<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/11/2020 15:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/11/2020 15:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยียบจมูกตำรวจ!โจรงัดตู้บริจาคศาลหลักเมืองนครฯกวาดเรียบนับหมื่น </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 พ.ย.63- &amp;nbsp;พ.ต.ท.สุวิทย์ &amp;nbsp; นวลสง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุลักทรัพย์งัดตู้บริจาคภายในศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช บริเวณสนามหน้าเมือง ติดกับด้านหลัง บก.ภ.นครศรีธรรมราช ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนและสายตรวจและตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.นครศรีธรรมราชไปที่เกิดเหตุ เพื่อร่วมกันทำการสอบสวนและตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบนางวิภารัตน์ &amp;nbsp;เฉตาไพย &amp;nbsp;อายุ 43ปี เจ้าหน้าที่ดูแลศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจบริเวณหน้าศาลหลักเมืองที่เกิดเหตุ ก่อนนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุบริเวณประตูด้านหลัง มีร่องรอยถูกคนร้ายทำการงัดกุญแจประตูศาลหลักเมืองจนหลุดประตูเปิดกว้างอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าไปตรวจด้านในศาลหลักเมืองพบว่าบริเวณวางตู้บริจาคทางเข้าประตูด้านหน้า พบตู้ใส่เงินบริจาค 2ใบ โดยพบว่าตู้บริจาคใบหนึ่งเป็นตู้ไม้ มีร่องรอยถูกงัดบริเวณช่องใส่เงินด้านบน โดยพบมีเงินเศษเหรียญและธนบัตร20และ100บาทเหลือค้างอยู่ตู้บริจาคจำนวนไม่มากนัก และบนพื้นใกล้ตู้บริจาคพบเศษเหรียญชนิดต่างๆหล่นเกลื่อนกระจาย &amp;nbsp;อีกตู้หนึ่งเป็นตู้เหล็ก พบว่ามีร่องรอยถูกงัดแต่คนร้ายไม่สามารถงัดตู้เหล็กดังกล่าวได้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าจำนวนแน่นอนว่าเงินในตู้รับบริจาคถูกคนร้ายนำไปจำนวนเท่าไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนปากคำนางวิภารัตน์ &amp;nbsp;กล่าวว่า ปกติศาลหลักเมืองแห่งนี้จะเปิดเวลา 07.30น.และปิด18.00น.ของทุกวัน วันนี้ช่วงเช้าเวลา06.30น.ตนเองได้มาทำการเปิดประตูศาลหลักเมืองตามปกติ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปกราบไหว้บูชาศาลหลักเมืองตามปกติทุกวัน ปรากฏว่าเช้าวันนี้ขณะที่ตนเองกำลังจะเปิดประตูศาลหลักเมืองด้านหลัง ก็พบว่า ประตูมีร่องรอยถูกคนร้ายงัดกุญแจประตูเปิดอ้าอยู่ จึงเดินเข้าไปดูด้านในศาลหลักเมืองก็พบว่าตู้รับเงินบริจาคถูกคนร้ายงัดจนเหรียญตกบนพื้นกระจัดกระจาย จึงแจ้งตำรวจมาตรวจที่เกิดเหตุเพื่อเก็บลายนิ้วมือคนร้ายและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อเร่งติดตามคนร้ายรายนี้ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า สำหรับจำนวนเงินที่ถูกคนร้ายลักไปในครั้งนี้ ไม่ทราบเหมือนกัน เพราะปกติในวันเปิดตู้บริจาคจะมีเจ้าหน้าที่จากกองคลังเทศบาลนครนครศรีธรรมราชมาทำการเปิดตู้บริจาคและนำเงินไปเข้าคลังในช่วงวันธรรมดาคือจันทร์-ศุกร์ ส่วนวันเสาร์อาทิตย์จะไม่มีเจ้าหน้าที่มาเปิดตู้บริจาค ซึ่งเท่าที่ทราบยอดเงินในตู้บริจาคแต่ละวันประมาณ 3,000-5,000บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางวิภารัตน์ ระบุด้วยว่า แต่เมื่อวานนี้(14พ.ย.)ซึ่งเป็นวันดี มีนักท่องเที่ยวจำนวนมากจากทั่วประเทศเดินทางมาไหว้ราหูอมจันทร์เพื่อบูชาดาวพฤหัส ที่ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช จนมีนักท่องเที่ยวแน่นตลอดทั้งวัน ทำให้ต้องปิดศาลหลักเมืองจนค่ำ และเห็นเงินที่มีผู้ใส่ในตู้บริจาคของศาลหลักเมืองจนเกือบเต็มตู้ คาดว่าน่าจะมีเงินในตู้ไม่ต่ำกว่า 10,000-20,000 บาท ทีเดียว จนนักท่องเที่ยวกลับหมดตนเองจึงเก็บข้างของและปิดประตูกลับบ้านจนรุ่งเช้ามาพบประตูศาลหลักเมืองถูกคนร้ายงัดเข้าไปงัดตู้บริจาคกวาดเงินจำนวนมากดังกล่าว ซึ่งคนร้ายรายนี้น่าจะรู้ความเคลื่อนไหวทางเข้าออกของศาลหลักเมืองเป็นอย่างดี และน่าจะมาดูลาดเลาแล้วหลายครั้ง &amp;nbsp;อาศัยจังหวะช่วงเวลากลางดึกเข้ามางัดตู้บริจาคดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบลายนิ้วมือแผงของคนร้ายในที่เกิดเหตุและตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบๆศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชเพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกม.ต่อไป &amp;nbsp; อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่า ที่เกิดเหตุศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชแห่งนี้อยู่ติดกับด้านหลัง บก.ภ.นครศรีธรรมราชและอยู่ห่างจากบ้านพักของ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช ประมาณ 100เมตรคนร้ายยังกล้าลงมือเข้าไปงัดตู้บริจาคของศาลหลักเมืองดังกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยตู้บริจาคเงิน, บก.ภ.นครศรีธรรมราช, ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201115/image_big_5fb0eb5239b8e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2018 08:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2018 08:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังกุมขมับ! ผ่าน 6 เดือนคนแก่บริจาคเบี้ยยังชีพหลักพันราย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คลังกุมขมับ! หลังพบผ่าน 6 เดือน คนแก่บริจาคเบี้ยยังชีพแค่หลักพันรายเท่านั้น วืดจากเป้าหมายที่ตั้ง 5 แสนคน อ้างการประชาสัมพันธ์ยังไม่ถั่วถึง จี้ปรับแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพิ่งช่องทางการบริจาคให้สะดวกขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุถึง ความคืบหน้าการเปิดรับบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ เพื่อนำเงินจากผู้สูงอายุที่มีฐานะพอเพียงไปช่วยเหลือผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2560 ว่า ขณะนี้การเปิดรับบริจาคจะผ่านไป 6 เดือน แต่ยอดผู้สูงอายุที่แจ้งบริจาคเบี้ยยังมีเพียงแค่หลักพันคนเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ ว่า ภายในปีแรกจะมีผู้สูงอายุเข้ามาบริจาคเบี้ยถึง 5 แสนคน หรือคิดเป็น 10% ของผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยแต่ไม่ยากจนที่มีกว่า 5 ล้านคนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เดิมรัฐประมาณการว่า ปีแรกจะมีเงินรับบริจาคเบี้ยผู้สูงอายุเข้ามา 4 พันล้านบาท เมื่อนำมารวมกับเงินจากภาษีบาปที่หักจากยาสูบเข้ากองทุนผู้สูงอายุ 2% อีกปีละไม่เกิน 4 ล้านบาท จะทำให้มีเงินเข้ากองทุนเพิ่มปีละ 8 พันล้านบาท ซึ่งสามารถนำไปเพิ่มค่าเบี้ยยังชีพ ช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีฐานะยากจนและลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐ 3.6 ล้านคนได้เพิ่มไม่ต่ำกว่าเดือนละ 200 บาท อย่างไรก็ตามขณะนี้เมื่อมีคนบริจาคน้อยกว่าเป้าหมายมาก โดยจากหลักหลายพันล้าน เหลือเพียงหลักสิบล้านบาททำให้อาจต้องทบทวนแผนเพิ่มเบี้ยยังชีพกันใหม่&amp;rdquo; รายงานข่าว ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้ได้รับเบี้ยสูงอายุเข้ามาบริจาคกันน้อย ส่วนหนึ่งมาจากการประชาสัมพันธ์อาจยังไม่ทั่วถึงทำให้คนยังไม่รับรู้เรื่องการบริจาคมากนัก อีกทั้งก่อนหน้านี้ช่องทางรับแจ้งบริจาคเบี้ยยังชีพยังมีจำกัดทำให้ไม่รับความสะดวก เช่น ในเขตกรุงเทพฯ จะบริจาคได้เฉพาะสำนักงานเขตกรุงเทพมหานคร ขณะที่ต่างจังหวัดจะบริจาคได้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ จะต้องมีการเร่งปรับแผนประชาสัมพันธ์เชิงรุกเพิ่มขึ้น รวมถึงกระทรวงการคลัง ได้มีการเพิ่มช่องทางการบริจาคให้สะดวกขึ้น โดยขณะนี้เริ่มให้บริจาคผ่านธนาคารของรัฐได้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เพิ่มช่องทางรับแจ้งบริจาคเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเข้ากองทุนผู้สูงอายุ โดยผู้ที่ประสงค์จะแจ้งบริจาคใน กทม. สามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งบริจาคได้ที่สถาบันการเงินของรัฐ 7 แห่ง ประกอบด้วย ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนผู้ที่ประสงค์แจ้งบริจาคในต่างจังหวัดสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนไปแจ้งบริจาคได้ที่หน่วยงานของคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัด (คบจ.) ซึ่งประกอบด้วย สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานสรรพากรพื้นที่ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ ด่านศุลกากร สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยภาคและจังหวัด และสถาบันการเงินของรัฐทั้ง 7 แห่งดังกล่าวข้างต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ผู้ที่ประสงค์จะแจ้งบริจาคในต่างประเทศสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชน หรือหนังสือเดินทาง ไปแจ้งบริจาคได้ที่สถานเอกอัครราชทูต หรือสถานกงสุลใหญ่ของไทยในต่างประเทศ ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทนให้นำหนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจมาด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หน่วยงานของ คบจ. และสถาบันการเงินของรัฐใน กทม. จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 15 พ.ค. 2561 เป็นต้นไป ส่วนในต่างประเทศซึ่งดำเนินการโดยสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ ของไทยในต่างประเทศ จะสามารถเริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มิ.ย. 2561 เป็นต้นไป&amp;rdquo; น.ส. กุลยา กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11098</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการคลัง, กุลยา ตันติเตมิท, ขโมยตู้บริจาคเงิน, เงินคนแก่, เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180129/image_big_5a6ee6b5a9e6a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 10:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 10:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจช่วย3พี่น้องยากจนอยู่บ้านผุพัง พ่อพิการแม่ทำงานก่อสร้างเลี้ยงครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วย 3 พี่น้องสุดอาภัพ! พ่อพิการเก็บผักขายประทังชีวิต ส่วนแม่ไปขายแรงงานเมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่มีการนำเสนอข่าววอนช่วย 3 พี่น้องยากจนอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 131 บ้านโนนสำราญ หมู่ 8 ต.ลุ่มระวี อ.จอมพระ จ.สุรินทร์ โดยนายสาคร ตันแก้ว ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโนนสำราญ ได้ติดต่อประสานมาเพื่อขอความช่วยเหลือ เนื่องจากสภาพบ้านของเด็กๆ มีสภาพบ้านเก่า ผุพังมีรูทุกด้าน ลักษณะบ้านเป็นเพิงชั่วคราวไม่มั่นคงมิดชิด ไม่มีไฟฟ้า ประปาและไม่มีห้องน้ำใช้มานานหลายปี ไม่สามารถกันฝนได้ เวลากลางคืนต้องจุดตะเกียงกินข้าวและทำการบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครอบครัวของเด็กทั้งสามคน มีบิดาชื่อนายหัด สายบุตร อายุ 55 ปี พิการหูหนวกสื่อสารคุยไม่รู้เรื่อง อ่านหนังสือไม่ออก ไม่มีงานประจำทำ อาศัยหาเก็บผักและของป่ารายได้วันละไม่กี่บาท รายได้หลักคือเบี้ยคนพิการเดือนละ 800 บาท พอแต่ได้ซื้อข้าวสาร เมื่อปีที่ผ่านมาเคยตกต้นไม้เกือบตายมาแล้วครั้งหนึ่งจากการปีนไปเก็บผักจนสลบนิ่งอยู่หลายชั่วโมงไม่มีใครรู้ จนมาฟื้นเอง พอฟื้นมาพบว่าศีรษะบวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนมารดาชื่อนางบุญเลื่อน สายบุตร อายุ 39 ปี มีอาชีพรับจ้างทำงานก่อสร้างที่กรุงเทพฯ ประมาณ 2-3 เดือนถึงจะส่งเงินมาให้ลูก ครั้งละ 1,000-2,000 บาท เพื่อช่วยดูแลครอบครัว ทั้งสองมีด้วยกันลูก 3 คน คนโตชื่อนายสิทธิโชค สายบุตร อายุ15 ปี (น้องแคมป์) ไม่ได้เรียนต่อเพราะฐานะยากจน ลูกคนกลางชื่อ เด็กชายเจนภพ สายบุตร (น้องคิม) เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และลูกคนเล็กชื่อ เด็กหญิงอรุโณทัย สายบุตร (น้องขิง) เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2&amp;nbsp; ทั้งสองเรียนที่โรงเรียนหนองเหล็กราษฎร์วิทยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้นำเสื้อผ้าไปมอบให้ 3 พี่น้องและครอบครัว ซึ่งวันนี้นับว่า เป็นวันที่น้องๆมีความสุขมากที่สุด เพราะได้อยู่อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา พ่อ แม่ ลูก ซึ่งนางบุญเลื่อน สายบุตร อายุ 39 ปี ผู้เป็นมารดาเพิ่งเดินทางกลับมากจากกรุงเทพฯและได้รับประทานอาหารเย็นร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบปีท่ามกลางเสียงเทียนเพียงเล่มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญเลื่อน กล่าวว่าตนและครอบครัวต้องกราบขอบคุณน้ำใจของพี่น้องคนไทยผู้ใจบุญที่โอนเงินเพื่อช่วยเหลือเข้าบัญชีธนาคาร ธกส. ชื่อบัญชี นายหัด สายบุตร เลขบัญชี 020116015277 ขณะนี้มียอดบริจาคจำนวน 74,000 บาท ตนจะนำเงินที่ได้รับการบริจาคมาทำการซ่อมแซมบ้านเรือนต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6048</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยตู้บริจาคเงิน, ช่วย3พี่น้องสุดอาภัพ, บ้านโนนสำราญ, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc58206cf76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3657</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2018 10:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2018 10:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โจรใจบาปใช้หนังสติ๊กยิงสุนัขในวัดบาดเจ็บ ก่อนงัดเงินในตู้บริจาคพร้อมวัตถุมงคลอีกเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 22 ก.พ.2561 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายเข้ามาก่อเหตุขโมยเงินในตู้บริจาคที่วัดท่าราชไชยศรี บ้านดอนบม หมู่ 13 ต.เมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงพบพระลูกวัดและคณะกรรมการวัดกำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่สามารถบันทึกวินาทีโจรเป็นชายสวมหมวกแก๊ป สวมเสื้อเชิตคลุมเสื้อยึดสีขาว กางเกงขายาว ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีดำ-น้ำเงิน บุกเดี่ยวถือหนังสติ๊กเข้ามาหน้าประตูทางเข้าศาลาของวัด ก่อนยิงสุนัขที่นอนเฝ้าอยู่หน้าศาลาหลายตัวได้รับบาดเจ็บ เพื่อเปิดทางและเดินเข้าไปที่ตู้บริจาคของวัดจำนวน 10 ตู้&amp;nbsp; งัดเอาเงินเหรียญ และธนบัตรชนิดต่างๆ ที่ชาวบ้านนำมาทำบุญใส่กระเป๋ากางเกง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าคนร้ายใช้อุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเกียงฉาบปูน และไขควงในการก่อเหตุ นอกจากนี้คนร้ายยังได้เดินไปที่ตู้สำหรับบูชาวัตถุมงคล และทำการขโมยพระเครื่องประเภทต่างๆ ไปหลายรายการ เท่านั้นยังไม่พอคนร้ายยังได้เดินไปงัดตู้เครื่องเสียงของวัด&amp;nbsp;แต่พระลูกวัดเดินมาเห็นเสียก่อน จึงวางทิ้งไว้ก่อนรีบขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ หวยโนนทัน ผู้ใหญ่บ้านบ้านดอนบม บอกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะนั้นเป็นเวลาที่พระในวัดฉันเพลเสร็จ แล้วแยกย้ายกลับกุฏิ คนร้ายอาศัยจังหวะนี้ขับรถจักรยานยนต์เข้ามาทางประตูด้านหลังซึ่งติดกับเมรุของวัด และอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุก่อนจอดไว้ใกล้กับประตูศาลาโดยมีการเตรีบมหนังสติ๊กมายิงสุนัขที่กำลังนอนอยู่ด้านหน้าหลายตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;คนร้ายเข้ามางัดตู้บริจาคจำนวน 10 ตู้ ซึ่งมี 7 ตู้ที่เป็นตู้บริจาคประจำวันเกิด ซึ่งทางวัดจะเปิดเอาเงินออกมาทุกๆ 2-3 เดือน และ อีก 3 ตู้จะเปิดเอาเงินออกมาทุกๆวันพระ คาดว่าคนร้ายได้เงินไปจำนวนมากซึ่งไม่สามารถประเมินได้ และตรงไปที่ตู้เช่าบูชาวัตถุมงคลได้ไปหลายรายการ ก่อนจะไปงัดเอาเครื่องเสียงวัดแต่เอาไปไม่ได้เพราะมีพระมาเห็นพอดี คนร้ายก็รีบขับรถหนีออกไป ขณะนี้ได้นำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ย่อยเมืองเก่าเรียบร้อยแล้ว&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า ไม่เคยเห็นคนร้ายรายนี้มาก่อน แต่ดูพฤติกรรมแล้วคาดว่าคนร้ายจะอาศัยวันที่มีการทำบุญในวันพระ มาดูลาดเลาไว้ก่อน เพราะจากการลงมือเหมือนรู้ว่าจุดใดมีอะไรอยู่บ้าง และต้องเดินไปที่ใดจึงจะหลบมุมกล้อง โดยมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3657</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ขโมยตู้บริจาคเงิน, วัดท่าราชไชยศรี, โจรใจบาป</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180222/image_big_5a8e3ac6bcba2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
