<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113371</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 16:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วงล็อกดาวน์ ..ทำไม?!?เครียด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;มาคาเลียส&amp;rdquo; (Makalius) สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของประเทศไทย ได้จัดทำโพลสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภค ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยว พบเหตุผลหลัก มาจากความ &amp;ldquo;เครียด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า &amp;ldquo;จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกที่ 4 ถือเป็นวิกฤตหนักสุดของประเทศไทย ที่มียอดผู้ติดเชื้อไม่ต่ำกว่าวันละหมื่นคน ส่งผลกระทบต่อธุรกิจต่าง ๆ ของประเทศไทย และที่สำคัญคือส่งผลกระทบต่อจิตใจคนไทยทำให้เกิดความเครียดสะสม โดยในแต่ละคนจะมีวิธีการแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คนไทยส่วนใหญ่มักจะเลือก &amp;ldquo;การเที่ยว&amp;rdquo; มาช่วยผ่อนคลายความเครียด แต่ในสถานกาณณ์ปัจจุบัน ที่ทางภาครัฐบาลขอความร่วมมือกับประชาชนในการลดการเดินทางข้ามจังหวัด จึงทำให้รูปแบบการท่องเที่ยวปกติทำไม่ได้&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดทางบริษัทฯ จึงได้จัดทำแบบสอบถามประเมินความพึ่งพอใจกลุ่มลูกค้า และได้ทำการสำรวจความคิดเห็นในเพจเฟสบุ๊ค (Makalisu) รวมถึงการพูดคุยกับลูกค้าผ่าน Call Center ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยวในช่วงเวลานี้มากที่สุด พบว่า สาเหตุหลักมาจากความ &amp;ldquo;เครียด&amp;rdquo;&amp;nbsp; จำแนกออกมาเป็น 7 ความเครียด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มต้นที่ &amp;ldquo;ข่าวโควิด-19&amp;rdquo; ถือเป็นความเครียดอันดับแรก ๆ ของใครหลายคน เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ โควิด-19 เป็นเรื่องใกล้ตัวเข้าไปทุกที อีกทั้งการนำเสนอข่าวที่ทำให้เห็นภาพของจำนวนผู้เสียชีวิต จำนวนผู้ติดเชื้อในแต่ละวันที่พุ่งสูงขึ้นเกินกว่าหมื่นคน ภาพความลำบากของคนตกงาน ภาพความลำบากของการเข้ารับการรักษา จึงส่งผลให้ผู้เสพสื่อเกิดความเครียดและความหดหู่เป็นจำนวนมาก เหตุผลต่อมาคือ &amp;ldquo;การบริหารงานของรัฐบาล&amp;rdquo; ที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในเรื่องการบริหารจัดการโควิด-19 ทั้งการตรวจเชิงรุก การรักษา การจัดหาวัคซีนให้เพียงพอกับประชาชน การใช้งบประมาณแผ่นดินที่ผิดพลาด รวมถึงนโยบายต่าง ๆ ที่จัดทำขึ้นโดยไม่มีเหตุผลสอดคล้องกับการแก้ไขสถานการณ์ในปัจจุบัน เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนความเครียดของหนุ่มสาวออฟฟิศจะเป็นเรื่อง &amp;ldquo;Work From Home&amp;rdquo; เสียงส่วนใหญ่เป็นไปในทิศทางเดียวกันว่าการทำงานที่บ้านนั้นมีความเครียดมากกว่าการทำงานที่ออฟฟิศ และเหมือนจะทำงานหนักกว่าอยู่ที่ออฟฟิศ อีกทั้งยังขาดปฏิสัมพันธ์ในสังคม ขาดการพูดคุยสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้เรื่อง &amp;ldquo;การทำยอดขาย&amp;rdquo; ก็เป็นความเครียดหลักของหนุ่มสาวแบงก์และอาชีพนักขาย เพราะต้องทำยอดขายให้ไปเป็นตามเป้าที่องค์กรตั้งเอาไว้ แต่ไม่สามารถออกไปพบลูกค้าเพื่อพูดคุยและนำเสนอสินค้าบริการได้เหมือนปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับความเครียดของเจ้าของกิจการก็หนีไม่พ้นที่เรื่อง &amp;ldquo;การทำธุรกิจ&amp;rdquo; เพราะบางธุรกิจไม่สามารถเปิดให้บริการได้ เช่น สถานที่ออกกำลัง สถาบันความงาม เป็นต้น บางธุรกิจสามารถเปิดให้บริการได้แต่ก็ไม่มีลูกค้ามาใช้บริการ เพราะกลัวการติดเชื้อเมื่อต้องเดินทางออกนอกบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ด้านคนที่รักการเที่ยวเป็นชีวิตจิตใจปัญหาความเครียดหลัก ๆ คือ &amp;ldquo;ไม่ได้เที่ยวมานาน&amp;rdquo; เพราะนับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนถึงปัจจุบัน ก็กินเวลามาเกือบ 2 ปี ทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนต้องหยุดเที่ยวกันแบบยาว ๆ อีกทั้งนักท่องเที่ยวบางรายยังคงเครียดเรื่อง &amp;ldquo;ธุรกิจการท่องเที่ยว&amp;rdquo; เพราะการท่องเที่ยวถือเป็นอุตสาหกรรมหลักในการสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย แต่มีข่าวถึงการปิดตัว ปิดกิจการด้านการท่องเที่ยวลงมากมาย ทั้งโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว จึงส่งผลกระทบต่อจิตใจนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสาวณีรนุช กล่าวทิ้งท้ายว่า &amp;ldquo;จากผลสำรวจชี้ให้เห็นว่าหลายคนเกิดความเครียดที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต แต่ในสถานการณ์ที่ยังไม่สามารถเดินทางท่องเที่ยวเพื่อผ่อนคลายความเครียดได้ จึงควรหา วิธีการคลายความเครียดด้านอื่น ๆ มาใช้แทน เช่น การงดเสพคอนเทนต์ข่าวสารที่มีรุนแรงหรือมีเนื้อหาเชิงลบ จัดสรรเวลาการทำงานและการพักผ่อนให้มีความพอดี เลือกเสพสื่อที่ผ่อนคลาย อย่างเช่น รีวิวการท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเก็บเป็นอินสไปเรชั่น เตรียมพร้อมวางแผนท่องเที่ยวหลังจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง เป็นต้น และหาเวลาออกกำลังกายเพื่อสร้างสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113371</URL_LINK>
                <HASHTAG>Makalius, Work from Home, การทำยอดขาย, การบริหารงานของรัฐบาล, ข่าวโควิด-19, ธุรกิจการท่องเที่ยว, นางสาวณีรนุช ไตรจักร์วนิช, บริษัท มาคาเลียส ประเทศไทย จำกัด, มาคาเลียส, สตาร์ทอัพธุรกิจท่องเที่ยวออนไลน์, สาเหตุที่ทำให้อยากออกไปท่องเที่ยว, เครียด, เลือกเสพสื่อที่ผ่อนคลาย, โพลสำรวจความพึงพอใจผู้บริโภค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_6118d8f61f585.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109989</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 20:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 20:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯสมช. เชิญตัวแทน &#039;สื่อทีวี&#039; เข้าทำเนียบ คาดหารือทิศทางเสนอข่าวโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล​ แจ้งว่า ในวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค.นี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศปก.ศบค.) ได้เชิญตัวแทนสื่อมวลชนในส่วนของสถานีโทรทัศน์ ในระดับผู้มีอำนาจตัดสินใจในการกำหนดทิศทางการนำเสนอข่าวเข้าหารือ ในเวลา 13.30 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งคาดว่าเป็นการหารือเพื่อกำหนดทิศทางการนำเสนอข่าวสารต่างๆโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 ซึ่ง ปัจจุบันมีความสับสนในเรื่องของข้อมูลข่าวสารและ ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเชิญตัวแทนสื่อมวลชนเข้าพบปะหารือครั้งนี้เป็นเฉพาะในส่วนของสถานีโทรทัศน์ก่อนเท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109989</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวโควิด 19, พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์, ศปก.ศบค., สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.), สื่อทีวี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210703/image_big_60e0199aeaaf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61471</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2020 15:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2020 15:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตปีกเอ็นเอฟแอลเสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออร์แลนโด แม็คแดเนียล อดีตปีกนอกในศึกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลเสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาด้วยวัย 59 ปี จากการเปิดเผยของมหาวิทยาลัยหลุยเซียนา สเตท ยูนิเวอร์ซิตี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดนนิส เชเวอร์ โค้ชกรีฑาของ แม็คแดเนียล ที่ หลุยเซียนา สเตท ยูนิเวอร์ซิตี หรือ แอลเอสยู เปิดเผยกับหนังสือพิมพ์บาตัน รูจ แอดโวเคท ว่า แม็คแดเนียล ที่ในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยแอลเอสยูนั้นเป็นนักวิ่งข้ามรั้วตัวดังของทีมเสียชีวิตเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา หลังพบว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาระหว่างเดินทางจากวอชิงตัน ดีซี กลับบ้านในดัลลัส ทั้งนี้จากการเปิดเผยของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม็คแดเนียล ถูกเลือกเข้าลีกอเมริกันฟุตบอลเอ็นเอฟแอลในการดราฟท์เมื่อปี 1982 โดย &amp;quot;เจ้าม้าป่า&amp;quot; เดนเวอร์ บรองโกส์ เลือกเข้าลีกเป็นอันดับ 50 โอเวอร์ออล และในฤดูกาลดังกล่าวเขาลงเล่นให้ บรองโกส์ 3 เกม และไม่สามารถรับบอลได้แม้แต่ครั้งเดียวในซีซั่นเดียวของเขาในเอ็นเอฟแอล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปี 1980 แม็คแดเนียล ได้อันดับสองในการวิ่งข้ามรั้ว 100 เมตร ในการแข่งขันกรีฑาาระดับมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ทว่า เขาไม่มีโอกาสได้เล่นในโอลิมปิกฤดูร้อน เนื่องจาก สหรัฐอเมริกา บอยคอทท์การแข่งขันโอลิมปิก 1980 ที่มอสโกเป็นเจ้าภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61471</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่, กีฬาอเมริกันฟุตบอล, ข่าวโควิด 19, คนชนคน, อเมริกันฟุตบอล, เอ็นเอฟแอล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200330/image_big_5e81a7e8815e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>61292</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2020 09:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2020 09:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดุสิตโพลเผยคนไทยเกาะติดข่าวโควิด19 จากออนไลน์ ห่วงเรื่องเฟคนิวส์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 มี.ค.2563 ข่าวการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ณ วันนี้ เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก ข่าวต่าง ๆ &amp;nbsp; มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม หรือที่เรียกว่าเฟคนิวส์ถูกแชร์ออกไปเป็นวงกว้าง การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนจึงมีความสำคัญต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนอย่างยิ่ง &amp;nbsp;โดยประชาชนต่างก็คาดหวังว่าจะได้รับรู้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง และครอบคลุมรอบด้านมากที่สุด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชน กรณี การรับข่าวสารโควิด-19 ของคนไทย &amp;ldquo;สวนดุสิตโพล&amp;rdquo;มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,033 คน (สำรวจทั้งภาคสนามและออนไลน์) ระหว่างวันที่ 25-28 มีนาคม 2563 &amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปผลได้ ดังนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
1. ประชาชนรับข้อมูลข่าวสารโควิด-19 จากแหล่งใด? มากที่สุด
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออนไลน์ (Facebook,Twitter,Instagram,Website ฯลฯ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;79.30%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;77.05%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำบอกเล่า/เพื่อน/คนรอบข้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;60.69%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์,ประกาศจากทางราชการ ฯลฯ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;45.52%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความ SMS &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;44.73%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ประชาชนเชื่อถือข่าวโควิด-19 จากแหล่งใด? มากที่สุด
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานีโทรทัศน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;89.00%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อสิ่งพิมพ์ (หนังสือพิมพ์,ประกาศจากทางราชการ ฯลฯ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;63.09%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิทยุ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;56.23%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ออนไลน์ (Facebook,Twitter,Instagram,Website ฯลฯ)&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;53.72%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำบอกเล่า/เพื่อน/คนรอบข้าง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;42.98%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ประชาชนมีหลักในการแยกแยะ &amp;ldquo;ข่าวจริง ข่าวปลอม&amp;rdquo; อย่างไร? &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวน่าเชื่อถือ มีหลักฐานอ้างอิง เปิดเผยที่มาที่ไป&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;41.08%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ติดตามข่าวจากหลาย ๆ สื่อ &amp;nbsp;เปรียบเทียบข่าวจากแหล่งอื่น ๆ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;32.22%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่านเนื้อหาให้ละเอียด คิดวิเคราะห์ ไตร่ตรองตามหลักการและเหตุผล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;22.96%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอฟังประกาศยืนยันจากรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;20.10%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื่อข้อมูลการนำเสนอของสื่อหลักมากกว่าข้อมูลที่ได้จากสื่อโซเชียล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; 16.95%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ข่าวโควิด-19 กรณีใด? ที่ทำให้ประชาชนจิตตกมากที่สุด
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เชื้อโรคติดต่อได้ง่าย สถานการณ์แพร่ระบาดรุนแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;36.08%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นของแต่ละประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;30.59%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบริหารจัดการของภาครัฐ มาตรการ การแก้ไขปัญหา&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;26.93%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ติดเชื้อไม่ยอมกักตัวเอง ฝ่าฝืน ปกปิดข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;18.90%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การปล่อยข่าวลือ ข่าวปลอม เฟคนิวส์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;14.23%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ประชาชนอยากให้มีการนำเสนอข่าวโควิด-19 ในลักษณะใด?
อันดับ 1&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เสนอข่าวที่เป็นจริง ชัดเจน ตรงไปตรงมา ไม่ปิดบังข้อมูล&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;54.55%
อันดับ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเสนออย่างสร้างสรรค์ เน้นข้อมูลที่เป็นประโยชน์&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;34.33%
อันดับ 3&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;25.33%
อันดับ 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีการคัดกรองข้อมูล แหล่งที่มา มีหลักฐานอ้างอิง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;15.52%
อันดับ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นำเสนอผ่านช่องทางเดียว เช่น โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13.31%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/61292</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวโควิด 19, ดุสิตโพล, เฟคนิวส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200329/image_big_5e8001799ea33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
