<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>90713</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/01/2021 23:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/01/2021 01:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โปรโมชั่น ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ มอบสิทธิพิเศษสำหรับข้าราชการ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย จัดโปรโมชั่นพิเศษสุดคุ้ม 3 ต่อ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นไทเทเนี่ยม ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 พร้อมมอบสิทธิพิเศษสำหรับข้าราชการเมื่อซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ หรือ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0in&quot;&gt;โปรโมชั่นพิเศษ 3 ต่อ สำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นไทเทเนี่ยม ต่อที่ 1 ราคาพิเศษ 1,254,000 บาท จากราคาปกติ 1,399,000 บาท เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนชำระ 84 เดือน อัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อที่ 2 ผ่อนเพียง 9,900 บาท/เดือน สำหรับ งวดที่ 1-12 เท่านั้น และ 14,613 บาท สำหรับงวดที่ 13-84 และรับฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ต่อที่ 3 รับประกันเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง นาน 10 ปี หรือ 150,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ข้อเสนอสุดพิเศษนี้มีจำนวนจำกัด เมื่อจองและออกรถ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ รุ่นไทเทเนี่ยม ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 และจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เท่านั้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ฟอร์ดยังมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับข้าราชการ เมื่อซื้อรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ หรือ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ทุกรุ่น สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษ ดังนี้ เลือกดาวน์ 0% ผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน เมื่อจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ชำระค่างวด งวดแรกหลังรับรถ 3 เดือน เมื่อวางเงินดาวน์เริ่มต้น 20% ขึ้นไป และผ่อนชำระตั้งแต่ 48-84 เดือน&amp;nbsp; และจัดไฟแนนซ์ผ่านฟอร์ด ลีสซิ่ง โดยธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) ตั้งแต่วันที่ 12 มกราคม 2564 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90713</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ฟอร์ด.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210122/image_big_600af70a39477.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86622</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/12/2020 01:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/12/2020 01:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด จัดทริปรวมพลังหญิงสายลุยขับฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สัมผัสแนวคิด Live The Ranger Live ณ ทุ่งแสลงหลวง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย ชวนสื่อมวลชนหญิงสายลุยบุกเส้นทางสุดท้าทาย ในกิจกรรมสุดพิเศษ &amp;ldquo;Ladies Drive with Forest Ranger&amp;rdquo; พิสูจน์สมรรถนะ &amp;ldquo;ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่&amp;rdquo; รถกระบะที่รองรับทุกความสมบุกสมบัน และเหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย สะท้อนตัวตนและความแกร่งของผู้ขับขี่จากภายใน พร้อมสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ตามแนวคิด &amp;ldquo;Live The Ranger Life&amp;rdquo; ผ่านภารกิจปกป้องผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติ โดยการมอบความช่วยเหลือแก่เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าในการสร้างแนวกันไฟป่า ณ อุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง จังหวัดพิษณุโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd3b656b7691.jpg&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเดินทางภายใต้คอนเซ็ปต์ Ladies Drive with Forest Ranger ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อให้สื่อมวลชนหญิงได้ทดสอบสมรรถนะของ &amp;ldquo;ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่&amp;rdquo; ที่ปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยว ดุดัน สไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้นในทุกรุ่นย่อย มาพร้อมระบบส่งกำลังอันทรงพลังที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ทั้งแบบเทอร์โบเดี่ยวและเทอร์โบคู่ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ โดยในเครื่องยนต์แบบเทอร์โบคู่ เมื่อผสานการทำงานกับเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด มอบสมรรถนะอันเหนือชั้นด้วยกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร ที่ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT มอบพละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและฟีเจอร์ล้ำสมัย มาพร้อมศักยภาพที่ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลาย รวมถึงความสามารถในการบรรทุกน้ำหนัก และความสามารถในการลากจูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มทริปด้วยการมุ่งหน้าสู่สถานีควบคุมไฟป่าทุ่งแสลงหลวง ที่รู้จักกันดีในนาม &amp;ldquo;ทุ่งหญ้าสะวันนาแห่งเมืองไทย&amp;rdquo; และเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับ 3 ของประเทศ ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาเพชรบูรณ์ ระหว่างการเดินทางไปยังสถานีควบคุมไฟป่าทุ่งแสลงหลวง สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะของรถ บนเส้นทางที่มีทั้งทางตรงยาวสลับโค้งคดเคี้ยว และเส้นทางขึ้น-ลงเขา&amp;nbsp;ได้ทดสอบถึงพละกำลังของครื่องยนต์ฟอร์ด ที่ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น รวมถึงพวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฟฟ้า (EPAS) ที่แปรผันน้ำหนักให้เหมาะสมกับความเร็วในการขับขี่ เพื่อการควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงสถานีควบคุมไฟป่า สื่อมวลชนได้พบกับ &amp;ldquo;ขนิษฐา ดอนชัย&amp;rdquo; หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่าหญิงคนแรกในประเทศไทย ผู้ทำหน้าที่ดูแลผืนป่าทุ่งแสลงหลวงที่มีขนาดถึง 789,000 ไร่ และรับฟังบรรยายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของหน่วยควบคุมไฟป่า จากนั้นคณะสื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกิจกรรมสร้างแนวกันไฟ โดยใช้ความสามารถของรถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการลากจูงแท้งค์น้ำ และบรรทุกอุปกรณ์ต่างๆ โดยมี ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ช่วยให้สามารถเหยียบคันเร่งบนทางลูกรังขณะขนของหนักได้โดยไม่ติดหล่ม และเพื่อความสะดวกในการใช้งาน ฟอร์ดได้เพิ่มอุปกรณ์เสริมฝาปิดกระบะท้ายควบคุมด้วยไฟฟ้า (Power Roller Shutter) เฉพาะสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ให้สามารถบรรทุกของได้อย่างปลอดภัยและสะดวกยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กมลชนก ประเสริฐสม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย และตลาดอาเซียน เปิดเผยว่า ไฟป่าเป็นปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรทางธรรมชาติไปอย่างมากมาย และในระยะสองสามปีที่ผ่านมานี้ ไฟป่ายังเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย การเดินทางไปสร้างแนวกันไฟป่าครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มพันธกิจของฟอร์ดในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ที่เห็นความสำคัญในการปกป้องผืนป่าและช่วยลดมลพิษ ในการเดินทางครั้งนี้ สื่อมวลชนยังได้ทดสอบความสามารถของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่ปรับโฉมให้มีความเท่มากขึ้นและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น รวมถึงการใช้อุปกรณ์เสริมเพื่อลากจูงในการลำเลียงอุปกรณ์สำหรับสร้างแนวกันไฟ และการทดสอบช่วงล่างที่ทำให้การขับขี่มีความนุ่มหนึบ เกาะถนน พิชิตเส้นทางที่สมบุกสมบัน รวมถึงยังได้รับประสบการณ์จากระบบส่งกำลังที่พัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยทีมวิศวกรฟอร์ด และที่สำคัญ สื่อมวลชนจะได้รับรู้ถึงคุณค่าการใช้ชีวิตแบบ Live The Ranger Life ที่มีอยู่ในตัวตนของทุกคน ซึ่งสะท้อนออกมาจากการทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับผู้พิทักษ์ป่าหญิงอีกด้วย โดยภารกิจที่สื่อมวลชนหญิงและเจ้าหน้าที่หน่วยควบคุมไฟป่าได้ใช้รถยนต์ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยกันทำกิจกรรมนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะฝ่าฟันอุปสรรคเพื่อเอาชนะขีดจำกัด ให้บรรลุเป้าหมาย เพื่อคงผืนป่าอันเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำหลายสายที่มีความสำคัญต่อการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนให้คงอยู่ต่อไป โดยสื่อมวลชนได้สัมผัสการใช้ชีวิตแบบเรนเจอร์ ตามแนวคิด &amp;ldquo;Live The Ranger Life&amp;rdquo; ทั้ง 5 ประการ ให้เห็นเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะ &amp;ldquo;เราพร้อมลุยเสมอ (Up and Over)&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับเรา (Bring Others Along the Journey)&amp;rdquo; กล่าวคือ นอกจากจะได้ร่วมมือกันทำให้งานยากกลายเป็นสิ่งที่สำเร็จได้โดยง่ายแล้ว ยังสามารถสร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้หญิงในการร่วมมืออนุรักษ์ระบบนิเวศ และป้องกันไฟป่าอันเป็นหนึ่งในสาเหตุที่มาของฝุ่น PM 2.5 ซึ่งเป็นปัญหาที่คนไทยกำลังให้ความสำคัญอีกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันที่สอง หลังปฏิบัติภารกิจสุดท้าทาย สื่อมวลชนได้เดินทางด้วยรถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบออฟโรด ผ่านเส้นทางถนนลูกรัง และผ่านอุปสรรคต่างๆ เพื่อเดินทางเข้าสู่ทุ่งนางพญาเมืองเลน ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง ทุ่งนางพญาเป็นทุ่งหญ้าที่แวดล้อมด้วยป่าสนสองใบสลับกับป่าดิบแล้งและป่าเต็งรัง เหมาะสำหรับการชมวิวทิวทัศน์ และผู้ที่ต้องการใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยบรรยากาศคล้ายคลึงกับทุ่งหญ้าสะวันนาในทวีปแอฟริกา มีป่าสนเขาขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น&amp;nbsp; รวมถึงไม้ดอกสีสันสวยงามที่มีอยู่หลากหลายชนิด ก่อนร่วมรับประทานอาหารเช้าแบบแคมป์ปิ้งท่ามกลางลมหนาว และภูมิประเทศที่งดงามส่งท้ายการเดินทางครั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86622</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, ฟอร์ด เรนเจอร์ .</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201212/image_big_5fd3b620ce769.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82007</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2020 00:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2020 00:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020” สนามที่ 2 และ3 ระเบิดความมันส์ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมเปิดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ &amp;ldquo;โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020&amp;hellip; ความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด&amp;rdquo;&amp;nbsp; สนามที่ 2 และ 3 พร้อมการแข่งขัน TOYOTA EXECUTIVE CHARITY RACE 2020 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มิจิโนบุ ซึงาตะ เปิดเผยว่า ผมขอแสดงความขอบคุณต่อรัฐบาลไทย รวมถึงท่านประธานสนามแข่งฯ ที่สามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถ จัดงาน Toyota Gazoo Racing Motorsports ที่สนามแข่งขันระดับโลกเเห่งนี้ได้ โดยโตโยต้ามีความมุ่งมั่นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น หลังจากหยุดชะงักเป็นเวลานานจากการแพร่ระบาดของโรค ด้วยการนำร้านค้าท้องถิ่นเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ ผมหวังว่าการจัดงานในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยแสดงให้เห็นว่าบุรีรัมย์มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่งที่จะให้การต้อนรับแขกผู้มาเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง โดยสนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิตถือเป็นสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่ง ที่เป็นไปตามมาตรฐานของสหพันธ์แข่งรถนานาชาติหรือ FIA ตั้งแต่เปิดให้ใช้แข่งขันเมื่อปีพ.ศ.2557 อันที่จริงในการแข่งขันขับรถ 8 ชั่วโมงที่จัดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทีม Rookie Racing จากประเทศญี่ปุ่น นำโดย Morizo ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นเลยคือประธานอาคิโอะ โตโยดะ เป็นผู้ชนะในการแข่งขัน แสดงว่าท่านประธานเป็นผู้ที่รักสนามแข่งขันระดับโลกนี้จริง ๆ โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020 ประกอบด้วยการแข่งขัน Toyota Executive Charity Race 2020 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ สนาม 2-3 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ วีออส วันเมคเรซ สนาม 2-3 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ สนาม 2-3 การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ สนาม 2-3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแข่งขัน Toyota Executive Charity Race 2020 เป็นการแข่งขันของผู้บริหารของโตโยต้าและท่านเจ้าของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าซึ่งเป็นตัวแทนจากทั่วประเทศ ซึ่งแข่งขันกันอย่างจริงจังและเป็นมิตร โดยใช้ Hilux Revo...พลังแกร่งเหนือนิยามในการแข่งขัน รุ่นดับเบิ้ลแค็บ 4X2 Z Edition เพื่อแสดงสมรรถนะในการขับขี่ โดยเงินรางวัลจำนวน 200,000 บาทและข้าวรัชมงคลจำนวน 4 ตัน จะนำไปบริจาคให้กับโรงพยาบาล 4 แห่งในจังหวัดบุรีรัมย์ ได้แก่ โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โรงพยาบาลบ้านด่าน โรงพยาบาลชำนิ และโรงพยาบาลแคนดง เป็นการสนับสนุนการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ สรุปผลการการแข่งขัน&amp;nbsp; TOYOTA EXECUTIVE CHARITY RACE 2020 อันดับ 1 มิจิโนบุ ซึงาตะ&amp;nbsp; อันดับ 2 กฤตธี จินดาศิลป์ อันดับ 3 สุรศักดิ์ สุทองวัน อันดับ 4 ดร. จุฬชาติ จงอยู่สุข อันดับ 5 เคนจิ ซากาอิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการแข่งขัน โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020&amp;nbsp; สนามที่ 2 และ 3 ในปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับมอเตอร์สปอร์ตให้มีความเร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้วยการปรับภาพลักษณ์ของการแข่งขันภายใต้แนวคิด &amp;ldquo;ความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด&amp;rdquo; สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้&amp;nbsp; ขอให้ทุกท่านสนุกสนานกับการส่งกำลังใจเชียร์นักแข่งที่ชื่นชอบ เริ่มต้นด้วย Hilux Revo One Make Race &amp;ldquo;พลังแกร่งเหนือนิยาม&amp;rdquo; ซึ่งมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี ที่จะมาแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะในการขับขี่และสร้างความตื่นเต้น Corolla Altis GR Sport กับเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี และเปิดตัวเป็นครั้งแรกในสนามแข่งแห่งนี้ ท้ายสุด การแข่งขัน Vios One Make Race และ Vios One Make Race Lady Cup กับเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ที่ให้การตอบสนองที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุปผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น มีรถเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 51 คัน &amp;ldquo;วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ&amp;rdquo; สนามที่ 2 กับรถแข่ง 12 คน แชมป์สนามนี้ตกเป็นของ&amp;ldquo;กมลชนก&amp;nbsp; บุญคร่ำ&amp;rdquo; หมายเลข 199 ตามมาด้วย ศิริภากรณ์&amp;nbsp; แยบยนต์ หมายเลข 188&amp;nbsp; ในอันดับที่ 2 และ&amp;ldquo;สุดารัตน์ พงศ์อายุกูล&amp;rdquo; หมายเลข 155&amp;nbsp; ในอันดับ 3 &amp;nbsp; และวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ&amp;rdquo; สนามที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม โดยแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ&amp;nbsp; &amp;ldquo;รัชการณ์&amp;nbsp; วัชรเสถียร&amp;rdquo;&amp;nbsp; หมายเลข 125 &amp;nbsp; ตามมาด้วย &amp;ldquo;อนรรฆวี ตั้งเนียรนาทชัย&amp;rdquo; หมายเลข 177&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในอันดับที่ 2 และ &amp;nbsp; &amp;ldquo;กมลชนก&amp;nbsp; บุญคร่ำ&amp;rdquo; หมายเลข 199&amp;nbsp; ในอันดับ 3&amp;nbsp; ส่วน มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย หมายเลข 192 สร้างเซอร์ไพรส์ เข้ามาเป็นอันดับ 5 ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วีออส วันเมคเรซ&amp;rdquo; สนามที่ 2&amp;nbsp; แชมป์สนามนี้&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; &amp;ldquo;ภูริต&amp;nbsp; ไทยทองสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp; หมายเลข 28&amp;nbsp; ในขณะที่อันดับ 2&amp;nbsp; เป็นของ&amp;nbsp; &amp;ldquo;อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย&amp;rdquo; หมายเลข 77 และอันดับที่ 3 ได้แก่ &amp;ldquo;พิศาล&amp;nbsp; สาละกุล&amp;rdquo; หมายเลข 22&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลการแข่งขันรุ่น โตโยต้า วีออส วันเมคแรซ และสนามที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม โดยแชมป์สนามนี้&amp;nbsp; ได้แก่&amp;nbsp; &amp;ldquo;อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย&amp;rdquo;&amp;nbsp; หมายเลข 77&amp;nbsp; ในขณะที่อันดับ&amp;nbsp; 2 เป็นของ &amp;ldquo;อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์&amp;rdquo; หมายเลข 44 และอันดับที่ 3 ได้แก่ &amp;ldquo;พิศาล สาละกุล&amp;rdquo; หมายเลข 22&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ&amp;rdquo; สนามที่ 2 &amp;nbsp; ในรุ่น &amp;ldquo;โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ&amp;rdquo; ซึ่งแชมป์สนาม 2 ตกเป็นของ &amp;ldquo;ธีรุตม์&amp;nbsp; บุญอิต&amp;rdquo; หมายเลข 7 &amp;nbsp; โดยมี&amp;nbsp; &amp;ldquo;สุรศักดิ์ ดาเก็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; หมายเลข 22 &amp;nbsp; ตามมาในอันดับ 2 &amp;nbsp; และอันดับที่ 3&amp;nbsp; ได้แก่ &amp;ldquo;เพียว&amp;nbsp; หงษ์ปาน&amp;rdquo; หมายเลข 100 สนุกสุดมันส์กันต่อกับสนามที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ในรุ่น &amp;ldquo;โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ&amp;rdquo; ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ &amp;ldquo;ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ&amp;rdquo; หมายเลข 39 คว้าแชมป์ไปครอง โดยมี&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;สุรศักดิ์ ดาเก็ง&amp;rdquo; หมายเลข 22 ตามมาในอันดับ 2&amp;nbsp; และอันดับที่ 3 ได้แก่ &amp;ldquo;เคนทาโร ชิบะ&amp;rdquo; หมายเลข 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ&amp;rdquo; สนามที่ 2 &amp;nbsp; ผลการแข่งขันกับรถกระบะทางเรียบ &amp;ldquo;ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ&amp;rdquo; กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง&amp;nbsp; กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด&amp;nbsp; โดยตำแหน่งแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ &amp;ldquo;สมร มะปะเข&amp;rdquo; หมายเลข 9 ตามมาด้วย &amp;ldquo;เขมรัช ขอนพุดซา&amp;rdquo; หมายเลข 95&amp;nbsp; ในอันดับที่ 2 และ &amp;ldquo;สุรศักดิ์ ดาเก็ง&amp;rdquo; หมายเลข 22 ในอันดับ 3 ปิดท้ายสนามที่ 3 ในวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมกับรุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันกับรถกระบะทางเรียบ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ&amp;rdquo; กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด โดยตำแหน่งแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ &amp;ldquo;เอกสิทธิ์ นามแสงผา&amp;rdquo; หมายเลข 2 ตามมาด้วย &amp;ldquo;เขมรัช ขอนพุดซา&amp;rdquo; หมายเลข 95 ในอันดับที่ 2 และ ชานนท์ รจนา หมายเลข 39 ในอันดับ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกเหนือจากการการแข่งขันทั้ง 4 รุ่นแล้วนั้น เรายังได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษกับการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์รถแข่งระดับโลกอย่าง &amp;ldquo;โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง&amp;rdquo; ที่จัดแสดงรถ GR ในรุ่นต่างๆ เกียรติยศของ Toyota Gazoo Racing Team Thailand และ GR Models รุ่นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงรถแห่งตำนาน Toyota GR Supra และระบบจำลองการขับขี่ของ Corolla Altis GR Sport และ GR Supra&amp;rdquo; จากกระแสตอบรับของสายแต่งซิ่งจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้เกิดการจัดงาน Racing Mania : Free Run Fun Drag ในครั้งนี้เป็นปีที่ 3 โดยไฮลักซ์ รีโว่จะรันวงการครั้งแรกในภาคอีสาน ณ สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดร็กสเตอร์ แทร็ค โดยการรวมพลสุดยอดรถกระบะแต่งสวย รถกระบะแต่งแรง ทั้งจากกลุ่ม Revo Car Club ในภาคอีสานและจากทั่วประเทศ รวมถึงเซียนนักแต่งแถวหน้าของเมืองไทย หรือที่รู้จักกันดีในนามของ Super Revo Big 6 และ Super Revo New Generation อีก 4 คน มาปะทะกันในงานเดียว เพื่อโชว์สุดยอดสเตปนักซิ่งทางตรง และร่วมพูดคุยเกี่ยวกับวาระความแรง ใครจะแรง ใครจะเด็ดขนาดไหน ได้รู้กัน ที่สาคัญภายในงานยังมี กิจกรรม Free Run Fun Drag ซึ่งโตโยต้าเปิดสนาม Drag ให้ผู้ที่สนใจ ได้นำรถของตัวเองมาลองแดร็กในสนามจริงกันอย่างเต็มที่ฟรี พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่โตโยต้านำมามอบให้กับลูกค้าไฮลักซ์ รีโว่ โดยเฉพาะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พบกับ &amp;ldquo;โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020&amp;rdquo; สนาม 4&amp;nbsp; วันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2563&amp;nbsp; ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82007</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวรถ, ข่าวรถไทยโพสต์, โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201028/image_big_5f9858a864ef2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 01:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 01:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีซูซุเปิดตัวรถบรรทุก 4 ล้อตระกูลเอลฟ์ รุ่นใหม่ “NLR Lite”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีซูซุพร้อมตอบโจทย์ด้านการขนส่งทุกรูปแบบ เปิดตัวเจ้าแห่งรถบรรทุกตระกูลเอลฟ์ รุ่นใหม่ล่าสุด &amp;ldquo;NLR Lite&amp;rdquo; ชูจุดเด่นน้ำหนักรถเบาสุดเพียง 1,720 กิโลกรัม&amp;nbsp; รัศมีวงเลี้ยวแคบสุดให้ความคล่องตัวต่อการขนส่งในเมือง พร้อมสมรรถนะการเกาะถนนและทรงตัวที่ดีกว่า บรรทุกได้เทียบเท่ารถปิกอัพตอนเดียว 2 คัน ขนส่งสะดวกทุกเวลา เพิ่มความคุ้มค่า ประหยัดกว่า กำไรมากกว่า พร้อมการรับประกันนานถึง 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นเจ้าแห่งรถบรรทุกอันดับ 1 และความมุ่งมั่นในการสนับสนุนและตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการธุรกิจการขนส่งตามแนวคิด &amp;ldquo;อีซูซุ...คู่คิดมืออาชีพ&amp;rdquo; อีซูซุจึงพร้อมเปิดตัวรถบรรทุก 4 ล้อ ตระกูลเอลฟ์ รุ่นใหม่ &amp;ldquo;NLR Lite&amp;rdquo; ที่ตอบโจทย์การขนส่งในเมืองได้อย่างเต็มรูปแบบ ให้ความคล่องตัวในการขับขี่สูง ใช้งานได้สะดวกทุกเวลา เนื่องด้วยเป็นรถบรรทุก 4 ล้อที่มีน้ำหนักหัวเก๋งและแชสซีส์โดยประมาณ 1,720 กิโลกรัม มีความกว้างของหัวเก๋งเทียบเท่ารถปิกอัพ แต่สามารถต่อตู้ยาวได้ถึง 2.90 เมตร ได้พื้นที่บรรทุกเทียบเท่ากับรถปิกอัพตอนเดียว 2 คัน&amp;nbsp; พร้อมรัศมีวงเลี้ยวแคบสุด เพียง 5.10 เมตร สะดวก คล่องตัวต่อการขนส่งในเมืองที่มีซอยแคบ จึงให้ความคุ้มค่า ประหยัดเวลาการขนส่ง ค่าจ้างพนักงานขับรถ&amp;nbsp; ค่าต่อตัวถัง&amp;nbsp; และค่าน้ำมัน พร้อมการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง อีกทั้งเรายังสนับสนุนผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุตลอดวัฏจักรการใช้งานของรถ ทำให้เรามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าผู้ใช้รถบรรทุกอีซูซุจะใช้รถได้อย่างคุ้มค่า เพิ่มผลกำไรในธุรกิจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;NLR Lite&amp;rdquo; ยังมาพร้อมนวัตกรรมในการขับเคลื่อนเฉพาะรุ่นและความสะดวกสบายในการขับขี่สูงสุด&amp;nbsp; ได้แก่ เครื่องยนต์ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่น 4JH1E3N&amp;nbsp; เครื่องยนต์ขนาด 2,999 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 230 นิวตัน-เมตร ที่รอบต่ำเพียง 1,400 &amp;ndash; 3,200 รอบ/ นาที เกียร์อีซูซุรุ่น MSB5S เกียร์ธรรมดา 5 เกียร์เดินหน้า&amp;nbsp; พร้อมโอเวอร์ไดรฟ์ รองรับแรงบิดได้สูง&amp;nbsp; ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม แข็งแกร่งเหมาะสำหรับงานบรรทุก ล้ออะลูมิเนียมอัลลอย พร้อมยางเรเดียลแบบไม่มียางในจากโรงงาน ครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน ให้การเกาะถนนที่ดีกว่า&amp;nbsp; วิทยุพร้อมเครื่องเล่น CD/MP3 พร้อมช่อง USB เพื่อความเพลิดเพลินตลอดการขับขี่ ระบบแอร์สมบูรณ์แบบ FULL MODE CONTROL ปรับระบบหมุนเวียนอากาศได้ 2 แบบ 6 ทิศทาง เย็นจัด เย็นเร็ว กระจกไฟฟ้า และเซ็นทรัลล็อก สะดวกสบายยิ่งขึ้น รับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อซื้อรถตั้งแต่ 1 มกราคม &amp;ndash; 30 มิถุนายน 2563 จากบริการหลังการขายเหนือระดับทั่วไทย&amp;nbsp; ด้วยเครือข่ายการจำหน่าย อะไหล่ และการบริการหลังการขายกว่า 250 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมระบบจัดส่งอะไหล่ด่วน สร้างความมั่นใจเต็มเปี่ยม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54292</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, อีซูซุเปิดตัวรถบรรทุก 4 ล้อตระกูลเอลฟ์ รุ่นใหม่ “NLR Lite”</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e18bc8580b60.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54291</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 01:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 01:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มจี ต้อนรับ ไทด์ และ ทับทิม สู่ครอบครัวเอ็มจี                                   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ &amp;ndash; ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดเผยว่า รถยนต์เอ็มจีได้รับความไว้วางใจจาก 2 นักแสดงชื่อดังที่เชื่อมั่นในคุณภาพและสมรรถนะของรถยนต์เอ็มจี &amp;ldquo;ไทด์ - เอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์&amp;rdquo; เลือก NEW MG V80 หลังจากได้ใช้งานจริงในสถานการณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงทำให้เกิดความประทับใจและเชื่อมั่นในคุณภาพของรถยนต์เอ็มจี ทางด้าน &amp;ldquo;ทับทิม - อัญรินทร์ ธีราธนันพัฒน์&amp;rdquo;&amp;nbsp; นักแสดงสาวที่ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และได้สัมผัสรถยนต์เอ็มจีจนเกิดความประทับใจเช่นกัน ได้เลือก NEW MG 3 รถแฮชแบ็คที่มีความคล่องตัว ตอบรับกับไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนาน มีสมรรถนะที่โดดเด่น พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน โดยมี สุวิชา มุละสิวะ ผู้บริหารห้างหุ้นส่วนจำกัด เอ็มทู มอเตอร์สปอร์ต ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เอ็มจี จังหวัดอุบลราชธานี เป็นตัวแทนส่งมอบรถ ณ โชว์รูม เอ็มจี เอ็มทู มอเตอร์สปอร์ต อุบลราชธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NEW MG V80 : รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มีความโดดเด่นด้านความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย เพื่อการเดินทางกับครอบครัวหรือหมู่คณะ ราคา 988,000 &amp;ndash; 1,038,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;NEW MG 3 : รถยนต์แฮทช์แบ็ค มิติใหม่ของความสนุกที่มาพร้อมนิยาม &amp;ldquo;WE ARE FUN&amp;rdquo; สีสันความสนุกเร้าใจ สมรรถนะโดดเด่นและอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย ราคา 519,000 &amp;ndash; 599,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54291</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถไทยโพสต์, ยานยนต์ไทยโพสต์, เอ็มจี ต้อนรับ ไทด์ และ ทับทิม สู่ครอบครัวเอ็มจี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e18bc1d3a4f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54288</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 00:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 00:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>COCKPIT ขยายสาขาพร้อมชนศึกฟาสต์ฟิตปี 2563  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ค็อกพิท ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรและทันสมัย ภายใต้การบริหารโดยบริดจสโตน จัดเต็มขยายสาขาใหม่พร้อมลุยทัพชนศึกฟาสต์ฟิต (ศูนย์บริการและบำรุงรักษารถยนต์) ปี 2563 เต็มที่ เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่รองรับลูกค้าทุกกลุ่มเป้าหมายและเอาใจคนรักรถพร้อมรองรับลูกค้าอย่างครบวงจรด้วยทีมช่างมืออาชีพ ครอบคลุมบริเวณแถบรังสิต ในนามค็อกพิท รังสิต 2 (บริเวณทางเข้า 1 ฟิวเจอร์ปาร์ครังสิต) สาขาที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ ที่มีศักยภาพเติบโตโดดเด่นแห่งหนึ่งของปทุมธานี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายในงานได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการอย่างล้นหลาม รวมไปถึงได้รับการสนับสนุนอย่างดีเยี่ยมจากกลุ่มบริษัทพันธมิตรของค็อกพิท อันได้แก่ บริษัท สยาม จีเอส (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน), บริษัท จันทร์เกษม จำกัด, บริษัท FMP ดิสทรีบิวเทอร์ จำกัด, บริษัท สยามมอร์เตอร์ ประเทศไทย, จำกัด บริษัท มโนยนต์ชัย จำกัด, บริษัท ฟอร์ช อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด, บริษัท เอสพีเค มอร์เตอร์พาร์ส จำกัด และ บริษัท ชวกน จำกัด ที่มาร่วมแสดงความยินดีและร่วมสร้างสีสันในงาน ด้วยการออกบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในราคาสุดพิเศษ พร้อมทั้งจัดกิจกรรมให้ลูกค้าทุกท่านได้ร่วมสนุกเพื่อชิงของรางวัลต่างๆมากมาย&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54288</URL_LINK>
                <HASHTAG>COCKPIT ขยายสาขาพร้อมชนศึกฟาสต์ฟิตปี 2563, nattythaipost, thaipost, ข่าวรถไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e18b9bca9f8f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54285</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/01/2020 00:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/01/2020 00:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดจับมือแมคโดนัลด์ เปลี่ยนเยื่อกาแฟเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และแมคโดนัลด์ สหรัฐอเมริกา เตรียมเดินหน้าผลิตชิ้นส่วนรถยนต์โดยใช้วัตถุดิบที่เราคุ้นเคยและเห็นกันทุกเช้า อย่างเมล็ดกาแฟ ในการนำมาแปรรูปเป็นชิ้นส่วนต่างๆ อาทิ ชิ้นส่วนโคมไฟหน้ารถยนต์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทุกๆ ปี จะมีเปลือกแห้งของเมล็ดกาแฟ หรือ เยื่อกาแฟหลายล้านปอนด์ หลุดออกมาในระหว่างการคั่ว ด้วยเหตุนี้ ฟอร์ด และแมคโดนัลด์ จึงได้ร่วมกันคิดค้นนวัตกรรมเพื่อนำเยื่อกาแฟจำนวนมหาศาลนี้มาใช้ใหม่ โดยทั้งสองบริษัทค้นพบว่าเยื่อกาแฟนั้นสามารถนำไปทำเป็นวัสดุที่มีความทนทาน เพื่อประกอบเป็นชิ้นส่วนรถยนต์ได้ วัตถุดิบดังกล่าว สามารถดัดแปลงเป็นรูปทรงต่างๆ โดยนำไปผ่านความร้อนสูง ภายใต้ออกซิเจนต่ำ ผสมกับพลาสติก ส่วนประกอบอื่นๆ และอัดเป็นก้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เยื่อกาแฟที่อัดก้อนแล้ว มีความแข็งทนทานผ่านมาตรฐานสำหรับการนำไปใช้ทำชิ้นส่วนโคมไฟหน้า ชิ้นส่วนภายใน และชิ้นส่วนต่างๆ ใต้กระโปรงรถ ชิ้นส่วนต่างๆ ที่ผลิตขึ้น จะมีน้ำหนักเบาลงถึง 20 เปอร์เซ็นต์ และใช้พลังงานน้อยลงถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ในขั้นตอนการหล่อแบบ ฟอร์ดพบว่าค่าสมบัติทางความร้อนของเยื่อกาแฟอัดก้อนดีกว่าวัสดุที่ใช้มาก่อนอย่างเห็นได้ชัด ถือเป็นครั้งแรกที่ฟอร์ดใช้เยื่อกาแฟเป็นส่วนผสมของชิ้นส่วนรถยนต์ที่นำมาใช้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด็บบี้ มิลิวสกี้ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเทคนิคอาวุโส ส่วนงานบริหารทรัพยากร และความยั่งยืนของฟอร์ด เปิดเผยว่า ความยั่งยืนเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญมากว่า 20 ปี และนี่คือตัวอย่างของการบุกเบิกเศรษฐกิจแบบระบบปิด ซึ่งทำให้ธุรกิจจากอุตสาหกรรมที่แตกต่างกันมาทำงานร่วมกันและแบ่งปันทรัพยากรที่อาจถูกทิ้งขว้างหรือละเลยได้ ในความร่วมมือครั้งนี้ แมคโดนัลด์จะส่งเยื่อกาแฟในปริมาณมหาศาลในอเมริกาเหนือมายังฟอร์ด เพื่อนำไปผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอียน โอลสัน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านความยั่งยืนนานาชาติ แมคโดนัลด์ เปิดเผยว่า การหาวิธีใช้เยื่อกาแฟเป็นวัสดุในการผลิตนวัตกรรมดังกล่าว จึงเป็นการช่วยเพิ่มขีดความสามารถให้บริษัทต่างๆ ได้มีส่วนร่วมในการสร้างเศรษฐกิจแบบระบบปิดได้ การร่วมมือกันของฟอร์ดและแมคโดนัลด์ คือ ตัวอย่างล่าสุดของวิธีที่สร้างสรรค์ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และรักษาสิ่งแวดล้อม โครงการนี้ยังมี Varroc Lighting Systems ผู้ผลิตไฟหน้า และ Competitive Green Technologies ผู้คัดแยกเยื่อกาแฟ เข้าร่วมด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฟอร์ดและแมคโดนัลด์มีแผนที่จะร่วมมือกันต่อไป เพื่อค้นหาวิธีการใหม่ๆ ในการนำขยะกลับมาใช้เป็นทรัพยากร พร้อมกับขยายเป้าหมายความยั่งยืนของทั้งสองบริษัทให้มากยิ่งขึ้นในอนาคต&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54285</URL_LINK>
                <HASHTAG>nattythaipost, thaipost, ข่าวรถไทยโพสต์, ฟอร์ดจับมือแมคโดนัลด์ เปลี่ยนเยื่อกาแฟเป็นชิ้นส่วนรถยนต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200111/image_big_5e18b83e6b153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
