<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68372</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 08:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 08:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มพม่าใจพระถูกวัยรุ่นแสบเชิดรถจักรยานยนต์ใหม่ ทิ้งรถเสียไว้ให้กลางทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63 - ร.ต.อ.วนา หนูชม รอง สวป.สภ.เสม็ด รับแจ้งว่ามีคนร้ายลักรถจักรยานยนต์เหตุเกิดบนถนนสุขุมวิทใกล้กับตลาดนัดจตุจักร ชลบุรี หมู่ 4 ต.ห้วยกะปิ อ.เมือง จ.ชลบุรี จึงรุดไปช่วยเหลือ พบนายออม ทาม เท อายุ 41 ปี แรงงานชาวพม่าทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่งในเครือสหพัฒน์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ยืนดูรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ดรีม 900 สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนในลักษณะโทรมใกล้พัง ซึ่งเป็นของคนร้ายที่ขโมยรถจักรยานยนต์ของตนเองไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามนายออม ทาม เท ทราบว่า ตนมาเที่ยวชายหาดบางแสน จนเลยเวลาเคอร์ฟิว จึงได้ตัดสินใจนอนบริเวณชายหาด จนกระทั่งเวลา 03.00 น.จึงได้ตัดสินใจจะกลับไป อ.ศรีราชา โดยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ซูเมอร์เอ็กซ์ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ราคากว่า 4 หมื่นบาท ออกจากชายหาดบางแสน และหาปั๊มน้ำมันเติม เนื่องจากน้ำมันจะหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงปั๊มน้ำมันบริเวณห้างสรรพสินค้าบิ๊กซีโฮมโปร เติมน้ำมันแล้ว พบวัยรุ่นคนหนึ่งสตาร์ทรถไม่ติด จึงอยากช่วยเหลือ โดยเข็นออกจากปั๊มน้ำมัน เพื่อไปส่งบ้าน แต่ขาเจ็บไม่สามารถใช้เท้าถีบรถจักรยานยนต์ได้ จึงได้ตัดสินใจให้วัยรุ่นขี่รถจักรยานยนต์ของตนเอง และให้ถีบรถอีกคันมุ่งหน้าไปทางบางแสน เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นที่มืด คนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์ของตนหลบหนีไป และทิ้ง จยย.เน่าๆไว้ที่ตนอย่างหน้าตาเฉย จึงได้แจ้งตำรวจให้มาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นตำรวจได้พยายามหาปั๊มน้ำมันที่เกิดเหตุ แต่นายออม ทาม เท ไม่ใช่คนแถวนี้ด้วย จึงจำปั๊มน้ำมันไม่ได้ จึงตระเวนหาปั๊มน้ำมันจนรุ่งสาง และพบปั๊มที่คนร้ายมาจอดเติมน้ำมัน และรถ จยย.เสียจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามพนักงานเติมน้ำมันทราบว่า คนร้ายได้เติมน้ำมันจริง 20 บาท และมาพบกับนายออม ทาม เท และได้ช่วยกันขี่และเข็นรถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน ไม่ทราบว่าเป็นคนร้าย&amp;nbsp;ต่อมานายออม ทาม เท ได้แจ้งความกับ พ.ต.ต.ศักดา ภิญโญภาพ สารวัตรเวร สภ.เสม็ด ให้ช่วยติดตามรถจักรยานยนต์และคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68372</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยลักทรัพย์, จังหวัดชลบุรี, สภ.เสม็ด, แรงงานชาวพม่า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1831221caa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61765</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2020 09:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/04/2020 09:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พนักงานเดลิเวอรี่มือไว! ส่งอาหารให้ลูกค้าแล้วก่อเหตุขโมยหมวกกันน็อคติดมือกลับไปด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 เม.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ได้มีการโพสต์คลิปจากกล้องวงจรปิดภายในหอพักบันทึกภาพวินาทีพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่ของบริษัทชื่อดัง แต่งกายเสื้อยืดแขนกุด กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ขับรถจักรยานยนต์มาจอดที่หน้าหอพัก แล้วนำอาหารที่ใส่ในถุงพลาสติกมาส่งให้ลูกค้าภายในหอพัก พอส่งอาหารให้ลูกค้าเสร็จได้เดินมาหยุดที่ข้างรถจักรยานยนต์ ซึ่งเป็นรถของคนสั่งอาหารรายนี้ แล้วรีบขโมยหมวกกันน็อคแบบเต็มใบราคาแพงวิ่งออกจากหอพักไปขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วรีบขับออกไปอย่างรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โพสต์ดังกล่าวเขียนข้อความระบุว่า &amp;quot;ตามหาผู้ชายในภาพ&amp;nbsp;เป็นแกร็บส่งอาหารให้เมื่อวาน เวลา 20.53 ที่ซอยศรีจันทร์ 31 วันที่ 31 มีนาคม เขาได้ขโมยหมวกกันน็อคราคาใบละหลายพันบาทไป ใครรู้จักช่วยบอกที&amp;nbsp;ตอนนี้กำลังไปแจ้งความ มีหลักฐานหมดกล้องวงจรปิดจับได้ พอดีสั่งหมูกะทะไป ถ้าไม่นำมาคืนจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังผู้โพสต์ ทราบว่าเจ้าตัวได้แจ้งเรื่องไปยังศูนย์ผู้ให้บริการ โดยศูนย์ฯแจ้งว่าได้มีการดำเนินการระงับสัญญาณของพนักงานรายนี้แล้ว พร้อมทั้งยังได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับทางตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ให้ช่วยติดตามตัวพนักงานรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายด้วย ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61765</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยลักทรัพย์, จังหวัดขอนแก่น, สภ.เมืองขอนแก่น, แกร๊บ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200402/image_big_5e854fe04a108.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>59803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2020 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2020 14:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เจ้าของร้านขายมือถือแจ้งความจับช่างซ่อมขโมยโทรศัพท์กว่า 20 เครื่อง พบก่อคดีฉ้อโกงเพียบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สื่อสังคมออนไลน์ในจังหวัดขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ &amp;ldquo;Jane Thamrongwarachai&amp;rdquo; ที่ได้มีการโพสต์ภาพโจรพ่อแม่ลูกขโมยโทรศัพท์มือถือของร้านจำหน่ายโทรศัพท์บนห้างสรรพสินค้าในเมืองขอนแก่นไปหลายเครื่อง พร้อมระบุข้อความว่า &amp;quot;พบเห็นบุคคลในภาพหรือวีดีโอ ช่วยแจ้งเบาะแสกับตำรวจด่วนบุคคลอันตราย ชายคนนี้ฉ้อโกง ลักทรัพย์ หนีคดี ผู้เสียหายรวม 7 ราย แจ้งความคดีไว้ที่ สภ.จังหวัดขอนแก่น เป็นที่เรียบร้อยแล้วมีลูก 3 คน เป็นชาย 1 หญิง 2 คน ผู้หญิงคนโตอายุ 12 ขวบ คนเล็ก 11 เดือนลูกชายอายุ 8-9 ขวบ ภรรยา 1 คน และแม่ยาย ตอนนี้ก่อคดีไว้ที่จังหวัดขอนแก่น หลังจากที่หนีคดีมาจากพัทยา เป็นครอบครัวคนใต้ แจ้งเบาะแส โทร.084-479-6979 ช่วยแชร์ ช่วยโพสต์ บอกต่อ เผื่อช่วยเหลือเพื่อนๆคนอื่นอาจตกเป็นเหยื่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ประสานงานไปยังผู้โพสต์ ทราบชื่อต่อมาคือ นางจินตนา ธำรงวราชัย อายุ 42 ปี เจ้าของร้านจำหน่ายและรับซ่อมโทรศัพท์มือถือ ซึ่งเป็นผู้โพสต์กรณีดังกล่าว โดยร้านตั้งอยู่บนห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งใจกลางเมืองขอนแก่น ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินตนา กล่าวว่าเมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา ร้านได้เปิดรับสมัครช่างซ่อมโทรศัพท์ โดยมีราชิต อุนทริจันทร์ อายุ 40 ปี ชาว ต.ยี่งอ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส มาขอสมัครงานและโชว์ทักษะการซ่อมโทรศัพท์ซึ่งก็สามารถซ่อมได้เป็นอย่างดี จึงรับเข้าทำงาน ซึ่งตลอดในช่วงที่นายราชิตทำงานนั้น มีความผิดปกติหลายอย่าง เริ่มต้นจากกล้องวงจรปิดของร้านที่จะเปิดเอาไว้ 24 ชม. พบว่าบางวันกล้องหันหน้าไปทางอื่น บางวันปลั๊กถูกถอด บางวันเลาท์เตอร์อินเตอร์เน็ตถูกปิดสวิชต์ ซึ่งสอบถามก็เข้าใจว่าเน็ตอาจจะหลุด หรือพนักงานเตะปลั๊กแล้วลืมเสียบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ต่อมาก็พบว่ามีลูกค้ามาสอบถามที่ร้านว่าซ่อมโทรศัพท์ซ่อมเสร็จหรือยัง จึงสอบถามลูกค้าไปก็ทราบว่านายราชิตทำตัวเป็นเจ้าของร้านหลอกลูกค้าว่าจะนำโทรศัพท์ส่งศูนย์ฯซ่อม เมื่อสอบถามไปที่ศูนย์ฯก็พบว่าไม่มีการนำโทรศัพท์ของลูกค้าไปซ่อม จึงสอบถามไปยังนายราชิตก็โกหกว่าเอาออกมาแล้วอยู่กับตัวเองกำลังนำกลับไปที่ร้าน แต่ก็จะพูดบ่ายเบี่ยงไปเรื่อยว่าต้องซ่อมตรงนั้นตรงนี้บ้างโดยได้นำกลับไปซ่อมต่อที่บ้านบ้าง และล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นายราชิตได้หนีไปพร้อมกับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของร้านที่มีราคาสูง พร้อมทั้งโทรศัพท์มือถือของลูกค้าที่นำมาซ่อมที่ร้านรวมกว่า 20 เครื่อง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจินตนา กล่าวต่ออีกว่า&amp;nbsp;ต่อมาตนเองมาจับได้ว่านายราชิตนำโทรศัพท์ลูกค้าไปขายให้กับร้านที่ตนเองรู้จัก โดยนายราชิตลงมือก่อเหตุเป็นทีมร่วมกับภรรยาและลูก โดยทั้งพ่อ แม่ ลูกได้เอาโทรศัพท์ไปตระเวนขายตามร้านต่างๆ นอกจากนี้ยังหลอกพนักงานที่ร้าน 3 คนขอใช้ชื่อเพื่อซื้อรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ทั้งยังคงขอยืมเงินพนักงานที่ร้านอีก 5,000 บาท แล้วหลบหนีไป จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงได้รวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อให้ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หลังจากแจ้งความเสร็จก็ได้โพสต์เรื่องราวแจ้งเตือนร้านอื่นๆ และตามหาเบาะแสของคนร้าย โดยมีผู้เสียหายจากจังหวัดต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นข้าราชการครูอยู่ใน จ.นราธิวาส โดยภรรยาของนายราชิต เป็นข้าราชการครูระดับ 8 ซึ่งได้ฉ้อโกงเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจ.นราธิวาสไปรวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งตอนนี้เพื่อนครูด้วยกันต้องตามชดใช้หนี้แทน และมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความกว่า 50 รายที่ สภ.เมืองนราธิวาส อีกทั้งภรรยานายราชิตยังคงได้หลบหนีและมาก่อเหตุต่อที่ จ.ขอนแก่นในครั้งนี้ ซึ่งอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจรีบติดตามดำเนินการจับกุมคนร้ายกลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็ว ก่อนที่จะไปก่อเหตุในพื้นที่อื่นๆอีก โดยความคืบหน้าทางคดีขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตนเองไปสอบปากคำเพิ่มเติมในวันอังคารที่จะถึงนี้ที่ สภ.เมืองขอนแก่นแล้ว&amp;quot;
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59803</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยลักทรัพย์, ขโมยโทรศัพท์มือถือ, จังหวัดขอนแก่น, ฉ้อโกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200315/image_big_5e6dcee99e81d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29340</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 07:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 07:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชะอำหัวขโมยงัดบ้านฉก&#039;แหวน-สร้อยทอง&#039;หนีลอยนวล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.พ.62- ร.ต.ท.มนัส อาจหาญ ร้อยเวรสอบสวน สภ.ชะอำ &amp;nbsp;จ.เพชรบุรี รับแจ้งจากนางจำรัส ม่วงเงิน อายุ 60 ปิ ชาวบ้านหนองเผาถ่าน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมามีคนร้าย งัดบ้าน เลข368/1ม.3 บ้านหนองเผาถ่าน ตำบลดอนขุนห้วย อำเภอชะอำ &amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรีของตนเอง เข้ามารื้อค้นและขโมยทรัพย์สิน เป็นทองรูปพรรณ 1 เส้น &amp;nbsp;แหวนทองหนัก 2 วง และเงินสดจำนวนหนึ่ง ที่เก็บไว้ภายในลิ้นชักใต้โต๊ะทำงานภายในบ้าน &amp;nbsp; ก่อนหลบหนีไป &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางจำรัส เล่าว่า ได้ออกไปทำงานโดยก่อนเกิดเหตุได้มีเมฆฝนตั้งเค้ามา จึงรีบขี่รถจักรยานยนต์กลับมาที่บ้าน เพื่อที่จะมาเก็บผ้าที่ตากไว้หลังบ้าน แต่พบว่าหน้าต่างบริเวณห้องและประตูหลังบ้านถูกงัด ตนจึงเดินเข้าไปดูทรัพย์สินภายในบ้าน พบห้องแต่งตัวห้องนอน ที่นอน &amp;nbsp;และโต๊ะทำงานถูกรื้อค้น &amp;nbsp;ตรวจสอบทรัพย์สินพบ สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง 1 เส้น แหวนหนัก 1 สลึง 2 วง และเงินสดจำนวน 1,400 บาทที่ตนเก็บไว้ภายในลิ้นชักได้หายไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นครั้งที่ 3 แล้วครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมาได้ถูกคนร้ายเข้ามางัดบ้านและ ขโมยเงินสดจำนวน 500 บาทภายในบ้านหลบหนีไป &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนครั้งที่ 2 ก็ถูกคนร้ายงัดเข้ามาภายในบ้านและขโมยเงินสดจำนวน 2,500 บาท ที่เก็บซ่อนไว้ในหนังสือภายในบ้านหลบหนีไปโดยทั้ง 2 ครั้งจนไม่ได้ติดใจเอาความอะไร &amp;nbsp; แต่ครั้งนี้คนร้ายเหิมเกริม งัดบ้านเข้ามาขโมย สร้อยคอทองคำและแหวนทองที่ตนหาเก็บมาด้วยน้ำพักน้ำแรง จึงยอมไม่ได้จึงได้แจ้งความ และคาดว่าน่าจะเป็นคนในหมู่บ้านใกล้เคียงที่ลงมือก่อเหตุทั้ง 3 ครั้ง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนีเพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29340</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยลักทรัพย์, จ.เพชรบุรี, ชะอำ, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c69fcef033c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
