักรยานยนต์ไป 2 กระสอบแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางเสาร์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยขณะที่ตนเองออกไปหว่านข้าวที่ทุ่งนาตั้งแต่รุ่งเช้า พอช่วงเที่ยงก็เดินทางกลับเข้าบ้าน เพื่อมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมจะออกไปทำธุระในตัวอำเภอต่อ แต่เมื่อมาถึงบ้านเปิดประตูบ้านเข้ามาก็พบว่ากระสอบข้าวเปลือกหายไป 2 กระสอบจาก 5 กระสอบ ซึ่งตนเองเป็นคนวางไว้อยู่ภายในบ้าน ข้าวที่หายไปนั้นเป็นกระสอบข้าวเปลือกเต็มกระสอบ &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก 3 กระสอบเป็นกระสอบที่ใส่ข้าวเปลือกอย่างละครึ่งกระสอบ จึงมั่นใจว่ามีโจรมาขโมยข้าวเปลือกอีกแล้วอย่างแน่นอน จึงรีบโทรเรียกหลานให้กลับมาเปิดกล้องวงจรปิด และโทรแจ้งตำรวจ สภ.พระยืนมาตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบคนร้ายเป็นชาย 2 คนขับรถจักรยานยนต์เข้ามาในบ้านและเดินเข้าประตูทางหลังบ้านขโมยข้าวเปลือกไป โดยกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพใบหน้าของ 2 คนร้ายได้อย่างชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางเสาร์ กล่าวต่ออีกว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ครอบครัวโดนขโมยข้าวเปลือก แต่เป็นครั้งที่ 4 แล้ว ครั้งแรกคนร้ายขโมยข้าวเปลือกไปได้ 4 กระสอบ พร้อมรถเข็นอีก 1 คัน โดยขณะนั้นเก็บข้าวเปลือกไว้ในยุ้งฉางล็อคกุญแจอย่างดี แต่คนร้ายก็งัดกุญแจจนพังแล้วเข้าไปขโมย และในวันเดียวกันเพื่อนบ้านก็โดนขโมยเช่นกันอีก 3 หลังรวด หลังละ 4 กระสอบโดยก่อเหตุช่วงกลางคืน ต่อมาครั้งที่ 2 และ 3 ครอบครัวนำข้าวมาเก็บไว้ภายในบ้านแต่ก็ยังถูกขโมยอย่างต่อเนื่อง พอลูกชายทราบเรื่องก็ได้นำกล้องวงจรปิดมาติดตั้งที่บ้าน 4 ตัว จนกระทั่งมีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุดังกล่าว รวมข้าวเปลือกที่ถูกคนร้ายขโมยไป 14 กระสอบ คิดเป็นเงินทั้งหมดเกือบ 20,000 บาท แต่ครั้งนี้มีหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกภาพใบหน้าของคนร้ายทั้ง 2 ได้อย่างชัดเจน จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70552</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยข้าวเปลือก, สภ.พระยืน ขอนแก่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f0170e643d0f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39432</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2019 16:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2019 16:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตำรวจปลอมตัวเป็นชาวนาซุ่มจับโจรขโมยข้าวเปลือก หวิดถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.62 - พ.ต.อ.ประทีป ปัญโญวัฒน์ ผกก.สภ.เวฬุวัน จ.ขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการจับกุมนายประพัฒน์ จ่าสอน อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/1 ม.3 บ้านหนองเบ็ญ ต.โนนท่อน อ.เมือง จ.ขอนแก่น พร้อมของกลางกระสอบบรรจุข้าวเปลือกจำนวน 9 กระสอบ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างอีก 1 คัน ภายในโรงสีข้าวแห่งหนึ่งในพื้นที่บ้านค้อ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ปลอมตัวเป็นชาวนา เข้ามาดักซุ่มเพื่อรอจับผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งพบผู้ต้องหานำข้าวเปลือกใส่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาขายที่โรงสีดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ประทีป กล่าวว่า รถจักรยานยนต์พ่วงข้างที่ผู้ต้องหาใช้ในการนำข้าวเปลือกมาจำหน่ายที่โรงสีแห่งนี้นั้นตรงตามภาพจากกล้องวงจรปิด อีกทั้งพยานหลายคนยืนยันว่าเป็นพาหนะที่คนร้ายใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งปลอมตัวเป็นชาวนาจึงแสดงตัวเข้าทำการจับุมตัวทันทีในขณะที่ผู้ต้องหานำข้าวเปลือกมาส่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ในเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าข้าวเปลือกในกระสอบไม่ใช่ของตัวเอง เป็นข้าวที่ลักมาจากบ้านนายพุ่ม ชาวบ้านวังตอ ม.10 เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยต้องการเงินไปให้ภรรยาซื้อนมให้ลูกวัย 2 เดือน&amp;nbsp;โดยได้ก่อเหตุในช่วงเช้าขณะมาหาเพื่อนใกล้ๆกับบ้านผู้เสียหาย แต่เพื่อนไม่อยู่ จึงแวะมาขอน้ำกินที่บ้านผู้เสียหาย แต่ไม่มีคนอยู่บ้าน มองเห็นข้าวเปลือกตั้งอยู่จำนวนมาก จึงขโมยใส่รถจักรยานยนต์ แต่ข้าวหลายกระสอบเอาไปไม่หมด จึงขโมยรถเข็นของผู้เสียหายไปด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นก็นำข้าวเปลือกจำนวน 9 กระสอบไปซุกซ่อนไว้ที่กองขยะประจำหมู่บ้าน และไปหาซื้อกระสอบปุ๋ยเปล่ามาสับเปลี่ยน ขณะเดียวกันก็เผาเศษถุงปุ๋ยที่มีชื่อพ่อพุ่มทิ้งในกองขยะ และได้นำรถจักรยานยนต์ไปต่อพ่วงข้างโดยรอจนเรื่องเงียบ จึงนำข้าวเปลือกใส่รถจักรยายนต์พ่วงข้างออกมาขายที่โรงสี ในราคากิโลกรัมละ 14 บาท แต่ยังไม่ได้รับเงินก็ถูกตำรวจจับกุมตัวได้ดังกล่าว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ประทีป กล่าวต่ออีกว่า เงินที่ผู้ต้องหาได้นั้นยังคงมีบางส่วนนำไปซื้อยาบ้ามาเสพ โดยอุปกรณ์งัดแงะที่ใช้ในการก่อเหตุลักทรัพย์นั้นจะมีติดไว้ที่ใต้เบาะรถจักรยานยนต์ หากฉวยโอกาสก็จะทำการก่อเหตุขโมยทันที อย่างไรก็ตามภายหลังจากการชี้จุดที่ก่อเหตุแล้วเสร็จ จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ดำเนินคดีในข้อหาลักทรัพย์ และความผิด พ.ร.บ.อาวุธปืน พร้อมทั้งขยายผลในเรื่องของยาเสพติดด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในช่วงของการควบคุมตัวผู้ต้องหาลงพื้นที่เพื่อชี้จุดก่อเหตุนั้นได้มีชาวบ้านมายืนดูหน้าตาของคนร้ายและพยายามที่จะรุมทำร้ายเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายที่ สภ.เวฬุวัน ทันทีเพื่อป้องกันเหตุการณ์บานปลายที่อาจจะเกิดขึ้นได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39432</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยข้าวเปลือก, จังหวัดขอนแก่น, ตำรวจปลอมตัวเป็นชาวนา, สภ.เวฬุวัน, โจรขโมยข้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190625/image_big_5d11ec85acf66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
