<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2020 13:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2020 13:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช่อง 8’ เพิ่มรายการข่าวพิเศษ‘รู้ทันโควิด ติดจอช่อง 8’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประกาศเดินหน้าผลิตรายการข่าวอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ช่อง 8 กับคอนเซ็ป &amp;ldquo;ข่าวช่อง 8&amp;nbsp; เข้าใจง่าย เชื่อถือได้&amp;rdquo; ที่ปี 2563 นี้ ได้มีผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ รวมแล้ว 16 คน พร้อมรายงานทุกข่าวที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน กับ รายการใหม่ &amp;ldquo;รู้ทันโควิด ติดจอช่อง 8&amp;rdquo; โดยมีผู้ประกาศคนใหม่ &amp;ldquo;เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์&amp;rdquo; มาให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้เสี่ยงติดโรคโควิด-19 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์ กล่าวว่า &amp;ldquo; ขอบคุณช่อง 8 ที่ได้ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ประกาศข่าว ในการให้ความรู้และข่าวสารสาระต่างๆที่เชื่อถือได้ รายการ รู้ทันโควิด ติดจอ ช่อง 8 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม กับสถานการณ์ของโรคร้ายโควิด-19 ที่กำลังแพร่กระจายในขณะนี้ รายการนี้ก็เป็นรายการที่จะให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับการป้องกันไม่ให้เสี่ยงติดโรคโควิด-19 ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ดูได้ทุกเพศทุกวัย สามารถนำไปปฏิบัติตามได้จริง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนข้อมูลที่ได้มาก็มาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ของทางราชการ&amp;nbsp; แฟนข่าวจะไม่พลาดทุกเรื่องที่เกี่ยวกับโควิด-19 อย่างแน่นอน ซึ่งจะออกอากาศให้ชมกัน ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ 4 ครั้งต่อวัน ช่วงเวลา&amp;nbsp; 08.57 น. (ข่าวเช้า) เวลา 12.47 น. (ข่าวเที่ยง) เวลา 18.37 น. (ข่าวเย็น)&amp;nbsp; เวลา 23.57 น. (ข่าวค่ำ) ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่นี่ทีเดียว อย่าลืมติดตามชม ขอบคุณมากครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62371</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวช่อง8, รู้ทันโควิด ติดจอ ช่อง 8, เทพกิจ ฉัตรสุริยาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200407/image_big_5e8c1020f3b1d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/02/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/02/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ช่อง 8’ สู้ศึกข่าวเที่ยง ดึง 2 ผู้ประกาศจากช่องดังลงจอ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จัดทัพผู้ประกาศข่าวใหม่ด้วยการดึง 2 คนข่าวจากช่องดังลงหน้าจอช่อง 8&amp;nbsp; เริ่มด้วย &amp;ldquo;ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา&amp;rdquo; ดีกรีเนติบัณฑิตสาวสวยประสบการณ์ล้นเหลือ ผู้ประกาศข่าวที่คว่ำหวอดวงการข่าวโชกโชน&amp;nbsp; พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าวหนุ่มไฟแรง&amp;nbsp; &amp;ldquo;ต๊ะ-ภัทรพล นิธิวรพล&amp;rdquo; อดีตนักกฎหมายบริษัทดัง ทำข่าวจริงลุยข่าวเองตลอด 5 ปี มาประเดิมความร้อนแรงของข่าวร้อน ทันทุกกระแสสังคม กับรายการข่าวภาคเที่ยง ในรายการ &amp;ldquo;ข่าวเด่นช่อง 8&amp;rdquo;&amp;nbsp; เริ่มวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม เวลา 11.30 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และด้วยประสบการณ์การอ่านข่าวในวงการทีวีมาแล้วกว่า 5-6 ปี ของทั้งคู่ ที่เริ่มต้นการทำงานพร้อมๆกัน จากการเป็นนักข่าวภาคสนามตัวเล็กๆลงพื้นที่จริงไปทำข่าวจริง ทั้งรายงานสด แต่อยู่กันคนละช่อง เรียกว่าเป็นนักข่าวตัวจริง ทำให้ทั้งสองคนมีพัฒนาการด้านการข่าวมาอย่างโชกโชน ทั้งสองคนเคยผ่านหลักสูตรอบรมการเป็นผู้ประกาศข่าวหน้าใหม่ของช่อง 7&amp;nbsp; โดยทั้ง ปริม และ ต๊ะ จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งคู่ นอกจากการเรียนด้านกฎหมาย ยังเป็นทนายความให้กับหลายหน่วยงานอีกด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปริม เริ่มพักการอ่านข่าวช่วงหนึ่ง เพื่อไปเรียนต่อด้านกฎหมาย จนจบ &amp;ldquo;เนติบัณฑิต&amp;rdquo; เป็นทนายความให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่และกลับมานั่งอ่านข่าวให้กับช่องดังที่ผ่านมาล่าสุด ส่วนของ ต๊ะ เองก็ยังเคยเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายให้กับบริษัท ทาทาสตีล และพลิกผันมาเป็นผู้ประกาศข่าวให้กับหลายช่อง จนทั้งสองคนกลับมาพบกันอีกครั้ง กับทางช่อง 8 ในรายการ &amp;ldquo;ข่าวเด่น ช่อง 8&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปริม กุญชนิตา กล่าวว่า &amp;ldquo; ปริมได้ติดตามข่าวช่อง 8 มาตลอดตั้งแต่เริ่มมีข่าวกันเลย เรียกว่าเป็นช่องข่าวอันดับต้นของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นข่าวไฟไหม้ น้ำท่วม ตึกถล่ม หรือข่าวการเมืองร้อนต่างๆ เราเคยทำมาแล้วทั้งหมด ซึ่งอยากจะบอกว่าเราทั้งคู่เป็นนักกฎหมายด้วยกันทั้งคู่ ประเด็นร้อนๆ ที่เกี่ยวข้องกับ กฎหมาย การเมือง อาญชกรรมต่างๆ อะไรที่คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ แฟนๆ ข่าวก็จะได้รับตรงนี้จากเราไปด้วย เราสองคนจะพยายามนำเรื่องข้อกฎหมายมาเล่าให้ฟังดูง่ายๆ ย่อยง่ายๆ ให้กับผู้ชมด้วยเลย ซึ่งพี่ต๊ะเองจะคุยให้ลึกขึ้น ส่วนปริมก็จะคุยให้รอบด้านมากขึ้นทุกมุม ซึ่งบางข่าวมันมีหลายแง่มุมจริงๆ ที่ไม่มีใครรู้&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน ต๊ะ ภัทรพล กล่าวว่า &amp;ldquo; ขอบคุณช่อง 8 ที่ทำให้มีโอกาสได้เข้ามาร่วมงานกัน ซึ่งช่อง 8 เป็นช่องที่มีความหลากหลายรสหลายอารมณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของข่าวที่เป็นเรื่องที่เราถนัด รู้สึกดีใจมากๆ ที่ได้เป็นหนึ่งของทีมงานช่อง 8 ซึ่งมีข่าวที่หลากหลาย เข้มข้น เข้าใจง่าย ขณะเดียวกันก็เชื่อถือได้เช่นกันครับ ฝากเป็นกำลังใจให้กับเราสองคนด้วยนะครับ เราทั้งสองคนตั้งใจมากๆ ที่จะมอบสิ่งดีดีให้กับทุกคนครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ติดตามชมและร่วมเป็นกำลังใจให้กับผู้ประกาศข่าวคนใหม่ช่อง 8 ในรายการ &amp;ldquo;ข่าวเด่นช่อง 8&amp;rdquo; ดำเนินรายการโดย ปริม-กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ต๊ะ-ภัทรพล นิธิวรพล&amp;rdquo; เริ่มวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม นี้ และติดตามได้ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ ทางช่อง 8 เวลา 11.30 น. เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ปริม กุญชนิตา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;ต๊ะ ภัทรพล &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58481</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวช่อง8, ช่อง8, ต๊ะ ภัทรพล, ปริม กุญชนิตา, ผู้ประกาศข่าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200229/image_big_5e59e3a466bdc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56020</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/02/2020 18:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/02/2020 18:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;หมอยง &quot;สยบกระแสหวาดวิตก เชื้อไวรัสโคโรนามาทางอากาศ กรณีแท็กซี่ต้องมีการสัมผัสเชื้อ ไม่ใช่เพราะอยู่ในห้องโดยสารเดียวกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
1ก.พ.63-ศ.ยง ภู่วรวรรณ อดีตหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์จุฬา ลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อ ได้ให้สัมภาษณ์ Live สดทางทีวี และทางเพจรายการช่าวช่อง 8 ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการแพร่ระบาดโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในแง่มุมต่างๆ ที่น่าสนใจมากดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นแท็กซี่ ที่เป็นคนไทยรายแรกได้รับเชื้อโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ในประเทศไทย ว่าทำไมถึงได้รับเชื้อ หรืออาจเป็นเพราะอยู่ในห้องโดยสารเดียวกับคนที่แพร่เชื้อ ศ.นพ.ยง กล่าวว่า &amp;nbsp;กรณีของแท็กซี่รายนี้ อยู่ในรถที่เป็นสถานที่ปิด &amp;nbsp;เชื่อว่าไม่ได้รับเชื้อทางอากาศ ทุกคนรู้ว่าเป็นไวรัสโคโรนา เป็นไวรัสมีขนาดใหญ่ขนาด 120 นาโนเมตร เชื้อจะออกมาได้ คนไข้คนนั้นจะต้องไอ หรือ จาม &amp;nbsp;ออกมาเป็นฝอยละอองเล็กๆแล้วตกลงไป มือของแท็กซี่รายนั้นอาจไปสัมผัสเชื้อ หรือละอองฝอย อาจโดน จมูก ตา เยื่อบุปาก &amp;nbsp;ซึ่งเป็นเรื่องที่รู้กันในกลุ่มครอบครัวโคโรนาทั้งหมด มานานแล้ววาจะต้องติดเชื้อรูแบบนี้ ไม่ใช่เพิ่งรู้ว่า ส่วนที่สงสัยว่าทำไมเชื้อสามารถเข้าทางตาได้ ก็เพราะตาจะมีท่อส่งไปที่จมูก ปาก ลำคอ &amp;nbsp;แต่ไม่ใช่ว่าจ้องหน้ากันแล้วจะติด เป็นไปไม่ได้ การติดเชื้อจะต้องมีการสัมผัส &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ตอนนี้เลยกลัวกันไปหมดว่าเดินสวนกันแล้วจะติด แต่รับรองเลยว่าไม่ติด แต่ถ้าคุยกันคนนั้นเขาเอาน้ำลายพ่นใส่เรา หรือคุยแล้วน้ำลายกระเด็นมาที่เรา &amp;nbsp;ติดแน่นอน ดังนั้นทุกอย่างการติดถ้าเรารู้วิธีการป้องกันก็จะไม่ติด &amp;nbsp;แท็กซี่ผมบอกได้เลยว่าไม่ได้ติดจากการหายใจในห้องโดยสาร &amp;nbsp;คนที่ให้เชื้อนั้นจะต้องมีการไอหรือจาม หรือคนให้เชื้อ มือของเขาอาจไม่สะอาดพอ อาจจะไปจับส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ แล้วแท็กซี่รายนั้น ไปจับทับ ไม่ได้ล้างมือ เอามือไปลูบหน้าลูบตาก็ทำให้ติดได้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ศ.นพ.ยง เล่าถึงสมัยโรคซาร์สระบาด ว่ามีการติดเชื้อที่โรงแรมที่ฮ่องกง ติดเฉพาะที่ชั้น 9 ที่ผู้ป่วยอยู่ สันนิษฐานว่าติดเชื้อจากการใช้ลิฟต์ร่วมกัน เนื่องจาก คนไข้อาจจามตออยู่ในลิฟต์ ก็เลยทำให้ติดกันทั้งคนที่อยู่ชั้น 9 แต่ที่ชั้นอื่นไม่มีคนติดเลย แสดงว่าต้องมีการสัมผัสกันแล้วไม่ล้างมือ &amp;nbsp;ขณะที่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อหลักหมื่นโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในตอนนี้่ หลายคนมองกันว่ามี่ความเสี่ยงสูงมาก &amp;nbsp;จริงๆแล้วซาร์ส มีอัตราเสี่ยงมากกว่า คนไหนเป็นแล้วปอดบวมทุกราย อัตราตาย 10 % ถือว่าสูงมาก แต่ส่วนตัวเชื่อว่าโรคนี้น้อยกว่าซารร์ส 10เท่า หรือ 1% เท่านั้น เป็นหลักการของโรคที่มีความรุนแรงน้อย จะมีการแพร่ระบาดมาก &amp;nbsp; เทียบกับ ซาร์ส เป็นโรคที่รุนแรง เป็นแล้วต้องนอนโรงพยาบาล โอกาสที่จะไปแพร่ให้คนอื่นแทบไม่มีเลย แต่โรคที่ป่วยแล้วมีอาการน้อย จะแพร่เชื้อได้มาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;โรคนี้มันไม่ติดง่ายขนาดนั้น ไม่งั้นติดกันทั้งโลกแล้ว &amp;nbsp;อัตราการตายคาดว่าจะน้อยกว่าซาร์ส 10 เท่า &amp;nbsp;โรคนี้ป่าวยแล้วอาการน้อย จะมีโอกาสแพร่เชื่อได้เร็ว เพราะความรุนแรงน้อย อำนาจแพร่กระจายเท่ากับ 2 หรือเท่ากับไช้หวัดใหญ่ ไม่เหมือนวัณโรค คอตีบ แพร่ ได้ 1ต่อ 7 แต่แน่นอนทำไม ตัวเลขคนติดเชื้อเป็นหมื่นได้ เพราะลองเอา 2 มายกกำลัง 20 คูณไปๆ &amp;nbsp;ก็ไม่แปลกตอนนี้ คนติดเชื้อจะเพิ่มวันละ 2พัน ซึ่งผมว่ายังน้อยด้วยซ้ำ เพราะถ้าติดในอัตรานี้ อีก5-6วันอาจจะเป็น 2หมื่น หรือ 4หมื่น หรืออีก5 วันต่อไปอีกอาจจะเป็น8หมื่น อย่าเสียเวลานับเลย เอาเวลามาดูแลตัวเองดีกว่า&amp;quot;ศ.นพ.ยงกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเด็นที่คนหวาดกลัว อีกประการคือ ติดเชื้อแล้วเสียชีวิต &amp;nbsp;ศ.นพ.ยงกล่าวว่า ถ้าดูจากที่ตายรายแรกๆ จำนวน 18 ราย เกือบทั้งหมดอายุเกิน65ปี ครึ่งหนึ่งอายุเกิน 80ปี &amp;nbsp;มีโรคประจำตัว เบาหวาน หัวใจ มะเร็ง อัมพฤกษ์ &amp;nbsp;โรคสมองเสื่อม เมื่อมีโรคปอดเข้ามาแทรกก็ทำให้เสียชีวิต ในจำนวนนี้มีคนอายุ89ปี &amp;nbsp;2คน แต่น่าสังเกคตุ 18คนแรกที่เสียชีวิตเป็น ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง ไม่น่าแปลกใจ โรคติดเชื้อจะเกิดกับผู้ชายมากกว่า เพราะระบบภูมิต้านทานผู็หญิงดีกว่าผู้ชาย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวถามว่า คนเป็นแล้วเป็นอีกได้หรือไม่ ศ.นพ.ยงกล่าวว่า &amp;nbsp;เชื่อว่าคนที่ติดเชื้อแล้วหายระยะสั้น 23-ปี จะไม่เป็นอีก แต่ในกรณีที่สายพันธุ์เปลี่ยนไปอาจป้องกันไม่ได้ &amp;nbsp;แต่ถ้าสายพันธุ์ไม่เปลี่ยน ส่วนตัวคิดว่าถ้าเป็นแล้ว ใน 10ปีจะไม่เป็นอีก
ส่วนที่มีการคาดการณ์ว่าการระบาดจะมีระยะเวลายาวนานถึง 6 เดือน ศ.นพ.ยง กล่าวว่า ระยะในการแพร่ระบาด คิดว่า ไม่อยากให้ระบาดใหญ่ เพราะถ้าระบาดใหญ่ ระบบสาธารณสุขของเราจะรับไม่ได้ เช่นเดียวกับประเทศจีนขณะนี้ ต้องสร้างโรงพยาบาลใหม่ &amp;nbsp;แต่ถ้าการระบาดเแนแบบค่อยป็นค่อยไปเรื่อยๆ จะดีกว่าการระบาดแบบตูมพรวดเดียว เพราะถ้าเป็นแบบนั้่น เราจะดูแลไม่ทันความสูญเสียจะมีมากกว่าการระบาดแบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งคนที่เป็นแล้วหาย จะมีภูมิไม่เป็นอีก ซึ่งถ้ามีคนติดเชื้อไประยะหนึ่ง ในจำนวนหนึ่ง คนพวกนี้จะเป็นเกราะกำบัง ให้คนไม่มีภูมิ &amp;nbsp;เหมือนเราจะจับแกะดำในฝูงแกะขาว &amp;nbsp;กว่าจะเข้าถึงก็ยาก &amp;nbsp;และถ้ามีคนที่มีภูมิเยอะ ๆโรคจะหยุดระบาดไปเองโดยธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot; ระบาดค่อยเป็นค่อยๆไป ดีกว่าแบบพรวดเดียว แบบระยะสั้น ระบบสาธารณสุขเรารับไม่ได้แน่ แต่ถ้าให้เป็นยาวหน่อย แล้วให้โรคสงบลงเองจะดีกว่า&amp;quot;ศ.นพ.ยงกล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการปฎิบัติดูแลป้องกัน &amp;nbsp;ศ.นพ.ยง แนะนำให้ล้างมือบ่อยๆ ตอนเช้าตื่นขึ้น ควรล้างมือก่อนค่อยล้างหน้า ไปถึงที่ทำงานก็ล้างมืออีก ก่อนกินข้าวก็ล้างมือ เข้าห้องน้ำเสร็จก็ล้างมือ กลับจากที่ทำงานมาถึงบ้านก็ล้างอีก ถ้าทุกคนฝึกได้เป็นนิสัย จะช่วยลดโรค &amp;nbsp;แต่ถ้าการล้างมือไม่สะดวก อย่างที่บอกว่าไวรัสตัวนี้ เป็นไวรัสที่มีเปลือกหุ้ม สามารถทำลายได้ด้วยแอลกอฮอล์ &amp;nbsp;สามารถใช้เจลล้างมือ ฆ่าเชื้อได้ ไมเหมือนไวรัสมือเท้าปาก แอลกอฮอล์ฆ่าไม่ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ปัญหาขยะติดเชื้อ เป็นอีกด้านที่ต้องมีการป้องกัน ศ.นพ.ยงบอกว่า ทุกวันนี้คนใช้ผ้าอ้อมสำเร็จรูปกันทั้งนั้น &amp;nbsp;ซึ่งถ้าป่วยโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ เชื้อจะออกทางอุจจาระด้วย &amp;nbsp;สำหรับผ้าอ้อมสำเร็จรูปก่อนทิ้งควรหยดน้ำยาล้างห้องน้ำที่มีคอลลีนเป็นส่วนประกอบหยดลงไปในขยะผ้าอ้อม ฯ ก่อนม้วนทิ้ง เพื่อว่าที่เวลาฝนตกเชื้อจะได้ไม่แพร่กระจายออกไป &amp;nbsp;เพราะบ้านเรายังไม่มีระบบจัดการขยะติดเชื้อตามบ้าน อีกทั้ง หน้ากากอนามัยที่ใช้แล้ว ก็ควรมีการฆ่าเชื้อก่อนทิ้ง โดยการหยดแอลกอฮอล์ลงไปก่อนทิ้ง เพื่อไม่ให้ขยะพวกนี้ไปแพร่เชื้อต่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;วิธีทำลายเชื้อ ต้องมีการสอนกัน โดยส่วนตัวผมไม่เชื่อว่าอยู่ในห้องเดียวกันแล้วติด ต้องมีการพูดคุยสัมผัสแล้วไม่ได้ระวังตัว จึงทำให้ติดได้ การไอกับจาม จะทำให้ติดได้ มันขึ้นกับสถานที่ &amp;nbsp;บ้านเรากำลังโชคดีที่กำลังจะเข้าหน้าร้อน เดือนมี.ค.-เม.ย.จะทำให้ลดแพร่เระจาย &amp;nbsp;ผมว่าเชื้อนี้ ว่าอยู่ในที่ร้อนแค่ชั่วโมงเดียวก็ตายแล้ว แต่ถ้าอยู่่ในที่อากาศเย็น อย่างเมืองจีน ตอนนี้หนาว เชื้อจะอยู่ได้หลายวัน เราจะต้องพึงระวังให้ดีว่า เมื่อพ้นหน้าร้อนเข้าฤดูฝน ความชื้นจะทำให้เชื้ออยู่ได้นาน &amp;nbsp;ดังนั้่น ในช่วงฤดูร้อน เราน่าจะประคับประคองได้ แต่เราจะต้องไปรณรงค์อีกทีในช่วงฤดูฝน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;ส่วนที่มีความหวาดระแวง เวลาไปห้างสรรพสินค้า และอาจต้องใช้ของร่วมกันกับนักท่องเที่ยวชาวจีน อาจจะติดเชื้อได้ ศ.นพ.ยง กล่าวว่า ไม่ต้องระแวงถึงขนาดนั้น สิ่งที่สำคัญ ก็คือ ตามร้านอาหารที่มีคนเยอะๆ ขอให้พนักงานทำความสะอาดบ่อยๆ ทำให้ถี่ขึ้น ทุกชั่วโมงหรือสองชั่วโมง ตามราวบันได้ด้วย และต้องสอนให้คนทำความสะอาดรู้วิธีป้องกันตนเองด้วย ไม่ใช่เอาแต่เรา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การดำรงชีวิตอย่าให้ถึงขั้นไปเข้มงวด จนชีวิตไม่เป็นสุขเลย เพียงแต่ขอให้รู้ว่ามีโอกาสเกิดได้ แต่จะป้องกันอย่างไร ถ้าทุกคนช่วยกันก็ลดการแพร่ระบาดได้ แต่ไม่ใช่ว่าไปรังเกียจชาวจีนทั้งหมด อันนี้ผมว่ามันก็เกินไปมันไม่ได้ติดง่ายขนาดนั้น ถ้าติดง่ายขนาดนั้นติดทั้งโลกหมดแล้วล่ะ ไม่มีใครเหลือ &amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56020</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, ข่าวช่อง8, ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200201/image_big_5e3561e16b4fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
