<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102582</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่รอด‘เด่นภูมิ’ โมเดลลิ่งสุดหื่น รวบคาคอนโด!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;กองปราบฯ แกะรอยตามรวบ &amp;ldquo;เด่นภูมิ&amp;rdquo; โมเดลลิ่งเก๊ลวงพริตตี้กว่า 36 ราย บังคับเสพยา ข่มขืน จับได้คาคอนโดฯ ย่านสายไหม เจ้าตัวปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา อ้างเป็นเด็กกำพร้า มีปมชีวิต ทำให้หลงผิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันที่ 11 พ.ค. พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รอง ผบช.ก. สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป. นำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสและติดตามจับกุมนายเด่นภูมิ วัฒนโชติภิญโญ อายุ 39 ปี โมเดลลิ่งเก๊จอมหื่นลวงสาวพริตตี้ไปก่อเหตุข่มขืนในหลายพื้นที่ จนมีผู้ตกเป็นเหยื่อแสดงตัวออกมาแจ้งความแล้ว 36 ราย กระทั่งเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 11 พ.ค. ทางเจ้าหน้าที่ชุดคลี่คลายคดีกองปราบฯ สืบทราบว่า นายเด่นภูมิ หลังก่อเหตุได้หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่คอนโดมิเนียมโยธินเพลส ซอยเพิ่มสิน 20 แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม. จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัว ก่อนตำรวจกองปราบปรามคุมตัวนายเด่นภูมิ เข้ามาที่กองบังคับการปราบปราม เบื้องต้นนายเด่นภูมิให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่ได้ทำความผิด และขอให้การในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานที่จะดำเนินคดี แม้ว่านายเด่นภูมิจะให้การปฏิเสธในชั้นการสอบสวน เนื่องจากการสืบสวนพบว่านายเด่นภูมิมีพฤติกรรมในการแอบอ้างเป็นโมเดลลิ่ง ก่อนจะชักชวนหญิงสาวผู้เสียหายมาทำงานและล่วงละเมิดทางเพศ ทำให้มีหญิงสาวผู้เสียหายหลายคนทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ จนกระทั่งตำรวจกองปราบปรามเข้าขยายผลจับตัวได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประวัติของนายเด่นภูมิ เคยต้องโทษมาแล้ว 4 ครั้ง ในความผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนและเสพยาเสพติด เป็นต้น และเพิ่งพ้นโทษ มาเมื่อวันที่ 6 เม.ย.ที่ผ่านมา ก่อนมาก่อเหตุซ้ำในคดีล่าสุด ซึ่งตำรวจพบว่า นายเด่นภูมิเคยก่อคดีกับหญิงสาวผู้เสียหายกว่า 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่ก่อเหตุในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยล่าสุดตำรวจขอออกหมายจับนายเด่นภูมิแล้ว 3 หมายจับ และมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มอีกหลายคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายเด่นภูมิยังให้ข้อมูลกับตำรวจอีกว่า ในวัยเด็กเป็นเด็กกำพร้า จึงอาจจะมีปมในชีวิต ประกอบกับเคยเสพยาเสพติด จึงอาจเป็นแรงจูงใจให้หลงกระทำความผิด โดยหลังจากนี้ตำรวจกองปราบปรามจะส่งตัวนายเด่นภูมิให้พนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลบางขุนเทียนรับตัวไปดำเนินคดีในวันนี้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเด่นภูมิ ก่อเหตุล่อลวงหญิงสาวมารับงานเอนเตอร์เทน โดยให้ค่าตอบแทนสูงเพื่อล่อใจ ก่อนบังคับเสพยาเสพติดและกระทำชำเรา รวมทั้งลักทรัพย์ในหลายพื้นที่ โดยมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 36 คน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102582</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, จับได้คาคอนโด, บังคับเสพยา, ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา, ลวงพริตตี้, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210511/image_big_609a964675855.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94500</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2021 13:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2021 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่คืบหน้าสาววอนตำรวจเร่งคดีจับลุงโฉดหลอกเข้ารีสอร์ทข่มขืน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.พ.64- จากกรณี เยาวชนอายุ 17 ปี ชาว ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น &amp;nbsp;ซึ่งถูกลุงข่มขืนแต่คดีไม่คืบหน้าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเดือน ธ.ค.ของปีที่ผ่านมา ล่าสุดเยาวชนดังกล่าว ระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ธ.ค. ปีที่ผ่านมา &amp;nbsp;จึงขอร้องเรียนกับสื่อมวลชน ให้ตรวจสอบคดีที่เกิดขึ้นด้วย &amp;nbsp;เพราะอยากให้ลุงถูกจับเข้าคุก &amp;nbsp;โดยตัวเองอาศัยอยู่กับป้าและยาย ที่อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ส่วนพ่อกับแม่มีอาชีพ รับจ้างทั่วไป มีบ้านอยู่ที่อ.อากาศอำนวย จ.สกลนคร และไปทำงานอยู่ที่กรถงเทพมหานคร จึงให้ตนเองมาอยู่กับยายและป้าที่ อ.หนองสองห้อง ตั้งแต่เด็ก จนกระทั่งช่วงเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา เป็นช่วงโควิด-19ระบาด พ่อแม่จึงมาอยู่ด้วยที่อ.หนองสองห้อง ต่อมาแม่ไม่สบาย เมื่อไปตรวจพบว่าเป็นเนื้องอกในมดลูก จึงได้ผ่าตัดและรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ขอนแก่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เธอระบุว่า &amp;nbsp;แม่เข้ารับการผ่าตัดที่ รพ.ขอนแก่นตั้งแต่ต้นเดือน พ.ย.- จนกระทั่งวันที่ 10 ธ.ค.2563 แม่โทรศัพท์มาบอกว่า ให้ไปรับแม่และพ่อ ออกจาก รพ.กลับบ้าน จึงได้ขอความช่วยเหลือจากลุงดอก(นามสมมุติ)อายุ 62ปี ซึ่งเป็นลุงเขย เพราะเป็นสามีของป้าที่พักอาศัยอยู่ด้วยในบ้านหลังเดียวกัน ซึ่งลุงดอกตอบตกลง และพากันขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้อมิตซุบิชิ สีดำ ( ทะเบียน7กช-4830 กรุงเทพมหานคร) เดินทางออกจากบ้านในช่วงเวลา 09.00 &amp;nbsp;น. ออกจากบ้านได้ประมาณ 10 กม. ลุงก็บอกว่า จะพาเข้าไปนอนในรีสอร์ทก่อน จึงบอกว่า ไม่นอน เพราะต้องรีบเดินทางไปรับแม่กับพ่อที่ รพ. แต่ลุงก็ไม่ยอม ได้เปิดห้องในรีสอร์ทแบบชั่วคราว &amp;nbsp;ซึ่งตนเองพยายามมองหาคนให้ช่วยแต่ก็ไม่มีคน จึงพยายามจะขอความช่วยเหลือจากแม่บ้านและคนดูแลรีสอร์ทแต่ลุงเดินมาก่อน ด้วยความกลัวจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป ก่อนที่ลุงจะลากแขนเข้าห้อง จับถอดเสื้อผ้าและทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ พยายามขัดขืน แต่สู้ไม่ได้ เพราะลุมแรงเยอะกว่า จากนั้นก็เดินทางออกจากโรงแรมไปรับแม่กับพ่อที่ รพ.กลับมาที่บ้าน และได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเล่าให้พี่สาว และยายรวมถึงพ่อแม่ให้รับรู้ จากนั้นพ่อจึงเดินทางไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองสองห้อง ให้ทำการจับกุม ลุงดอก มาดำเนินคดีตามกฎหมายในวันต่อมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เธอกล่าวด้วยว่า &amp;nbsp; เมื่อเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.ศรศักดิ์ พากระโทก สว.(สอบสวน)สภ.หนองสองห้อง และถูกส่งตัวไปตรวจร่างกายที่รพ.หนองสองห้อง รอผลตรวจประมาณ 1 เดือน แต่ช่วงที่รอผลตรวจก็ยังพักอาศัยอยู่ที่บ้าน และเมื่อไม่มีใครอยู่ในบ้าน ลุงก็จะลวนลาม &amp;nbsp;และเมื่อไปทำงานลุงก็จะไลน์ตาม ให้ออกไปพบ แต่ไม่เคยไป &amp;nbsp;ด้วยความกลัวว่าจะเกิดเหตุขึ้นซ้ำอีก เพราะลุงไม่เลิกรา จึงตัดสินใจออกจากบ้านยาย มาอยู่กับเพื่อนที่บ้านหนองไผ่ล้อม ซึ่งเมื่อผลตรวจร่างกายออกมา ตำรวจได้ออกหมายเรียก และรับตัวลุงดอกมาสอบสวนที่สภ.หนองสองห้อง &amp;nbsp;เมื่อสอบสวนแล้วเสร็จตำรวจก็ปล่อยตัวกลับบ้าน จึงไม่ทราบว่า โทษที่ลุงได้รับคือมีเพียงการรับทราบข้อกล่าวหาแล้วปล่อยตัวไปเช่นนั้นหรือ ทำไม ไม่มีการจับกุมตัวส่งเข้าคุก เพื่อให้ครอบครัวเกิดความสบายใจ &amp;nbsp;และเมื่อทราบว่าลุงถูกปล่อยตัวจึงได้สอบถามในทางคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทราบว่า อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.ธีร์ธัช พงษ์สุวรรณ ผกก.สภ.หนองสองห้อง กล่าวว่า &amp;nbsp;ทราบเรื่องจากพนักงานสนอบสวนเรียบร้อยแล้ว อีกทั้งน้องเยาวชนก็โทรศัพท์มาสอบถามในทางคดี ซึ่งได้ชี้แจงขั้นตอนการทำงานของพนักงานสอบสวนแล้วเช่นกัน โดย เมื่อพนักงานสอบสวนรับแจ้งความก็ทำการสืบสวบสอบสวน รวบรวม พยาน หลักฐานต่างๆ และส่งตัวน้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เมื่อผลตรวจออกมา จึงได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา รวมถึงได้นำตัวนายดอก ซึ่งเป็นลุงที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งในส่วนของการสอบสวนนั้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และไม่ขอให้การในชั้นพนักงานสอบสวน จะขอให้การในชั้นศาล พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหา ข่มขืนและพรากผู้เยาว์อายุมากกว่า 15 ปีแล้วแต่ยังไม่เกิน 18 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมสำนวน เพื่อส่งอัยการในสัปดาห์หน้า.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94500</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ขอนแก่น&#039;, ข่มขืน, สภ.หนองสองห้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210228/image_big_603b3b9895c0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>85870</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/12/2020 17:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/12/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิลลิ&#039;ลั่นใส่อะไรก็ไม่ควรโดนข่มขืน ด้าน&#039;ไม้ วฤษฎิ์&#039;บอกสังคมนี้มันป่วย!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำเอาฉุน สำหรับแร็ปเปอร์สาว &amp;quot;มิลลิ&amp;quot; หรือ ดนุภา คณาธีรกุล ที่ได้แชร์ภาพที่มีชาวเน็ตรายหนึ่งโพสต์ว่าจะรอดูข่าวเด็กที่ไม่ใส่ชุดนักเรียนถูกข่มขืน เพราะแยกไม่ออกว่าเด็กหรือผู้ใหญ่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยสาวมิลลิได้โพสต์ทวิตเตอร์ว่า &amp;quot;จะเด็กหรือจะโต จะใส่ชุดนักศึกษาหรือชุดไดโนเสาร์ คุณก็ไม่มีสิทธิจะไปข่มขืนใครเขา อส บ้าป่ะ ถามจริง สมองสองบาท&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้านพระเอกหนุ่มช่อง3 อย่าง ไม้-วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ ก็ได้แชร์ข้อความของสาวมิลลิพร้อมบอกว่าสังคมนี้มันป่วย! &amp;quot;ถูกต้อง จะเด็กจะผู้ใหญ่จะแต่งชุดอะไรก็ไม่มีสิทธิ์ไปข่มขืนเค้า ถ้าเค้าแต่งตัวโป๊ไม่เหมาะสมก็แจ้งความเค้าสิ มีกฎหมายรองรับอยู่ ถึงได้บอกไงว่าสังคมนี้มันป่วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม phuckitol และ&amp;nbsp; maiwarit&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85870</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ชุดนักเรียน, ดนุภา คณาธีรกุล, มิลลิ, ไม้-วฤษฎิ์ ศิริสันธนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201203/image_big_5fc8bb7b97f3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2020 19:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2020 19:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปิงปอง’ลั่นแต่งตัวเซ็กซี่ไม่ใช่เหตุผลที่สมควรโดนล่วงละเมิดทางเพศ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นักร้อง-นักแต่งเพลงหนุ่ม ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ โพสต์โซเชียลถึงประเด็นที่กำลังร้อนแรงอย่างการโดนล่วงละเมิดทางเพศ โดยเจ้าตัวลั่นแต่งตัวเซ็กซี่ไม่ใช่เหตุผลที่สมควรโดนล่วงละเมิดทางเพศ โปรดอย่าโยนความผิดให้เหยื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คิดว่าคนเรามีสิทธิ์ที่จะแต่งตัวหรือถ่ายรูปเซ็กซี่นะ การแต่งเซ็กซี่ไม่ใช่เหตุผลที่ใครสมควรจะโดนสังคมข่มขืนลวนลามล่วงละเมิดทางเพศ การคิดแบบนี้มันเป็นข้ออ้างในการโยนความผิดให้เหยื่อมากกว่า และการตั้งธงว่าคนที่โดนลวนลามต้องหวาดกลัวโลกนี้แล้วถือตัวเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิตก็ไม่แฟร์กับเขาด้วย ทำไมคนที่ถูกล่วงละเมิดทางเพศถึงไม่มีสิทธิ์พยายามลุกขึ้นมาแต่งตัวสวยๆด้วยล่ะ และที่สำคัญที่สุด คนที่บอกว่าตัวเองเป็นคนดีมีคุณธรรม แต่ดันสนุกสะใจกับอะไรแบบนี้หรือคิดว่าเหมาะสมแล้วที่โลกนี้จะมีใครโดนล่วงละเมิดทางเพศ อยากให้ลองทบทวนตัวเองใหม่จริงๆครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ปิงปอง-ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์, ล่วงละเมิดทางเพศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201122/image_big_5fba5e2770c51.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70569</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.รวบหนุ่มวัย32บุกข่มขืนสาวพิการใบ้หูหนวกในห้องเช่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ก.ค.63-พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ รอง.ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าวถึงความคืบหน้าเหตุมีหญิงสาวถูกข่มขืนกระทำชำเรา &amp;nbsp;ที่บริเวณห้องแถวเช่า ห้องเลขที่ 14 ม.7 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ว่า &amp;nbsp;
ที่เกิดเหตุเป็นห้องเช่าเลขที่14 พบผู้เสียหายชื่อนางสาวเอ(นามสมมุติ)อายุ 28ปี เป็นหญิงพิการเป็นใบ้ หู หนวก สื่อสารด้วยภาษามือโดยมีพี่สาวของผู้เสียหายเป็นล่าม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ช่วงเวลา 13.00 น. &amp;nbsp;ขณะที่น.ส.เอกำลังนอนหลับพักผ่อน อยู่ภายในห้องเช่า โดยเผลอเปิดประตูหน้าห้องแง้มค้างเอาไว้ ขณะกำลังหลับก็ต้องสะดุ้งตื่น พบชายไม่ทราบชื่อ สวมเสื้อแขนยาว แบบมีหมวกคลุมสีเทา รูปร่าง ผอม สูงประมาณ 160 ซม. ได้เข้ามาภายในห้องเกิดเหตุ ใช้กำลังปลุกปล้ำบังคับข่มขืน กระทำชำเราผู้เสียหาย &amp;nbsp;จนสำเร็จความใคร่ แล้วหลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดตามผู้ก่อเหตุอย่างเร่งด่วนทันที จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด ตามเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี พบผู้ต้องสงสัยลักษณะการแต่งกาย &amp;nbsp;ตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้ง โดยผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน-ดำ ทะเบียน 1กฉ 4518 นครปฐม มีนายกรกช สุขดี อายุ 32ปี เป็นเจ้าของรถ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมตัว ส่งพนักงานสอบสวนสภ.เมือง ดำเนินคดี&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70569</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, คนพิการ, จ.กาญจนบุรี, ตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f019d2644390.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67287</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เด็ดขาด! ศาลไม่ให้ประกันตัว ครูหื่นวัย 52 ข่มขืนหลานสาวนาน 3 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค.63 - จากกรณี เมื่อเวลา 07.00 น. ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครพนม นำหมายศาลจังหวัดนครพนม ที่ จ.59/2653 ลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เข้าจับกุมตัวนายวีระชัย คำแพงดี อายุ 52 ปี เป็นครูโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในจังหวัดนครพนม อยู่เลขที่ 39/2 หมู่บ้านอัมพร 3 ถนนบายพาสท่าควาย-น้อยหนองเค็ม เขตเทศบาลเมืองนครพนม โดยต้องหาว่ากระทำความผิด 1.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 2.กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่น ซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ 4.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้นโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม 5.กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกิน 13 ปี โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ โดยใช้วัตถุหรืออวัยวะอื่นซึ่งมิใช่อวัยวะล่วงล้ำอวัยวะเพศของเด็กนั้นโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม รวม 5 ข้อกล่าวหา เบื้องต้นนายวีระชัยปฏิเสธและขอให้การในชั้นศาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายประหยัด วังวร ผอ.โรงเรียนต้นสังกัดของนายวีระชัยที่ถูกกล่าวหาว่าข่มขืนหลานต่อเนื่องนานกว่า 3 ปี หลังทราบเรื่องก็จะรายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เพื่อตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง พร้อมจะเสนอให้ออกจากราชการไว้ก่อนระหว่างทำการสอบสวน &amp;nbsp;ตามที่เสนอข่าวไปแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันเดียวกันเวลา 15.30 น. ร.ต.อ.(หญิง)จุฬารัตน์ อาจภิรมย์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองนครพนม ได้นำตัวนายวีระชัยผู้ต้องหามาบันทึกปากคำ เพื่อนำตัวส่งฝากขังผัดแรกต่อศาลจังหวัดนครพนม พร้อมคัดค้านการประกันตัว โดยระหว่างนำตัวออกมาจากห้องควบคุม นายวีระชัยใช้ผ้าขาวม้าปกคลุมศีรษะตลอดเวลา และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆแก่ผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้านญาติมีภรรยาและลูกชายคนโตนำหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินขอยื่นประกันตัวต่อศาลฯ กระทั่งเวลา 16.30 น. ศาลจังหวัดนครพนม พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันตัวออกไปจำเลยอาจจะหลบหนีจึงยกคำร้อง ทำให้นายวีระชัยต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม โดยญาติสามารถยื่นอุทธรณ์ตามช่องทางของกฎหมายได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูลเชิงลึกทราบว่า ด.ญ.เปิ้ลผู้เสียหาย ปัจจุบันอายุ 15 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดนครราชสีมา คุณพ่อทำงานรัฐวิสาหกิจแห่งหนึ่ง ส่วนคุณแม่เป็นแม่บ้าน &amp;nbsp;มีพี่น้องสองคนเป็นหญิงทั้งคู่ ผู้เสียหายเป็นคนโต โดยระหว่างเรียนอยู่ชั้น ป.6 พ่อแม่ก็แยกทางกัน และต้องหาที่เรียนในระดับมัธยมต้นให้ลูก ซึ่งคุณพ่อเห็นว่ามีพี่สาวเป็นครูอยู่โรงเรียนชื่อดังในจังหวัดนครพนม และสามีก็เป็นครูอยู่ที่เดียวกัน จึงเห็นพ้องกันว่าน่าจะเอาลูกสาวไปฝากลุงกับป้าไว้ จึงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนดังกล่าวในชั้น ม.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;วันหนึ่งขณะผู้เสียหายนั่งดูการ์ตูนอยู่ในห้อง และไม่มีใครอยู่บ้าน นายชัยหรือลุงชัย ได้เปิดประตูเข้ามาถามว่าดูหนังเอ็กซ์อยู่เหรอ จึงตอบกลับว่าดูการ์ตูนจ๊ะ นายชัยจึงอ้างขอดูด้วยคน &amp;nbsp;ด.ญ.เปิ้ลบอกให้ออกไปอย่ามายุ่งเรื่องของเด็ก แต่นายชัยเดินไปล็อกห้องแล้วใช้กำลังบังคับขืนใจจนสำเร็จความใคร่ และข่มขู่ว่าอย่านำเรื่องนี้ไปบอกใครเด็ดขาด มิฉะนั้นจะไม่ได้เรียนหนังสือ ด้วยความกลัวจึงเก็บงำเรื่องบัดสีดังกล่าวไว้ เป็นเหตุให้นายชัยได้ใจอาศัยช่วงไม่มีใครอยู่บ้านย่องเข้าไปข่มขืนกระทำชำเราเรื่อยมาจนถึงเตรียมขึ้นเรียนชั้น ม.4 ในเทอมปีการศึกษา 2563 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังถูกย่ำยี ด.ญ.เปิ้ลบ่นเปรยๆกับแม่หลายครั้งว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ แต่แม่ก็ปลอบว่าอยู่กับลุงกับป้าดีแล้ว กระทั่งต้นเดือนพฤษภาคม 2563 ด.ญ.เปิ้ลคุยวีดีโอคอลกับยายและญาติผู้หญิงในวัยเดียวกันที่อยู่จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างนั้นนายชัยก็เปิดประตูห้องเข้ามา พร้อมดุด่ากล่าวหาว่าคุยกับผู้ชาย แล้วปิดประตูกระแทกเสียงดัง ญาติจึงถามทำไมลุงอารมณ์ร้ายขนาดนี้ ซึ่ง ด.ญ.เปิ้ลตอบกลับว่าตนโดนหนักยิ่งกว่านี้อีก คุยไปคุยมาก็เปิดปากเล่าว่าถูกกระทำย่ำยีมาตั้งแต่อยู่ ม.1 ญาติผู้นั้นจึงนำเรื่องดังกล่าวไปเล่าให้นางแน่งน้อยผู้เป็นแม่ของ ด.ญ.เปิ้ลฟัง จากนั้นนางแน่งน้อยจึงรีบเดินทางมาจังหวัดนครพนม เพื่อนำลูกสาวออกจากบ้านหลังดังกล่าว โดยไม่บอกล่ำลาผู้ใด จนภรรยาของนายชัยโทรศัพท์ไปต่อว่าทำไมไม่บอกกล่าวกันบ้าง นางแน่งน้อยจึงเล่าว่าสามีคุณพี่กระทำกับลูกตนเองรุนแรงมาก แต่ภรรยาของนายวีระชัยยังไม่ปักใจเชื่อว่าสามีจะเป็นเช่นนั้น และนางแน่งน้อยได้ตัดสินใจเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมา หลังตรวจร่างกายเสร็จก็รีบเดินทางกลับจังหวัดนครราชสีมา เพราะเกรงจะได้รับอันตราย พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม จึงต้องประสานกับสหวิชาชีพเดินทางไปสอบปากคำผู้เสียหายอยู่ที่นั่น ก่อนจะกลับมาขออนุมัติหมายจับนายวีระชัยดังกล่าว โดยผู้เสียหายยืนยันว่าถูกนายวีระชัยล่วงละเมิดทางเพศตั้งแต่อายุ 12 ปี พนักงานสอบสวนจึงนับโทษจากวันนั้นเป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเพื่อนคนสนิทรายหนึ่งของนายวีระชัยผู้ต้องหา เล่าว่าจากการไปสอบถามเพื่อนในห้องขัง ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เปิ้ลตามที่ถูกกล่าวหา เบื้องต้นเกิดจากเด็กไม่ค่อยช่วยงานบ้าน จึงมักถูกดุด่าเป็นประจำ เพราะอ้างว่าเด็กมั่วแต่เล่นโทรศัพท์และคุยกับผู้ชาย บางครั้งขับรถจักรยานยนต์ออกไปหาผู้ชายข้างนอก จนลุงกับป้าต้องเอากุญแจรถไปซ่อน จากเหตุนี้หรือเปล่าจึงทำให้เด็กมีความไม่พอใจจึงกุเรื่องขึ้นมาใส่ร้าย หากผลการสอบสวนออกมาว่านายวีระชัยบริสุทธิ์ก็จะฟ้องกลับสองแม่ลูกคู่นี้ทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67287</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, ครู, นครพนม, ศาลนครพนม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200529/image_big_5ed0e334c4653.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/02/2020 13:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/02/2020 13:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอความเป็นธรรม! สาวร้องถูกข่มขืนระหว่างขับมอเตอร์ไซค์กลับบ้าน แจ้งตร.ยังไม่ดำเนินคดี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่สาวเจ็บใจ! น้องสาวถูกข่มขืนแต่ตำรวจไม่ดำเนินคดีให้ โพสต์เฟซบุ๊กเล่าเรื่องราวขอความเป็นธรรม ขณะที่ตำรวจชี้ฝ่ายหญิงเมาแล้วขับ แต่กรณีข่มขืนต้องตรวจสอบหลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.พ.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ &amp;quot;TK Tassaneeya&amp;quot; ที่ได้มีการโพสต์ข้อความพร้อมคลิปและภาพนิ่ง รถจักรยานยนต์ และภาพคนเจ็บในโรงพยาบาล พร้อมข้อความว่า &amp;rdquo;อุบัติเหตุรถชนกัน ผู้หญิงเจ็บแต่ถูกพาไปข่มขืน&amp;nbsp;พอไปแจ้งความ ตำรวจปล่อยมันออกมา นี่มันถูกหรือผิด? ตกลงคดีข่มขืนเป็นเรื่องธรรมดา อุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนท้ายรถกระบะ ผู้หญิงขับจักรยานยนต์ได้รับบาดเจ็บ แต่ผู้ชายคนขับกระบะแทนที่จะพาส่งโรงพยาบาล กลับลากไปข่มขืนข้างทาง พอไปแจ้งความกับตำรวจ ฝ่ายชายยอมรับสารภาพว่าข่มขืนจริง และผลการตรวจภายในก้อยืนยันว่าถูกข่มขืนจริง แต่ทำไมตำรวจถึงปล่อยตัวมันกลับบ้าน ทุกวันนี้ผู้หญิงโดนข่มขืนกลายเป็นเรื่องปกติหรือ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่พบกับครอบครัวผู้ๆด้รับบาดเจ็บและคนเจ็บที่ปรากฎตามคลิปภาพดังกล่าว ที่ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เมื่อเดินทางไปถึงพบกับ น.ส.บี อายุ 21 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บนอนอยู่บนแคร่ ซึ่งทางพ่อแม่และพี่สาวคอยดูแลอย่างใกล้ชิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บี บอกว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปเที่ยวบ้านเพื่อนที่อยู่ห่างจากบ้านตัวเองกว่า 10 กม. ช่วงเย็นจึงขับขี่รถกลับบ้าน ออกจากบ้านเพื่อนมาประมาณ 6 กม.ก็เกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนท้ายรถยนต์กระบะยี่ห้อนิสสัน ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน จนรถจักรยานยนต์ล้มกลางถนนขณะนั้นมีชายหญิงขับขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาจะเข้าช่วยเหลือ แต่ชายอายุประมาณ 25-30 ปี ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะลงมาดูและบอกว่า จะดูแลและช่วยเหลือเอง ชายหญิงคู่ดังกล่าวเห็นว่าไม่มีอะไร จึงพากันขี่รถจักรยานยนต์จากไป แต่หลังจากชายหญิงคู่ดังกล่าวจากไปแล้วชายคนขับรถยนต์กระบะได้ลากตนเข้าไปในป่าข้างทางและทำการข่มขืนจนสำเร็จความใคร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ช่วงที่รถเกิดอุบัติเหตุ ร่างกายด้านซ้ายกระแทกพื้น และรถจักรยานยนต์ก็ล้มทับขาซ้าย ขณะนั้นมีพลเมืองดีผ่านมาพบเจอ แต่คนขับรถยนต์บอกว่า จะช่วยเหลือและดูแลเอง พลเมืองดีน่าจะเห็นว่าคู่กรณีตกลงกันได้ ก็เลยขับขี่รถออกไป ขณะเดียวหนูก็โทรศัพท์บอกเพื่อน บอกพี่สาวว่าเกิดอุบัติเหตุ แต่ช่วงจังหวะนั้นหนูปวดฉี่ หนูจะเดินไปฉี่ที่ป่าข้างทาง ชายคนขับรถยนต์ได้เข้ามาช่วยพยุงพาเดินไปฉี่ เมื่อหนูฉี่เสร็จ คนขับรถยนต์ได้ปลุกปล้ำและทำการข่มขืนในป่าข้างสระน้ำ หนูพยายามร้องขอความช่วยเหลือและต่อสู้ แต่หนูเจ็บเนื้อตัวที่เกิดจากอุบัติเหตุ จึงไม่มีเรี่ยวแรงต่อสู้ ทำให้คนร้ายใช้กำลังข่มขืนจนสำเร็จ หลังจากนั้นคนขับรถยนต์พยายามจะหนี หนูจึงรั้งเอาไว้ด้วยการนั่งที่เบาะคนขับนานประมาณ 30 นาที เพื่อนและพี่สาวมาถึงที่เกิดเหตุ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.บี บอกต่อว่า ขณะนั้นตนเองยังไม่กล้าบอกพี่สาวว่าถูกข่มขืน ส่วนคนขับรถยนต์เรียกญาติพี่น้องมาเคลียร์เรื่องอุบัติเหตุและเห็นว่าหนูมีอาการเมา จึงได้เรียกตำรวจมาที่เกิดเหตุ เพื่อจะจ่ายค่าทำขวัญให้ 500 บาท แต่ตกลงกันไม่ได้ ตำรวจจึงให้ไปที่ สภ.สีชมพู และส่งไปตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ที่ รพ.สีชมพู พบปริมาณแอลกอฮอล์ ตำรวจจึงแจ้งข้อหากับตนเองในข้อหาเมาแล้วขับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จังหวะดังกล่าวหนูจึงตัดสินใจบอกพี่สาวว่า ถูกคนขับรถยนต์ข่มขืนในป่าข้างทางใกล้จุดที่เกิดอุบัติเหตุ พี่สาวจึงได้แจ้งตำรวจ ตำรวจจึงนำตัวคนขับรถยนต์ไปสอบสวน ซึ่งคนขับรถยนต์ก็รับสารภาพว่า ข่มขืนหนูจริง ตำรวจได้ส่งตัวหนูไปตรวจภายในที่ รพ.สีชมพูอีกครั้ง ซึ่งแพทย์ก็บอกว่า พบคราบอสุจิและมีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศจริง แต่ตำรวจก็ปล่อยตัวคนขับรถไป ซึ่งหนูขอยืนยันว่า หนูจะไม่ยอมความและขอให้ตำรวจจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฏหมายให้ถึงที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน น.ส.แก้ว อายุ 32 ปี พี่สาวผู้เสียหาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุน้องสาวบอกว่าจะไปกินเลี้ยงที่บ้านเพื่อน จนถึงเวลามืดค่ำก็ยังไม่กลับบ้านจึงได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ออกตามหา กระทั่งรับแจ้งว่าเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายสีชมพู-ชุมแพ พื้นที่ บ.นายม ต.สีชมพู อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 6 กม. เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถจักรยานยนต์น้องจอดอยู่ข้างทาง ส่วนรถยนต์กระบะจอดหันหน้าไปทาง อ.ชุมแพ มีชายอายุประมาณ 25-30 ปี เป็นคนขับ ซึ่งในขณะนั้นยังไม่ทราบเรื่องที่คนขับรถกระบะข่มขืนน้องสาว ทราบเพียงว่าเกิดอุบัติเหตุเพราะน้องสาวมีอาการเมาสุรา ขับรถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนท้ายรถยนต์ น้องสาวถูกตำรวจ สภ.สีชมพู นำตัวไปตรวจวัดแอลกอฮอล์ และพบว่ามีแอลกอฮอล์ในเลือด จึงถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ และให้ไปเสียค่าปรับที่ศาล ซึ่งในเรื่องนี้ทางครอบครัวยอมรับเพราะน้องสาวเมาจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ครอบครัวไม่รู้เลยว่าน้องสาวถูกข่มขืน จนกระทั่งถึง สภ.สีชมพู น้องสาวจึงบอกว่าถูกคนขับรถยนต์ข่มขืนในป่าข้างทาง เมื่อรู้จึงรีบแจ้งตำรวจให้จับกุมคนขับรถยนต์รายดังกล่าว ซึ่งตำรวจได้นำตัวไปสอบสวน คนขับรถยนต์ก็สารภาพว่า ได้ข่มขืนน้องสาวจริง ในขณะเดียวกันก็ส่งตัวน้องสาวเราไปตรวจร่างกายที่รพ.แพทย์แจ้งด้วยวาจาว่า มีคราบอสุจิและมีร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่ตำรวจ สภ.สีชมพูกลับปล่อยตัวคนขับรถยนต์ไป โดยไม่มีการแจ้งข้อหาใดๆทั้งยังบอกกับทางครอบครัวว่า ไม่มีพยานหลักฐาน ไม่สามารถจับกุมตัวได้ จึงเป็นที่คลางแคลงใจเป็นอย่างมากว่า คนร้ายรับสารภาพต่อหน้าแท้ๆยังไม่สามารถทำอะไรได้ และยังไม่มีการสอบปากคำ ไม่มีการรับแจ้งความใดๆจึงอยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาของตำรวจสภ.สีชมพูว่า ช่วยให้ความเป็นธรรมกับน้องสาวและครอบครัวเราด้วย คนร้ายรับสารภาพขนาดนี้ยังทำอะไรไม่ได้ ยังปล่อยคนร้ายกลับบ้านไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และขอยืนยันว่า ครอบครัวเราจะเอาเรื่องตามกฏหมายให้ถึงที่สุด ไม่มีการไกล่เกลี่ย ยอมความเด็ดขาด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ พ.ต.อ.จำรัส ไชยศักดิ์ ผกก.สภ.สีชมพู กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่ต้องแยกออกเป็น 2 กรณีคือ กรณีเมาแล้วขับและกรณีข่มขืนอนาจาร ในส่วนของเมาแล้วขับนั้นมีการแจ้งข้อหากับ น.ส.บี ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนกรณีข่มขืนนั้น ถึงแพทย์จะระบุร่องรอยการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ก็ใช่ว่าจะเป็นการข่มขืน ซึ่งในจุดนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องรวบรวมพยาน หลักฐาน และสอบสวนรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าการข่มขืนนั้นก็ต้องดูในรายละเอียดว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นสมยอมหรือไม่ หรือข่มขืนด้วยเหตุใด แต่ขอยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56981</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่มขืน, จังหวัดขอนแก่น, ร้องขอความเป็นธรรม, สภ.สีชมพู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200212/image_big_5e439595b57e9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
