<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55812</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทอท.ชี้แจงเฟกนิวส์คนล้มที่สุวรรณภูมิที่แท้เมาแล้วหลับไม่ใช่ป่วยไวรัส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ม.ค.63-น.ท.สุธีรวัฒน์ สุวรรณวัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ วา สรันพัชญิ โพสต์ภาพผู้โดยสารนอนล้มลงบนพื้น พร้อมเขียนข้อความว่า &amp;ldquo;สนามบินตอนนี้ คนจีนอยู่ดีดีคือล้มตึ้งลงไปเลยจ้า บริเวณชั้น 3 รัฐบาลเอาอยู่จริงๆจ้า ห้ามถ่ายรูปไปอีก น่ากลัวมาก&amp;rdquo;

อย่างไรก็ตามขบภายหลังที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไปทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ามีผู้โดยสารชาวจีนป่วยด้วยโรคไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ภายใน ทสภ.

ทั้งนี้ จากกรณีดังกล่าว ทสภ. ขอชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด โดยจากการตรวจสอบพบว่าภาพที่เห็นว่ามีผู้โดยสารล้มลงอยู่กับพื้นนั้นเป็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.22 น. ของวันที่ 28 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยเป็นผู้โดยสารที่เมาสุราแล้วพลัดตกเก้าอี้บริเวณชั้น 3 ซึ่งเมื่อได้รับแจ้งเหตุเจ้าหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยและเจ้าหน้าที่ฝ่ายแพทย์ได้เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้น และได้พาผู้โดยสารคนดังกล่าวไปแจ้งความเนื่องจากทำพาสปอร์ตหาย

น.ท.สุธีรวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า ทสภ. ขอยืนยันว่าได้มีมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้โดยสารอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโรคปอดอักเสบจากเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธ์ุใหม่ 2019 โดย ทสภ. ได้มีการยกระดับการตรวจคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าจากเดิมที่มีการตรวจคัดกรองเฉพาะเมืองอู่ฮั่นและกวางโจว มาเป็นการตรวจคัดกรองทุกเที่ยวบินที่เดินทางมาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ฮ่องกง มาเก๊า และไต้หวัน แล้วตั้งแต่วันนี้ (29 มกราคม 2563) ซึ่ง ทสภ. ได้ร่วมกับกรมควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศทำการติดตั้งเครื่อง Thermo Scan บริเวณจุดตัดอาคารเทียบเครื่องบิน D ทั้ง 2 จุด และบริเวณทางเข้าด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 3 จุด รวมทั้งสิ้น 5 จุด

ทั้งนี้ ทสภ. ยังมีความห่วงใยในสุขอนามัยของผู้ใช้บริการทุกท่าน โดยกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญในเรื่องการรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายใน ทสภ. โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่มีผู้โดยสารใช้บริการเป็นจำนวนมาก โดยให้เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดเพิ่มความถี่ในการทำความสะอาดตามจุดต่างๆ โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคทำความสะอาด อาทิ ภายในห้องน้ำ รถเข็นกระเป๋าสัมภาระผู้โดยสาร เคาน์เตอร์ให้บริการสายการบิน เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ รวมถึงเคาน์เตอร์ตรวจหนังสือเดินทาง ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน ราวบันได พื้นที่พักคอย เป็นต้น

นอกจากนี้ ทสภ. ยังได้มีการติดตั้งเครื่องจ่ายแอลกอฮอล์เจลล้างมือ ณ บริเวณทางออกประตูเทียบเครื่องบินขาเข้าทุกประตูและพื้นที่อื่นๆ ที่มีผู้โดยสารใช้บริการจำนวนมากให้บริการอยู่แล้ว และยังได้ทำความสะอาดบริเวณ จุดรอคิวแท็กซี่ รวมถึงภายในรถ Shuttle Bus อีกด้วย นอกจากนี้ ทสภ. ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการรถเช่า รถลีมูซีน รถเเท็กซี่ ให้หมั่นทำความสะอาดภายในห้องโดยสาร เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้มาใช้บริการ ทสภ. และป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา


&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55812</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวปลอมโคโรนาไวรัส, สนามบินสุวรรณภูมิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191012/image_big_5da1ad38b8b34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55788</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2020 14:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2020 13:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;สธ.-ดีอี&quot; จ่อจัดการมือแพร่ข่าวปลอม ข่าวลวง&quot;โคโรนาไวรัส &quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
29 ม.ค.63- ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม &amp;nbsp;ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กทม. นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ในวันนี้ ได้เป็นตัวแทนของกระทรวงสาธารณสุข ประชุมร่วมกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการปราบปราบการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) โดยมี พ.ต.อ.พันธนะ นุชนารถ เป็นประธาน เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีข่าวปลอม ข่าวลวงโรคปอดอักเสบจากไวรัสโคโรนาที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม และกระทรวงสาธารณสุขได้เฝ้าระวังและติดตามข่าวจากสื่อโซเชียลเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้โพสต์ ผู้แชร์ข่าวอันเป็นเท็จ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วเพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการส่งต่อข้อมูลซึ่งจะทำให้ประชาชนตื่นตระหนก &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นพ.รุ่งเรืองกล่าวต่อว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการโพสต์ การแชร์ข่าวปลอม ข่าวลวงเพราะนอกจากจะเป็นภัย ทั้งด้านสุขภาพแล้ว ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจสังคมของประเทศ ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังและตรวจจับ ขณะเดียวกันได้เร่งส่งเสริมการให้ข่าวที่ถูกต้องและตอบโต้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ลดความตื่นตระหนก &amp;nbsp;และหันมาร่วมมือกันป้องกันตนเอง โดยขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งจะรายงานสถานการณ์และข้อปฏิบัติตัวสำหรับประชาชนเป็นประจำทุกวันทางเว็บไซต์ https://pr.moph.go.th/ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือเว็บไซต์ https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/intro.php และ Line@/เพจเฟซบุ๊ค : รู้กันทันโรค เพจเฟซบุ๊ค : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55788</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., กระทรวงดีอี, ข่าวปลอมโคโรนาไวรัส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200129/image_big_5e3129e2b76d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
