<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>36374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2019 12:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “Volvo Summer Special Offer” ดอกเบี้ย 0% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm -14.95pt 0pt 0cm; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm -14.95pt 0pt 0cm; text-align: justify;&quot;&gt;วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำเสนอโปรโมชั่น &amp;ldquo;Volvo Summer Special Offer&amp;rdquo; พิเศษสุดกับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน และ ฟรี บริการพรีเมียมสำหรับสมาชิก Volvo Premium Service Program (VPSP) สำหรับรถยนต์วอลโว่รุ่น XC60 เอสยูวีขนาดกลางระดับพรีเมียม กับเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD ที่มอบกำลัง 407 แรงม้า และรถยนต์วอลโว่ รุ่น XC90 เอสยูวีขนาด 7 ที่นั่งสุดหรูที่คว้ารางวัลระดับโลกมากมายด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและสไตล์ที่หรูหราแบบสแกนดิเนเวียน, พร้อมรุ่น S90 ซีดานขนาดกลางดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนที่โดดเด่น  บริการ Volvo Premium Service Program (VPSP) มอบความอุ่นใจให้ลูกค้าด้วยบริการซ่อมบำรุงนาน 5 ปีหรือ 100,000 กม. และการรับประกันตัวรถ Volvo Warranty 5 ปีหรือ 150,000 กม. พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนาน 5 ปี ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับรถยนต์วอลโว่ XC40 สุดยอดคอมแพกต์เอสยูวีที่มอบความโดดเด่นทั้งการดีไซน์ การจัดสรรพื้นที่ใช้สอย และเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ครบครัน นำเสนอในราคาเริ่มต้นเพียง 2.09 ล้านบาท โปรโมชั่นถึง 30 มิถุนายน 2562  &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36374</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รีวิว, วอลโว่, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190521/image_big_5ce38644f0e77.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29374</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 11:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุ่ม 500 ล้าน เปิดคลังอะไหล่แห่งใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมพร้อมรองรับแผนการดำเนินธุรกิจ  และการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในอนาคต ขยายพื้นที่ ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม.19 ด้วยพื้นที่รวมกว่า 45,000 ตารางเมตร พร้อม ทุ่มงบ 500 ล้านบาท เพื่อเปิดตัว &amp;lsquo;คลังอะไหล่แห่งใหม่&amp;rsquo; ที่สามารถวิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่ พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย &amp;lsquo;I4AP &amp;ndash; ไอโฟร์เอพี&amp;rsquo; เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการจัดการ รวมถึงการกระจายอะไหล่ไปยังดีลเลอร์ทั้ง 32 แห่ง เพื่อเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;
โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เมอร์เซเดส-เบนซ์ดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก ดังนั้นเราจึงมุ่งให้บริการที่ดีเลิศ เพื่อนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า จากสถิติที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถหรูได้เป็นปีที่ 18 ติดต่อกัน จึงเป็นเสมือนสิ่งยืนยันได้ว่าเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ และจำนวนของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เราจึงได้วางแผนยกระดับบริการหลังการขาย โดยเฉพาะในด้านการบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษารถยนต์ของลูกค้าให้มากขึ้น ล่าสุด บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม. 19 เพิ่มขึ้นเป็น 45,000 ตารางเมตร พร้อมทุ่มงบ 500 ล้านบาท เปิดตัว &amp;lsquo;คลังอะไหล่แห่งใหม่&amp;rsquo; ขนาดพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร โดยคลังอะไหล่แห่งนี้มีศักยภาพในการขยายพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ออกไปได้อีกรวมเป็น 15,000 ตารางเมตร อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้จัดสรรพื้นที่เดิมอีกกว่า 30,000 ตารางเมตร เพื่อใช้สร้างเป็นศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาช่างเทคนิคแห่งใหม่ บริษัทฯ มีความมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่แถบถนนบางนา-ตราด เพราะเป็นทำเลที่เป็น จุดยุทธศาสตร์ในด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งทางเรือ รถ และเครื่องบิน ทำให้สามารถกระจายอะไหล่ให้กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยคลังอะไหล่แห่งใหม่นี้ มีหน้าที่วิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่ที่ใช้ในการบำรุงรักษา และการซ่อมแซมทั่วไปสำหรับรถยนต์ทุกแบรนด์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) นำเสนอแก่ลูกค้า ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัค และอีคิว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;ทางด้าน พุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า คลังอะไหล่แห่งใหม่นี้ เป็นคลังอะไหล่รถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แห่งเดียว ในประเทศไทย โดยได้รับการออกแบบ และก่อสร้างตามมาตรฐานคลังอะไหล่ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก พร้อมรองรับการติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย &amp;lsquo;I4AP&amp;rsquo; เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการจัดการอะไหล่ และรองรับ การบริหารจัดการอะไหล่คงคลังของผู้จำหน่าย รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ในการบริหารสินค้าขาออก ที่ใช้จัดส่งสินค้าไปยังผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การจัดส่งอะไหล่ ให้ได้มากถึง 2,000 ไลน์ต่อวัน  นอกจากการขยายพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านเทคโนโลยีแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรโดยเราได้เชิญทีมเจ้าหน้าที่จากเดมเลอร์ เอจี มาทำการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และเรียนรู้ระบบการจัดเก็บอะไหล่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29374</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, คลังอะไหล่, พุทธิ ตุลยธัญ, ยานยนต์ไทยโพสต์, เมอร์เซเดส-เบนซ์, โรลันด์ โฟลเกอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a39aa1b75b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2019 12:20</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2019 12:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ ปลื้มผลการดำเนินงานทะลุเป้า พร้อมส่งผลิตภัณฑ์ 7 รุ่น รุกปี 62</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) เผยผลการดำเนินงานปี 2561 ประสบความสำเร็จด้วยยอดจำหน่ายในประเทศรวม 84,560 คัน หรือ เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 21.3 โดย อุตสาหกรรมยานยนต์มีการขยายตัวร้อยละ 19.5 จํานวน 1,041,739 คัน ส่วนแบ่งการตลาดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตขึ้นไปที่ร้อยละ 8.1&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า&amp;nbsp; ความสำเร็จในปี 61 เกิดจากหลายปัจจัย หนึ่งในนั้นคือการนำเสนอรถยนต์ที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครั เทคโนโลยีก้าวล้ำสมรรถนะยอดเยี่ยมมีความปลอดภัยและขับสนุกรวมถึงการออกแบบที่ล้ำสมัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิตซูบิชิ ไทรทัน มีสัดส่วนการจำหน่าย ร้อยละ 47 (39,984 คัน) ขณะทีมิตซูบิชิ แอททราจและมิราจ&amp;nbsp; มีสัดส่วนการจำหน่าย ร้อยละ 31 (26,085 คัน) ปาเจโร สปอร์ต มีสัดส่วนการจำหน่าย ร้อยละ 15 (12,982&amp;nbsp;คัน) อีกทั้งยังครองอันดับ 1 ในผลการศึกษาคุณภาพรถใหม่ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงคสมรรถนะสูงขนาดใหญในไทยของ เจ.ดี. พาวเวอร์ประจำปี 2561 และปาเจโร สปอร์ต อีลีท อิดิชั่น เป็นรุ่นพิเศษ สร้างปรากฎการณ์ด้วยยอดจองราว 2,000 คันใน 2 เดือนคือธันวาคมและ มกราคม 62 ส่วนเอ็กซ์เเพนเดอร์ประสบความสำเร็จ โดยมียอดจำหน่าย 5,509 คัน คิดเป็นร้อยละ 7 ของยอดขายทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกปัจจัยที่ช่วยส่งเสริมความสำเร็จ เอกลักษณ์เฉพาะของ Advanced &amp;#39;Dynamic Shied่่่่่&amp;#39; การออกแบบที่เน้นเส้นสายโฉบเฉี่ยวคมชัด นำมาซึ่งดีไซน์รถที่สวยงามและสะท้อนความแข็งแกร่งพร้อมปกป้องและมอบความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วน สโลแกน &amp;#39;เราดูแล คุณแค่ขับ&amp;#39; เป็นที่ยอมรับและครองใจเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ ครอบคลุม 5 มิติ คือ 1.บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง 2. มั่นใจอะไหล่แท้ราคามาตรฐานและมีบริการจัดการอะไหล่เพื่อช่วยลดระยเวลาในการรอ 3. ทีมช่างชำนาญการเเละได้ผ่านการอบรมโดยตรง 4.มุ่งมั่นบริการ 5. สะดวกด้วยแอพพลิเคชั่น M-Drive เพื่อเข้าถึงลูกค้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการส่งออก มีอัตราเติบโตร้อยละ 4.2&amp;nbsp; เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าโดยรถยนต์สำเร็จรูปและรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบมียอดส่ง ออกรวมทั้งหมด 347,000 คันสูงกว่าการคาดการณ์ ทั้งนี้ การส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ไปยังโรงงานประกอบรถยนต์ในอินโดนีเซีย ฟิลิปินส์ รัสเซีย และบราซิล อยู่อัตราคงที่ ขณะที่ยอดส่งออกรถยนต์ชิ้นส่วนประกอบเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึงร้อยละ 37 และด้านการผลิตมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสําคัญที่ร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ด้วยยอดผลิตทั้งหมด 444,000 คัน และในปี 2562 มิตซูบิชิ ยังคงรุกด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 7 รุ่น ด้านโชว์รูมและศูนย์บริการมีการปรับภาพลักษณ์ใหม่ไปแล้ว 30 แห่ง และในปีนี้ คาดว่าจะสำเร็จอีก 70 แห่ง และภายในปี 2564 จะปรับโฉมครบ 223 แห่งทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27968</URL_LINK>
                <HASHTAG>mitsubishi, thaipost, ข่าวรถยนต์, ข่าวรถไทยโพสต์, ยอดขาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190131/image_big_5c5283b2cdf93.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23441</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/12/2018 11:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/12/2018 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มิตซูบิชิ ปลื้มยอดขายโตบรรลุเป้าหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดจำหน่ายประจำไตรมาสที่ 3 (กรกฎาคม &amp;ndash; กันยายน) ยังคงเติบโตและสานต่อความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง พร้อมแสดงความมั่นใจว่าจะบรรลุเป้าหมายประจำปี พ.ศ. 2561 ยอดจำหน่ายรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 อยู่ที่ 20,156 คัน ในขณะที่ยอดจำหน่ายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวมอยู่ที่ 257,466 คัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.1 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี พ.ศ. 2560 ยอดจำหน่ายรวมตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกันยายน พ.ศ. 2561 ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ 61,257 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.6 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ส่วนแบ่งตลาดตั้งแต่ต้นปีเติบโตขึ้นอยู่ที่ร้อยละ 8.2 เทียบกับร้อยละ 7.9 ของปีที่แล้ว ยอดจำหน่ายรวมทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์อยู่ที่ 746,581 คัน เติบโตร้อยละ 20.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี พ.ศ. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เราสามารถทำผลงานประจำไตรมาสนี้ได้อย่างน่าพอใจ อย่างไรก็ตามเราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และเราพร้อมแล้วสำหรับไตรมาสสุดท้ายของ พ.ศ. 2561 โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง เรามีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและได้ทำการเปิดตัวรถยนต์ที่ตรงต่อความต้องการของตลาดทั้งในด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี การออกแบบ ความปลอดภัย และความอเนกประสงค์ พร้อมด้วยการบริการที่ยอดเยี่ยมซึ่งได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 2 จากดัชนีความพึงพอใจของลูกค้า (CSI) โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ในปีนี้ และยังได้รับการประเมินให้อยู่เหนือค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมยานยนต์ในภาพรวม ในขณะที่ดัชนีด้านบริการงานขาย (SSI) ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 4&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 10pt;&quot;&gt;มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์ที่ได้รับการจับตาและมีเทคโนโลยีก้าวล้ำหลายรุ่นในปี พ.ศ. 2561 เริ่มต้นจาก มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นพิเศษและรุ่นปรับโฉมใหม่ รวมถึง มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ลิมิเต็ด เอดิชั่น ตลอดจน มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สำคัญภายในปีนี้ ด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 8 จากยอดจำหน่ายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์คาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 1,000,000 คัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23441</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, มิตซูบิชิ, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, โมริคาซุ ชกกิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181204/image_big_5c060318c74fd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22109</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/11/2018 15:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/11/2018 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดโผสุดยอดรถ 6 คัน ใน THAILAND CAR OF THE YEAR 2018</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภูวนาถ เผ่าจินดา นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เปิดเผยว่า โครงการ &amp;quot;รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561&amp;rdquo; (THAILAND CAR OF THE YEAR 2018) ได้ดำเนินการมาถึงรอบตัดสินแล้ว โดยทางคณะกรรมการสมาคมฯ เตรียมจัดกิจกรรมทดสอบรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นที่ผ่านการโหวตโดยสมาชิกของสมาคมฯ จากรอบแรก ซึ่งประกอบด้วย &amp;ldquo;มาสด้า ซีเอ็กซ์-5&amp;rdquo; (MAZDA CX-5), &amp;ldquo;เอ็มจี แซดเอส&amp;rdquo; (MG ZS), &amp;ldquo;มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์&amp;rdquo; (MITSUBISHI XPANDER), &amp;ldquo;นิสสัน เทอร์ร่า&amp;rdquo; (NISSAN TERRA), &amp;ldquo;ซูซูกิ สวิฟท์&amp;rdquo; (SUZUKI SWIFT) และ &amp;ldquo;โตโยต้า ซี-เอชอาร์&amp;rdquo; (TOYOTA C-HR) โดยเชิญคณะกรรมการสักขีพยานผู้ทรงคุณวุฒิด้านยานยนต์ และสื่อมวลชนสายยานยนต์ซึ่งเป็นสมาชิกสมาคมฯ จำนวนกว่า 25 ท่านเข้าร่วมทดสอบและลงคะแนนในรอบตัดสิน ณ สนามมอเตอร์สปอร์ตพาร์ค สุวรรณภูมิ ถนนร่มเกล้า ในวันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน2561 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรอบตัดสิน (FINAL ROUND) จะเปิดให้คณะกรรมการสักขีพยานผู้ทรงคุณวุฒิด้านยานยนต์และสื่อมวลชนสายยานยนต์ ร่วมทดสอบรถที่เข้ารอบตัดสินทั้ง 6 คันและลงคะแนนกันในวันดังกล่าว ด้วยการเปิดกว้างแบบอิสระให้กรรมการแต่ล่ะท่าน ภายใต้หัวข้อเพื่อเป็นไกด์ไลน์ในการประเมิน อาทิ การออกแบบ การควบคุม ความสะดวกสบาย สมรรถนะ ความปลอดภัย อุปกรณ์และการอำนวยความสะดวก ความพึงพอใจของผู้ขับขี่ นวัตกรรมทางเทคนิค ราคา คุณค่าและความคุ้มค่าเงิน การประหยัด ด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น โดยการลงคะแนนกำหนดให้ 1.กรรมการตัดสินแต่ละท่านมีคะแนนทั้งสิ้น 25 คะแนนเท่ากัน&amp;nbsp; 2.กรรมการแต่ละท่านต้องลงคะแนนให้กับรถที่ดีที่สุด 10 คะแนนเพียง 1 คัน คะแนนที่เหลือทั้งหมดให้กระจายไปยังรถที่มีคุณสมบัติรองลงไปตามลำดับ 3.ต้องไม่ลงคะแนนไปยังรถคันอื่นเกินหรือเท่ากับ 10 คะแนน หลังจากมอบคะแนนให้รถที่ดีที่สุดแล้ว 4.ต้องลงคะแนนอย่างน้อย 5 คัน&amp;nbsp; และ 5.กรรมการต้องเขียนเหตุผลประกอบในการเลือกรถและยินยอมให้สมาคมฯ นำไปเผยแพร่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยภายหลังจากคณะกรรมการฯ ทุกท่านได้ลงคะแนนตามเงื่อนไขที่สมาคมฯ กำหนดเรียบร้อยแล้ว เอกสารจะได้รับการบรรจุซองปิดผนึกและเซ็นกำกับโดย คณะกรรมการสักขีพยาน ซึ่งนำโดย นายพินิต ทองสุขประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ และ นายวัชระ&amp;nbsp; ธรรมศรี&amp;nbsp; ประธานคณะกรรมการ ก่อนที่นายกสมาคมฯ นายภูวนาถ เผ่าจินดา จะเป็นผู้นำเก็บและรวบรวมคะแนนแต่เพียงผู้เดียว และจะนำมาเปิดเผยในงานมอบรางวัล &amp;ldquo;รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2018&amp;rdquo; (THAILAND CAR OF THE YEAR 2018) ซึ่งจะจัดขึ้นวันจันทร์ที่&amp;nbsp; 19 พฤศจิกายนนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ซอยวิภาวดี 64 ตั้งแต่เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โครงการ &amp;ldquo;รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี&amp;rdquo; (THAILAND CAR OF THE YEAR) จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ให้มีการพัฒนาก้าวหน้าไปในระดับสากลมากยิ่งขึ้น รวมถึงยังเป็นข้อมูลสำหรับผู้บริโภคที่จะนำไปใช้เป็นข้อมูลต่อการตัดสินใจซื้อตั้งแต่การเลือกสมรรถนะ ความสะดวกสบาย การออกแบบ ความปลอดภัย การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดคือความคุณค่าของรถและความคุ้มค่าของราคาได้อีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สําหรับรถที่ผ่านตามคุณสมบัติและหลักเกณฑ์รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561 ที่กําหนดไว้ ในปี 2561 รวม 12 รุ่นมีดังนี้คือ 1. MAZDA CX-5 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-5) &amp;ndash; ประกอบมาเลเซีย : เปิดตัว 13 พฤศจิกายน 2560 2. MERCEDES AMG C43 4MATIC COUPE (เมอร์เซเดส เอเอ็มจี ซี43 4MATIC คูป) &amp;ndash; ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 16 กุมภาพันธ์ 2561 3. MERCEDES AMG GLC43 4MATIC COUPE (เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีแอลซี43 คูป) &amp;ndash; ประกอบในประเทศ : เปิดตัว 16 กรกฎาคม 2561 4. MG ZS (เอ็มจี แซดเอส) : เปิดตัว 14 พฤศจิกายน 2560 5. MINI COUNTRYMAN (มินิ คันทรีแมน) &amp;ndash; ประกอบมาเลเซีย : เปิดตัว 16 มิถุนายน 2561 6. MITSUBISHI XPANDER (มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์) &amp;ndash; ประกอบอินโดนีเซีย : เปิดตัว 17 สิงหาคม 2561 7. NISSAN TERRA (นิสสัน เทอร์ร่า) : เปิดตัว 16 สิงหาคม 2561 8. SUBARU XV (ซูบารุ เอ็กซ์วี) &amp;ndash; ประกอบมาเลเซีย : เปิดตัว 28 พฤศจิกายน 2560 9. SUZUKI SWIFT (ซูซูกิ สวิฟท์) : เปิดตัว 8 กุมภาพันธ์ 2561 10. Toyota C-HR (โตโยต้า) : เปิดตัว 8 มีนาคม 2561 11. Volvo XC40 (วอลโว่ เอ็กซ์ซี40) &amp;ndash; ประกอบมาเลเซีย : เปิดตัว 10 กันยายน 2561 12. VOLVO XC60 (วอลโว่ เอ็กซ์ซี60) &amp;ndash; ประกอบมาเลเซีย : เปิดตัว 8 พฤศจิกายน 2560&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22109</URL_LINK>
                <HASHTAG>THAILAND CAR OF THE YEAR, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี, รีวิว, สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181116/image_big_5bee859f45c98.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18783</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Volvo XC40 ใหม่ คอมแพกต์เอสยูวี อัดแน่นเทคโนโลยีสุดล้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังประสบความสำเร็จจากการเปิดตัวรุ่น XC60 ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของแบรนด์วอลโว่ในตลาดเมืองไทย วันนี้วอลโว่ภูมิใจนำเสนอเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุด เพื่อมอบนิยามใหม่ของยานยนต์สำหรับคนเมืองด้วยภาพลักษณ์ที่สวยงามทันสมัยในสไตล์รถสวีเดน โดย XC40 พร้อมรุกตลาดเอสยูวีระดับพรีเมียมอย่างเต็มตัว และถือเป็นยานยนต์ในตระกูล 40 รุ่นแรกของโลก นำเสนอความเป็นเลิศทั้งในด้านความปลอดภัย ระบบขับเคลื่อน และเทคโนโลยีอินโฟเทนเมนท์ ซึ่งนำมาจากยานยนต์ขนาดใหญ่ เพื่อนำมาติดตั้งในระบบยานยนต์ขนาดเล็กรุ่นใหม่ล่าสุดนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แพลตฟอร์มพื้นฐานการพัฒนายานยนต์รุ่น XC40 ของเราคือ CMA หรือ Compact Modular Architecture ซึ่งเอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างมากเมื่อพิจารณาในแง่นวัตกรรม ประการแรก สถาปัตยกรรมนี้มอบ ความยืดหยุ่น ในการผลิตรถยนต์ ทำให้เราสามารถนำเสนอสุดยอดยานยนต์ได้ในหลากหลายขนาด เนื่องจากเป็นระบบที่ถูกพัฒนาให้สามารถรองรับกำลังไฟฟ้าได้หลายระดับ และเหนือสิ่งอื่นใด รถยนต์รุ่นนี้คือการทำให้แนวคิด &amp;ldquo;90 สู่ 60 สู่ 40&amp;rdquo; เป็นจริงขึ้นมา โดยเราสามารถปรับขนาดแพลตฟอร์มเทคโนโลยีจากระดับ SPA มาเป็น CMA และ C segment ได้ โดยเฉพาะการปรับในส่วนของระบบความปลอดภัยขั้นสูงและระบบสนับสนุนการขับขี่ รวมถึงการยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานโดยรวม ซึ่งก็คือความรื่นรมย์ที่ทั้งนักขับและผู้โดยสารจะสามารถสัมผัสได้จากการควบคุมและการโดยสารในเอสยูวีขนาดเล็กของเรารุ่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรุ่น XC40 เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ติดตั้งมาพร้อมสรรพ บริการอันชาญฉลาด และเทคนิคการเก็บสัมภาระขั้นสุดยอดที่มอบโซลูชั่นการเก็บสิ่งของในห้องโดยสารแนวใหม่ที่ยังไม่เคยปรากฏมาก่อน สมรรถนะการควบคุมที่ฉับไวที่มาพร้อมเทคโนโลยีช่วยขับขี่รุ่นใหม่แสดงให้เห็นถึงแนวทางใหม่ของวอลโว่ ในการสร้างสรรค์รถเอสยูวีขนาดเล็กเพื่อการขับขี่ในตัวเมืองที่ดีเยี่ยมภายใต้รูปลักษณ์ที่ทั้งสวยงามและเด่นชัดในอัตลักษณ์ของผู้ขับขี่ โดย XC40 ยังถือเป็นการเติมเต็มกลุ่มยานยนต์ระดับลักชัวรี่ของวอลโว่ให้ครบสมบูรณ์ต่อจากรุ่นพี่อย่าง XC90 และ XC60 ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก แม้ XC40 จะเป็นยานยนต์รุ่นเล็ก หากยังคงความเป็นเยี่ยมตามแบบฉบับวอลโว่ เพราะ XC40 มิใช่รถยนต์ที่ถูกย่อส่วนมาจากรุ่นใหญ่ แต่เป็นการสร้างตัวตนใหม่และอัตลักษณ์อันโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน ฌอง-เดวิด ฮาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า การเปิดตัว New XC40 ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญยิ่งของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เนื่องจากกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยของเรากำลังมองหารถยนต์ดีไซน์ใหม่ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยต้องเป็นรถยนต์ที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้นด้วยการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยและส่วนเก็บสัมภาระอย่างชาญฉลาด และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยหากคุณเลือกรุ่นท็อป คุณยังจะได้แพ็คเกจ R-Design เต็มรูปแบบ ซึ่งรวมถึงระบบการเก็บสัมภาระที่น่าทึ่งและพื้นที่เก็บของที่ใหญ่กว่า พร้อมประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับและเทคโนโลยีอัจฉริยะอีกมากมาย การออกแบบส่วนหน้ารถใหม่สไตล์สวีดิช แบบ Shark Nose และ Clamshell Hood XC40 มอบความเป็นเลิศในการออกแบบ โดดเด่นด้วยไฟหน้าที่มีรูปทรงจำลองมาจากค้อนเทพเจ้าธอร์และฝากระโปรงทรงเปลือกหอย พร้อมเคลือบพื้นผิวอย่างสวยงามที่สอดรับกับกรอบตะแกรงทรงโค้งอย่างลงตัว รูปแบบการดีไซน์ที่มีความโค้งเว้านี้ยังถูกนำไปใช้กับส่วนล่างของประตูหลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้แก่ตัวรถด้านข้างได้เป็นอย่างดี XC40 มอบอัตลักษณ์ใหม่ของยานยนต์เอสยูวี ด้วยระยะใต้ท้องรถเพียง 21 ซม. และยกระดับความเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ไปอีกขั้น ซึ่งทำให้รถยนต์รุ่นนี้สามารถคว้ารางวัลระดับโลกมาแล้วมากมาย อีกทั้งยังมีการใช้ระบบจัดเก็บสัมภาระรุ่นใหม่ Ingenious Storage Solutions ทั่วทั้งห้องโดยสารไปจนถึงส่วนประตูท้าย นับเป็นการสร้างระบบจัดเก็บที่ชาญฉลาด สร้างสรรค์ และสวยงาม อย่างที่คุณคาดไม่ถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;XC40 รุ่นเครื่องยนต์ T4 เบนซิน เน้นการขับขี่แบบสปอร์ต ให้ผู้ขับขี่รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ และสมรรถนะที่แรงสุดขั้วจากเครื่องยนต์ 1969cc เมื่อทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะที่มีระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 8 สปีดแบบ Geartronic จึงมอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 8.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 210 กม./ชม. และกำลังรอบสูงสุด 4,700 รอบ/นาที โดยมีอัตรากินน้ำมัน 7.4 ลิตร/100 กม. (13.5 กม./ลิตร) และสำหรับรุ่นเครื่องยนต์ T5 พร้อมระบบขับเคลื่อน AWD ที่โดดเด่นที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน มอบแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ 1,800 &amp;ndash; 4,800 รอบต่อนาที โดยลักษณะการบิดจะเป็นแบบ Flat torque curve ซึ่งมอบการทำงานที่ดีเยี่ยมไม่ว่าจะมีน้ำหนักบรรทุกแบบใด มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.4 วินาที ทำความเร็วสูงสุดที่ 230 กม./ชม. นอกจากนี้ ยังประหยัดน้ำมันเป็นเลิศที่ 8.0 ลิตร/100 กม. (12.5 กม./ลิตร) นอกจากนี้ยังมีระบบอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยมากมาย ทั้งนี้ XC40 สนนราคารุ่น XC40 T4 Momentum 2.09 ล้าน รุ่น XC40 T4 Momentum with white roof 2.09 ล้าน และรุ่น XC40 T5 AWD R-DESIGN 2.39 ล้าน The New Volvo XC40 เสนอ เงื่อนไขพิเศษ เริ่มต้นผ่อนชำระ 19, xxx บาทต่อเดือน ดาวน์ 40% ระยะผ่อนชำระ 72 เดือน สำหรับรุ่น XC40 T4 Momentum (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18783</URL_LINK>
                <HASHTAG>Volvo XC40, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, วอลโว่, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb195d29b047.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2018 10:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2018 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ดร.วิจารย์ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน &amp;ldquo;น้ำดื่มสะอาด&amp;rdquo; และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31 ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ &amp;ldquo;อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต&amp;rdquo; ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-left:0cm; text-align:justify&quot;&gt;โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร &amp;nbsp;ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 - &amp;nbsp;6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25 คน จากการสำรวจพบว่า แม้โรงเรียนจะห่างจากตัวเมืองเพียงแค่กว่า 30 กิโลเมตรแต่ก็ประสบปัญหาน้ำดื่มขาดแคลน &amp;nbsp;การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น จากนั้นจึงนำมากรองด้วยเครื่องกรองน้ำมือสอง ซึ่งมักจะเสีย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากในการซ่อมแซม อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน &amp;nbsp;ส่วนชาวบ้านรวม 14 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท &amp;nbsp;อีกด้วย &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18782</URL_LINK>
                <HASHTAG>motoring, thaipost, ข่าวรถ, ข่าวรถยนต์, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, อีซูซุให้น้ำ, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181001/image_big_5bb194bb8fb99.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
