<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>86595</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/12/2020 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/12/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลูกยอดกตัญญู! หญิงวัย 68 ดูแลพระสงฆ์ชราผู้บังเกิดเกล้า ขอปรนนิบัติจนวาระสุดท้าย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ธ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดชลบุรีได้เปิดเผยเรื่องราวชีวิตของนางอรศรี เพียรหาผล วัย 68 ปี มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ ม.4 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ผู้ถูกขนานนามให้เป็น &amp;ldquo;แม่เฒ่ายอดกตัญญู&amp;rdquo; ที่อุทิศชีวิตที่เหลือ ปรนนิบัติพระสงฆ์บิดาผู้บังเกิดเกล้า ที่ชราภาพวัยเกือบ 100 ปี ศึกษาธรรมใต้บวรพุทธศาสนา ในกุฏิป่าช้าท้ายวัดนาจอมเทียน ม.1 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี มานานกว่า 60 พรรษา ตอบแทนบุญคุณ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอรศรี เปิดเผยว่า ชีวิตเกิดมาในครอบครัวชาวไร่ชาวสวน เมื่อจำความได้ก็รู้ว่า มารดาผู้ให้กำเนิด ได้ลาจากโลกนี้ไป หลังลืมตาออกมาดูโลกไม่นาน ส่วนบิดาก็ได้ถวายชีวิตภายใต้ร่มกาสาวพัสตร์ ณ วัดนาจอมเทียน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2501 มาจนบัดนี้ยาวนานถึง 62 ปี&amp;nbsp;โดยชาวบ้านเรียกว่า หลวงตาเสน ซึ่งในวันขึ้นปีใหม่นี้อายุก็จะครบ 99 ปี คุณย่าได้ชุบเลี้ยงดูแลมาตั้งแต่เล็กจนโต ตลอดระยะเวลาทั้งชีวิต ไม่ได้คิดมีสามี หรือสร้างครอบครัว ใช้ชีวิตศึกษาเล่าเรียนในวัยเด็ก เมื่อเติบโตก็ทำไร่ทำสวน หาเงินเลี้ยงตัว และได้แวะเวียนไปกราบไหว้บิดา ถวายภัตตาหาร สิ่งของเครื่องใช้จำเป็น อย่างไม่เคยขาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่ง เมื่อ 8 ปีก่อน บิดาได้ล้มป่วยอย่างหนัก จึงได้แวะเวียนมาอยู่เฝ้า พาไปหาหมอ จนหายจากอาการป่วย จนมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา บิดาเริ่มชราภาพ ร่างกายไม่มีเรี่ยวแรง หลงๆ ลืมๆ ใช้ชีวิตกินนอนอยู่บนแคร่ไม้ไผ่ ทำให้ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด กินนอนอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งตลอดระยะเวลา 8 ปี ที่เข้ามาดูแลบิดา ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน เครื่องใช้ และค่ารักษาพยาบาล ไม่เคยไม่รบกวนทางวัดแม้แต่บาทเดียว ได้นำเงินเก็บจากการประกอบอาชีพทำไร่ทำสวน มาหล่อเลี้ยงตอบแทนบุญคุณชีวิตบิดาที่ชราภาพ จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ผู้สื่อข่าวได้เปิดเผยถึงเรื่องราวชีวิต &amp;ldquo;แม่เฒ่ายอดกตัญญู&amp;rdquo; เพื่อมุ่งหวังให้เรื่องราวชีวิตของเธอนั้น จะเป็นแบบอย่างให้อนุชนรุ่นหลัง หันมาเอาใจใส่ดูแลบุพการีผู้ให้กำเนิดชีวิตเรามา เพราะ &amp;ldquo;พ่อแม่สำคัญที่สุดในชีวิต&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86595</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวชาวบ้าน, จังหวัดชลบุรี, ลูกกตัญญู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201211/image_big_5fd341ee83cf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84579</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2020 16:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2020 16:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธารน้ำใจช่วย &#039;เด็ก ม.3&#039; กำพร้าพ่อแม่ เผยได้เงินล้านซื้อที่ปลูกบ้านแต่ไม่ลืมตัวเลิกเรียนทำงานวัดตลอด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.63 - จากกรณีนายกนก แสงสว่าง หรือ &amp;ldquo;น้องไกด์&amp;rdquo; อายุ 15 ปี เด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา พ่อได้ทิ้งไปตั้งแต่แบเบาะ ส่วนแม่ที่เลี้ยงดูเพิ่งจะมาเสียชีวิตจากการล้มป่วยไม่สบายเมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา ปัจจุบันได้อาศัยบ้านเช่าอยู่กับยายอายุ 70 ปี จึงต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ ใช้เวลาวันหยุดเสาร์อาทิตย์และหลังเลิกเรียนไปรับจ้างทำงานในพิธีการต่างๆภายในวัดปากน้ำชุมพร หมู่ที่ 2 ตำบลปากน้ำ อ.เมือง จ.ชุมพร และช่วยงานวัดเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม จนพระสงฆ์และชาวบ้านที่พบเห็นต่างชื่นชมในความขยันอดทนไม่ย่อท้อต่อชะตาชีวิต เพื่อหาเงินไปเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียนหนังสือและเลี้ยงดูยายที่วัยชรา ตามข่าวที่ได้เสนอไปก่อนหน้านี้นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่วัดปากน้ำชุมพร เพื่อติดตามความคืบหน้าหลังนำเสนอข่าวไปแล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม 63 ที่ผ่านมา และทราบว่าได้มีธารน้ำใจจากประชาชนทั่วประเทศบริจาคเงินทุนการศึกษาให้จำนวนมาก โดยได้พบกับน้องไกด์&amp;nbsp;อายุ 15 ปี นักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนสะอาดเผดิมวิทยา ที่ยังมาช่วยงานวัดเก็บกวาดขยะ ทำความสะอาดห้องน้ำ ห้องส้วม ตามปกติเหมือนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องไกด์&amp;nbsp;กล่าวว่าต้องขอขอบพระคุณผู้สื่อข่าวและผู้ใจบุญที่ให้ชีวิตใหม่กับตน หลังนำเรื่องราวชีวิตตนออกเป็นข่าวทั้งหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ สื่อออนไลน์ ได้มีประชาชนทั้งในจังหวัดชุมพรและทั่วประเทศ ส่งอุปกรณ์การศึกษาเครื่องใช้ส่วนตัวมาให้ตนจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้ในการดำรงชีพและเรียนหนังสือ ทำให้ตนไม่ลำบากเหมือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขากล่าวอีกว่า นอกจากนั้นผู้ใจบุญจากทั่วประเทศยังได้บริจาคเงินเข้าบัญชีธนาคารของตนรวมแล้วประมาณ 1 ล้านบาท โดยตนได้แยกไว้ในบัญชีเงินฝากประจำไว้ จำนวน 4 แสนบาท ซึ่งได้มอบให้กับพระครูศรีธรรมวิเทศ รองเจ้าคณะอำเภอเมืองชุมพรและเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำชุมพร ได้เก็บดูแลไว้สำหรับเป็นทุนการศึกษาในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอีกกว่า 5 แสนบาทได้ฝากไว้ในบัญชีของตน ซึ่งตอนนี้ได้นำเงินจำนวนหนึ่งไปวางมัดจำซื้อที่ดินประมาณ 50 ตารางวา สำหรับสร้างบ้านไว้เป็นที่อยู่อาศัยของตนและยายราคารวมทั้งถมที่ดินและสร้างบ้านประมาณกว่า 5 แสนบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างรอดำเนินการระวางวัดที่ดินและรอโอนที่ดิน ซึ่งตนจะตั้งใจเรียนหนังสือและเป็นคนดีของประเทศชาติเพื่อตอบแทนบุญคุณให้กับผู้ใจบุญทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พระกิตติศักดิ์ สิริธโร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำชุมพรกล่าวว่า หลังจากน้องไกด์&amp;nbsp;เป็นข่าวได้มีประชาชนบริจาคช่วยเหลือสิ่งของและเงินเป็นจำนวนมากนับล้านบาท แต่พฤติกรรมของเด็กคนนี้ไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเลย แต่กลับขยันหมั่นเพียรตั้งใจเรียนมากขึ้น ทุกวันหยุดและหลังเลิกเรียนน้องไกด์ก็ยังมารับจ้างทำงานที่วัดและช่วยงานวัดตลอด อาตมาก็บอกกับเขาทุกวันว่าจงตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นคนดี ทำความดีเพื่อประเทศชาติ ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณให้กับผู้ที่ช่วยเหลือเราให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้นมาในวันนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84579</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวชาวบ้าน, จังหวัดชุมพร, เด็กดี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201121/image_big_5fb8db9f6a671.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44413</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2019 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2019 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลิงกังเจ้าอารมณ์ฉุนเจ้าของทำรถล้ม แว้งกัดหลังเลือดสาดแผลเหวอะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไอ้ไข่&amp;rdquo; ลิงกังเจ้าอารมณ์ เจ้าของพาซ้อนท้าย จยย.ไปรับจ้างขึ้นมะพร้าว แต่เกิดอุบัติเหตุรถล้ม เจ้าจ๋อโมโหสุดขีดกัดหลังเจ้าของเป็นแผลเหวอะหวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.62 - เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยใต้เต็กตึ้ง&amp;nbsp;พื้นที่&amp;nbsp;อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือคนถูกลิงกัดได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดขึ้นที่บริเวณถนนซอยหน้าบ้าน น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ส.ส.เขต 8 พรรคประชาธิปัตย์ จ.นครศรีธรรมราช ท้องที่ หมู่ 16 &amp;nbsp;ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิง สีน้ำเงินล้มอยู่กลางถนน โดยมีลิงกังเพศผู้ ตัวใหญ่ ท่าทางดุร้ายยืนอยู่บนรถ จยย.และจ้องหน้านายสมพงษ์ ศรีใหม่ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ 8 ต.ทุ่งปรัง อ.สิชล ซึ่งเป็นเจ้าของลิงตัวดังกล่าวอย่างไม่พอใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นพบว่า นายสมพงษ์ ถูกลิงกัดบริเวณหลังจนเป็นแผลเหวอะหวะจำนวน 3 แผล จนท.จึงปฐมพยาบาลทำบาดแผลเบื้องต้น จากนั้นนายสมพงษ์ ได้เข้าไปเพื่อจับลิงแต่เจ้าจ๋อ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจและโมโหกลับไม่ยอมให้จับโดยแยกเขี้ยวร้องข่มขู่ไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ พร้อมออกลีลากระโดดตีลังกาโชว์ผู้คนอย่างคล่องแคล่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสมพงษ์ พยายามส่งเสียงเรียกชื่อลิงว่า &amp;quot;ไอ้ไข่ๆ&amp;quot; พยายามคุยกับเจ้าจ๋ออยู่เป็นเวลานาน จนในที่สุดไอ้ไข่ เจ้าลิงกังจอมกร่างจึงยอมให้นายสมพงษ์ เข้าไปจับตัวเอาไว้ได้ โดยใช้เชือกมัดมือมัดเท้าเอาไว้อย่างแน่นหนา เพราะเกรงไอ้ไข่จะหลุดออกมาอาละวาดไล่กัดผู้คนได้อีก จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้นำนายสมพงษ์ ส่ง รพ.สิชล เพื่อให้แพทย์ช่วยทำบาดแผลและฉีดยาป้องกันโรคบาดทะยักและโรคพิษสุนัขบ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมพงษ์ เปิดเผยว่า ตนเป็นเจ้าลิงตัวดังกล่าว ได้เลี้ยงลิงกังตัวนี้มานาน 5 ปีแล้วตั้งชื่อให้มันว่า &amp;ldquo;ไอ้ไข่&amp;rdquo; และออกรับจ้างเก็บมะพร้าว โดยไอ้ไข่จะรับหน้าที่ปีนต้นมะพร้าวเป็นประจำ ก่อนเกิดเหตุตนขับรถ จยย. โดยไอ้ไข่ลิงกังคู่ใจนั่งซ้อนท้ายอยู่ด้านหลัง โดยมีเชือกผูกคอและล่ามไว้กับเหล็กกันเบาะด้านหลังเพื่อมารับจ้างเก็บมะพร้าวในบริเวณที่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุมากนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อขับมาถึงหน้าบ้าน ส.ส.พิมพฺภัทรา รถของตนเกิดโซ่ขาดเข้าไปติดกับล้อจนรถเสียหลักล้มลงกลางถนน ทำให้ไอ้ไข่ตกใจสุดขีดตรงเข้ามาขย้ำกัดตนอย่างโกรธแค้นที่แผ่นหลังจนเป็นแผลฉกรรจ์ 3 แผลจนตนต้องวิ่งหนีห่างออกมา หลังจากนั้นไอ้ไข่ ยังมีท่าทางโกรธแค้นไม่พอใจตนเป็นอย่างมากและไม่ยอมให้ตนเข้าใกล้ โดยมันแยกเขี้ยวข่มขู่และจ้องหน้าตนอย่างเอาเรื่องเอาราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมใช้เวลานานมากในการพูดเกลี้ยกล่อมไอ้ไข่เพื่อให้มันสงบสติอารมณ์ ซึ่งมันมีอาการตกใจสุดขีด&amp;nbsp;ในที่สุดไอ้ไข่เริ่มเข้าใจและใจอ่อนให้ผมเข้าไปจับตัวเอาไว้ได้&amp;nbsp;หลังจากกลับจาก รพ.สิชล มาถึงบ้านดูเหมือนว่าไอ้ไข่จะสำนึกผิดที่กัดผมจึงพยายามเข้ามาคลอเคลียเหมือนจะขอโทษ แต่ผมแกล้งไม่สนใจและแสดงอาการโกรธแค้น ทำให้ไอ้ไข่ถึงกับมีอาการเซื่องซึมไปเลยทีเดียว&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ผมกับไอ้ไข่ถือเป็นเพื่อนคู่ใจคงไม่โกรธแค้นกันตลอดไปแน่นอน พรุ่งนี้หากบาดแผลที่โดนกัดไม่กำเริบ ก็จะพาไอ้ไข่ตระเวนออกรับจ้างเก็บมะพร้าวเหมือนเดิม&amp;quot;นายสมพงษ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44413</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวชาวบ้าน, นครศรีธรรมราช, ลิงกัดเจ้าของ, ไอ้ไข่-ลิงกัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d64f8a497107.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/02/2019 17:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/02/2019 17:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลาอ่านหนังสือประจำชุมชน กลายเป็นบ้านร้าง เหตุท้องถิ่นหมดงบจัดซื้อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.พ.62 -&amp;nbsp;นายน้อม อินยะวิน กรรมการศาลาอ่านหนังสือหมู่บ้านด่านโลด หมู่ 3 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง เปิดเผยว่า ศาลาอ่านหนังสือหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านได้ร่วมกันลงเงินลงแรงจำนวนหนึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนและที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านเพื่อส่งเสริมให้คนอ่านหนังสือ&amp;nbsp;โดยมีนิตยสารหลากหลายแนวที่เป็นประโยชน์ ตลอดจนหนังสือพิมพ์รายวันเพื่อรับรู้ข่าวสารประจำวัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายน้อม กล่าวว่า ในช่วงอดีตจะมีคนเข้ามาอ่านหนังสือทุกวัน โดยเฉพาะวันเสาร์จะมีชาวบ้านมานั่งเล่นและอ่านหนังสือกันมาก เพราะบริเวณศาลาแห่งนี้อยู่ใกล้ตลาดนัดที่เปิดขายทุกวันเสาร์ เมื่อมาซื้อสินค้าอุปบริโภคก็เข้ามาแวะอ่านหนังสือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ศาลาแห่งนี้ไม่มีหนังสือพิมพ์รายวันให้บริการ ส่วนหนังสือ นิตยสารอื่นๆก็ไม่มี เพราะทางรัฐขาดงบประมาณสนับสนุนในการซื้อหนังสือ โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์จะมีคนอ่านประจำ และขาประจำจะไปหาซื้อที่ตลาด ทำให้ศาลาอ่านหนังสือเงียบเหงาร้างมาตลอดในช่วงหลังๆ&amp;quot;นายน้อม กล่าว
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29639</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวชาวบ้าน, ข่าวทั่วไป, จังหวัดพัทลุง, นายน้อม อินยะวิน, บ้านหนังสือชุมชน, ศาลาอ่านหนังสือหมู่บ้าน, ส่งเสริมการอ่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190221/image_big_5c6e7a5cd1819.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
